ตอนที่ 01. เดดไลน์สุดท้าย
เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายดังขึ้นอย่างแ่เบาท่ามกลางความเงียบสงัดของเวลาตีสาม ปี พ.ศ. 2569
ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ถูกเรียกว่า "โฮมสตูดิโอ" ที่สภาพเหมือนกับห้องเก็บของมากกว่า วิน ชายวัย 40 ปี ปล่อยมือออกจากเมาส์ ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ทำงานราคาถูกจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด รอบตัวเขามีแต่ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กินหมดไปแล้วกองเป็พะเนิน และขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่วางระเกะระกะ
"เสร็จ... ซะที..."
วินพึมพำเสียงแหบพร่า งานมิกซ์เพลงประกอบละครทุนต่ำที่เขาแก้แล้วแก้อีกตามสั่งของลูกค้าที่เื่มากแต่กลับจ่ายเงินเพียงน้อยนิดได้จบลงแล้ว เงินค่าจ้างงวดนี้คงพอแค่ค่าเช่าห้องกับค่าไฟ
ทันใดนั้น ความเ็ปรุนแรงที่เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาบีบขยี้หัวใจของเขาก็แล่นพล่านไปทั่วหน้าอก วินตาเบิกโพลง มือซ้ายกุมหน้าอก ลมหายใจติดขัด ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์เริ่มพร่ามัว
‘เวรเอ๊ย... ยังไม่ได้ใช้เงินเลย...’ นั่นคือความคิดสุดท้ายของเขา ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
……
"เฮือก!!"
วินสะดุ้งตื่นขึ้นสุดตัว เขาลุกพรวดขึ้นนั่งหอบหายใจถี่ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว ความกลัวตายยังคงเกาะกุมจิตใจ เขารีบเอามือไปคลำหน้าอกเพื่อสำรวจตัวเอง
"ไม่เจ็บ... เฮ้ย? หายใจออกแล้ว"
เขาก้มมองมือตัวเอง... มันดูเรียวและตึงเปรี๊ยะ ไม่มีรอยเหี่ยวย่นหรือจุดกระของผู้ชายวัยกลางคน วินขมวดคิ้ว ขยับตัวบิดซ้ายขวา แต่แล้วก็ต้องชะงัก
"เดี๋ยว... หลังไม่ปวด?"
ปกติแค่ลุกจากที่นอน เขาก็ต้องร้องโอดโอยหาแผ่นแปะแก้ปวดหลังแล้ว แต่นี่ร่างกายกลับเบาหวิวราวกับปุยนุ่น!
วินะโลงจากเตียง วิ่งถลาไปที่กระจกบานใบยาวที่อยู่ตรงตู้เสื้อผ้า ภาพที่สะท้อนกลับมาทำเอาเขาแทบกรีดร้องออกมา
เด็กหนุ่มผอมเพรียว ผมดกดำหนา ทั้งที่เขาจำได้ว่ามันเริ่มร่วงตอนที่เขาอายุ 35 และที่สำคัญ... หน้าท้องแบนราบ! พุงกะทิที่สะสมมานานจากการนั่งหน้าคอมฯ หายวับไปกับตา!
‘ฝันแน่ๆ ฉันฝันอยู่ชัวร์’
เพียะ!
วินตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาที่แก้มจนหน้าชา
"เจ็บ... เจ็บจริงว่ะ... นี่ฉัน... ไม่ได้ฝันไปเหรอ!?"
วินยืนนิ่งแข็งค้างอยู่หน้ากระจก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาเป็รูปเป็ร่าง เขาค่อยๆ หันกลับมามองสภาพห้องที่ตัวเองยืนอยู่อย่างละเอียดอีกครั้ง
"รกชิบหาย... นี่ห้องคนหรือรังหนูวะเนี่ย"
สภาพห้องที่เห็นชวนให้เขาคิดถึงอดีตอย่างน่าประหลาด เสื้อผ้านักศึกษาที่ใส่แล้วพาดระเกะระกะอยู่บนพนักเก้าอี้ กางเกงยีนส์ที่กองอยู่บนพื้น หนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ที่กองระเนระนาดอยู่ตรงมุมห้อง และกลิ่นอับจางๆ ที่คุ้นเคย...
"นี่มันห้องพักหอใน... สมัยฉันเรียนปี 1 ชัดๆ!"
ความทรงจำเก่าๆ เริ่มไหลย้อนกลับมา เขาจำได้ว่ามีโปสเตอร์วงร็อกที่แปะอยู่ข้างผนัง จำตู้เสื้อผ้าไม้อัดที่บานพับหลุดไปข้างหนึ่งได้
เขากวาดตามองไปที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยๆ ที่อยู่บนพื้น มีจอคอมพิวเตอร์รุ่นตู้ปลา จอนูนขนาด 17 นิ้วขนาดมหึมาวางเด่นเป็สง่า กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งโต๊ะ และที่ข้างๆ นั้น...
"เชี่ย... มือถือรุ่นปาหัวหมาแตก"
วินเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือทรงแท่งสีทูโทน เทา-ดำ ขึ้นมาพิจารณา มันหนาและหนักจนน่าจะใช้แทนอาวุธป้องกันตัวหรือทับกระดาษได้สบายๆ ด้วยความเคยชินจากปี 2569 นิ้วโป้งของวินจึง ปาดไปที่หน้าจอพลาสติกแข็งๆ เพื่อปลดล็อกตามสัญชาตญาณ
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าจอยังคงดำสนิท
เขาลองปาดแรงขึ้นอีก ย้ำๆ เงียบกริบ
"โว้ย! ลืมไป มันทัชสกรีนไม่ได้!"
วินสบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเทคโนโลยีในสมัยนี้มันทำงานยังไง จึงใช้นิ้วโป้งกดลงไปที่ปุ่ม Unlock แล้วตามด้วยปุ่มดอกจันอย่างรวดเร็ว
ติ๊ด…
หน้าจอสีซีดๆ ความละเอียดต่ำสว่างวาบขึ้นมา แสดงวอลเปเปอร์รูปกราฟิกง่อยๆ พร้อมกับวันที่และเวลาที่ทำให้เขาต้องหยุดหายใจ
…15 พฤษภาคม 2548…
เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงสปริงเก่าๆ จนเกิดเสียงดังเอี๊ยด หัวใจในอกเต้นรัวแรงยิ่งกว่าเสียงกลองชุดในคอนเสิร์ตเมทัลเสียอีก
"ปี 48... นี่ฉันย้อนกลับมา 21 ปี? ฉันกลับมาเป็เด็กเฟรชชี่?"
สมองของโปรดิวเซอร์วัย 40 เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ปี 2548 คือยุคที่เขายังมีความฝัน ยุคที่เขายังไม่ได้ตัดสินใจผิดพลาดเื่การเซ็นสัญญาทาส ยุคที่เขายังไม่ได้ปล่อยให้ผู้หญิงที่รักที่สุดหลุดมือไป
รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ยังตื่นตระหนก จากยิ้มมุมปากกลายเป็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี น้ำตาแห่งความปิติเอ่อคลอเบ้า
"รอดแล้ว... ไอ้บ้าวินเอ๊ย นายรอดแล้ว! ชาติที่แล้วนายล้มเหลวไม่เป็ท่า เป็ไอ้ขี้แพ้จนวันตาย แต่ชาตินี้แหละ... พ่อจะแก้ตัวให้สาสมเลยคอยดู!"
วินกำหมัดแน่น มองไปรอบห้องรูหนูด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ห้องเก่าๆ อีกต่อไป แต่มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตดีๆ ที่เขากำลังจะเขียนขึ้นด้วยมือของตัวเอง