คลังอสูรบรรพกาล

    ตอนที่ 57 : ก้อนธงสีน้ำเงิน

     

              แม้ชิลจะมีทักษะระดับพระเจ้า พร้อมด้วยสัมผัสจิตวิญญาณอันแข็งแกร่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจของธงทั้งสาม เขาเองก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนทำการจู่โจม หากคาดไม่ผิดด้วยทักษะดาบสยบนภาขั้นแรกคงไม่อาจทำลายการป้องกันของธงแห่งกษัตริย์ผู้ไร้รอยขีดข่วนได้เป็นแน่

     

              “เป็นอะไรไป ท่าทางอวดดีของเจ้าเมื่อครู่หายไปไหน” 

     

              เอียทิมกล่าวเสียงดัง มันฉีกยิ้มอย่างผู้มีชัยพร้อมเรียกธงสีแดงลอยกลับมาด้านหลัง

     

              ชิลหรี่ตาจ้องมองธงทั้งสามอย่างครุ่นคิด สักพักก็เคลื่อนพลังงานสวรรค์คลุมรอบกาย ทันทีร่างสีเขียวที่ถูกครอบไว้โดยพลังงานสีขาวจู่ๆก็เลือนหายไปจากจุดที่เคยอยู่ราวกับภูติผี

     

              เห็นดังนั้นเอียทิมก็ทำการโบกมือไปด้านข้าง พลันธงสีน้ำเงินได้เคลื่อนเข้ามาม้วนคลุมรอบร่างมันจนกลายเป็นรูปทรงก้อนหินขนาดใหญ่

     

              เคร้ง!! 

     

              ดาบสีฟ้าถูกสะท้อนกลับทันทีที่ฟาดลงไปยังผืนธงสีน้ำเงิน แม้จะเป็นเรื่องที่ชิลคาดการณ์ไว้แล้ว แต่เมื่อได้ลองฟันดูจึงรู้ว่าธงแห่งกษัตริย์ผู้ไร้รอยขีดข่วนแข็งแกร่งกว่าที่คิดมาก

     

              เพียงเสี้ยววิที่ทำการจู่โจมร่างสีเขียวก็เลือนหายไปในอากาศอีกครั้ง ไม่นานก็ปรากฏที่อีกมุมหนึ่งของก้อนธงสีน้ำเงินพร้อมกับฟาดดาบสีฟ้าออกไปด้วยความเร็วที่ราวกับสายฟ้าฟาด

     

              เคร้ง!! 

     

              ดาบสีฟ้าถูกสะท้อนกลับดังเดิม พร้อมเกิดสะเก็ดไฟกระจายไปทั่วพื้นที่ อย่างไรเพียงพริบตาร่างสีเขียวก็จางหายพร้อมปรากฏขึ้นอีกด้านของก้อนธง

     

              เคร้ง!! เคร้ง!! เคร้ง!! 

     

              ดาบสีฟ้าปะทะเข้ากับผืนธงสีน้ำเงินครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าอย่างไรทุกครั้งที่จู่โจมใบดาบสีฟ้าก็จะถูกสะท้อนกลับมาในทันที

     

              ด้วยความเร็วในการจู่โจมของชิลกับพลังป้องกันของธงสีน้ำเงิน ทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบลานกว้างแทบจะหยุดหายใจ

     

              ผ่านไปได้หลายนาที ในที่สุดชิลก็หยุดจู่โจมพร้อมกับดีดตัวถอยทิ้งระยะห่างออกจากเอียทิมประมาณสิบเมตร

     

              “ยอมแพ้แล้วงั้นรึ กระจอกนัก” 

     

              เสียงเอียทิมดังผ่านผืนธงสีน้ำเงินออกมา แม้จะเป็นฝ่ายป้องกันอย่างเดียว แต่เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำลายการป้องกันได้ มันก็รู้สึกภูมิใจราวกับเป็นผู้ชนะไปแล้วกว่าครึ่ง

     

              เม็ดเหงื่อเริ่มเผยให้เห็นบนใบหน้าอันสง่างามของชิล มองเพียงภายนอกการจู่โจมอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่คงเป็นการโจมตีเพื่อทำลายการป้องกันของธงแห่งกษัตริย์ผู้ไร้รอยขีดข่วน แต่ความจริงจุดประสงค์ที่เขาทำเช่นนั้นไม่ใช่เพื่อทำลายการป้องกัน หากเป็นการยืนยันความคิดของเขาว่าถูกต้องหรือไม่

     

              “ดูเหมือนเจ้าจะไม่สามารถใช้งานธงสามกษัตริย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสินะ”

     

              ชิลกล่าวพลางยิ้มเล็กน้อย

     

             “...”

     

              ไร้เสียงตอบกลับจากเอียทิม นี่ยิ่งเป็นตัวยืนยันได้ว่าความคิดของเขาถูกต้อง

     

              “หากข้าเดาไม่ผิด เจ้ามิสามารถควบคุมพลังงานสวรรค์เพื่อทำการเคลื่อนที่ธงได้พร้อมกันทั้งสามอัน ที่เจ้าสามารถทำได้ก็คือควบคุมมันทีละอันใช่หรือไม่” 

     

              ชิลใช้สัมผัสจิตวิญญาณเพื่อมองผ่านก้อนธงเข้าไปดูอาการของเอียทิม เห็นได้ชัดว่าพลังงานสวรรค์ของมันในตอนนี้กำลังปั่นป่วนราวกับเกลียวคลื่นกลางพายุ

     

              “ละ...แล้วอย่างไร ยังไงเจ้าก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันของผืนธงแห่งกษัตริย์ผู้ไร้รอยขีดข่วนนี่ได้อยู่ดี”

     

              เอียทิมกล่าวเสียงสั่น แม้ชิลจะรับรู้ถึงจุดอ่อนนี้ อย่างไรมันก็มั่นใจอยู่มากว่าชิลไม่มีทางสร้างรอยขีดข่วนให้ผืนธงสีน้ำเงินได้เป็นแน่

     

              “เจ้าคงรับรู้ผ่านสัมผัสจิตวิญญาณว่าหากปลดธงแห่งกษัตริย์ผู้ไร้รอยขีดข่วนออกก็ไม่มีทางตามความเร็วของข้าทัน”

     

              ชิลมองก้อนผ้าสีน้ำเงิน ไม่นานก็กล่าวต่อ 

     

              “นี่รึสาวกสวรรค์แห่งวังเมฆาสูญสิ้น เป็นเพียงเต่าหดหัวอยู่ในกระดอง ไร้ยางอายเสียจริง”

     

              “เฮ้!! เหตุใดเจ้าจึงกล้ากล่าวเช่นนั้น อยากตายมากนักรึไง!!”

     

              “ที่ท่านเอียทิมไม่ยอมคลายการป้องกัน เป็นเพราะเขาออมมือให้เจ้าหรอกนะ!!”

     

              “อย่าอวดดีเพียงเพราะเอาชนะท่านกีเมียได้ด้วยการจู่โจมทีเผลออันน่ารังเกียจของเจ้า!!”

     

              ผู้คนวังเมฆาสูญสิ้นเมื่อเห็นชิลไม่สามารถเจาะผ่านการป้องกันของธงสีน้ำเงิน ก็เริ่มปรากฏแสงแห่งความหวังอีกครั้ง สีหน้าหดหู่ในคราแรกเริ่มเผยให้เห็นถึงท่าทางหยิ่งผยอง พร้อมร่องรอยแห่งความสุขบนใบหน้า

     

              ชิลมิได้สนใจคำพูดของกลุ่มคนวังเมฆาสูญสิ้น เขาทำเป็นหูทวนลมพลางกล่าวเสียงดัง 

     

              “หากเจ้ามิคิดคลายการป้องกันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับข้า คาดว่าพลังงานสวรรค์ที่เจ้าใช้ควบคุมธงคงมีปริมาณมากเอาการ เพียงรอเวลาที่พลังงานสวรรค์เจ้าลดจนอยู่ในจุดที่ไม่สามารถควบคุมธง เท่านี้ข้าก็จะได้รับชัยอย่างง่ายดาย”

     

              คำกล่าวของชิลราวกับเป็นสายฟ้าฟาดลงไปที่กลุ่มคนวังเมฆาสูญสิ้น ใบหน้าอันสุขล้นเริ่มแปรเปลี่ยนกลับไปหดหู่ดังเดิม โดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆพวกมันหันมองไปที่ก้อนธงสีน้ำเงินที่มีเอียทิมอยู่ด้านในอย่างพร้อมเพรียง ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงตอบโต้ของเอียทิมดังเล็ดลอดออกมาแม้เพียงเล็กน้อย

     

              “แต่ข้ามิคิดใช้วิธีอันขลาดเขลาเช่นนั้น”

     

              ชิลกล่าวพร้อมวาดมือออกไปในอากาศ ปรากฏเส้นอักขระส่องแสงเจิดจ้าตามแนวนิ้วที่เขาลากผ่าน

     

              “ใช้อาคมรึ? เพียงอาคมระดับเริ่มต้นไม่น่าจะมีบทใดสามารถทำลายการป้องกันธงแห่งกษัตริย์ผู้ไร้รอยขีดข่วนได้”

     

              ซาเนียกล่าวพลางหรี่ตา นางเป็นผู้หนึ่งที่วิเคราะห์หาหนทางในการทำลายการป้องกันธงสีน้ำเงินอยู่ตลอด ทว่ากลับไม่สามารถคิดออกว่าจะทำลายมันได้เช่นไร

     

              “มันก็ไม่แน่”

     

              ลาม่อนกล่าวพลางหัวเราะ

     

              “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

     

              ซาเนียหันไปหาลาม่อนด้วยความใคร่รู้ อย่างไรนางก็ได้รับเพียงเสียงหัวเราะเบาๆตอบกลับมาเท่านั้น

     

              อักขระนับร้อยลอยล่องกลางอากาศด้านหน้าชิล แม้เป็นเช่นนั้นก็ยังคงไร้สัญญาณตอบรับใดๆจากเอียทิม เมื่อมองผ่านสัมผัสจิตวิญญาณเข้าไป ก็พบว่ามันได้หยุดยืนนิ่งราวกับมั่นใจว่าชิลไม่มีทางทำลายการป้องกันได้ด้วยบทอาคมแน่นอน

     

              ปลายนิ้วชี้ถูกสะบัดไปด้านข้างเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอักขระตัวสุดท้ายของบทอาคมได้ถูกเขียนไปบนอากาศเรียบร้อย ไม่นานอักขระนับร้อยด้านหน้าก็ค่อยๆลอยเข้ามาหลอมรวมกันจนกลายเป็นเส้นวงกลมสีเหลืองขนาดใหญ่

     

              ชิลจ้องมองไปยังเส้นวงกลมสีเหลืองที่ลอยอยู่ด้านหน้า สักพักก็โบกมือเคลื่อนเส้นวงกลมตรงเข้าไปหาเอียทิม

     

              “เป็นไปไม่ได้!! อาคมอาณาเขตวงเวทรึ?”

     

              ซาเนียที่เห็นเส้นวงกลมสีเหลืองค่อยๆเคลื่อนเอียงลงไประนาบกับพื้นก็อุทานออกมาเสียงดัง

     

              ต้องรู้ว่าอาคมอาณาเขตวงเวทระดับเริ่มต้นมีเพียงบทอาคมที่ใช้กักกัน ตรวจจับ และป้องกันเท่านั้น ในส่วนบทอาคมอาณาเขตวงเวทที่สามารถจู่โจมได้ เห็นทีจะมีเพียงบทอาคมที่อยู่ในระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป

     

              แม้ซาเนียจะไม่ได้สังเกตอักขระที่ชิลร่ายอย่างถี่ถ้วน แต่นางก็สามารถบอกได้ว่าบทอาคมที่ชิลร่ายมิได้มีจำนวนอักขระมากพอที่จะใช้เขียนอาคมระดับเชี่ยวชาญ จึงมั่นใจได้ว่าเขาน่าจะใช้อาคมระดับเริ่มต้นเสียมากกว่า

     

              อย่างไรก็เป็นเพียงการคาดการณ์ของนางเท่านั้น แต่หากผู้ใช้อาคมจากวังเมฆาสูญสิ้นที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้มิได้มีเพียงนางผู้เดียว เอียทิมเองก็มีความรู้ในด้านอาคมอยู่บ้างเช่นกัน นี่ทำให้มันมีความคิดเช่นเดียวกับซาเนียอยู่หลายส่วน จึงตัดสินใจหยุดยืนนิ่งอยู่เช่นเดิมอย่างมิเกรงกลัว

     

              แต่ใครจะคาด เมื่อเส้นวงกลมสีเหลืองเลือนหายไปบนพื้น ในทันทีพื้นที่โดยรอบก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นฉับพลัน ผู้คนที่อยู่รอบลานกว้างต่างพากันแสดงท่าทางตื่นตกใจกันวุ่นวาย

     

              ทิ้งช่วงเพียงไม่กี่วิ การสั่นสะเทือนที่ราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อมก็หยุดลง โลหิตสีแดงฉานปรากฏให้เห็นด้านใต้ผืนธงแห่งกษัตริย์ผู้ไร้รอยขีดข่วน สร้างความงุนงงให้กับผู้คนโดยรอบลานกว้างกันถ้วนหน้า

     

              ลาม่อนที่แสดงออกอย่างอารมณ์ดีในคราแรก เริ่มแสดงท่าทางจริงจังให้เห็น สายตาอันเฉียบคมมองผ่านคิ้วยาวสีขาวไปยังก้อนผืนธงสีน้ำเงินกลางลานกว้าง แม้ผู้คนส่วนมากจะอยู่ในอาการมึนงงจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่ไม่ใช่กับเขาแน่นอน สัมผัสจิตวิญญาณอันเบาบางถูกส่งออกไปตรวจสอบบุคคลด้านในก้อนธง ก็พบว่าไร้สัญญาณชีวิตใดข้างในนั้น

     

              “ดูเหมือนจะหนักมือไปหน่อย”

     

              ชิลกล่าวเสียงค่อยพลางหันมองลาม่อน

     

              “ไปกันเถอะ พาข้าไปดูแผ่นหินที่ท่านว่า”

     

              สิ้นเสียง ผืนธงสีน้ำเงินที่คลุมรอบร่างเอียทิมก็ค่อยๆคลายออก ทันทีสีหน้าอันเกรี้ยวกราดเริ่มเผยบนใบหน้าของผู้คนวังเมฆาสูญสิ้น เหตุเพราะภาพที่พวกมันเห็นคือร่างของเอียทิมที่ถูกหนามแหลมกว่าสามอันแทงทะลุจนลอยขึ้นเหนือพื้น

     

              “ข้าจะสังหารเจ้า!!”

     

              ชายผู้หนึ่งในกลุ่มคนวังเมฆาสูญสิ้นพุ่งตัวเข้าไปหาชิลอย่างบ้าคลั่ง มันเรียกดาบสีเงินเล่มหนึ่งออกมาพร้อมฟาดไปยังกลางลำตัวเขาด้วยความเร็ว

     

              แต่เพียงเสี้ยววิหัวของชายวังเมฆาสูญสิ้นผู้นั้นก็กระเด็นหลุดลอยออกจากร่างราวกับของเล่น นี่ทำให้ผู้คนรอบลานกว้างต่างพากันอ้าปากค้างมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตระหนก ไม่ว่าจะเป็นคนจากวังเมฆาสูญสิ้น หุบเขาจัตุรัสยักษา หรือสมาคมนักล่า ไม่มีใครที่สามารถมองความเร็วในการฟาดฟันครั้งนี้ของชิลทัน ราวกับว่าที่ผ่านมาเขามิได้ใช้ความเร็วดาบที่แท้จริงในการต่อสู้

     

              “เจ้า!! เหตุใดจึงกล้า!!” 

     

              กีเมียเห็นร่างไร้หัวของผู้รับใช้สวรรค์วังเมฆาสูญสิ้นนอนดิ้นอยู่แทบเท้าชิลก่อนจะแน่นิ่งไป ก็ตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความโกรธ อย่างไรมันกลับไม่กล้าพุ่งเข้าไปจู่โจม เพราะด้วยเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้า ทำให้ความหวาดกลัวที่มีต่อชิลฝังลึกไปถึงแก่นวิญญาณ

     

              “การประลองย่อมมี เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา พวกเจ้าน่าจะเข้าใจดีในเรื่องกฏแห่งป่า ถึงอย่างนั้นหากต้องการแก้แค้น ข้าก็ไม่ว่าอะไร” 

     

              ชิลกล่าวพลางวาดดาบสีฟ้าไปด้านข้างช้าๆ นัยน์ตาสีองุ่นจับจ้องไปที่กลุ่มคนวังเมฆาสูญสิ้นอย่างเย็นชา

     

               ทันทีที่เห็นท่าทางเช่นนั้น กลุ่มคนวังเมฆาสูญสิ้นก็พากันก้าวถอยหลังไปอย่างกริ่งเกรง

     

               รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า การขู่ขวัญเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยลดทอนอำนาจของศัตรู แม้ภายนอกชิลจะแสดงราวกับเป็นเรื่องง่ายที่จะสังหารคนจากวังเมฆาสูญสิ้นทั้งหมด แต่ความจริงไม่ง่ายนักที่จะรับมือกับผู้รับใช้สวรรค์จำนวนมากในตอนนี้ 

     

              ด้วยปริมาณพลังงานสวรรค์มหาศาลที่ใช้ไปในครั้งร่ายอาคมอาณาเขตวงเวทคมเขี้ยวปฐพี ทำให้ตอนนี้เขาเหลือพลังสวรรค์เพียงสองในสิบส่วนจากตอนต้น

     

              “พอแค่นั้น!!”

     

              เสียงลาม่อนดังขึ้นหยุดสถานการณ์ทั้งหมดในลานกว้าง ทันทีเขาทำการเดินเข้ามายืนคั่นกลางระหว่างกลุ่มคนวังเมฆาสูญสิ้นและชิล ก่อนจะหันหน้าไปหากีเมีย

     

              “การประลองสิ้นสุดแล้ว หากพวกเจ้าต้องการอยู่ที่นี่ต่อ จงหยุดมือซะ”

     

              “แต่.. ท่านลาม่อน เจ้านั่นมันสังหารท่านเอียทิมทั้งยังสังหารผู้รับใช้สวรรค์ไปอีกคน” 

     

              กีเมียกล่าวเสียงสั่น แม้มันจะไม่กล้าจู่โจมชิล แต่ก็ไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้ที่เสื่อมเสียเกียรติเช่นนี้ อย่างไรเมื่อมองไปยังแววตาลาม่อนก็พบเพียงความนิ่งเงียบที่ราวกับบ่งบอกให้ทำตามคำกล่าวของเขาเสียจะเป็นการดีกว่า

     

              ขณะนั้นร่างในชุดสีเขียวจู่ๆก็เดินตรงเข้าไปที่ศพเอียทิมพร้อมดึงแหวนและเก็บธงสามกษัตริย์เข้าไปในเชือกสีดำ ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เหล่าคนของวังเมฆาสูญสิ้นยิ่งมีโทสะมากขึ้นไปอีก พวกมันทุกคนต้องการพุ่งเข้าไปสังหารชิลซะตอนนี้ แต่ติดตรงที่ลาม่อนได้ยืนขวางพวกมันไว้

     

              “ท่านลาม่อน แม้การประลองจะจบแล้ว แต่มันก็ไม่มีสิทธิ์เก็บสิ่งของท่านเอียทิมไปเป็นของตนเช่นนั้น”

     

              กีเมียกล่าวพลางมองไปยังชิลที่กำลังเดินตรงไปรวมกลุ่มกับคนของสมาคมนักล่า แม้ก่อนหน้านี้ชิลจะทำการเก็บดาบของมันไป แต่ด้วยสถานการณ์รีบเร่งทำให้มันมิได้มีโอกาสทักท้วงอันใด

     

              “ผู้ชนะย่อมได้ครองสมบัติของผู้พ่ายแพ้ เรื่องนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆมิใช่รึ” 

     

              ลาม่อนตอบกลับเสียงค่อย ก่อนหันไปหาชิลพลางกล่าว 

     

              “ตามมา ข้าจะพาเจ้าไปดูจารึกบนแผ่นหินที่เพิ่งถูกค้นพบ”

     

              ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ลาม่อนได้พาชิลเดินออกไปจากลานกว้างอย่างเงียบงัน ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มิได้มีอะไรร้ายแรงนัก

     

     

    คล้ายกับเรื่องคลังอสูรบรรพกาล ที่คุณอ่าน

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756