ข่าวสำนักเงาจันทรกับวิหารไท่ชิงจะเปิดศึกกันในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า ต่างก็แผ่ขยายไปทั่วเมืองหนานหวัง ทั้งสองอำนาจในเมืองแห่งนี้ต่างก็ฆ่าฟันกันมาหลายปี แต่ไม่เคยที่จะเปิดากันจริงจัง วันนี้ข่าวาระหว่างสำนักเงาจันทร์กับวิหารไท่ชิงจะเปิดากันจึงแผ่ขยายไปทั่งเมืองหนานหวังผู้คนล้วนจับตามอง ส่วนสำนักหมื่นพิษยังไม่มีท่าทีอะไร เพราะสำนักหมื่นพิษทำตัวเป็กลางจึงไม่แสดงท่าทีอะไร
ณ ฝากฟ้าเหนือเขตวิหารไท่ชิง ขบวนทัพของสำนักเงาจันทร์เคลื่อนที่มาถึงเหนือเขตวิหารไท่ชิงแล้ว ศิษของวิหารไท่ชิงที่มองดู บางคนก็หวาดกลัวบางคนก็มีกลิ่นอายอาฆาตในประกายตา
วืบบบบ.... ทันใดนั้นค่ายกลคุ้มกันของวิหารไท่ชิงก็กางออกแล้วปรกคุมวิหารไท่ชิงทั้งหมดเอาไว้ นี้คือค่ายกลที่วิหารไท่ชิงใช้เพื่อป้องกันการโจมตี หากพลังยุทธ์ไม่เกินขั้นปราชญ์์ ค่ายกลนี้ย่อมไม่มีวันถูกทำลาย ทันใดนั้นประมุขเงาจันทร์ก็ก้าวเท้าออกมายืนหน้าสุด ส่วนหลี่น่าที่เห็นว่าศัตรูมาถึงแล้วนางก็พุ้งออกมาจากที่พัก แล้วมายืนประจันหน้ากับประมุขเงาจันทร์
"จ้าววิหาร... วันนี้ข้าจะให้เ้าเลือกสองทาง... ฮ่าๆๆๆๆ ประมุขเงาจันทร์หัวเราะออกมา จากนั้นก็พูดขึ้น ทางเลือกที่หนึ่ง เห็นแก่ที่จ้าววิหารมีรูปร่างที่งดงาม เช่นนั้นก็ยอมสิจำนนต่อสำนักเงาจันทร์และมาเป็คนอุ่นเตืองให้แก่ข้าซะ...
ทางเลือกที่สองก็จงตายอย่างหมาข้างถนนเสีย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ หลี่น่าที่ได้ยินเช่นนั้นกลับไม่มีท่าทีอะไร นางเพียงยืนบนอากาศใบหน้าเรียบเฉย จากนั้นนางก็พูดขึ้น "วาจาเน่าๆของเ้าเก็บไปไว้ใช้ตอนที่เ้าตายเถอะ....
"ประมุขเงาจันทร์ที่ได้ยินเช่นนี้ก็เกิดโทษะทันที ... เหอะ... ก็แค่ค่ายกลป้องกันกระจอกๆ คิดว่าข้าจะไม่มีทางทำลายมันอย่างงั้นรึ
"ศิษสำนักเงาจันทร์รับคำสั่ง... ประมุขเงาจันทร์ะโออกมา ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว เมื่อศิษของสำนักเงาจันทร์ได้รับคำสั่ง ทุกคนต่างก็พุ้งโจมตีเข้าใส่ ตูมมม ตูม ตูมมม ..
เสียงะเิดังขึ้นต่อเนื่อง พวกศิษเงาจันทร์ต่างก็โจมตีเข้าใส่ค่ายกลที่ปรกคุมวิหารไท่ชิงไว้อย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าค่ายกลที่ปรกคุมนั้นหาใช่ค่ายกลธรรมดา
ทุกครั้งที่ศิษเงาจันทร์โจมตีมา หากไม่ระวัง ค่ายกลนี้จะสะท้อนความเสียหายกลับไปยังผู้โจมตี
ศิษเงาจันทร์ที่ไม่ระวังต่างก็าเ็ไปแล้วไม่น้อย ประมุขเงาจันทร์ที่เห็นเช่นนั้นจึงขมวดคิ้ว จากนั้นก็ะโออกไปอีกที าุโหลักทั้งหมดรับคำสั่ง
หลังจากสิ้นเสียง าุโทั้งแปดคนของสำนักเงาจันทร์ก็ก้าวเท้าออกมายืนเรียงหน้ากัน พวกมันทั้งแปดมีใบหน้าที่อำมหิต
"ทำลายค่ายกลนี้ซะ.... ประมุขเงาจันทร์สั่งาุโทั้งแปด หลังจากที่ได้ยินพวกมันทั้งแปดก็ตั้งขบวนเป็แนวตรง โดยที่ผู้แข็งเกร่งสุดยืนอยู่หน้า จากนั้นคนสุดท้ายก็ส่งพลังยุทธ์มาให้คนที่เจ็ด แล้วก็ส่งพลังต่อกันมาเรื่อยๆ จนมารวมอยู่ที่คนยืนหน้าสุด จากนั้นก็พุ้งต่อยหมัดเข้าใส่ค่ายกลป้องกันของวิหารไท่ชิง
ตูมมมมมมมมมม.... เสียงะเิกังกึกก้อง นี่คือการโจมตีประสานของาุโทั้งแปดของสำนักเงาจันทร์ ค่ายกลสั่นะเืแต่ก็ยังไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ทั่วทั้งวิหารนั้นสั่นะเื จากนั้นาุโเงาจันทร์ทั้งแปดก็โจมตีมาอีกเป็ครั้งที่สอง ตูมมมมมม... ค่ายกลที่ได้รับการโจมตีที่รุนแรง ครั้งนี้ค่ายกลเกิดรอบปริแตกอย่างเห็นได้ชัด
หลี่น่าขมวดคิ้ว ศิษของวิหารต่างก็มีสีหน้าตึงเคลียด บึมมมมมม..... การโจมตีครั้งที่สามทำให้ค่ายกลพังทลายลงมา
"ฮ่าๆๆๆๆ..... ข้าก็นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แค่ค่าบกลกระจอกๆ
"ศิษวิหารทุกคนจงฟัง วันนี้ถึงแม้ต้องตาย ก็ตายอย่างภาคภูมิ พวกเราวิหารไท่ชิงยอมตายไม่ยอมสยบ ฆ่าาาาาาาาา.... หลี่น่าะโออกมา หลังจากที่ได้ยินเสียงจ้าววิหารสั่ง พวกศิษวิหารไท่ชิงทั้งหมดต่างก็พุ้งเข้าใส่ห่ำหั่นกับสำนักเงาจันทร์อย่างดุเดือด าุโทั้งห้าคนของวิหารก็พุ้งเข้าใส่กับาุโทั้งแปดของสำนักเงาจันทร์
หลี่น่าไม่รอช้า นางปลดปล่อยพลังยุทธ์ออกมาอย่างสุดขีดแล้วพุ้งขึ้นเหนือท้องฟ้าไปอีก ประมุขเงาจันทร์ที่เห็นดังนั้นก็พุ้งขึ้นไปตามหลี่น่า
เหนือฝากฟ้า ประมุขเงาจันทร์กับหลี่น่ายืนจ่องมองหน้ากัน ทั้งสองแผ่ไอสังหารออกมากดข่มกัน
"ข้าให้ทางรอด แต่จ้าววิหารกลับเลือกทางนี้ ฮ่าๆๆๆ เ้าคงเตรียมใจไว้แล้วสินะ
"ข้าหรือเ้าวันนี้ที่ต้องตาย อันนี้มันก็ไม่แน่... หลี่น่าพูดจบนางก็แผ่ลมปราณออกมาจากนั้นลมปราณก็ก่อรูปเป็วิหกเหมันต์แล้วพุ้งเข้าใส่ประมุขเงาจันทร์
"หึ.... ประมุขเงาจันทร์ปลดปล่อยพลังยุมธ์ออกแล้วประสานมือเข้าประกบกันตั้งเป็ท่ารับ ตูมมม.... วิหกเหมันต์โจมตีเข้าใส่ประมุขเงาจันเต็มๆ มิติรอบข้างต่างก็บิดเบี้ยว ศิษทั้งสองฝ่ายที่ต่อสู้กันอบู่เบื้องล่างต่างก็มองขึ้นไป
"การต่อสู้ของจ้าวิญญาระดับสูงช่างน่ากลัวนัก.... ห่างใกลออกไปหนุ่มน้อยผู้หนึ่งกล่าวออกมา
"ฮ่าๆๆๆ นี่นะหรือวิหกเหมันต์ที่ทุกคนต้องยำเกรง... ประมุขก้าวออกมาจากการโจมตีของหลี่น่า การโจมตีขนาดนั้นแต่กลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย เพราะประมุขเงาจันทร์นั้นฝึกวิถีกายา ร่างกายย่อมมีความทนทานกว่าคนปกติ จากนั้นประมุขเงาจันทร์ก็พุ้งเข้าใส่หลี่น่า การต่อสู้ของทั้งสองทำให้บรรยากาศรอบข้างนั้นบิดเบี้ยวไปหมด ท้องฟ้าจากที่สีสดใส แต่ทว่าตอนนี้กลับสีแดงชาดอย่างกับฟ้าจะถล่ม
ห่างออกไปไม่ใกล ประมุขหมื่นพิษกับจางเหว่ยศิษเอกกำลังยืนเฝ้ามองการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
"อาจารย์.. พวกเราจะไม่ยื่นมือช่วยเหลือวิหารไท่ชิงจริงๆนะหรือ... จางเหว่ยกล่าวถามประมุขหมื่นพิษ เพราะว่าตอนนี้ ทางวิหารไท่ชิงกำลังเสียเปรียบ
"เหอออออ.... ชายแก่ถอนหายใจออกมาแล้วก็เงียบไป
ส่วนิเฉิงตอนนี้เขากำลังนั่งทำความคุ้นเคยกับขอบเขตพลังใหม่ที่ได้รับการถ่ายโอนจากเจี๋ยคง เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ทางวิหารกำลังเปิดศึกกับสำนักเงาจันทร์
ิเฉิงลืมตาขึ้นช้าๆ จากนั้นก็กล่าวถามซิ่วอิง
"อาจารย์... ข้าเข้ามายังสุสานแห่งนี้นานเท่าใดแล้ว
"4เดือน... ซิ่วอิงตอบสั่นๆ พอิเฉิงได้ฟังถึงกับตะลึง
"ข้านึกว่าข้าเข้ามาได้เพียงหนึ่งเดือนกว่าๆเอง ข้าต้องกลับวิหารไท่ชิงแล้ว.... ิเฉิงพูดกับตัวเอง พูดจบิเฉิงก็พุ้งขึ้นไปบนฟ้าแล้วบินไปทางวิหารไท่ชิง
หลังจากที่ิเฉิงเข้าสู่ขอบเขตจ้าวิญญา เขาก็สามารถเหาะเหินและบินได้ ความเร็วของเขาตอนนี้เกินคาดของผู้คนที่พบเห็นก่อนหน้า เพียงแค่สีเดือนกลับทะลวงข้ามสองขั้นใหญ่ของพลังยุทธ์ มิหนำซ้ำวิถีกระบี่ยังเลื่อนขั้นไปขั้นที่สามของวิถี
ณ วิหารไท่ชิง ตอนนี้าได้กินเวลาไปหนึ่งวันเต็มๆ สิ่งก่อสร้างภายในวิหารต่างก็พังพินาจลงไปหมด ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับาเ็สาหัดจากการต่อสู้
เพียงแต่ทางวิหารไท่ชิงจะเสียเปรียบมากกว่า เพราะว่ากำลังคนมีน้อยกว่า บนฝากฟ้าเสียงของการต่อสู้ระหว่างประมุขเงาจันทร์กับหลี่น่าจ้าววิหารไท่ชิงก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บึมมมมมมมมม เสียงดังเป็ครั้งสุดท้าย บนฟ้าตอนนี้ลำแสงสายหนึ่งกำลังล่วงหล่นลงมาจากฟ้า ตามมาด้วยลำแสงอีกสายหนึ่งที่ล่วงตามกันมา
ตุบ ตุบ เสียงของร่างทั้งสองกระทบกับพื้นฝุ่นกระจาย ทั้งสองฝ่ายต่างก็มองมายังร่างที่ล่วงหล่น หลี่น่านอนอย่างหมดแรง สภาพของนางตอนนี้ อาภรณ์เต็มไปด้วยเื นางตอนนี้าเ็สาหัด ทันใดนั้นประมุขเงาจันทร์ก็ฝืนกายลุกขึ่้น สภาพของประมุขเงาจันทร์จะดีกว่านางหน่อย เพราะมันมีร่างกายที่แข็งเกร่งกว่า
"ท่านจ้าววิหาร... าุโหนึ่งพลันพูดออกมา แล้วพุ้งไปพยุงนางขึ้นมา าุโทั้งสองฝ่ายต่างก็าเ็ไม่แพ้กัน เพียงแต่ด้วยกำลังคนของทางวิหารไท่ชิงนั้นมีน้อยกว่าจึงทำให้ทางวิหารไท่ชิงเสียบุคคลที่สำคัญไปถึงสามคน าุโ สอง สาม สี ได้ตายไปแล้วเหลือเพียงาุโหนึ่งกับห้า ส่วนทางสำนักเงาจันทร์าุโทั้งแปด เหลืออยู่สี่คน
ิเฉิงระหว่างทางเดินกลับมายังวิหาร เขาได้ยินผู้คนต่างพากันพูดถึงาระหว่างสำนักเงาจันทร์กับวิหารไท่ชิง เขาก็รีบเร่งความเร็วกลับมายังวิหารด้วยความเร็วสูงสุด ตอนนี้เขาร้อนใจเป็อย่างมาก
ณ วิหารไท่ชิง ตอนนี้ทุกคนกำลังหมดหวัง เพราะจ้าววิหารที่เป็หัวหอกกลับพ้ายแพ้ให้กับประมุขเงาจันทร์ จึงทำให้ศิษทุกคนที่รอดชีวิตอยู่ตอนนี้ต่างก็หมดหวังว่าจะชนะในศึกนี้
ประมุขเงาจันทร์ก้าวเท้าออกมาช้าๆ "เหอะ... จ้าววิหารไท่ชิง ที่ผู้คนในเมืองหนานหวังต่างหวาดกลัว ก็ไม่เห็นจะเท่าไรนิ... ประมุขเงาจันทร์กล่าวเหยียดหยันออกมา ข้าจะไว้ชีวิตพวกเ้า หากจ้าววิหารยอมมาเป็คนอุ่นเตียงให้ข้า ฮ่าๆๆๆๆๆ
หลี่น่าสะบัดกายออกจากการพยุงของาุโหนึ่งแล้วก้าวเท้าออกมาสองก้าวจากนั้นนางก็พูดขึ้น
"เหอะ.. วิหารไท่ชิงยอมตายไม่ยอมสยบ จากนั้นนางก็พุ้งเข้าใส่ประมุขเงาจันทร์อีกที่
"จะตายอยู่แล้วยังไม่เจียมตัวอีก... ประมุขเงาจันทร์เพียงสะบัดฝ่ามือเข้าใส่หลี่น่าพี่พุ้งมาทางตนเบาๆเท่านั้น ตูมมม หลี่น่ากระเด็นกลับมาแล้วล้มลง นางกระอักเืออกมาคำโต ใบหน้าของนางตอนนี้ซีดอย่างกับผี
"เหอะ... จากนั้นประมุขเงาจันทร์ก็พุ้งเข้ามาแล้วบีบคอของนางยกตัวขึ้น....
"ท่านจ้าววิหาร.... าุโและศิษวิหารต่างก็โพร่งออกมาพร้อมกัน แต่ทว่าพวกเขากลับช่วยอะไรนางมิได้ ลำพังตัวเองก็จะไม่รอดอยู่แล้ว
"เรือนร่างของจ้าววิหารนับว่าสวยสุดในเมืองแห่งนี้... หากคิดจะฆ่าเ้าทิ้งข้าคงเสียดายแย่... ประมุขเงาจันทร์สงสายตาสำรวจเรือนร่างของหลี่น่าอย่างหื่นกระหาย ฮ่าๆๆๆๆๆ