กริมนั่งฟังหลายคนบ่นถึงชีวิตที่สิ้นหวังอยู่เงียบๆ ซึ่งในกลุ่มนี้ก็มีบางคนที่ไม่เคยเห็นโลกแบบอื่นเพราะบางคนได้ให้กำเนิดลูกหลานในตอนที่อยู่ในมิติของเทพเจ้าสงครามและถึงเด็กเหล่านั้นจะแข็งแกร่งแต่ทั้งหมดก็ต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของมิตินี้อยู่ตลอดเวลา
''หากพวกเจ้าอยากมีชีวิตรอดก็มาติดตามข้าทำงานให้ข้าแล้วข้าจะจัดการกับสัตว์เทพวายุอะไรนั่นให้เองและหลังจากนั้นข้าจะจัดการกับเทพเจ้าสงครามต่อแล้วพาพวกเจ้าทุกคนออกไปจากมิตินี้''เสียงกริมดังขึ้นมันทำให้คนที่อยู่ในที่คุมขังเงียบลง หลายคนหันมามองกริมด้วยสายตาดูถูกหรือไม่ก็สมเพช
''น้ำหน้าอย่าเจ้าเนี่ยนะจะจัดการสัตว์เทพวายุกับเทพเจ้าสงคราม เจ้ามีพลังพอที่จะทำแบบนั้นหรือไง''
''อย่าว่าแต่เทพเจ้าสงครามเลยแค่ข้าเจ้าจะเอาชนะได้หรือเปล่า เก็บแรงเอาไว้กรีดร้องตอนโดนกินเถอะ''หลายคนไม่เชื่อในสิ่งที่กริมพูดชายร่างบางที่มีมัดกล้ามไม่มากบวกกับใบหน้าที่หล่อเหลาแบบกริมจะไปครอบครองพลังขนาดที่จัดการเทพเจ้าสงครามได้ยังไงกัน ให้ตายพวกมันก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
''เจ้าบอกว่าเจ้าสามารถจัดการสัตว์เทพวายุและเทพเจ้าสงครามได้ใช่มั้ย ไม่ ไม่ แค่สัตว์เทพวายุก็พอหากเจ้ามั่นใจว่าจัดการได้ข้าจะติดตามรับใช้เจ้า''
''ข้าก็เหมือนกันเพราะถ้าหากเจ้าไม่มั่นใจหรือมีอะไรบางอย่างที่พิเศษเจ้าคงไม่พูดแบบนั้นหรอก''
''ข้าด้วย''กลายเป็นว่ามีคนเชื่อกริมประมาณ200คน ทั้งหมดไม่ใช่คนที่เชื่อคนง่ายแต่เพราะกำลังสิ้นหวังและด้วยประสบการณ์ที่พวกมันมีเมื่อมันเห็นกริมพูดออกมาโดยไม่มีการสั่นไหวของน้ำเสียงหรือสายตานั่นแสดงให้เห็นว่ากริมมั่นใจว่าทำได้ตามที่พูด
''เหอะ! ให้พวกโง่ ดันไปเชื่อเด็กอ่อนแอแบบนั้นก่อนตายซะได้''กลุ่มที่ไม่เชื่อกริมสบถด่าออกมาไม่ขาดสายแต่มันไม่ได้ทำให้กริมและคนที่เชื่อถือกริมเกิดความโมโหทั้งหมดแค่เงียบๆอยู่อย่างนั้นเพื่อรอเวลาจนกระทั่งเวลาได้ผ่านไปอีก1วัน ปัง! เสียงเปิดกรงขังทำให้คนที่อยู่ด้านในเกิดความหวาดกลัวจนไม่ขยับ
''จะออกมาดีๆหรือจะให้พวกข้าลากพวกเจ้าออกมา''ชนเผ่าวายุหลายคนกำลังยืนต่อแถวยาวอยู่ด้านหน้าแขนที่เป็นดาบของพวกมันกำลังส่องแสงวิบวับเป็นสัญญาณว่าถ้าหากไม่ออกมาพวกมันจะโจมตี
''ข้าไม่ออกไปให้โง่หรอก''
''ออกไปก็ตายอยู่ในนี้ก็ตาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ว่าทางไหนก็ตายแล้วข้าจะออกไปทำไม''ฉัวะ! ชนเผ่าวายุโจมตีพวกมันแค่ตัดขาคนที่ขัดขืนจากนั้นจึงแบกร่างของคนที่โดนตัดขาออกจากที่คุมขังไป
''คิดว่าข้าสนใจชีวิตของพวกเจ้า? หากสัตว์เทพวายุไม่ต้องการพวกเจาเป็นๆหละก็พวกเจ้าคงตายไปแล้วส่วนตอนนี้พวกเจ้าที่เหลือจะไสหัวออกมาดีๆหรือต้องการจะขาขาดก่อนตาย''หลายคนยังคงลังเลแต่กริมไม่สนใจขณะเดินแหวกคนเหล่านั้นออกมาพร้อมกับแอโร่
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นเจ้า2คนที่มาถึงที่นี่ในตอนแรกนี่เอง ดีมากที่รู้งานจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงของพวกข้าเห็นแล้วใช่มั้ยดู2คนนี้เป็นตัวอย่างขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ ออกมาซะเร็วเข้า''คนที่เชื่อมั่นใจตัวกริมทยอยเดินตามกันออกมา กลุ่มของกริมถูกนำไปที่หม้อขนาดใหญ่จากนั้นจึงถูกบังคับให้นั่งลงเพื่อรอตุ่บ! ตุ่บ! ตุ่บ! ตามมาด้วยคนที่ไม่ยอมออกมาจากที่คุมขังพวกมันถูกตัดขาแล้วนำตัวมาที่นี่ในภายหลัง
''เนื้อสัตว์อสูรมากมายขนาดนั้นเลยหรือนี่''กริมตกใจเพราะเนื้อสัตว์อสูรที่อยู่ในหม้อมันเยอะมากจริงๆหากให้พูดมันมากเท่ากับเนื้อมังกรที่โตเต็มวัย2-3ตัวรวมกันเลยด้วยซ้ำ โฮก! ชัดเจนว่าเป็นเสียงคำรามดูเหมือนสัตว์เทพวายุกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ตอนนั้นเองที่ชนเผ่าวายุที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดได้คุกเข่าลงบนพื้นจากนั้นพวกมันก็นำแขนข้างที่เป็นใบมีดปักลงไปในดินแล้วก้มหัวลงนี่คือการทำความเคารพสูงสุดของเผ่า
''ท่านสัตว์เทพวายุจงเจริญ ท่านสัตว์เทพวายุจงเจริญ ท่านสัตว์เทพวายุจงเจริญ''ชนเผ่าวายุตะโกนออกมาพวกมันบูชาสัตว์เทพวายุไม่ต่างไปจากเทพเจ้าจริงๆนี่ทำให้กริมหัวเราะเบาๆในลำคอ บูม! ลมพัดแรงขึ้นพร้อมๆกับสัตว์เทพวายุที่ชนเผ่าวายุเทิดทูนปรากฎตัวขึ้น จากที่กริมจ้องมองถึงกับพูดไม่ออกตัวของมันใหญ่เท่ามังกรและนอกจากปีกโปร่งใสแล้วมันก็ไม่มีอะไรอื่นให้น่าแกรงกลัวหรือเคารพเลย
''พวกเจ้าทำได้ดีมาก ครั้งนี้จะเป็นการออกล่าครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าเพราะหลังจากนี้มันไม่มีความจำเป็น''สัตว์เทพวายุอ้าปากออกฉับพลันเนื้อในหม้อขนาดใหญ่ที่ถูกเตรียมเอาไว้ก็ลอยขึ้นมา ทั้งหมดถูกบีบอัดจนตอนนี้มันมีขนาดพอดีคำของสัตว์เทพวายุ เอื้อก! สัตว์เทพวายุกลืนเนื้อสัตว์อสูรที่บีบอัดลงไปทันทีบูม! บูม! บูม! เพียงแค่นั้นออร่ารอบๆตัวของสัตว์เทพวายุก็รุนแรงมากขึ้น
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า อีกนิดเดียวเท่านั้น ตอนนี้ข้าเกือบจะหลอมรวมเลือดของเทพวายุได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว''สัตว์เทพวายุเงียบลงขณะจับจ้องไปที่ชนเผ่าวายุและคนที่ถูกชนเผ่าวายุจับมา แสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวของมันตูม! สัตว์เทพวายุทำบางอย่างที่ทำให้ชนเผ่าวายุต้องหวาดกลัวมันตบเท้าลงไปบนพื้นจากนั้นกรงขังที่ทำขึ้นมาจากคมมีดได้ห้อมล้อมชนเผ่าวายุเอาไว้ทั้งหมด
''ทะ...ท่านสัตว์เทพวายุ...ทะ...ท่านจะทำอะไร''ชนเผ่าวายุบางคนพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว
''ทำอะไร? พวกเจ้ามันโง่คิดจริงๆหรือว่าข้าต้องการพวกเจ้าเป็นข้ารับใช้ พวกเจ้ามันก็แค่อาหารของข้าแต่ไม่ใช่อาหารธรรมดามันเป็นอาหารที่ถูกใช้ให้ไปอาหารหารมาให้ข้าอีกที''ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!กลายเป็นว่าชนเผ่าวายุที่ทำงานให้สัตว์เทพวายุมาตลอดโดนสังเวยเป็นกลุ่มแรก พวกมันถูกบีบอัดจากนั้นจึงถูกกลืนกินด้วยความไม่ยินยอม
''ยังไม่พอ ข้ายังต้องการอีกนิดหน่อย ทีนี้ถึงตาพวกเจ้า''สัตว์เทพวายุหันไปมองทางกลุ่มของกริมบ้างซึ่งทำให้คนที่เลือกเชื่อใจกริมต่างหันไปมองกริมที่มีใบหน้าสงบนิ่งไร้ความหวาดกลัว ฟุ่บ!แต่อยู่ๆกริมก็หายไปจากสายตาของพวกมันในพริบตา
''ข้าต้องการเลือดของเทพวายุในตัวเจ้า''กริมลอยอยู่ต่อหน้าสัตว์เทพวายุขณะที่ในมือถือคาตานะเล่มขาวกริมได้ลงมือไปแล้วแต่ดูเหมือนรอบๆตัวสัตว์เทพวายุจะมีสายลมที่ดูดซับการโจมตีได้อยู่
''เจ้า...เจ้ามีกลิ่นอายที่เหมือนกับเลือดของเทพวายุหรือว่าเจ้าเองก็ดูดซับเลือดของเทพวายุไปเหมือนกันแต่มันไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะข้าเป็นคนไปเจอคนแรก หรือว่าเจ้าคือสาวกของเทพเจ้าสงคราม''สัตว์เทพวายุไม่ได้ตื่นตระหนกเพราะตั้งแต่มันดูดซับเลือดของเทพวายุเข้าไปมันก็หยิ่งผยองจนควบคุมไม่ได้ซึ่งมันมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าหลังจากที่มันดูดซับเลือดของเทพวายุได้ทั้งหมดเมื่อไหร่แม้แต่เทพเจ้าสงครามก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ง่ายๆ