ระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ)

    เล่มที่ 6 บทที่ 156 หนึ่งฝ่ามือสยบมาดวีรบุรุษ

            ท้าประลองถอนป้ายสำนัก?

            หวงเส้าเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง

            เขารู้จักคำพวกนี้ดีแต่ทำไมพอมารวมเป็นประโยค เขากลับรู้สึกฟังไม่ค่อยเข้าใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น?

            แต่ไม่นานนักหวงเส้าเทียนก็ได้คำตอบ

            เจียงจืออวี๋ก้าวขึ้นสู่ลานประลองยุทธ์จากนั้นก็พาดหอกโลหะผสมขวางไว้ หมุนตัวกลับมามองกลุ่มคนที่เดินตามหลังมานับร้อย

            “เจียงจืออวี๋แห่งสุ่ยมู่รับคำเชิญจากคณบดีหวังเหมิ่งแห่งมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจเดินทางมาเพื่อตั้งลานประลองที่นี่โดยเฉพาะ!”

            “นักศึกษาคณะวิถียุทธ์พลังเลือดแห่งมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจทุกคนสามารถขึ้นประลองได้!”

            ประโยคเหล่านี้ของเจียงจืออวี๋ดังก้องชัดเจนเข้าหูของทุกคน

            เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของทุกคนที่ได้ยินคำประกาศของเจียงจืออวี๋ต่างแข็งค้างไปพร้อมๆกัน

            โดยเฉพาะหวงเส้าเทียนที่มุมปากกระตุกติดๆกันหลายครั้ง เขารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ดี

            ด้วยท่าทีและน้ำเสียงของเจียงจืออวี๋เช่นนี้ไม่ใช่การมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แต่อย่างใดนี่คือการตั้งใจมาพังป้ายชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจชัดๆ!"

            นักศึกษาปีหนึ่งจากสุ่ยมู่เพิ่งเข้าเรียนได้นานเท่าไรกันแต่กลับกล้ามาท้าทายนักศึกษาทั้งหมดของคณะวิถียุทธ์พลังเลือดแห่งมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจโดยตรง

            ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะลงเอยแบบใดแต่อย่างน้อยจากคำพูดนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเจียงจืออวี๋ไม่ได้เห็นมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

            หากเรื่องนี้แพร่ออกไปเกรงว่ามหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจคงกลายเป็นที่ขบขันไปอีกนานแสนนาน

            เรื่องท้าประลองถอนป้ายสำนักใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นแต่นั่นจำกัดอยู่แค่ตามโรงฝึกวรยุทธ์ทั่วไปเพราะการทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการทุบหม้อข้าวผู้อื่น

            แต่สำหรับขุมกำลังระดับมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจประการแรกคือไม่มีใครกล้าท้าทาย ประการที่สองคือไม่มีความจำเป็นต้องทำ

            อย่าว่าแต่จะสู้รบจนผ่านไปได้ทั้งหมดหรือไม่แค่การกระทำนี้ก็เท่ากับล่วงเกินมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจรวมถึงผู้คนที่อยู่เบื้องหลังมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจจนถึงขั้นแตกหักแล้ว

            ในฐานะที่มหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยสายต่อสู้ชั้นยอดของเทียนเฉาแม้รากฐานจะเทียบสุ่ยมู่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ด้อยไปกว่ากันอย่างแน่นอนอย่างน้อยยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ในช่วงหลายปีมานี้มหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจก็สร้างคนขึ้นมาไม่น้อย หรือแม้แต่ระดับจักรพรรดิยุทธ์เองก็มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจเช่นกัน

            เรื่องที่เหนื่อยเปล่าแต่ไม่ได้ประโยชน์เช่นนี้หากไม่โง่งมย่อมไม่มีใครคิดทำ

            เพียงแต่ในวันนี้เจียงจืออวี๋ดูราวกับจงใจมาเพื่อท้าทายความเข้าใจของพวกเขาโดยเฉพาะ

            เธอพูดคำเหล่านี้ออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายจริงๆและเป้าหมายการท้าประลองยังเหมารวมนักศึกษาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่!

            ชั่วพริบตาเดียวเสียงอื้ออึงก็ดังระงมไปทั่วฝูงชน

            “จืออวี๋ เธอพูดล้อเล่นใช่ไหม? อย่าล้อเล่นเลยรีบลงมาเถอะ”

            หวงเส้าเทียนย่อมรู้ดีว่าคำพูดของเจียงจืออวี๋หมายถึงสิ่งใดและเขาก็รู้ชัดด้วยว่าการที่เธอยังคงยืนอยู่บนลานประลองยุทธ์จะก่อให้เกิดผลลัพธ์แบบใดตามมา

            แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนนักศึกษาจำนวนมากเขาจึงไม่สะดวกพูดกับเจียงจืออวี๋ตรงๆ ได้แต่กระซิบเตือน“ในหมู่รุ่นพี่ปีสี่มีหลายคนที่ก้าวไปถึงเกณฑ์พลังเลือดของแม่ทัพยุทธ์ระดับสูงแล้วนะ”

            “ถึงสัตว์อสูรของเธอจะมีพลังเลือดสูงมากและมีพลังรบดุดันก็จริงแต่ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของพวกรุ่นพี่ปีสี่ได้หรอก!”

            “รีบลงมาเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นแม้แต่ฉันก็ปกป้องเธอไม่ได้นะ”

            เห็นได้ชัดว่าหวงเส้าเทียนเป็นห่วงเจียงจืออวี๋จริงๆเพียงแต่เขาอาจประเมินความแข็งแกร่งและหน้าตาของตนเองสูงเกินไปเสียหน่อย

            สมัยเรียนมัธยมปลายด้วยภูมิหลังครอบครัวและพรสวรรค์ของหวงเส้าเทียน ทำให้หลายคนยอมไว้หน้าเขาแต่ปัญหาคือที่นี่คือมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจ

            พรสวรรค์ของเขาณ ที่แห่งนี้เป็นเพียงระดับรั้งท้าย ย่อมไม่มีใครยอมไว้หน้าเขาโดยธรรมชาติและเจียงจืออวี๋กับไป๋ฉางเซิงก็ไม่มีความคิดที่จะลงจากเวทีเลยแม้แต่น้อย

            “หมายความว่าอะไร? นี่คิดจะมาท้าประลองถอนป้ายสำนักเหรอ?”

            “ฉันยอมรับว่าเธอเก่งกาจที่เพิ่งคว้าอันดับหนึ่งของโลกมาได้แต่ก็อย่าลืมว่าคนที่แย่งชิงอันดับหนึ่งกับเธอ ล้วนเป็นนักศึกษาปีหนึ่งทั้งนั้น!”

            “มหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจของเราแม้จะสู้สุ่ยมู่ของเธอไม่ได้แต่ก็ยังเป็นมหาวิทยาลัยสายต่อสู้ชั้นยอดแห่งเทียนเฉา เธอทำแบบนี้ไม่คิดว่าเป็นการดูถูกมหาวิทยาลัยสายต่อสู้นครปีศาจของเราเกินไปหน่อยหรือ?”

            “อุตส่าห์สนับสนุนเธอมาตลอดก่อนหน้านี้ผลสุดท้ายเธอกลับหันมาเล่นงานพวกเราเสียได้?”

            “อย่าว่าอย่างนั้นเลยความเร็วในการเติบโตของเจียงจืออวี๋และสัตว์อสูรตัวนั้นรวดเร็วมากจริงๆหากให้เวลาเธออีกสักปีก็ยังพอบอกได้ว่าอาจจะทำสำเร็จ แต่ตอนนี้ปีหนึ่งท้าประลองรุ่นพี่ปีสี่? เกรงว่าจะหยิ่งยโสจนลืมตัวไปแล้วแน่ๆ”

            “เรื่องนี้มีอะไรเข้าใจผิดกันหรือเปล่า? อยู่ดีๆทำไมเจียงจืออวี๋ถึงโผล่มา ‘ท้าประลองถอนป้ายสำนัก’ อย่างกะทันหันขนาดนี้?”

            “เธอบอกว่าได้รับคำเชิญจากคณบดีหวังเหมิ่งจึงมาที่นี่แล้วคณบดีหวังเหมิ่งล่ะ? เรื่องเช่นนี้ไม่ควรจะอยู่พร้อมกับคณบดีหวังเหมิ่งหรอกเหรอ?”

            ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อันจอแจเจียงจืออวี๋และไป๋ฉางเซิงยังมีสีหน้าเป็นปกติไร้ซึ่งร่องรอยของความขลาดกลัวแม้แต่น้อย

            กลับกันหวงเส้าเทียนใบหน้าที่เดิมทีดำคล้ำ ตอนนี้กลับซีดเผือดลงเขาหันไปมองฝูงชนด้านหลังที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยความร้อนรนใจ

            ฝั่งหนึ่งคือเด็กสาวที่เขาตามจีบมาสามปีแต่ไม่เป็นผลอีกฝั่งคือเพื่อนร่วมชั้นเรียนและรุ่นพี่ที่เขาต้องเผชิญหน้าไปอีกสี่ปี...

            “ขอเตือนนายสักประโยค หากไม่อยากถูกกีดกันและเพ่งเล็งในภายหลังรีบถอยออกไปให้ห่างเถอะ”

            อย่างไรเสียก็ถือว่าเป็นคนคุ้นเคยและอีกฝ่ายก็ยังช่วยนำทางให้ ไป๋ฉางเซิงจึงเอ่ยเตือนออกมา

            แต่ใครจะรู้เมื่อหวงเส้าเทียนได้ยินคำพูดนี้ เขากลับราวกับตัดสินใจบางสิ่งได้เขาพยักหน้าให้เจียงจืออวี๋อย่างหนักแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินตรงเข้าหาฝูงชนกลุ่มนั้น

            ใบหน้าดำคล้ำประดับด้วยรอยยิ้มขณะที่เขากำลังจะอ้าปากเอื้อนเอ่ย ก็ถูกฝ่ามือหนึ่งตบจนกระเด็นไปด้านข้าง

            “หลบไปไกลๆ อย่าขวางทาง”

            หวงเส้าเทียนถูกตบจนมึนงงไปถนัดตามาดวีรบุรุษช่วยสาวงามที่ยากจะรวบรวมมาได้ ในตอนนี้พลันมลายหายไปกว่าเจ็ดแปดส่วน

            เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าเขาจะเลือกทางเลือกใดเขาก็ยังเป็นเพียงมือใหม่ที่พลังเลือดของตนเองยังไม่ถึงระดับหนึ่งด้วยซ้ำต่อให้เขาเรียกสิงโตขนเพลิงกลืนอัคคีออกมา ก็ไม่พอให้คนกลุ่มนี้ตบด้วยมือเดียว

            จากนั้นก็เห็นคนกลุ่มนี้ยืนอยู่ด้านล่างลานประลองยุทธ์คอยต่อต้านและประณามพฤติกรรมของเจียงจืออวี๋อย่างไม่หยุดหย่อนแต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าขึ้นไปรับคำท้าจริงๆ

            ท่าทีเช่นนี้เมื่อเทียบกับการปฏิบัติต่อหวงเส้าเทียนเมื่อครู่ ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

            ช่องว่างระหว่างเขาและเจียงจืออวี๋ห่างกันถึงเพียงนี้แล้วหรือ?

            หวงเส้าเทียนมองภาพเบื้องหน้าพลันรู้สึกเหม่อลอยไปบ้าง

            เมื่อต้องเผชิญกับการ‘รุมล้อม’ จากคนจำนวนมากพร้อมกันเจียงจืออวี๋กลับไม่มีความหวั่นไหวปรากฏบนใบหน้าแม้แต่น้อยเธอยังคงถือหอกยืนนิ่งอยู่บนเวทีส่วนไป๋ฉางเซิงนั้นมีท่าทางงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นและไม่ได้ใส่ใจต่อคำด่าทอเหล่านั้นเช่นกัน

            ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวตะโกนลั่นว่า “ฉันเอง!” แล้วกระโจนขึ้นสู่ลานประลองยุทธ์โดยตรง

            แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะมองเห็นชัดๆว่าใครกันที่กล้าหาญถึงขั้นกล้าขึ้นเวทีจริงๆก็เห็นหางมังกรขนาดใหญ่ฟาดขวางมาโดยตรง

            คนผู้นั้นกระทั่งยังไม่ทันได้บอกชื่อเสียงเรียงนามของตนเองก็ถูกไป๋ฉางเซิงฟาดตกเวทีไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

            “ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสาม ดูจะยังไม่เข้าขั้นสักเท่าไรนะ”

            เสียงเกียจคร้านของไป๋ฉางเซิงดังขึ้นสีหน้าของทุกคนอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไป

            “อะไรกัน เขาเอาจริงเหรอ?”

            “ฉันเคยดูการต่อสู้ของเขามาแล้ว อย่าว่าแต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามเลยต่อให้เป็นแม่ทัพอสูรระดับต้นทั่วไป ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้!”

            “แย่แล้ว! รีบไปที่ห้องฝึกฝน เชิญรุ่นพี่ปีสี่มาเร็วเข้า!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ) ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34