หญิงงามอาภรณ์ขาวมุ่นคิ้วมองสมุนไพรจำนวนมากบนโต๊ะ สายลมพัดผ่านหน้าต่างผ้าม่านสีเทาหม่นไหวปลิวตามแรงลมที่พัดเข้ามาในห้อง ทำให้เส้นผมสีขาวสะบัดพลิ้วตามแรงลม ใบหน้าหวานฟุบหน้าลงกับโต๊ะไม้ ดวงตาดอกท้อตวัดสายตามองชายหนุ่มชุดดำด้านข้างด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากเม้มแน่นจนเกิดลักยิ้มข้างแก้มขวา
“เจ้าเลิกมองข้าด้วยสายตาแบบนี้สักที” เฟยหลงกล่าวขึ้นทำลายความเงียบ ทั้งที่สายตาไม่หันมามองหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงก้มหน้าอ่านตำราบนโต๊ะตัวเองไม่มีท่าทีสนใจ
เดิมทีพวกเขาควรจะนั่งอยู่คนละห้องในเวลานี้แต่เพราะช่วงนี้อากาศหนาว หิมะตกหนัก ทำให้สาวใช้เพียงคนเดียวของเขาคร้านที่จะจุดไฟหลายเตา นางจึงได้หอบเอาสมุนไพรกลิ่นแรงเหล่านั้นมาไว้ในห้องหนังสือของเขาเสียเลย
เฟยหลงถอนหายใจพลางปรายตามองอาวุธของตัวเองด้วยความเห็นใจ ดาบกระบี่หอกล้ำค่าควรเมือง เดิมทีควรจะได้อาบเลือดแต่ตอนนี้กลับต้องอาบกลิ่นของสมุนไพรแทนก่อน เดิมทีดาบโลหิตนิลอาวุธคู่กายของเขาควรจะมีกลิ่นเลือดกลิ่นเหล็กแสดงแสนยานุภาพอันน่าเกรงขาม แต่ตอนนี้กลับถูกหญิงงามใช้เป็นที่หั่นรากสมุนไพรแทนมีดธรรมดา
ในใจเขาอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อต้องใช้งานมันจริงๆ เกรงว่าดาบโลหิตนิลคงจะมีกลิ่นสมุนไพรติดตัวจนแม้แต่เลือดก็ล้างกลิ่นสมุนไพรของนางไม่ออก
“ข้ารู้สึกว่าคุณชายรูปงามเหลือเกินเจ้าค่ะ อีก 3 ปีท่านก็สวมกวานแล้ว ข้ากำลังคิดว่าหญิงงามคนใดหนอจะได้มาเป็นนายหญิงของข้า” ป๋ายฮวาแต่งเรื่องไปเรื่อยทั้งที่ในใจกำลังรู้สึกโกรธเขามากๆ
“แค่กๆๆ” ชายหนุ่มที่ยังไม่สวมกวานผู้ถูกกล่าวหาสำลักน้ำอย่างรวดเร็วเมื่อจู่ๆ นางก็คิดถึงเรื่องออกเรือนของเขาขึ้นมา
ดวงตานิลมองหญิงสาวด้วยแววตาล้ำลึกครู่หนึ่งก่อนจะคิดตามคำพูดของนาง ....ออกเรือน...เพียงคิดถึงเรื่องออกเรือนของตนเอง ใบหูทั้งสองข้างก็เริ่มร้อนเล็กน้อยจนรู้สึกว่าคอของตัวเองแหบแห้งต้องดื่มน้ำอีกหลายอึก หลังจากดื่มน้ำไปสองถ้วยจึงสามารถทำให้จิตใจสงบลงได้บ้าง
“อย่าพูดเหลวไหล ข้าอายุ 17 ปีเท่านั้น” เสียงแหบพร่าตำหนินาง
“ได้เจ้าค่ะ หากคุณชายมีหญิงสาวที่ชอบแล้วต้องรีบมาบอกข้านะเจ้าคะ ข้าจะเป็นคนเตรียมของหมั้นให้คุณชายเอง” ป๋ายฮวาตอบรับส่งๆ อย่างไม่สนใจมากนักเพราะรู้ดีชะตาของมหาเทพ ท่านผู้เฒ่าเกลียดผู้หญิงมากแค่ไหน จากตำนานโยนหญิงสาวลงจากวังเมฆานิลที่ล้ำลือมานานจนกลายเป็นตำนาน
ต่อให้มีความกล้าเพียงใด หากมหาเทพไม่พยักหน้ารับ เทพบนสวรรค์ก็คงไม่มีผู้ใดกล้าส่งคู่ชีวิตลงมาให้มหาเทพอยู่ดี เดิมทีนี่ก็เป็นชะตาสวรรค์ กำหนดตามความคิดของมหาเทพอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
ป๋ายฮวาหรี่ตามองเฟยหลง ในหัวไม่สามารถจินตนาการมหาเทพมีมหาเทวีอยู่เคียงข้างได้ ป๋ายฮวาส่ายหน้ารัว สวรรค์หนอสวรรค์ ความยุ่งยากของหงส์ขาวเช่นนางมีนานัปการ ไม่มีเวลาไปจัดการกับตำแหน่งมหาเทวีของสี่ทะเลแปดดินแดนหรอก
“ฮึ” เฟยหลงแค่นเสียงในลำคอ ความรู้สึกแสบร้อนปลายหูและดวงใจที่เต้นรัวด้วยความตื่นเต้นหายไปจนหมดสิ้น เปลี่ยนมารู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของนางแทน
แม้ตอบไม่ได้ว่าความไม่พอใจประหลาดเหล่านี้คืออะไร แต่เขารู้สึกว่าคำพูดของนางไม่ถูกต้องมากนัก แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าไม่ถูกต้องตรงที่ใด ทำให้เขาคร้านที่จะสนใจคำพูดไร้สาระของนางอีก
“เจ้าหยุดใช้ดาบโลหิตนิลของข้าหั่นสมุนไพรได้แล้ว”
ป๋ายฮวาซึ่งกำลังจะใช้รากสมุนไพรขูดกับดาบสีดำเงาหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ยังวางดาบให้นอนลงและใช้รากสมุนไพรขูดไปตามรอยคมของดาบอย่างรวดเร็วจนสามารถบดรากสมุนไพรได้สำเร็จโดยไม่รู้สึกเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย
เฟยหลงมองการกระทำของหญิงสาวก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นไม่กล้ามองภาพอันโหดร้ายได้อีกต่อไป เขาแสร้งทำทีเป็นก้มหน้าอ่านตำรา ขอเพียงไม่มองก็ไม่รู้สึกผิดกับดาบคู่กายของตัวเองแล้ว
ความเงียบค่อยๆ กลับมาอีกครั้งเหลือไว้เพียงเสียงการขูดสมุนไพรกับดาบสีดำบ้างบางครั้ง ป๋ายฮวาค่อยๆ ผสมสมุนไพรสีดำด้วยความตั้งใจ เดิมทีนางใช้เวลาผสมสมุนไพรตัวนี้อยู่หลายวัน แต่เพราะมีดาบโลหิตนิลที่นางใช้ทองคำไปมากกว่าสิบหีบเพื่อนำมามอบเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 16 ปีของเฟยหลง ทำให้การบดสมุนไพรของนางเป็นไปอย่างรวดเร็ว
เดิมทีดาบเล่มนี้นางเป็นคนซื้อมา นางก็มีสิทธิใช้ได้เช่นกัน...ไม่ใช่หรือ
“เรียบร้อย” เสียงใสร้องด้วยความดีใจก่อนจะค่อยๆ ก่อเตาไฟและวางหม้อขนาดเล็กคล้ายหม้อต้มยา เติมน้ำลงไป รอจนน้ำเดือดจึงค่อยๆ เติมสมุนไพรมากกว่าสิบตัวลงไปสมุนไพรทั้งหมดล้วนเป็นสีดำถูกเติมใส่หม้อช้าๆ ตามปริมาณที่กำหนด
เฟยหลงเงยหน้ามองการกระทำของหญิงสาวด้วยความสนใจ ความสงบและความอบอุ่นนี้ทำให้เขารู้สึกสบายใจจนเผลอยกมุมปากแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี บางทีเบื่อจากการอ่านหนังสืออยากพักสายตาเขาก็มักจะเงยหน้ามองการกระทำของหญิงสาว บางครั้งก็จะได้ยินเสียงนางคุยคนเดียวหรือนางอาจจะชวนเขาคุยบ้างเป็นบางครั้ง
หากรู้สึกเบื่อนางก็จะออกไปด้านนอกห้องครู่หนึ่ง และกลับมาพร้อมกับจานขนม นอกจากนี้ยังมีส่วนแบ่งของเขาอีกด้วย เดิมทีเขาไม่ชอบกินขนมหวานมากนักแต่หากมีนางอยู่ด้วยเขาก็มักจะเผลอกินไปหลายชิ้นเช่นกัน
หากอากาศหนาวเกินไปจนนางเป็นห่วงว่าเขาจะไม่สบาย ก็จะมีผ้าห่มมาคลุมให้เขา หรือหากกลัวว่าห้องจะหนาวแต่ไม่ได้ระบายอากาศ นางก็จะเปิดหน้าต่างเช่นวันนี้และเพิ่มเตาผิงมากหน่อย
เมื่อก่อนนางยังเป็นคนเตรียมให้เขาแต่เพราะพักหลังมาอาจจะเพราะความสนิทสนมที่เพิ่มมากขึ้นหรือเพราะความเคยชิน หรืออาจจะเพราะนางรังเกียจว่าก่อไฟทำให้อาภรณ์สีขาวของนางเปื้อนง่าย ดังนั้นอากาศหนาวปีนี้จึงเป็นเขาที่ต้องก่อไฟเอง แต่เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ในใจกลับรู้สึกดีใจนิดๆ ด้วยซ้ำที่พวกเขาสองคนค่อยๆ ช่วยเหลือกันในบางเรื่อง
ความรู้สึกจิตใจสงบและอบอุ่นเช่นนี้ ค่อยๆ ทำให้เขาคุ้นชินที่จะมีนางอยู่เคียงข้างกาย เดิมทีคิดว่าตัวเองไม่ชอบความวุ่นวายและโปรดปรานความเงียบสงบ แต่เมื่อมีนางอยู่ภายในห้องด้วยกัน หูฟังเสียงลมพัดใบท้อด้านนอกกับเสียงประกายไฟ บางครั้งก็พักสายตามองการกระทำของนาง.....กลับทำให้จิตใจของเขารู้สึกสงบและคลายกังวลมากยิ่งกว่า
“ข้ากลับห้องก่อนนะเจ้าคะ” เสียงใสปานกระดิ่งร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น แม้จะรู้สึกว่าไพเราะแต่กลับทำลายรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มทันทีที่ฟังประโยคนี้จบ
คิ้วขมวดมุ่นเป็นปมรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของนาง “ในห้องนอนของเจ้าไม่มีกระถางไฟไม่ใช่หรือ”
“ข้าผสมสมุนไพรเสร็จแล้วเจ้าค่ะ ก็ต้องย้อมผมให้กลับมาเป็นสีดำสิ” นางยกหม้อสมุนไพรสีดำที่เย็นแล้วให้เขาดู เพราะหลายวันมานี้กว่าจะมีเวลาผสมสมุนไพรก็ทำให้นางใช้ชีวิตด้วยผมสีขาวอยู่นานหลายวัน
ปกติป๋ายฮวาต้องเตรียมไว้หากมีเวลาว่าง แต่เพราะหลังจากทะเลาะกันกับเฟยหลงทำให้นางไม่อยากรื้อฟื้นความทรงจำที่ไม่ดีมากนัก นางจึงต้องใช้ชีวิตด้วยผมสีขาวเช่นนี้อยู่หลายวัน จนวันนี้รู้สึกว่าเฟยหลงอารมณ์ดีและไม่ติดใจเรื่องสีของเส้นผมแล้ว ซ้ำไม่เอ่ยถึงฐานะของนางอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น วันนี้ป๋ายฮวาจึงมีโอกาสได้ย้อมผมดำสักที
“ทำไมต้องกลับห้องด้วย”
ป๋ายฮวาถอนหายใจพยายามอธิบายอย่างใจเย็นว่า “ข้าต้องส่องกระจกเจ้าค่ะ หากย้อมในห้องนี้ข้าคงย้อมเองไม่ได้ หรือคุณชายจะย้อมให้ข้าเจ้าคะ”
“เอามาสิ” เฟยหลงบอกพร้อมยื่นมือขอหม้อสมุนไพรจากมือหญิงสาว
“เอาอะไรหรือเจ้าคะ” เขาคงไม่ใช่จะย้อมผมให้นางจริงๆ ใช่หรือไม่ สวรรค์... หากให้มหาเทพย้อมผมให้นาง สายฟ้าสวรรค์คงไม่ฟาดลงบนกระหม่อมของนางหรือ
“ข้าจะย้อมให้” เขานิ่วหน้าเมื่อเห็นว่านางไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาย้อมผมให้
ป๋ายฮวารีบเอาหม้อสีดำหลบก่อนที่เขาจะแย่งไปเสียก่อน “คุณชายฐานะสูงส่ง อย่าทำให้ข้าลำบากใจเลยเจ้าค่ะ ข้าย้อมเองได้”
เฟยหลงถลึงตามอง “ข้าย้อมได้”
นางไม่เชื่อใจเขาอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่เพียงแค่ย้อมผมสีขาวหรืออย่างไร
“การย้อมผมต้องย้อมก่อนที่สมุนไพรจะแห้งนะเจ้าคะ หากย้อมไม่ดี ผมของข้าจะแข็งมากเจ้าค่ะ ต้องใช้เวลาเร็วมาก หากช้าเพียงนิดเดียวทิ้งไว้นานเกินไป เส้นผมของข้าต้องไม่สวยไม่นุ่มเช่นตอนนี้แน่ๆ” ป๋ายฮวารีบอธิบาย เพราะเดิมทีเวลาย้อมผมนางมักจะใช้พลังเซียนช่วยชะลอสมุนไพรด้วย
กลัวสวรรค์ลงโทษนางก็กลัว แต่นางกลัวไม่สวยมากกว่า
“เอามา” เฟยหลงเอ่ยเสียงเข้มพร้อมยื่นมือไปแย่งหม้อสมุนไพรมาจากมือของหญิงสาวด้วยตนเอง
ป๋ายฮวามองตามหม้อสมุนไพรตาละห้อย ในใจรู้สึกอยากร้องไห้แต่กลับไร้น้ำตา ฮือ นางยังห่วงสวยอยู่นะ นางไม่อยากมีผมที่แข็งและไม่นุ่มนะ
เฟยหลงจับไหล่บางก่อนจะกดให้คนตัวเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ “นั่งลง”
“คุณชายเจ้าคะ ต้องย้อมให้เร็วก่อนที่สมุนไพรจะแห้งนะเจ้าคะ ท่านต้องย้อมตั้งแต่โคนผมมาปลายผมและย้อมทีละช่อ ท่านต้องย้อมทุกเส้นนะเจ้าคะ ข้าไม่อยากมีผมดำกับผมขาวบนหัวเดียวกัน” ป๋ายฮวารีบอธิบายเพิ่มเติม
“อืม” เฟยหลงพยักหน้าก่อนจะรวบเส้นผมสีขาวเหล่านั้นไว้ในกำมือ
“เดี๋ยวก่อน...ชุดของข้าจะเปื้อน โอ๊ย ช่างเถิดๆ ค่อยซื้อใหม่ก็ได้เจ้าค่ะ” ป๋ายฮวาทำหน้าเศร้าก่อนจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
เฟยหลงเห็นท่าทางเศร้าสร้อยของนางก็เริ่มรู้สึกผิด หรือเขาเอาแต่ใจมากจนเกินไป ความรู้สึกที่อยากย้อมผมให้นางด้วยตัวเองเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง ในใจรู้สึกประหม่าไม่กล้าย้อมผมให้นางแล้ว
“ข้า....” คำพูดที่มาถึงริมฝีปากกลับถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งชีวิตนับแต่เกิดมาเขาเพิ่งมีความรู้สึกอยากทำอะไรสักอย่างเป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่เส้นผมนุ่มลื่นอยู่ในกำมือเช่นนี้เขารู้สึกชอบเหลือเกิน หากต้องตัดใจปล่อยมือเขาคงทำไม่ได้
“หากข้าย้อมไม่สวย เจ้าอยากได้อะไรข้ายอมทุกอย่างเลย ดีหรือไม่” เมื่อไม่สามารถปฏิเสธใจตัวเองได้เขาจึงพยายามหลอกล่อนางแทน
ป๋ายฮวาเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยความตื่นเต้น “จริงหรือเจ้าคะ”
“อืม” เฟยหลงพยักหน้าตอบรับ
“ได้เจ้าค่ะ คุณชายย้อมผมให้ข้าได้เลย” เอาเถิด หากเขาย้อมไม่สวยหรือผมนางแข็งกระด้าง นางก็แค่รออีกสักหนึ่งเดือน สีดำก็หลุดแล้ว ครั้งหน้าค่อยย้อมใหม่แล้วกัน
ป๋ายฮวาหลับตานิ่งคล้ายยอมรับชะตากรรมแล้ว เฟยหลงเหลือบมองท่าทางของหญิงสาวก่อนจะลอบยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ มือใหญ่ค่อยๆ สางผมสีขาวแผ่วเบาด้วยความตั้งใจ
“โอ๊ย” ป๋ายฮวาร้องเสียงหลงเมื่อรู้สึกเจ็บ
คนตัวสูงรีบหยุดการกระทำอย่างรวดเร็ว “ขอโทษ....” มือของเขาเกี่ยวเส้นผมของนางมาหลายเส้น เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาใช้มือสางผมให้คนอื่นเช่นกัน
มือของเขาไม่ได้นุ่มลื่นเหมือนเจ้านายคนอื่น ตั้งแต่เด็กก็ใช้ชีวิตอยู่ในสนามฝึก พอเติบใหญ่ก็มักจะจับดาบอยู่เสมอ ทำให้ฝ่ามือเต็มไปด้วยรอยด้านและร่องรอยของการฝึกวรยุทธ มีบางครั้งรอยด้านบนฝ่ามือมักจะเกี่ยวเอาเส้นผมของนางติดมาด้วยหลายเส้น
“คุณชายต้องการหวีหรือไม่เจ้าคะ” ป๋ายฮวายื่นหวีสีดำให้เขา
เฟยหลงส่ายหน้าไม่ยินยอมก่อนจะพยายามใช้มือสางผมให้นางอย่างเบามืออีกครั้ง ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรงด้วยความเคร่งเครียด มือทั้งสองข้างตั้งใจสางผมด้วยความจริงจังเหมือนทำเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ความรู้สึกนุ่มลื่นคล้ายจับผ้าไหมล้ำค่าควรเมืองจนเขาไม่อาจจะวางมือลง ใช้เวลาไม่นานเขาก็สางผมยาวได้อย่างชำนาญ ผมยาวสีขาวค่อยๆ ทิ้งตัวกลายเป็นม่านน้ำตก เมื่อกระทบกับแสงจากหน้าต่างก็เกิดประกายเงางามคล้ายกับกระจกบานหนึ่ง
ในใจรู้สึกไม่อาจจะตัดใจทำลายผมสีขาวของนางได้
“ไม่ต้องย้อมสีดำก็ได้” ปากที่ไวกว่าความคิดเพราะเขารู้สึกว่าผมสีขาวของนางสวยงามจนตัวเองวางมือไม่ลง มือหนาสางผมให้นางอย่างชำนาญจนร่างเล็กรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกพอใจกับการปรนนิบัติเช่นนี้เป็นอย่างมาก
“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ข้ายังต้องออกไปตลาดและไปพบผู้คนมากมาย”
เฟยหลงมองหญิงสาวที่กำลังหลับตาและรอรับการปรนนิบัติอย่างสบายใจ คิ้วเรียวเล็กรับกับใบหน้า ดวงตาดอกท้อตอนนี้กำลังหลับตาพริ้มสบายอารมณ์ ขนตายาวงอนสีดำ จมูกปลายเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากสีชมพูอมยิ้มมุมปากด้วยความพอใจจนสังเกตเห็นลักยิ้มเล็กๆ ข้างแก้มขวา ใบหน้าเนียนละเอียดสีขาวนวลสะท้อนกับแสงแดดด้านนอก ยิ่งเมื่อเขาเอาฝ่ามือซึ่งผ่านการเรียนวรยุทธ์มาหลายปีเทียบกับหน้าของนางแล้วกลับเห็นความต่างของสีได้อย่างชัดเจน
กลิ่นลูกท้อคล้ายมีคล้ายไม่มีลอยผ่านจมูกเขาอยู่ตลอดเวลา แม้จะมีกลิ่นสมุนไพรแต่กลับได้กลิ่นลูกท้อบ้างบางครั้ง เมื่อก้มหน้าลงไปเล็กน้อยจนจมูกแนบชิดกับไรผมจึงสามารถได้กลิ่นลูกท้ออย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ดวงตามังกรสีนิลมองโครงหน้าตรงหน้านิ่ง จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าผมสีขาวและอาภรณ์ขาวของนางกลับเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดและมีความโดดเด่นที่สุดในสายตาของเขา เดิมทีเขาชอบสีดำและคิดว่าตัวเองคงไม่ชอบสีขาวแต่หญิงงามอาภรณ์ขาวเกศาขาวเบื้องหน้ากลับเป็นข้อยกเว้น เขาเพียงรู้สึกว่าเมื่อสีขาวอยู่บนตัวของนางกลับเป็นสิ่งที่ลงตัวและสวยงามที่สุดแล้ว
ในใจรู้สึกหลงใหลจนไม่อยากปล่อยมือ
“ทำไมคุณชายยังไม่ยอมผะ ผม...เจ้าคะ” ป๋ายฮวาเอ่ยเมื่อเห็นเขาเงียบไปก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่มองเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นดวงตาสีนิลล้ำลึกของเฟยหลงซึ่งกำลังก้มลงมาจนแทบจะแนบชิดกับใบหน้าของนาง
หญิงสาวชะงักไปพร้อมๆ กับที่ดวงตามังกรคู่นั้นนิ่งไปเช่นกัน คล้ายเวลาหยุดเดินไปหลายอึดใจก่อนที่จะกลายเป็นเฟยหลงที่ยอมหลบสายตาและเงยหน้าขึ้นเช่นเดิม
“แค่ก ขออภัย ข้ากำลังมองว่าเส้นผมของเจ้าควรย้อมตั้งแต่ตรงไหนเท่านั้น” เสียงแหบพร่าแก้ตัวด้วยความกระอักกระอ่วนหลังจากประสานเข้ากับดวงตาใสกระจ่าง
เฟยหลงกระแอมไอไล่ความแหบแห้งในลำคอก่อนจะเสมองไปทางอื่น ใบหูผ่าวร้อนเหมือนเช่นทุกครั้งที่เข้าใกล้นาง แต่ครั้งนี้นอกจากความร้อนปลายหูแล้วเขายังเริ่มรู้สึกร้อนต้นคอและแก้มอีกด้วย
“โอ๊ย” เพราะเผลอกำมือตัวเองหากรู้สึกประหม่าทำให้ลืมไปว่ายังมีเส้นผมสีขาวอยู่ในมือ เขารีบลูบผมสีขาวเพื่อปลอบโยน “ขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
“จะ เจ้าค่ะ” ป๋ายฮวาตอบเสียงเบาหวิว
การสบตาเมื่อสักครู่ ทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดตรงบริเวณหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง หัวใจซึ่งกำลังเต้นรัวและเร็วขึ้นจนกลัวว่าชายหนุ่มด้านหลังจะได้ยินทำให้ป๋ายฮวาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าตอนนี้เฟยหลงเริ่มลงมือย้อมผมให้ตนเองแล้ว
หัวใจเต้นรัว แผ่นหลังแนบชิดกับลำตัวของชายหนุ่ม บางครั้งมือของเขาก็สัมผัสต้นคอทำให้ใบหน้าหวานค่อยๆ แดงระเรื่อกลายเป็นสีชมพู มือเล็กกำชายกระโปรงของตัวเองแน่นด้วยความประหม่า ความรู้สึกจักจี้ทุกครั้งที่มือใหญ่แตะถูกต้นคอและใบหูส่งผลให้ทั้งร่างกายชาวาบ
โชคดีที่เป็นการย้อมผมครั้งแรกของเฟยหลง ดังนั้นคอของนางจึงเต็มไปด้วยสมุนไพร เพราะความร้อนหลังคอและใบหูเผาไหม้จนแดงก่ำ แก้มทั้งสองข้างร้อนจนรู้สึกว่าอาจจะมีควันลอยออกมาจากแก้มตัวเอง แม้จะพยายามอย่างไรความร้อนกลับไม่น้อยลงเลย
หน้าอกด้านซ้ายซึ่งมีหัวใจเต้นรัวเร็วทำให้ป๋ายฮวาเริ่มรู้สึกสงสัยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายแรงอยู่หรือไม่ ทำไมหัวใจของนางถึงเต้นเร็วเพียงนี้
“เจ้าไม่สบายหรือ” เฟยหลงถามเมื่อสังเกตเห็นว่าแก้มของหญิงสาวแดงก่ำจนแทบจะสามารถคั้นออกมาเป็นเลือดได้
ป๋ายฮวารีบส่ายหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะแก้ตัวตะกุกตะกักว่า “มะ...ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าได้ไม่ชอบกลิ่นสมุนไพรจึงรู้สึกแสบจมูก”
“อดทนหน่อย ข้าจะรีบทำให้เสร็จ” เฟยหลงเร่งมือให้เร็วกว่าเดิม เดิมทีเขาคิดว่าควรจะใช้หวีค่อยๆ ย้อม แต่การใช้มือควักเอาสมุนไพรและยีผมด้วยมือตนเองกลับทำได้คล่องมือมากกว่า
“คุณชายเสร็จหรือยังเจ้าคะ” ป๋ายฮวาถามเพราะความรู้สึกที่มือหนาสัมผัสต้นคอทำให้นางรู้สึกจักจี๋จนตัวเกร็งเหนื่อยแล้ว
เฟยหลงรวบผมสีดำซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรขึ้นใช้ทั้งสองข้างบีบๆ นวดๆ เส้นผมอีกครั้งก่อนจะม้วนผมและเอาแถบผ้าสีขาวบนโต๊ะมารัดผมของนางไว้แน่น
“คุณชายเลิกมองข้าได้แล้วเจ้าค่ะ” ป๋ายฮวาใช้มือปิดหน้าพอหันมาเห็นเฟยหลงจ้องนางไม่วางตา ตอนนี้นางไม่มีหน้าไปพบใครแล้ว แม้จะไม่มีกระจกแต่นางรู้สึกได้ว่าสมุนไพรสีดำต้องเปื้อนต้นคอและใบหน้าของนางแน่นอน
เฟยหลงยกยิ้มมุมปาก “ต่อไปต้องทำอย่างไรหรือ”
“ต้องรีบล้างออกเจ้าค่ะ ข้าต้มน้ำไว้แล้ว” ป๋ายฮวาทั้งอธิบายทั้งรีบเร่งฝีเท้าเดินออกจากห้องเพราะไม่อยากทิ้งสมุนไพรไว้บนหัวนาน
“เจ้าไปรอในห้องอาบน้ำเถิด ข้าจะยกน้ำร้อนไปให้” เฟยหลงแย่งอ่างน้ำในมือของนางก่อนจะเป็นฝ่ายเทน้ำร้อนใส่อ่างแทน
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มจะช่วย ป๋ายฮวาจึงพยักหน้าและกลับเข้าไปในห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นาน เขาก็เติมน้ำร้อนใส่อ่างอาบน้ำจนเต็ม
“ข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อน” เฟยหลงบอกเสียงแหบพร่าหลังจากเห็นเงาร่างหญิงสาวในกลุ่มไอน้ำสลัวไม่ชัดเจน ในหัวมีภาพจินตนาการมากมายจนไม่อาจจะควบคุมต้องรีบขอตัวไปอาบน้ำเช่นกัน
“ฮืออออออออ คุณชาย” เสียงกรีดร้องดังจากห้องข้างๆ เฟยหลงซึ่งกำลังเช็ดผมของตัวเองรีบวางผ้าก่อนจะวิ่งไปหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว
ประตูห้องถูกผลักรุนแรงพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มปรากฏตัว “เกิดอะไรขึ้น” เฟยหลงถามพลางเดินเข้าไปหาร่างอรชรอาภรณ์ขาวและเส้นผมซึ่งตอนนี้แห้งและกลายเป็นสีดำแล้ว คนตัวเล็กก้มหน้าฟุบลงกับโต๊ะด้วยไหล่ที่สั่นสะท้าน
ดวงตาดำมืดมีประกายโทสะวาบผ่าน เขาสะกิดแขนนางเบาๆ ก่อนจะถามเสียงเข้มว่า “เกิดอะไรขึ้น” เฟยหลงมองรอบตัว หรือระหว่างที่เขากำลังอาบน้ำมีอันตรายบางอย่าง หรือมีใครแอบเข้ามาทำร้ายนาง อีกไม่กี่วันซื่อจื่อเว่ยชีหลานก็กลับมาแล้ว หรือมีคนในวังหลวงลอบเข้ามาในเรือน
“ฮืออออ ผมของข้าไม่ลื่นแล้ว ผมของข้าไม่นุ่มแล้ว ฮือออ ผมของข้า ฮึก” ป๋ายฮวาเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา ดวงตาดอกท้อแดงก่ำบวมซ้ำเต็มไปด้วยหยดน้ำตาไหลอาบหน้า น้ำตาหยดใหญ่ค่อยๆ หยดลงพื้นดั่งไข่มุก ริมฝีปากแดงเม้มแน่นจนมีลักยิ้ม แก้มทั้งสองข้างเป็นรอยแดงเพราะฟุบหน้าร้องไห้บนโต๊ะเครื่องแป้ง
“หา....” เฟยหลงอ้าปากมึนงงก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวซึ่งมีส่วนสูงเท่าหน้าอกกำลังร้องไห้เสียงดัง หยาดน้ำตาร่วงลงพื้นไม่ขาดสาย ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าน้อยอกน้อยใจคล้ายไม่ได้รับความเป็นธรรมทำให้เขาทำตัวไม่ถูก
ดวงใจแกร่งดั่งหินผาอ่อนยวบยาบจนเขารู้สึกทั้งอยากขำทั้งรู้สึกเอ็นดูอยากลูบหัวและดึงเข้ามากอดปลอบเหลือเกิน เฟยหลงหลุดขำก่อนจะพยายามกลั้นรอยยิ้มมุมปากแสร้งตีหน้านิ่ง ชายหนุ่มก้มหน้าให้อยู่ในระดับเดียวกันและลูบผมแผ่วเบาเพื่อตรวจดูว่าไม่นุ่มลื่นเช่นที่ทำให้นางร้องไห้หนักถึงเพียงนี้หรือไม่
“ไม่แข็ง ยังนุ่มเช่นเดิม” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยโดยแม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัว
ดวงตาซึ่งเคยเย็นชาโค้งเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อไม่ให้หลุดขำ ทั้งเอ็นดูทั้งสงสาร เขาก็ไม่รู้ว่าควรปลอบลูกสุนัขตัวน้อยซึ่งกำลังร้องไห้ไม่หยุดอย่างไรเช่นกัน
“ฮือ.... มันแข็งมากเลย ฮึก เพราะท่านนั่นแหละ เพราะท่านอยากจะย้อมผมให้ข้า ฮืออ ผมของข้าแข็งแล้ว ฮึก ไม่งามแล้ว” ป๋ายฮวากำมือทุบไหล่เฟยหลงด้วยความโกรธทั้งน้ำตา
นางเสียใจถึงเพียงนี้ เขายังยิ้มขำได้อีก
เฟยหลงกลั้นยิ้มปล่อยให้หญิงสาวทุบไหล่ตัวเองระบายความโกรธเพราะไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย กำปั้นเล็กๆ ของนางไม่สามารถสร้างความเจ็บปวดให้เขาได้
“ไม่แข็งจริงๆ ยังนุ่มลื่นเหมือนเดิม” เขารีบใช้ชายแขนเสื้อเช็ดน้ำตาออกให้ป๋ายฮวาด้วยความตั้งใจ ใบหน้าเคร่งขรึมขมวดคิ้วแน่นคล้ายกำลังทำเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง
ป๋ายฮวาทุบอกเขาอีกหนึ่งกำปั้น “ฮือออ เส้นผมข้าแข็งเช่นนี้เป็นเพราะท่าน”
“ไม่แข็งจริงๆ ผมของข้ายังแข็งกระด้างกว่าของเจ้าอีก” เฟยหลงรวบผมของตนเองให้นางสัมผัส เพราะถึงตอนนี้เขายังไม่รู้สึกว่าผมของหญิงสาวแข็งเลยแม้แต่น้อย ยังคงนุ่มลื่นเป็นเงางามเช่นเดิมไม่เปลี่ยน
“แต่เมื่อก่อนมันนุ่มลื่นกว่านี้ ฮึก” ป๋ายฮวาจับผมของตัวเองและผมของเฟยหลงเทียบกัน ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง แม้ผมของเขาจะไม่นุ่มลื่นเช่นของนาง แต่เมื่อก่อนผมของนางสวยกว่านี้นี่นา
“ทำไมถึงร้องไห้อีกแล้วเล่า” เฟยหลงหลุดขำก้มหน้าลงใช้ชายแขนเสื้ออีกข้างค่อยๆ เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าหวาน ตัวของนางทำมาจากน้ำหรืออย่างไร
ป๋ายฮวาเบ้ปากทุบอกเขาอีกหนึ่งกำปั้น “เพราะท่านคนเดียว ฮึก”
“ได้ๆๆ เพราะข้าคนเดียว ข้าผิดเอง อภัยให้ข้าได้หรือไม่” ชายหนุ่มรีบพยักหน้ารับผิด
ป๋ายฮวาใช้ดวงตาแดงก่ำมองเขานิ่งก่อนจะสะอึกสะอื้นด้วยความน้อยใจ
“หากเจ้าต้องการสิ่งใด ข้ายินดีทำตามความต้องการของเจ้าเลย ดีหรือไม่” เสียงซึ่งเคยเย็นชาตอนนี้กลับอ่อนโยนจนเจ้าตัวแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยว่าตอนนี้กำลังใช้น้ำเสียงปลอบหญิงสาวด้วยความอ่อนโยนเพียงใด มือหนาลูบผมสีดำลื่นแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ขยับเข้าหากันโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้สึกตัว
“ฮึก จริงหรือ”
เฟยหลงพยักหน้ารับคำ “อืม”
“ข้าอยากไปเที่ยว ตั้งแต่ข้ามาที่นี่ก็ไม่เคยไปเที่ยวเลย ท่านพาข้าไปเที่ยวได้หรือไม่เจ้าคะ” ปลายเสียงแผ่วเบาด้วยความไม่มั่นใจมากนัก เพราะหากนางไปตลาดก็มักจะไปคนเดียวเสมอ ทำให้ไม่เคยได้เที่ยวเลยสักครั้งแม้จะผ่านมา 7 ปีแล้ว ชีวิตในโลกมนุษย์ของนางมีเรือนหลังนี้หลังเดียวเท่านั้น
“.............” เมื่อฟังจบ เฟยหลงก็ชะงักนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งด้วยความลำบากใจ มือหนาค่อยๆ ละมือจากผมของนางอย่างเชื่องช้า
“อีกสามวันในเมืองมีเทศกาล วันนั้นเราใส่หน้ากากก็ได้เจ้าค่ะ ไม่มีใครมาสนใจพวกเราหรอก” ป๋ายฮวารีบอธิบาย
ใบหน้าเข้มนิ่งเงียบไปพร้อมๆ กับที่คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน
“ฮึก ไม่ไปก็ได้” เมื่อเห็นท่าทางของเขาแล้ว ป๋ายฮวาที่เพิ่งหยุดร้องไห้ค่อยๆ เบ้ปากด้วยความน้อยใจ ดวงตาดอกท้อค่อยๆ มีน้ำตาคลออีกครั้ง
“ตัวของเจ้าปั้นมาจากน้ำหรืออย่างไร หืม...” เฟยหลงหลุดยิ้มคลายคิ้วซึ่งเคยขมวดออกจากกัน
ป๋ายฮวาเบ้ปากน้อยใจ “ฮึก ฮือ ท่านไม่ทำตามคำพูดเองนี่”
“ได้ๆๆๆ วันนั้นเราไปเที่ยวกัน ดีหรือไม่ หยุดร้องไห้ได้แล้ว อีกสามวันข้างหน้าเราไปเที่ยวกันนะ” เฟยหลงพยักหน้าอย่างอ่อนใจ ต่อให้เป็นเรื่องที่ลำบากใจเพียงใด แต่เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าเสียงร้องไห้และท่าทางเม้มปากมองเขาด้วยสายตาน้อยอกน้อยใจเช่นนี้ ต่อให้หัวใจแกร่งดั่งหินผาก็อ่อนยวบเหลวละลายลงอยู่ดี
หากต้องยืนต่อหน้าสายตาของนางต่อให้วันหนึ่งหญิงสาวร้องไห้อยากได้ดาวอยากได้เดือน เขาคงต้องปีนขึ้นไปเด็ดลงมาให้นางใช่หรือไม่ แม้จะไม่รู้ว่าตำแหน่งของนางอยู่ที่ใดในหัวใจ แต่รู้เพียงว่าเมื่ออยู่ต่อหน้านาง เขาไม่สามารถพูดคำว่าไม่ออกมาได้เลย เย็นชาแค่ไหนหัวใจก็อ่อนยวบยาบยอมลงให้นางนับแต่หยดน้ำตาหยดแรกไหลอาบแก้มแล้ว
สรรพสิ่งล้วนอับแสงมลายสิ้น
มีเพียงดวงตาสีนิลของเจ้าที่สดใส
ยามไร้สิ้นเจ้าเคียงข้างกายใจ
สิ่งงดงามทั้งหลายล้วนไร้ค่า
ขอเพียงเจ้ายินยอมหวนคืนมา
ดาวเดือนฟากฟ้าข้ายินดีนำมาแลก