สายฝนที่เคยโปรยปรายอย่างบ้าคลั่งเหนือนครหลวงตี้ตู บัดนี้กลับถูกรังสีฆ่าฟันอันหนาแน่นของหลินเฟิงบดขยี้จนสลายกลายเป็ละอองหมอกสีขาวลอยล่อง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มหน้ากากเหล็กที่ก้าวเดินบนอากาศช้า ๆ ทิ้งรอยเท้าเป็ดอกบัวเพลิงสีทองสลักลึกอยู่บนห้วงมิติ ทุกย่างก้าวของเขาราวกับเสียงกลองศึกที่เคาะเตือนวันอวสานของตระกูลมู่หรงสายรอง
หลินเทียนห่าวที่อยู่บนหลังของลูกชาย สูดหายใจเข้าลึก พลังโอสถเพลิงมรรคาเก้าสัจจะกำลังแล่นพล่านไปตามเส้นชีพจร ขับไล่เศษเสี้ยวพิษร้ายที่เกาะกุมมานานนับสิบปีให้กลายเป็ไอระเหยสีดำพวยพุ่งออกจากร่าง แววตาของอดีตพญาัแห่งแดนใต้กลับมาฉายประกายแหลมคมดั่งกระบี่ที่ถูกลับจนมันปลาบ
"เฟิงเอ๋อร์ ประตูวังหลวงเบื้องหน้ามีชื่อว่า 'ทวารหงส์ชาดสะกดทิศ' มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาธรรมดา ทว่าใช้กระดูกส่วนอกของอสูรวิหคน้ำแข็งาหลอมรวมกับทองคำหมื่นปี อีกทั้งยังมีค่ายกล 'เกราะวิหค์สลักจิต' หนุนหลัง... หากไม่มียอดฝีมือระดับ์สามคนร่วมมือกัน ต่อให้โจมตีเป็เวลาสามวันสามคืนก็ไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วน" หลินเทียนห่าวเอ่ยเตือนเสียงต่ำ สายตาจับจ้องไปยังประตูั์สีขาวบริสุทธิ์แกมทองคำที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในระยะหนึ่งร้อยวา
หลินเฟิงไม่ได้หยุดก้าวเท้า แววตาสีทองเื้ัหน้ากากเหล็กจับจ้องประตูทวารหงส์ชาดอย่างเฉยชา "ท่านพ่อ วางใจเถิด... ในสายตาของลูก ประตูบานนี้ก็เป็เพียงแค่แผ่นน้ำแข็งบาง ๆ ที่รอวันละลายเท่านั้น"
เบื้องล่าง บนกำแพงวังสูงชัน มู่หรงไห่ แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพหลวงยืนกำหมัดแน่นจนเกราะไหมทองคำส่งเสียงเสียดสีดัง *แกร๊ก ๆ* ใบหน้าของมันซีดเผือด ยามเมื่อเห็นแปดผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวงและผู้าุโเก้าแห่งสำนักโอสถดำตกตายไปต่อหน้าต่อตา ความมั่นใจที่เคยมีบัดนี้มลายหายไปสิ้นซาก เหลือเพียงความจนตรอกอันบ้าคลั่ง
"พลธนูล่าิญญา! ระดมยิง! อย่าให้มันก้าวเข้ามาในระยะห้าสิบวาเด็ดขาด!" มู่หรงไห่ะโลั่นจนเส้นเืที่ลำคอปูดโปน
ทหารเกราะทองคำนับพันนายที่อยู่บนกำแพงเมืองรีบง้างหน้าไม้กลขนาดั์ สายธนูเหล็กกล้าส่งเสียงขยับดังก้อง *ครืด... ครืด...* ก่อนที่ศระเิเพลิงทลายปราณนับหมื่นดอกจะถูกปล่อยออกจากแท่นยิง พุ่งทะยานแหวกอากาศจนเกิดเป็เสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู มุ่งตรงเข้าหาหนุ่มชุดดำดั่งฝูงตั๊กแตนสีแดงฉาน
หลินเฟิงขยับมือซ้ายเบา ๆ วาดเป็รูปครึ่งวงกลมกลางอากาศ พลังิญญาร้อยส่วนในร่างเดือดพล่าน ผสานเข้ากับศาสตร์ควบคุมมิติที่สืบทอดมาจากมรรคาภพ **"มหาหัตถ์พลิกสามภพ ขั้นที่สอง: ห้วงมิติสลับขั้ว!"**
*วิ้งงงงงงง!*
ผืนฟ้าเบื้องหน้าของหลินเฟิงพลันเกิดการบิดเบี้ยวดั่งผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินเข้าใส่ ห่าฝนศระเินับหมื่นดอกที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ทันทีที่ััถูกห้วงมิติบิดเบี้ยวกลับหยุดชะงักอยู่กลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์ พวกมันหมุนวนค้างอยู่กลางเวหา ดั่งถูกตรึงไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็น
"อะไรกัน?! มันสามารถหยุดศรล่าิญญาระดับปฐีได้พร้อมกันนับหมื่นดอกงั้นรึ?!" มู่หรงไห่ตาเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง พลังควบคุมมิติระดับนี้ มันเป็ขอบเขตอำนาจของระดับ์ขั้นกลางขึ้นไปชัด ๆ! ทว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับแผ่กลิ่นอายเพียงระดับแก่นแท้ขั้นกลางเท่านั้น! มันเป็เื่ที่ขัดต่อกฎเกณฑ์แห่งการฝึกตนโดยสิ้นเชิง
"ส่งคืนพวกเ้า..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ พลางสะบัดฝ่ามือซ้ายไปข้างหน้าเบา ๆ
*ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!*
ศระเิเพลิงทลายปราณนับหมื่นดอกกลับทิศทางกลางอากาศ พุ่งทะยานย้อนกลับไปหากองทัพหลวงบนกำแพงเมืองด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างที่เพิ่มขึ้นเป็สองเท่า!
*บรึ้มมมมมมมมมม!*
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันปานฟ้าถล่ม กำแพงวังหลวงส่วนหน้าถูกเปลวไฟสีแดงฉานแผดเผาจนะเิแตกกระจายเป็เศษหิน ร่างของทหารองครักษ์เกราะทองคำนับพันนายปลิวละลิ่วกลางอากาศ บ้างถูกฉีกกระชากเป็ชิ้น ๆ บ้างถูกไฟคลอกร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ควันไฟสีดำหนาทึบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ย้อมหน้าประตูวังหลวงให้กลายเป็ขุมนรกในพริบตา
มู่หรงไห่ใช้พลังปราณระดับนภาขั้นสูงสุดกางม่านพลังป้องกันเอาไว้ได้ทัน ทว่าร่างของมันก็ถูกแรงะเิกระแทกจนกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว เืลมในอกปั่นป่วนจนต้องเค้นไอออกมาเป็โลหิตคำโต มันเงยหน้ามองเด็กหนุ่มชุดดำที่ยามนี้เดินทะลุม่านควันไฟออกมาอย่างกะทันหัน ราวกับเทพมรณะที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากแรงะเิแม้แต่น้อย
"ไอ้เด็กอสูรกาย! ข้า มู่หรงไห่ จะไม่ยอมให้แกก้าวผ่านประตูบานนี้ไปได้!"
แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพหลวงรู้ดีว่าไม่มีทางถอย มันคำรามลั่นพลางหยิบโอสถสีแดงฉานเม็ดหนึ่งเข้าปาก... โอสถกระตุ้นสายเืต้องห้าม! ทันทีที่กลืนลงไป ทั่วร่างของมู่หรงไห่พลันขยายใหญ่ขึ้นจนสูงเกือบนิ้วเศษ เกราะไหมทองคำปริแตกหลุดร่วง เผยให้เห็นิัที่แปรเปลี่ยนเป็สีทองแดงเข้มสลักลึกด้วยอักขระโบราณ นี่คือวิชาลับประประจำตระกูลสายรอง **"กายาโลหะเทวะสะกดนภา"** วิชาสายป้องกันและโจมตีทางกายภาพระดับปฐีขั้นสูงสุด
มันชักขวานศึกั์ด้ามยาวสีทองคำออกมา ะโทะยานขึ้นจากกำแพงเมือง สับขวานลงมาใส่หัวของหลินเฟิงสุดแรงเกิด พลังกายภาพบวกกับพลังปราณเดือดพล่านจนทำให้อากาศรอบด้านฉีกขาดเป็เส้นสาย
"ตายซะ! ขวานเทวะทลายปฐี!"
หลินเฟิงหยุดยืนนิ่ง แววตาสีทองมองขวานั์ที่กำลังดิ่งลงมาด้วยความสมเพช "กายาโลหะเทวะงั้นรึ? ต่อหน้ากายาัจักรพรรดิของข้า... มันก็เป็ได้แค่เหล็กผุพังเท่านั้น"
หลินเฟิงไม่ได้ชักกระบี่เพลิงมรรคา ทว่าขยับหมัดขวาไปด้านหลัง ควบแน่นพลังิญญาร้อยส่วนและพลังทางกายภาพของกายาัจักรพรรดิขั้นที่สี่เข้าสู่หมัดจนเกิดเป็หัวัแสงสีทองคำขนาดใหญ่ล้อมรอบกำปั้น **"หมัดัจักรพรรดิถล่มภพ!"**
*เปรี้ยงงงงงงงงง!*
หมัดขวาของหลินเฟิงพุ่งเข้าปะทะกับคมขวานศึกทองคำของมู่หรงไห่โดยตรง เสียงปะทุของพลังงานดังสนั่นจนผืนดินโดยรอบทรุดลึกเป็หลุมกว้าง ทว่าในวินาทีที่ปะทะกัน ขวานศึกิญญาระดับปฐีของแม่ทัพใหญ่กลับเริ่มเกิดรอยร้าวและแตกสะบั้นกลายเป็เศษเหล็กปลิวว่อน พลังหมัดสีทองของหลินเฟิงยังคงพุ่งทะยานต่อไป กระแทกเข้าที่หน้าอกของมู่หรงไห่อย่างจัง
*กร๊อบ!*
เสียงกระดูกซี่โครงและกระดูกสันหลังหักละเอียดดังก้องชัดเจน อักขระกายาโลหะเทวะบนิัของมันแตกกระจายดั่งเครื่องลายคราม ร่างของมู่หรงไห่ปลิวละลิ่วกระแทกเข้ากับประตูทวารหงส์ชาดอย่างรุนแรง เืสดพุ่งกระฉูดออกจากปากและทวารทั้งเจ็ด ร่างกายอันใหญ่โตของมันค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมานอนจมกองเื สิ้นใจตายคาที่ในพริบตา!
แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพหลวง ยอดฝีมือระดับนภาขั้นสูงสุด... ดับสูญด้วยหมัดเดียว!
หลินเฟิงก้าวเท้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูทวารหงส์ชาดสะกดทิศขนาดมหึมา ยามนี้ไม่มีทหารเกราะทองคำคนใดเหลือรอดชีวิตขวางทางเขาอีกแล้ว เงียบสงัดแฝงรังสีฆ่าฟัน ตัวประตูสีขาวบริสุทธิ์แผ่ไอเย็นและแรงกดดันระดับนภาขั้นสูงสุดออกมา คอยต่อต้านผู้บุกรุกโดยอัตโนมัติ
"เฟิงเอ๋อร์ ประตูนี้เชื่อมต่อกับข่ายอาคมใหญ่ของวังหลวง หากเ้าโจมตีมัน... พลังทำลายล้างทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังตำหนักหยกเย็นของมู่หรงเสวี่ย ทำให้นางรับรู้ทันที" หลินเทียนห่าวเอ่ยเสียงเคร่ง
"ให้รับรู้ก็ดีแล้วครับท่านพ่อ... ข้า้าให้นางนั่งสั่นสะท้านอยู่บนบัลลังก์ รอคอยความตายที่กำลังจะไปเยือน" หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
เขาเอื้อมมือขวาไปจับด้ามกระบี่เพลิงมรรคาช้า ๆ ปลดปล่อยพลังิญญาร้อยส่วนทั้งหมดในร่างรวมเข้ากับสัจธรรมแห่งมรรคาภพ ใบกระบี่แปรเปลี่ยนเป็สีทองเจิดจ้าดั่งตะวันดวงใหม่ เปลวไฟสีทองแดงลุกท่วมสูงถึงสิบวา แผ่ความร้อนขั้นสูงสุดที่สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งศิลาเหล็กดาวตก
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่สาม: เพลิงกัลป์หลอมโลกา!"
*ฉัวะ!*
หลินเฟิงฟาดกระบี่เพลิงออกไปเป็แนวตั้ง คลื่นพลังงานดาบสีทองแดงขนาดร้อยเมตรพุ่งทะยานเข้าเฉือนประตูทวารหงส์ชาดอย่างรุนแรง ค่ายกลเกราะวิหค์สลักจิตที่อยู่บนบานประตูเปล่งแสงสีฟ้าครามหมายจะต้านทาน ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเพลิงมรรคาที่เป็ไฟสัจธรรมขั้นสูงสุด ไอเย็นของกระดูกอสูราพลันถูกละลายกลายเป็ไอน้ำในพริบตา คลื่นกระบี่กรีดผ่านประตูทองคำหนานับสิบฟุตแยกออกเป็สองซีกอย่างง่ายดายปานมีดร้อนตัดเนย!
*ตู้มมมมมมมมม!*
ประตูทวารหงส์ชาดสะกดทิศพังทลายล้มครืนลงมา เสียงหินและโลหะหมื่นปีถล่มดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งพระราชวังหลวง เผยให้เห็นเส้นทางเดินศิลาขาวทอดยาวมุ่งตรงสู่ตำหนักหยกเย็นเบื้องหน้า
ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหยกเย็น ภายในส่วนลึกของพระราชวังหลวง
*เพล้ง!*
ถ้วยชาหยกหิมะในมือของอัครมเหสีมู่หรง (มู่หรงเสวี่ย) พลันแตกสลับเป็ชิ้น ๆ ด้วยแรงกดดันจิติญญาของนาง ใบหน้างดงามไร้ที่ติที่เคยนิ่งสงบบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด แผ่นหยกชะตาชีวิตของแม่ทัพใหญู่มู่หรงไห่และแปดผู้าุโพิทักษ์เมืองหลวงบัดนี้แตกสลายกลายเป็ผงธุลีอยู่เบื้องหน้านาง
"แม่ทัพใหญ่ตายแล้ว... แปดผู้าุโก็ดับสูญ... ประตูทวารหงส์ชาดถูกทำลายภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม!" มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืนลั่น ชุดคลุมหงส์สีทองสะบัดพลิ้ว แผ่รังสีพลังกดดันของระดับ์ขั้นต้นออกมาอย่างเต็มที่ จนทำให้น้ำพุหยกโดยรอบกลายเป็น้ำแข็งในพริบตา
"หลินเฟิง... ไอ้เด็กสารเลวตระกูลหลิน! ข้าประเมินเ้าต่ำไปจริง ๆ ยามนั้นข้าควรจะตัดรากถอนโคนเ้าั้แ่อยู่ในท้องของมู่หรงซู่ซู่!" นางคำรามลั่นด้วยความแค้น แววตาสีครามฉายประกายอำมหิตลึกล้ำ
นางรู้ดีว่ายามนี้ยอดฝีมือระดับนภาของตระกูลมู่หรงสายรองในเมืองหลวงถูกหลินเฟิงล้างบางไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงนางและาุโสูงสุดอีกสองคนที่เป็ระดับครึ่งก้าวสู่์เท่านั้น หากนางยังคงกักตนต่อไป ตระกูลมู่หรงสายรองคงต้องดับสูญสิ้นซากก่อนที่นางจะสำเร็จวิชาขั้นสูงเป็แน่
"สั่งการองครักษ์เสื้อแพรพิฆาตระดับสูงที่เหลือทั้งหมด! เปิดใช้งาน 'ค่ายกลหมื่นหงส์กลืนโลหิต' รอบตำหนักหยกเย็น! ข้าจะออกไปเด็ดหัวมันด้วยมือของข้าเอง!"
กลับมายังเส้นทางศิลาขาวหน้าประตูวังที่พังทลาย หลินเฟิงยังคงแบกหลินเทียนห่าวเดินหน้าต่อไปอย่างสงบ สายลมเย็นพัดผ่านร่างเสื้อคลุมสีดำ ทว่ารังสีพลังกดดันรอบตัวเขากลับแผ่ขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ครอบคลุมพื้นที่พระราชวังหลวงไว้ทั้งหมดดั่งปราการที่มองไม่เห็น
"ท่านพ่อ... ใกล้ถึงตัวการใหญ่แล้วขอรับ" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเบา แววตาสีทองจับจ้องไปยังยอดตำหนักสูงเสียดฟ้าที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายพลังระดับ์ที่แผ่ออกมาจากตำหนักนั้นไม่ได้ทำให้เขากลัว ทว่ากลับทำให้สายเืัจักรพรรดิในร่างร่ำร้องด้วยความตื่นเต้น
"เฟิงเอ๋อร์ มู่หรงเสวี่ยยามนี้อยู่ในระดับ์ขั้นต้น พลังของนางเชื่อมต่อกับสายเืหลักที่นางแย่งชิงไป... เ้าต้องระวังวิชา 'วิหคน้ำแข็ง์จุติ' ของนางให้ดี มันสามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งดวงจิติญญา" หลินเทียนห่าวเอ่ยเตือนด้วยความจริงจัง
"แช่แข็งดวงจิตงั้นรึครับ?" หลินเฟิงยิ้มเย็น แขนขวาของเขากระชับด้ามกระบี่เพลิงมรรคาแน่นขึ้น ประกายไฟสีทองสะท้อนในดวงตาดั่งดวงดาวที่กำลังะเิ "เช่นนั้นก็มาดูกันว่า... ระหว่างน้ำแข็งต่ำช้าของนาง กับเพลิงสัจธรรมมรรคาภพของข้า... สิ่งใดจะดับสูญไปก่อนกัน!"
พญาัคลั่งก้าวเข้าสู่เขตพระราชวังชั้นในแล้ว และประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรต้าเซี่ยกำลังจะถูกจ
ารึกใหม่ด้วยคราบเืของตระกูลผู้ทรยศ!