บทที่ 21 นำของไปให้ครอบครัวของภรรยา
หลังจากกลับมาจากเมืองหม่าพัว แม่เฒ่าเว่ยก็พาซิ่งซิ่งไปพักผ่อนที่ห้อง ส่วนไป๋เสี่ยวเฟิ่ง ถึงแม้จะเหนื่อยมาก แต่จิตใจกลับตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ จึงไปหาหลี่ชุนฮวาทันที
หลี่ชุนฮวากำลังนั่งเลือกผักอยู่ในครัว
สองวันมานี้ วัชพืชเริ่มงอกขึ้นบนพื้นดิน ชายฉกรรจ์ของบ้านสกุลอวี้จึงต้องไปทำงานในไร่เพื่อกำจัดวัชพืชตลอดทั้งวัน นางจึงต้องทำอาหารไว้ให้พวกเขานำไปกินที่ไร่
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งยื่นถุงเงินเก่าใบหนึ่งให้หลี่ชุนฮวาพลางขยิบตาให้ "พี่สะใภ้ใหญ่ ดูสิ"
หลี่ชุนฮวาเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วรับถุงเงินมา พอจับดูก็รู้สึกแปลก ๆ
ทำไมมันหนักจัง?
นางจึงรีบเปิดออกดู นับไปนับมาได้สามสิบอีแปะ ทำเอานางตาค้าง "ไม่ใช่แล้ว ทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้? เ้ายังไม่ได้เอาไปให้แม่หรือ?"
พูดจบ หลี่ชุนฮวาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ "ไม่ได้แล้ว ข้าต้องเอาไปให้แม่ที่ห้องโถง"
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรีบคว้าแขนหลี่ชุนฮวาไว้แล้วพูดเสียงเบาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "พี่สะใภ้ใหญ่ แม่บอกว่าต่อไปนี้เงินที่ได้จากการปักผ้าให้เราเก็บไว้เอง"
มือของหลี่ชุนฮวาเกือบจะถือถุงเงินไว้ไม่อยู่ ร่างกายนางสั่นเทา "อะไรนะ?! จริงหรือ? เ้าอย่าเอาเื่แบบนี้มาหลอกข้านะ!"
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งยิ้มจนตาปิด "เื่ใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะกล้าพูดเล่นได้อย่างไร?... งานปักสามชิ้นของพี่ได้เงินสามสิบอีแปะ ไม่ขาดไม่เกิน แม่ไม่ได้เอาไปแม้แต่อีแปะเดียว!"
คราวนี้หลี่ชุนฮวาก็ตื่นเต้นขึ้นมา "นี่... นี่... จริงหรือ?!"
ต่อไปถ้าเก็บเงินก้อนนี้สะสมเอาไว้วันแล้ววันเล่า คงไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ แน่!
สะใภ้ทั้งสองตื่นเต้นอยู่นาน ทำงานอะไรก็ยิ่งรู้สึกมีแรงมากขึ้น!
ตอนบ่าย พ่อเฒ่าอวี้กลับมาจากที่นาพร้อมกับลูกชาย เห็นแม่เฒ่าเว่ยกำลังนั่งเย็บพื้นรองเท้าให้ซิ่งซิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง เขาจึงรู้สึกแปลกใจจึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า "ยายเฒ่า เกิดเื่ดีอะไรหรือ? ข้าเห็นสะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง ทุกคนหน้าตาเบิกบานกันหมด เกิดอะไรขึ้น?"
แม่เฒ่าเว่ยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น "ไม่มีอะไร วันนี้สะใภ้รองเอางานปักไปขายมาน่ะ ข้าบอกพวกนางว่า ต่อไปนี้ให้พวกนางเก็บเงินที่ได้จากงานปักผ้าไว้เองได้เลย"
พ่อเฒ่าอวี้ไม่ใช่คนที่จ้องจะเอาเงินส่วนตัวของลูกสะใภ้ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพียงพยักหน้า "เ้าตัดสินใจเองเถอะ"
"แต่ว่า..." แม่เฒ่าเว่ยเย็บเข็มสุดท้ายเสร็จ กัดด้ายจนขาด ชื่นชมพื้นรองเท้าที่เย็บเสร็จแล้ว ก่อนจะวางไว้ข้าง ๆ แล้วพูดกับพ่อเฒ่าอวี้ด้วยรอยยิ้ม "เดาสิว่า สมุนไพร 'จัวซิน' ของพวกเราขายได้เท่าไหร่?"
พ่อเฒ่าอวี้เริ่มสนใจ "เท่าไหร่?"
แม่เฒ่าเว่ยยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง แล้วทำท่าทางเป็เลขสอง
พ่อเฒ่าอวี้คาดเดาว่า "สองอีแปะ?"
แต่ไม่นานเขาก็ปฏิเสธการคาดเดาของตัวเอง "ไม่ใช่หรอก ถ้าเป็สองอีแปะ เ้าจะดีใจขนาดนี้เชียวหรือ?"
พ่อเฒ่าอวี้ครุ่นคิดเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
แม่เฒ่าเว่ยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "นึกไม่ถึงล่ะสิ?"
นางลดเสียงลงแล้วพูดกับพ่อเฒ่าอวี้ว่า "สมุนไพรจัวซินต้นนั้น ขายได้ตั้งสองตำลึงเงินเชียวนะ!"
พ่อเฒ่าอวี้นี่ถึงกับสะดุ้งโหยง "สองตำลึงเงิน?! ... ต้นที่พวกเรามีน่ะหรือ? ใบของมันยังโดนไก่จิกไปตั้งเยอะ แค่ขายได้ไม่กี่อีแปะก็นับว่าดีมากแล้ว ทำไมถึง..."
ทำไมถึงขายได้ตั้งสองตำลึงเงิน?!
คนแก่แบบเขาต้องทำงานในไร่นานแค่ไหน ถึงจะหาเงินได้สองตำลึงเงิน!
แม่เฒ่าเว่ยพูดอย่างภูมิใจ "นึกไม่ถึงล่ะสิ?"
นางเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้พ่อเฒ่าอวี้ฟังอย่างละเอียด ซิ่งซิ่งเลือกไปที่ร้านยาเหรินฮุ่ยถัง แล้วบังเอิญที่ร้านมีคนไข้ที่้าสมุนไพรจัวซินอย่างเร่งด่วน จึงยอมจ่ายในราคาสูง
พ่อเฒ่าอวี้อดตีขาตัวเองด้วยความดีใจไม่ได้ พร้อมกับยิ้มจนตาหยี “โอ๊ย ข้าบอกแล้ว หนูน้อยซิ่งซิ่งจะต้องนำโชคมาให้ตระกูลอวี้ของเราแน่!”
แม่เฒ่าเว่ยเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ดวงตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างอ่อนโยน
นอกหน้าต่าง ซิ่งซิ่งกำลังถืออ่างที่ใส่ผักสับละเอียดป้อนไก่ ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดูมีความสุขอย่างยิ่ง
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น ทุกคนต่างมีรอยยิ้ม ยกเว้นอวี้ซานเป้า
ทุกคนต่างพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงอวี้ซานเป้าที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวเเบบเงียบ ๆ
ในขณะที่อวี้ซือหยาง น้องชายคนที่สี่ของตระกูลอวี้ผู้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงมีความสุขกันนัก แต่เขาก็หัวเราะอย่างโง่งมไปด้วยพักหนึ่ง
แต่เมื่ออวี้ซือหยางมองไปมองมา ในไม่ช้าเขาก็พบความผิดปกติ จึงร้องเรียกพี่ชายของตน “พี่สาม”
อวี้ซานเป้าหยุดมือที่กำลังตักข้าว แล้วมองไปที่อวี้ซือหยาง “น้องสี่ มีอะไรหรือ?”
อวี้ซือหยางถามอย่างจริงใจว่า "พี่สาม เมื่อไหร่พี่สะใภ้สามจะกลับมาล่ะ? ข้าไม่ได้เจอจวี๋เอ๋อร์มาหลายวันแล้ว คิดถึงเขาจัง จวี๋เอ๋อร์เคยบอกว่าอยากได้ตั๊กแตนที่ข้าถักให้ ตอนนี้ก็ถักเสร็จแล้วด้วย"
โต๊ะอาหารบ้านอวี้เงียบไปชั่วครู่
อวี้ซือหยางเป็คนคิดอะไรเรียบง่าย ไม่รู้ว่าซูโหรวเอ๋อร์พาอวี้หย่งจวี๋กลับบ้านเกิดด้วยความโกรธ เพื่อ้ากดดันคนในบ้านอวี้
เขาคิดแค่ว่าพี่สะใภ้คนที่สามพาหลานชายกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมญาติเท่านั้น
พอพูดถึงภรรยา อวี้ซานเป้าก็รู้สึกหงุดหงิด "...หล่อนไม่อยากกลับมา ข้าจะไปมัดหล่อนกลับมาหรืออย่างไร?"
อวี้ซือหยางรู้สึกแปลกใจ จึงถามอย่างงุนงง "เหตุใดพี่สะใภ้ถึงไม่อยากกลับมาเล่า?"
"..." อวี้ซานเป้าก็ไม่รู้จะอธิบายกับน้องชายอย่างไรดี เขาก้มหน้าตักข้าวเข้าปากอีกหลายคำ
"พอเถอะซือหยาง กินข้าวของตัวเองให้เรียบร้อยเถอะ" พ่อเฒ่าอวี้เอ่ยขึ้น
อวี้ซือหยางเชื่อฟังพ่อแม่มาก แม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ตอบรับว่า "ครับ" แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างว่าง่าย
พอกินข้าวเสร็จ แม่เฒ่าเว่ยก็เรียกอวี้ซานเป้าเอาไว้ หยิบเงินสามสิบอีแปะออกมาจากหีบของตนเอง แล้วมอบให้เขา "พรุ่งนี้เ้าไปที่เมือง แล้วซื้อของไปเยี่ยมบ้านพ่อตาสักหน่อยสิ"
อวี้ซานเป้าไม่คิดว่าแม่ของเขาจะเสนอเื่นี้ขึ้นมา
เขากำเงินสามสิบอีแปะนี้อยู่ในมือด้วยความตกตะลึง "แม่... แม่ไม่โกรธหล่อนแล้วหรือ?"
แม่ของเขาหัวเราอย่างเ็า "โกรธสิ ทำไมจะไม่โกรธ... ลูกสะใภ้ข้าน่ะ ในใจลึก ๆ ก็คิดว่าตัวเองเป็คนเมือง มองพวกเาาวบ้านอย่างกับเศษดิน แต่อย่างไรเสียหล่อนก็เป็เมียของเ้า เป็แม่ของลูกเ้า จะทิ้งขว้างกันได้อย่างไรกัน ตอนนั้นเ้าจะแต่งกับหล่อนให้ได้ พวกเราก็เกือบจะตัดแม่ตัดลูกกันอยู่แล้ว ตอนนี้เ้าพาหล่อนกลับมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบด้วย!"
ยิ่งเฒ่าเว่ยพูดก็ยิ่งดูไม่พอใจ ถ้าทำตามใจตัวเองจริง ๆ เห็นท่าทางของซูโหร่วเอ๋อร์กับแม่ของหล่อนแบบวันนี้ นางคงไม่อยากคบค้าสมาคมด้วยแล้ว!
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ซูโหรวเอ๋อร์ก็คือแม่ของหลานชายของนาง!
วันนี้เห็นหลานชายเสื้อผ้ามอมแมมไปด้วยดิน แถมบนใบหน้ายังมีรอยบวมช้ำ คงจะต้องมีเื่ชกต่อยกับลูกพี่ลูกน้องที่บ้านของซูโหรวเอ๋อร์เป็แน่
ในฐานะที่เป็ย่า จะยอมให้หลานชายตัวเองโดนรังแกแบบนี้ได้อย่างไรกัน!
อวี้ซานเป้าเห็นแม่ของเขามีน้ำใจ ไม่ถือโทษโกรธเคือง แม้ในใจจะไม่ชอบซูโหรวเอ๋อร์ แต่ก็พยายามอดทนพูดเกลี้ยกล่อมเขา ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจ จึงตัดสินใจแน่วแน่ "แม่วางใจเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปรับหล่อนกลับมา แล้วจะสั่งสอนให้ดี ไม่ให้หล่อนพูดจาแบบนั้นกับแม่อีก!"
แต่แม่ของเขากลับไม่ได้รู้สึกมีความหวังกับเื่นี้ เพียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะโบกมือไล่ลูกชายออกไป
นางะโเรียกซิ่งซิ่งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ที่ลานบ้าน "ซิ่งซิ่ง ไปเดินเล่นกัน"
ซิ่งซิ่งตอบรับอย่างร่าเริงจากด้านนอก ก่อนจะวิ่งเข้ามาในบ้าน
พอเห็นว่าอวี้ซานเป้ายังอยู่ นางก็เอ่ยเรียก "ลุงสาม" อย่างว่าง่าย
ในบ้านของอวี้ซานเป้ามีแต่อวี้หย่งจวี๋ที่ซุกซนจนบ้านแทบพลิกคว่ำอยู่คนเดียว พอเห็นซิ่งซิ่งที่ทั้งน่ารักและว่าง่ายแบบนี้ เขาจึงเอ็นดูหลานสาวคนนี้อยู่ไม่น้อย ยิ่งแม่เฒ่าเว่ยบอกให้เขาไปรับภรรยาและลูกชายกลับมาในวันพรุ่งนี้ เขาก็ยิ่งอารมณ์ดี อวี้ซานเป้าหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมาโยนเล่น "โอ้โห ทำไมยิ่งดู ยิ่งรู้สึกว่าซิ่งซิ่งน่ารักขึ้นทุกวันนะ"
จู่ ๆ ก็โดนโยนขึ้นฟ้า ซิ่งซิ่งใร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบกอดคออวี้ซานเป้าไว้แน่น
"รู้จักแต่แกล้งเด็ก!" แม่เฒ่าเว่ยเหลือบมองอวี้ซานเป้า แต่เห็นว่าลูกชายอารมณ์ดี นางก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่รับซิ่งซิ่งกลับมาจากอ้อมแขนของเขา แล้วพาหลานสาวออกไปเดินเล่นด้วยกัน