รถม้าของตระกูลมู่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เข้าสู่เขตจวนเจ้าเมือง เย่หวงนั่งอยู่ภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างหรูหราพร้อมกับ มู่ชิงเสวี่ย บรรยากาศเงียบสงบ แต่ความตึงเครียดกลับคุกรุ่นอยู่เบื้องลึก
มู่ชิงเสวี่ยละสายตาจากตำราในมือ นางเงยหน้าขึ้นมองเย่หวงที่กำลังนั่งหลับตาพักผ่อน แววตาของนางเต็มไปด้วยความใคร่รู้
"คุณชายเย่..."
มู่ชิงเสวี่ยเอ่ยเสียงนุ่ม
"ข้ามีคำถามหนึ่งที่ค้างคาใจ ข้าหวังว่าท่านจะไม่ถือสาที่ข้าถาม"
"เชิญเลยแม่นางมู่"
เย่หวงลืมตาขึ้น ยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน
"ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านไม่ได้ชวนข้ามานั่งชมวิวเล่นๆ"
"ท่านเป็นจอมยุทธ์ที่ใช้เพลงกระบี่พลิ้วไหว... แต่พลังปราณของท่านกลับบริสุทธิ์ยิ่งกว่ายาอายุวัฒนะระดับสูง"
นางวิเคราะห์
"และที่สำคัญ... พี่หญิงฉินเล่าให้ข้าฟังว่า ท่านคือผู้ที่เขียนใบสั่งยา 'โอสถสลายพิษเหมันต์' ที่สามารถรักษานางได้"
นางวางตำราลง แล้วจ้องมองเขาเขม็ง
"บุรุษผู้หนึ่งที่อายุยังน้อย แต่เป็นทั้ง ผู้กอบกู้สำนัก เป็น จอมยุทธ์ขั้นสูง และเป็น หมอเทวดา ที่มีภูมิความรู้ล้ำลึกกว่าแพทย์หลวงของแคว้น... ท่านคือใครกันแน่? หรือท่านคือบุตรแห่งเทพที่ลงมาจุติ?"
เย่หวงหัวเราะเบาๆ
"แม่นางมู่ประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว... ข้าเป็นเพียงศิษย์บ้านนอกที่ขุดพบ 'คัมภีร์เก่าๆ' เล่มหนึ่งเท่านั้นเอง... ส่วนเรื่องยารักษาอาการของแม่นางฉิน... ข้าก็แค่บังเอิญเคยอ่านเจอในตำราโบราณเท่านั้น"
"บังเอิญงั้นรึ?"
มู่ชิงเสวี่ยยิ้มอย่างไม่เชื่อถือ
"หากความรู้ระดับนั้นคือความบังเอิญ... โลกนี้คงไม่มีคำว่า 'อัจฉริยะ' แล้วล่ะ"
นางยื่นหน้าเข้ามาเล็กน้อย แววตาเป็นประกายฉลาดเฉลียว
"เอาเถอะ... ข้าจะไม่ถามต่อ แต่ข้าขอเตือนท่านไว้... ผู้คนในงานเลี้ยงวันนี้... พวกเขาไม่ใช่คนโง่ ความลับของท่านจะยิ่งเป็นดาบสองคมที่ทำให้ท่านตกเป็นเป้าหมาย... โดยเฉพาะผู้ที่กำลังหาทางเข้า สำนักยุทธ์หลวงดาราสวรรค์"
"ขอบคุณที่เตือน"
เย่หวงรับคำ
"แต่ข้าไม่กลัวการเป็นเป้าหมาย... ตรงกันข้าม ข้าชอบเสียด้วยซ้ำ"
รถม้าหยุดลงที่ประตูจวนเจ้าเมือง ทันทีที่ประตูรถม้าเปิดออก เย่หวง ยื่นมือไปจับมือ มู่ชิงเสวี่ย แล้วนำนางเดินลงจากรถด้วยกันต่อหน้าสายตานับร้อยคู่ที่มารอรับรอง
เกิดเสียงฮือฮาดังกระหึ่ม! การที่ "บัณฑิตสาวอัจฉริยะ" ผู้เย็นชา ซึ่งปกติไม่เคยให้ชายใดเข้าใกล้อย่างง่ายดาย ต้องมาปรากฏตัวคู่กับ "เย่หวง" ผู้ที่เพิ่งสร้างตำนานเมื่อวันก่อน... ถือเป็นเรื่องซุบซิบระดับชาติสำหรับเมืองชิงเหอ
"นี่มัน... ขยะแห่งสำนักกระบี่เมฆาจริงหรือนั่น? ทำไมกลิ่นอายถึงได้แข็งแกร่งถึงขั้นวิญญาณแล้ว?"
"ดูสิ! เขาควงแม่นางมู่! กล้าดียังไง!?"
ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่กำยำร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้! ชายผู้นั้นสวมชุดรัดกุมของสำนักหมัดเหล็ก ใบหน้าเต็มไปด้วยเส้นเอ็นที่ปูดโปนและแววตาหยิ่งยโส
[Gamer Vision: Auto-Scan]
เป้าหมาย: หวังเล่ย (Wang Lei)
สถานะ: นายน้อยตระกูลหวัง / อัจฉริยะอันดับ 2 ของเมือง
ระดับพลัง: ขอบเขตวิญญาณ ขั้นต้น (Level 21)
บุคลิก: หยิ่งยโส, บ้าพลัง (STR Specialist)
"เย่หวง!"
หวังเล่ย ตะโกนเสียงดัง พลังปราณสายแข็งกระด้างพุ่งเข้ากดดันเย่หวงทันที
"เจ้าใช้กลอุบายอะไรถึงได้ควงแม่นางมู่มาที่นี่! เจ้าคิดว่าโลกนี้จะยอมรับขยะอย่างเจ้าอย่างนั้นรึ!?"
เย่หวงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันวิญญาณที่รุนแรงของหวังเล่ย ซึ่งรุนแรงกว่างูโลหิตเมื่อวาน แต่เขามี QI 3000 และ เกราะปราณวิสญาณ คุ้มกายอยู่แล้ว เขาเพียงแค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้ลมปราณของหวังเล่ยพัดผ่านเสื้อผ้าไปเบาๆ
"ถอยไป"
เย่หวงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ใดๆ ราวกับพูดกับก้อนหิน
"อย่ามาขวางทางสตรี... มันเสียมารยาท"
หวังเล่ยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ! มันไม่เคยถูกใครเมินเฉยใส่ขนาดนี้! มันกำหมัดแน่นเตรียมจะลงมือ...
"หยุดนะ! หวังเล่ย!"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังขึ้น หลิวหรูเยียน ปรากฏตัวขึ้นในชุดเจ้าภาพที่งดงาม นางเดินเข้ามาด้วยรังสีอำนาจที่กดดันทุกคน
"ที่นี่คือจวนเจ้าเมือง! ใครกล้าก่อความวุ่นวาย จะถือว่าท้าทายกฎหมาย!"
นางประกาศ ก่อนจะหันมามองเย่หวงด้วยสายตาคาดโทษเล็กน้อย (ที่ไปอยู่กับซูเม่ยมา)
"ขออภัยพี่หญิงหลิว..."
หวังเล่ยกัดฟันกรอด
"แต่ข้าทนเห็นขยะทำตัวเหลิงไม่ได้!"
"พอแล้ว!"
หลิวหรูเยียนตัดบท
"แขกสำคัญที่สุดของเรามาถึงแล้ว! ใครมีปัญหา เอาไว้ไปเจอกันใน ลานประลองคัดเลือก!"
งานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในโถงรับรองหลัก เต็มไปด้วยจานอาหารเลิศรสและบุตรหลานตระกูลใหญ่ แต่ทุกคนกลับมีท่าทางเกร็งเครียด
บนแท่นประธาน หลิวหยุน (เจ้าเมือง) นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ข้างกายเขาคือชายคนหนึ่งที่ดูโดดเด่นและประหลาดที่สุดในงาน
ชายผู้นั้นอยู่ในชุดผ้าหยาบๆ ที่มีรอยขาดเล็กน้อย ถือ น้ำเต้าเหล้า ที่มีคราบสกปรกเกรอะกรัง กำลังยกซดเหล้าอย่างเมามัน หน้าแดงก่ำ พูดจาลิ้นพันกันตลอดเวลา...
"ฮื่อก... น้ามเต้าเหลาข้าาา... ข้าาาไม่ย้อมมมให้ใครร.. มาแย่งงงง"
"ขอแนะนำทุกท่าน"
เจ้าเมืองหลิวหยุนผายมือไปยังชายขี้เมา
"นี่คือ ผู้อาวุโสจิว (Elder Jiu) ทูตพิเศษที่ได้รับมอบหมายจาก สำนักยุทธ์หลวงดาราสวรรค์ ให้มาคัดเลือกอัจฉริยะเข้าเรียนที่ หุบเขาหมอกวิญญาณ"
ทุกคนพยายามทำตัวสุภาพเรียบร้อย แต่ผู้อาวุโสจิวกลับบ่นออกมาเสียงดัง
"พวกแกร.. นั่งทำอารายยกันน...น่าเบื่อออ...เหลาข้าาาจะหมดด"
เย่หวงมองภาพนั้นแล้วยิ้มมุมปาก
'ดีเลย... ทูตที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้... เป็นสไตล์เกมที่ข้าคุ้นเคยที่สุด!'
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสจิวก็เงยหน้าขึ้น จ้องมองไปที่เย่หวงและมู่ชิงเสวี่ยที่นั่งอยู่มุมห้อง เขาจ้องเขม็งไปที่กาน้ำชาที่อยู่ข้างตัวเย่หวง แล้วก็หัวเราะเสียงดังราวกับเจอของเล่นถูกใจ
"ฮ่าๆๆๆ! มีใครร... นั่งชิลลล... จิบชาาาา ในง่านเลี้ยงงข้าาาา!?"
ผู้อาวุโสจิวทิ้งน้ำเต้าเหล้าลงบนพื้น! ตูม!!! พลังปราณระดับ ขอบเขตปฐพี ขั้นสูง เพียงเสี้ยวเดียว ถูกปล่อยออกมา! แรงกดดันวิญญาณถาโถมเข้าใส่แขกทุกคนในห้องโถงทันที!
แรงกดดันนั้นถูกกำหนดให้มี พลังเทียบเท่าจอมยุทธ์ ขอบเขตวิญญาณ ขั้นสูง (Level 28-30) แต่มีความ หนาแน่นและบริสุทธิ์ ในระดับที่เหนือกว่า!
"อั่ก!"
เหล่าบุตรหลานตระกูลเล็กๆ ที่มีแค่ระดับ ขอบเขตฟ้า พากันหน้าซีดเผือด! บางคนถึงกับกระอักเลือดและสลบเหมือดไปกับพื้นทันที! แม้แต่อัจฉริยะอย่างหวังเล่ย (Lv 21) ก็ต้องรีบเกร็งลมปราณจนตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าแดงก่ำจากการต้านทานแรงกดดันที่เหนือกว่าระดับของเขา
เย่หวงเองก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่รุนแรงจนน่าอึดอัด!
(ความคิดในใจเย่หวง: 'แรงกดดันนี่มันน่ากลัวกว่างูโลหิตหลายเท่า... เกือบจะถึงขอบเขตวิญญาณขั้นสูงสุดแล้ว! แต่ที่น่ากลัวกว่าคือความหนาแน่น... มันคือแรงกดดันของปราณระดับปฐพีที่ถูกบีบอัด! นี่คงเป็นวิธีทดสอบคุณภาพรากฐานของแกสินะตาเฒ่า!')
โชคดีที่เย่หวงมี หลุมดำตันเถียน (Void Dantian) ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับและต่อต้านการรุกรานของพลังปราณภายนอก! ทันทีที่แรงกดดันวิญญาณพุ่งเข้ามา หลุมดำ ในร่างเขาก็เปิดใช้งานอัตโนมัติ ดูดกลืนและสลายพลังงานส่วนเกินที่พยายามรุกรานจิตวิญญาณของเขาอย่างเงียบเชียบ!
เย่หวงจึงยังคงนั่งนิ่ง... จิบชาต่อไปอย่างสบายอารมณ์ ร่างกายเขาไม่ได้รู้สึกถึงแรงกดดันวิญญาณแม้แต่น้อย!
ทุกคนต่างสู้กันอย่างสุดกำลังภายใต้แรงกดดันระดับเทพ แต่มีเพียงสองคนที่ยังนั่งนิ่งสงบ...
มู่ชิงเสวี่ย ผู้ใช้พลังปราณปัญญาต้านทาน แรงกดดันอย่างยากลำบาก แต่นางยังคงนั่งหลังตรง จ้องมองผู้อาวุโสจิวด้วยแววตาที่แน่วแน่ และ เย่หวง... ผู้ที่นั่งจิบชาต่อไปอย่างสบายอารมณ์!
ผู้อาวุโสจิวยิ้มกว้าง มองเย่หวงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี!
"ฮื่อก... สองคนน... สองคนรอดดด... เย่หนุ่มมม... และ... บัณฑิตสาววว..."