ตอนที่ 11 เปิดโปงผู้เฒ่าเถียน (2)
ผู้เฒ่าเถียนกำลังจะแก้ต่างให้นาง ทว่าเห็นสีหน้าของผู้ใหญ่บ้านเคร่งขรึมขึ้น “ข้าว่านะเว่ยซื่อ มาทะเลาะกันเื่นี้ในเวลานี้จะมีความหมายอะไร ไม่ว่าลูกสะใภ้เ้าจะเคยบอกเ้าว่านางตั้งครรภ์หรือไม่ เื่ที่เมื่อครู่เ้าตีนางจนสลบก็เป็ความจริง”
ครั้งนี้เว่ยซื่อถึงต้องจำใจหุบปากลง
ผู้เฒ่าเถียนรู้ว่าเื่ราวลุกลามใหญ่โตแล้ว แต่เขายังคงนิ่งเงียบข่มอารมณ์ เชิญผู้ใหญ่บ้านเข้าไปในห้อง “มีเื่อะไร พวกเรานั่งดื่มชาแล้วพูดคุยกันเถอะ”
ผู้ใหญ่บ้านเดินเข้าไปนั่งภายในห้องโถง เถียนจยาผิงรีบรินชาถ้วยหนึ่งยกไปให้ด้วยความเคารพ
ผู้ใหญ่บ้านรับมาดื่มอึกหนึ่งพลางกวาดสายตามองคนตระกูลเถียน จากนั้นมองผู้เฒ่าเถียนพ่อลูกแล้วเริ่มเอ่ยช้าๆ “คนในบ้านต่างอยู่ที่นี่กันหมด แม่สามีลูกสะใภ้บ้านพวกเ้าตีหลินซื่อสามแม่ลูกขนาดนั้น เหตุใดพวกเ้าถึงไม่สนใจ”
เถียนจยาผิงได้ยินดังนั้นก็หน้าตึงทันที ใบหน้าฉายแววอับอาย ส่วนเถียนจยาเล่อกลับดูไม่ทุกข์ไม่ร้อน
ผู้เฒ่าเถียนทำท่าปวดศีรษะขมวดคิ้วแล้วเอ่ย “พวกสตรีในบ้านจัดการยากจริงๆ เอาแต่ทะเลาะตบตีกันทั้งวัน ก่อความวุ่นวายเก่งนัก ข้าถูกพวกนางบีบจนแทบกลายเป็บ้าแล้ว วันนี้ข้าออกไปทำงานั้แ่เช้าตรู่ พอกลับมาพวกนางก็ก่อเื่ ข้ารำคาญแทบแย่จึงไม่อยากสนใจพวกนาง กระทั่งว่าพวกนางจะตบตีกันจนเป็อย่างไร”
คำพูดนี้ของเขาสกัดคำตำหนิของผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ทั้งหมด
เถียนไฉ่เวยเห็นดังนั้นก็คุกเข่าตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน ร้องไห้พลางพูดว่า “เดิมทีเื่ที่ท่านอาหญิงกับอาสะใภ้สามขโมยไข่ไก่กินก็เปิดเผยออกมาหมดแล้ว แต่ท่านปู่ไม่พอใจที่ข้าช่วยเสี่ยวหม่านล้างมลทิน ้าให้พวกเราสามคนแม่ลูกอดข้าวสามวันเ้าค่ะ
ทุกมื้อข้ากับท่านแม่และน้องสาวได้กินเพียงหมั่นโถวข้าวฟ่างสองก้อน หากอดข้าวสามวัน พวกเราแม่ลูกสามคนรวมทั้งเด็กในท้องท่านแม่คงต้องตายแน่ ดังนั้นข้าจึงอยากไปหาใต้เท้าผู้ใหญ่บ้าน ขอร้องท่านให้ความเป็ธรรมให้กับพวกเราทั้งสามคน
ท่านปู่ส่งพวกท่านย่ามาไล่ตบตีพวกเราสามแม่ลูก ทั้งยังไม่ยอมให้บุรุษในบ้านลงมือ บอกว่าหากพวกท่านย่าตีพวกเราสามแม่ลูกาเ็จนตาย ก็ให้พูดว่าสตรีในบ้านไม่ถูกกันมาตลอด ทะเลาะกันบ่อยๆ จนพลั้งมือทำให้าเ็ เท่านี้ก็สามารถผลักความผิดออกไปได้อย่างหมดจดแล้ว หากบุรุษเข้าร่วมจะเป็การเปิดเผยความผิดที่ทั้งตระกูลเถียนรังแกทารุณพวกเราสามแม่ลูก ดังนั้นการที่พวกเราสามคนถูกตบตีในวันนี้ก็เป็เพราะท่านปู่เป็ผู้บงการเ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านได้ฟังก็มีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องไปยังผู้เฒ่าเถียน “เ้าจะอธิบายว่าอย่างไร”
ผู้เฒ่าเถียนเอ่ย “หลานสาวข้าคนนี้เป็คนพิลึกและหัวรั้น ชอบพูดโกหก ผู้ใหญ่บ้านอย่าได้หลงเชื่อคำพูดของนาง”
ผู้ใหญ่บ้านยิ้มบาง “เช่นนั้นก็ดี ข้าจะรายงานเื่ที่บ้านพวกเ้ารังแกหลินซื่อสามแม่ลูกต่อนายอำเภอ ให้เขาพิจารณาคดีเอง”
สายตาของเขาหยุดอยู่บนร่างเถียนจินจวี๋ครู่หนึ่ง “คนตระกูลเถียนอย่างพวกเ้าทุกคนน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ข้าคิดว่า ไม่ว่าสตรีหรือบุรุษหากถูกโบยสักรอบ ความจริงจะต้องปรากฏออกมาให้ใต้หล้าได้รับรู้อย่างแน่นอน ข้าไม่ขอประชันฝีปากกับผู้เฒ่าเถียนที่นี่ต่อแล้ว”
เถียนไฉ่เวยมองเถียนจินจวี๋กับเสี่ยวเป่าด้วยท่าทางจริงจัง แล้วเอ่ยเป็กังวลแทนพวกเขา “แต่ไหนแต่ไรมาท่านอาหญิงกับเสี่ยวเป่าถูกประคบประหงมอย่างดี หากถูกโบยรอบหนึ่งผิวเนื้อคงแตก เกรงว่าท่านอาหญิงกับเสี่ยวเป่าจะทนไม่ไหว”
เถียนจินจวี๋ได้ยินก็ใจนหน้าซีดเผือดทันใด นางะโเสียงดังลั่น “ข้าไม่อยากไปพบนายอำเภอที่จวนว่าการ ไม่อยากถูกโบย ข้าขอสารภาพตรงนี้ทั้งหมดก็แล้วกัน เป็ท่านพ่อที่บงการให้ท่านแม่กับพี่สะใภ้สองคนของข้าไปไล่ตีพวกหญิงชั้นต่ำแม่ลูกนั่น”
ปกตินางมักเรียกหลินซื่อสามแม่ลูกว่าพวกชั้นต่ำอยู่แล้ว เพราะความร้อนใจจึงหลุดปากพูดออกมา