อลินตาตอนนี้กำลังเพลี่ยงพล้ำให้แก่ศัตรูหญิงสาวไอออกมาแห้งๆ ทั้งยังมีละอองฝอยของเลือดกระจายออกมาด้วยเมื่อชายหนุ่มหน้าเหี้ยมมายืนอยู่ต่อหน้าอลินตามันก็แสยะยิ้มออกมา ช่างเป็นรอยยิ้มที่สาแก่ใจมันยิ่งนัก
“เก่งนะแม่หญิงที่มาจนถึงหน้าถ้ำได้อันที่จริงไอ้จ้อมขิ่นมันก็แค่... ลูกศิษย์ปลายแถวของข้าก็คิดไว้อยู่เหมือนกันว่าอย่างมันน่าจะไม่ได้เรื่อง” พูดแล้วก็วเราะหึหึในลำคอได้อย่างน่าหมั่นไส้นัก
“แกชื่ออะไร?”อลินตาแค่นเสียงถามยากเย็นเพราะเจ็บไม่ใช่น้อยกับตะปูอาคมของมัน ก็ทิ่มเข้าร่างเป็นสิบตัวถ้าไม่เจ็บนี่สิแปลก
“ขอรู้จักก่อนตายได้มะ..?”ยังจะถามทั้งที่ตัวเองอาการร่อแร่สุดๆ พวกมันได้ยินถึงกับแผดเสียงหัวเราะคนที่อยู่ด้านหลังรีบตอบทันทีด้วยอาการสำรวมทำยังกับว่ามันเคารพบูชาชายหน้าเหี้ยมที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง
“นี่คือพ่อครูจายเปิงมากับนายฝาหรั่งตอนนี้กำลังรอเข้าไปขนสมบัติในถ้ำอยู่บนห้างไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่นัก..รอเพียงแค่ฆ่าแกและพรรคพวกให้ตายก็จะส่งสัญญาณเข้าถ้ำทันที” ได้ยินดังนั้นอลินตาก็หัวเราะหึหึในลำคอไม่ดูสังขารเลยว่ายืนยังจะไม่รอดอยู่แล้ว
“ออ.. เหรอ..น่าสมเพช!!” คำพูดนี้ทำเอาพ่อครูจายเปิง ถึงกับเงิบหน้าหงายตาแดงด้วยความโกรธจัดเกิดมามีแต่คนเคารพยำเกรงเพิ่งเคยเจอแม่หญิงคนนี้ที่บังอาจปากดี แต่พ่อครูจายเปิงยังมิทันได้พูดอะไรชายหนุ่มร่างกำยำด้านหลังก็รีบออกโรงโต้ตอบแทนพ่อครูจายเปิงซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของตนทันที
“กำลังจะตายอยู่รอมร่อยังมาปากดีพูดจาไม่ระวังคำไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” พ่อครูจายเปิงเขม้นมองอลินตาสายตาคมกริบก่อนจะยกมือโบกขึ้นกลางอากาศเป็นการปราม
“พอได้แล้วยาติ่นข้าจะคุยกับมันเอง” ว่าแล้วพ่อครูจายเปิงก็เดินเข้ามาใกล้อลินตาแล้วเดินวนรอบหญิงสาวที่นั่งเพียงไปกับพื้นในสภาพร่อแร่เต็มทนก่อนเอ่ยถามเสียงเหี้ยมๆ
“แกสมเพชอะไรข้าอย่างนั้นรึ?”อลินตาที่นั่งก้มหน้าเหนื่อยหอบส่งเสียงอ่อกๆ แอ่กๆคล้ายจะไอเพราะตอนนี้พิษแห่งอาคมดอกตะปูดูเหมือนจะแล่นเข้าสู่อวัยวะทุกส่วนภายในร่างกายโดยเฉพาะหัวใจนี่ถ้ามิใช่คนเล่นเวทย์เล่นอาคมคงตายไปตั้งแต่โดนตะปูเสียบดอกแรกแล้วแต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังอุตส่าห์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอก่อนจะพูด
“สมเพชสิ สมเพชมากด้วยผู้คนยกย่องลูกศิษย์เทิดทูนบูชาเสียเปล่าแต่แกกลับถูกหลอกใช้ให้กระทำเรื่องต่ำตมเป็นถึงจ่าฝูงหัวหน้าหมอผีอาคมแต่กลับโดนหลอกใช้ ถ้าเป็นฉันนะจะขุดดินท้ายป่าช้าแล้วมุดลงไปอยู่กับศพล้างอายให้ตัวเอง” โอ้โห...จัดจ้านในย่านหน้าถ้ำ บาดเจ็บถึงเพียงนี้ยังปากดีปาดจัดได้อีกนะแม่นางพ่อครูจายเปิงกำดาบแน่น มือสั่นเกร็งแต่ยังคงยืนรอฟังว่าแม่หญิงคนนี้จะพูดอะไร
“สมเพชแรกถึงแกจะเป็นหมอผีสูงส่งแค่ไหนแกก็ถูกพวกฝรั่งมันหลอกใช้ให้พามาเอาทรัพย์สมบัติในถ้ำโดยมีผลประโยชน์เข้าล่อทั้งที่ถ้าแกมาเองแกอาจจะได้สมบัติในถ้ำทั้งหมดไปครองก็ได้บอกเลยรวยไม่เผื่อแผ่ใครหัดฉลาดซะบ้างนะสมเพชที่สอง ข้อนี้ฉันสมเพชแกจริงๆแกอย่ามาพูดหน่อยเลยว่าแกเป็นหมอผีวิชากล้าแกร่ง เพราะสุดท้ายแกก็โดนหลอกใช้อยู่ดีจากอาคมควันดำๆ ที่จ้องจะเอาชีวิตแกถ้าแกไม่ร่วมมือทำตามมัน” คราวนี้พ่อครูจายเปิงถึงกับตาเบิกกว้าง แม่หญิงคนนี้รู้ได้เช่นไรรู้ความเป็นไปเบื้องลึกเบื้องหลังได้ยังไง เอาไว้ไม่ได้ เอาไว้ไม่ได้แล้ว!!!
เจ้าภูแสนที่ยังสลัดลูกน้องของพ่อครูจายเปิงไม่หลุดทั้งสู้ไป ทั้งเป็นห่วงอลินตาไป ในใจก็บ่น ‘บ้าเอ๊ยยย เจ็บหนักขนาดนั้นยังโอหังไปต่อปากต่อคำยั่วโมโหมันอีกเธอคิดอะไรอยู่กันแน่อลินตา’ จังหวะเดียวกันนั้นเองลูกน้องที่กำลังต่อสู้กับเจ้าภูแสน ก็พุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายแต่ทว่าเจ้าภูแสนเบี่ยงตัวหลบทันพร้อมกับตวัดดาบมือเดียวหมุนคว้างเป็นท่วงท่ารำดาบเหนือศีรษะตัวเองด้วยความคล่องแคล่วและฉับเดียวแห่งการลงดาบ ปลายดาบอันแหลมคมก็ฟาดฉับไปที่แขนของผู้ปองร้าย ต่อมาดาบที่สองก็ไม่รอช้าตวัดขวับแทงเข้าสีข้างของมันอย่างจังทำให้เจ้าลูกน้องของพ่อครูจายเปิงผู้เคราะห์ร้ายถึงกับเข่าทรุด
เจ้าภูแสนเห็นศัตรูเพลี่ยงพล้ำก็ไม่ได้รอรีบวิ่งเข้าไปจะช่วยอลินตาอย่างรีบเร่งทิ้งชัยยันต์ที่กอดก๋วยอย่างแม่นมั่น กับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ให้อยู่ต่อสู้รำมวยกับเหล่าลูกน้องของพ่อครูจายเปิงด้วยความชุลมุนเจ้าภูแสนวิ่งเข้าไปหาอลินตาเป็นจังหวะเดียวกับที่พ่อครูจายเปิง กำลังเงื้อดาบยาวแสนคมขึ้นสูงอลินตาเงยหน้าขึ้นมองกัดฟันทั้งที่ปากเต็มไปด้วยเลือดสดๆ เพราะพิษของตะปูอาคมหญิงสาวจ้องเขม็งที่ดาบของพ่อครูจายเปิงไม่วางตาเจ้าภูแสนเห็นท่าไม่ดีและคิดว่ามันฟันคออลินตาแน่!! เจ้าชายหนุ่มวิ่งเข้าไปพลางตะโกนเสียงดัง
“อย่า...!!!”ทุกคนในที่นั้นถึงกับหยุดชะงักกับน้ำเสียงของเจ้าภูแสนที่ทรงพลังอำนาจบารมีอย่างยิ่ง แต่ก็มิอาจทำให้พ่อครูจายเปิงหยุดการกระทำได้ ฉับพลัน..คมดาบตวัดหวือกลางอากาศ ก็ฟันฉับเข้าที่ร่างของอลินตาอย่างแรงราวกับเพรชฆาตที่กำลังบั่นคอนักโทษก็มิปานดาบฟันฉับเข้าที่คอของอลินตาอย่างจัง นาทีนั้นเจ้าภูแสนใจหายวาบตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“อลินตา..!!!”แต่เมื่อเจ้าภูแสนเข้าไปใกล้ร่างของอลินตาก็ถึงกับหยุดชะงักราวกับโดนสาปกับภาพที่เห็น ทั้งตกตะลึง ทั้งไม่อยากจะเชื่อสายตา ไม่เพียงแต่เจ้าภูแสนที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาเท่านั้นหากทว่าชัยยันตร์ และกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมด ก็ถึงกับตะลึงอึ้งอั้นไปตามๆ กันโดยเฉพาะพวกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีพ่อครูจายเปิงเป็นหัวหน้าถึงกับหน้าถอดสียังกับเห็นผีร้ายในตำนานส่วนพ่อครูจายเปิงถึงกับทิ้งดาบในมือกันเลยทีเดียวคงจะมีก็แต่เพียงโหรหลวงหนานเมืองอินทร์เท่านั้นสินะ ที่ยืนนิ่งยิ้มกริ่มไม่ตกใจกับภาพเบื้องหน้าเท่าไหร่นัก..
ภาพเบื้องหน้าที่ทำเอาทุกคนตกตะลึงนั่นคืออลินตาที่ถูกฟันคอแทนที่จะนอนตายกลายเป็นศพสมดังใจของพ่อครูจายเปิงแต่ปรากฏว่าที่ทุกคนเห็นมันคือตุ๊กตาลูกเทพตัวกะเปี๊ยกที่ครั้งหนึ่งเคยดังเป็นพลุแตกมาก่อนอลินตาได้ตุ๊กตาลูกเทพมาฟรีๆ จากสัปเหร่อคนสนิทในยุคปัจจุบันอันเป็นยุคที่เธอใช้ชีวิตอยู่เหตุที่ได้มาฟรีก็เพราะทุกคนในยุคปัจจุบันนั้นเลิกฮิตเรื่องตุ๊กตาลูกเทพ แล้วก็เอามาทิ้งวัดจนต้องกลายเป็นภาระของสัปเหร่อในการหาที่เก็บตุ๊กตาเหล่านี้
ซึ่งอลินตาคิดไว้เล่นๆว่าสักวันจะได้ใช้ประโยชน์จากตุ๊กตาพวกนี้และก็ได้ใช้จริงๆเมื่อเธอพกตุ๊กตาลูกเทพมาด้วยตัวนึง แล้วใช้มันเป็นหุ่นร่างทรงให้กับเธอช่างเป็นการใช้งานที่แสนจะคุ้มค่าที่สุด
ก็สภาพตุ๊กตาลูกเทพตอนนี้เละเป็นโจ๊กอย่างอนาถด้วยตะปูอาคมของพ่อครูจายเปิงและยังต้องมาโดนบั่นคอกลิ้งหลุนๆ ซะอีก หนำซ้ำใบหน้าตุ๊กตาตัวน้อยยังยับเยินเหมือนโดนต่อยอัดกำแพงอีกต่างหาก
ขณะที่ทางด้านพ่อครูจายเปิงแทบจะสติบินเมื่อภาพตรงหน้าหาใช่แม่หญิงที่เลือดโทรมกายไม่ก็เมื่อกี้นังแม่หญิงคนนี้ยังโดนตะปูอาคมของเขาเล่นงานซะหมอบอยู่บนพื้นแล้วทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ และจังหวะนั้นเอง เสียงพึ่บพั่บๆคล้ายกับสัตว์ปีกขนาดใหญ่บินไปบินมาถลาโฉบอยู่เหนือบริเวณถ้ำลึกลับ ทุกคนต่างเงยหน้ามองตามเสียงนั้นพร้อมกันทันที...