ตอนที่26 โอกาสสำคัญ
ทีชที่ฝึกวิชาสำเร็จตามเงื่อนไขที่อาจารย์ตั้งเอาไว้ก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางลงจากเขาในที่สุดทีชเดินไปหาอาจารย์โดยตั้งใจจะบอกลาอาจารย์ของตน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยก็ถูกอาจารย์ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“จะไปแล้วงั้นหรือ” ต้วนเจิ้งฉุนที่กำลังนั่งหลับตาขัดสมาธิพลันลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยถาม
“ใช่ครับท่านอาจารย์ ข้ากำลังจะมากราบลาอาจารย์เอาไว้ข้าจะกลับมาพร้อมของฝากนะครับ” ทีช ตอบด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณในความมีน้ำใจของเ้า แต่ข้าอยากให้เ้าจงจำไว้ว่าห้ามถ่ายทอดวิชาดรรชนีหกชีพจรให้ใครเป็อันขาด!”
“ครับ ผมรับปากท่านอาจารย์เอาไว้แล้วย่อมต้องปฏิบัติตาม เพราะลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ!” ทีช ให้สัญญาด้วยสีแววตาแน่วแน่ มั่นคงไม่สั่นคลอน
“เมื่อเ้าพูดเช่นนี้ ข้าก็ขอเชื่อใจเ้า เ้าจงกลับไปได้แล้ว”ต้วนเจิ้งฉุน ไว้ใจในตัวลูกศิษย์เป็อย่างมาก
“งั้นข้าขอลานะครับท่านอาจารย์” เมื่อกล่าวจบ ทีชก็คำนับพร้อมกับเดินจากไป
แต่ทว่ายังไม่ทันที่ทีชจะเดินพ้นลานหน้าบ้านก็ได้ยินเสียงของอาจารย์ดังลอยมาตามสายลม
“ไม่มีผู้นำคนใดประสบความสำเร็จโดยปราศจากกุนซือชั้นยอดต่อให้ผู้นำคนนั้นจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม”
ทีชทีได้ยินพลันรู้สึกขนลุกซู่เขาได้แต่ขอบคุณอาจารย์ของเขาในใจที่สอนสั่งเพราะเขารู้ว่าอาจารย์ของตนหมายถึงสิ่งใด
ต้วนเจิ้งฉุนตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันกับทีช เขาย่อมทราบความในใจของทีชดีความในใจที่้าไคว่คว้าหาพลังอำนาจ และชื่อเสียงเกียรติยศ เขาทราบว่าทีช้าสิ่งเ่าั้เพื่อทำอะไรบางอย่างเขาทราบดีถึงคนหนุ่มที่มุ่งมั่น เพราะตัวเขาเองก็เป็ถึงเชื้อพระวงศ์ย่อมผ่านเื่ราวเหล่านี้มาก่อนจนกระทั่งเขาตัดสินใจที่จะปลีกวิเวก โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ราวทางโลกสุดท้ายมาเจอกับทีชที่หลบหนีขึ้นมาบนเขาแห่งนี้
ซึ่งในตอนนี้เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากลาในฐานะอาจารย์เขาก็ตัดสินใจให้คำสอนแก่ลูกศิษย์สักหนึ่งประโยค ซึ่งคำสอนที่เขาได้เอ่ยออกไปครั้งนี้ทีชได้จดจำเป็อย่างดีเพราะในเวลานี้เขารู้ดีว่ากุนซือคู่กายนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหนแล้วเขาก็กำลังเดินทางเพื่อกลับไปหากุนซือชั้นยอดที่กำลังรอคอยการกลับไปอยู่ในเมืองเมืองหนึ่งเมืองที่กำลังจะเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอีกครั้งในเร็วๆ นี้
.....
ทีชเดินลงจากยอดเขา จนมาพบกำลำธารที่ทอดยาวออกไปจนถึงหน้าเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวทีชเปิดแผนที่ก็พบว่าถ้าเขาเดินตามแม่น้ำสายนี้ไปสุดท้ายก็จะถึงเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวนั่นเองเมื่อคิดดังนั้นเขาก็ตัดสินใจเดินเลียบแม่น้ำไปอย่างสบายใจตลอดทางเมื่อเจอกับสัตว์อสูรบางตัวที่เข้ามาจู่โจม เขาก็ใช้เพียงวิชาดรรชนีโจมตีออกไปเท่านั้นสัตว์อสูรทั่วๆไปก็ตายอย่างง่ายดาย ทำให้ตอนนี้เขาเดินวางท่าราวกับเป็ยอดฝีมือ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งยืดอกอย่างภูมิใจประหนึ่งกับได้เป็เ้ายุทธภพยังไงยังงั้น
แต่ทันใดนั้นเองระหว่างที่เขากำลังเดินทอดน่องอยู่นั้นสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นนกประหลาดตัวหนึ่ง เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆก็พบกับสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับนกเป็ดน้ำแมนดารินในโลกจริงแต่ตัวใหญ่กว่าแล้วขนก็เงางามกว่ามาก เมื่อเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น ทีชก็พบว่านกเป็ดน้ำตัวนี้เป็เพียงซากศพที่ไร้ชีวิต
‘ดูท่าน่าจะถูกตามฆ่า เลยหนีลงน้ำสุดท้ายหลังจากที่ตายก็คงจะโดนน้ำพัดจนมาเกยตรงนี้สินะ’ทีช ที่เห็นซากของนกเป็ดน้ำก็เข้าใจทันที
แต่ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นแสงสะท้อนประหลาดออกมาจากสร้างศพทีชลองหยิบเอากิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาเขี่ยซากศพออกก็พบกับไข่รูปร่างประหลาดฟองหนึ่ง ไข่มีขนาดใหญ่กว่าไข่ไก่มากถึง 10 เท่า สีและลวดลายของไข่นั้นมีสีแดง สีส้มแล้วก็สีน้ำเงินสลับกันดูสวยงามเป็อย่างมาก มองดูก็รู้ว่าต้องไม่ใช่ไข่ธรรมดาเมื่อคิดได้ทีชก็มองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เขาก็เอื้อมมือไปคว้าไข่ใบนั้นแล้วเก็บเข้ากระเป๋าสัมภาระอย่างรวดเร็ว!
‘ฮี่ๆ พึ่งลงจากเขามาไม่นานก็ดวงดีเลยแฮะ ฮ่าๆๆๆ’ ทีชเดินอย่างสบายอารมณ์ต่อไปพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังออกมาตลอดทาง
......
เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว
ทีชได้เดินทางกลับมาถึงเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว เมื่อเข้าเมืองมาแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปที่โรงเตี้ยมหมีดุทันทีถึงจะได้ข่าวสารจากิมาตลอดเขาก็ยังอยากไปดูให้เห็นกับตาอยู่ดีเมื่อเดินมาถึงจุดที่น่าจะเป็ที่ตั้งของโรงเตี้ยมหมีดุทีชก็พบกับความจริงว่าโรงเตี้ยมตรงหน้าไม่ใช่โรงเตี้ยมหมีดุอีกแล้ว
ปัจจุบันโรงเตี้ยมนั้นยังคงมีอยู่เพียงแต่ไม่ใช่ของกิลหมีดุอีกแล้วทีชสอบถามชาวบ้านก็ได้รับคำตอบว่าโรงเตี้ยมตรงหน้าได้เปลี่ยนเ้าของเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง
ทีชที่เดินทางมาเหนื่อยๆก็เริ่มรู้สึกหิวเลยตัดสินใจที่จะเข้าโรงเตี้ยมไปสั่งอาหารกิน แต่เมื่อเขาเดินไปถึงหน้าประตูก็พบกับคนคุ้นเคยที่ยืนรอเขาอยู่ทีชที่เห็นบุคคลตรงหน้าก็อดยิ้มไม่ได้ เขาก้าวเข้าไปหาพร้อมกับเอ่ยว่า
“เ้ามายืนรอข้าแบบนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนเหตุการณ์เดิมที่หมู่บ้านหยู่เปิงได้ย้อนกลับมาอีกครั้งเลย”
“ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้นครับ นายท่าน” กุยแกตอบรับ
ใช่แล้วทีช นึกถึงอดีตหลังจากที่ออกจากคุกแล้วกลับมาออนไลน์อีกครั้ง เขาก็พบกับกุยแกที่กำลังยืนรออยู่หน้าโรงน้ำชาในหมู่บ้านหยู่เปิงเพียงแต่ครั้งนี้เป็หน้าโรงเตี้ยมในเมืองเริ้มต้นเจิ้งโจวแทน
‘ถ้าเรากลายเป็เ้าของโรงเตี้ยมแห่งนี้อีก คงจะแปลกพิลึก...’ ทีชที่กำลังคิดอย่างติดตลกกลับโดนเบรกความคิดไว้เพราะกุยแกได้กล่าวบางสิ่งออกมาก่อน
“โรงเตี้ยมแห่งนี้ข้าเตรียมไว้เป็ของขวัญให้กับนายท่านที่ฝึกวิชาสำเร็จไม่ทราบว่าท่านชอบหรือไม่”
“……”ทีช อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก แต่เพียงไม่นานเขาก็รีบคิดต่อทันทีว่า เขาอาจจะได้เป็เ้าของเมืองเริ่มต้นแห่งนี้!
“นายท่านคงไม่ได้กำลังคิดอะไรที่เป็ไปไม่ได้อยู่ใช่หรือไม่”กุยแกเอ่ยปากถามหลังจากที่เห็นสีหน้าของทีชที่ดูเหมือนกับกำลังเพ้อฝันถึงอะไรบางอย่าง
“ป...เปล่า! ว่าแต่นี่เ้าคงไม่ได้มีความสามารถในการอ่านใจหรอกนะ” ทีชสะดุ้งที่โดนรู้ทัน เขาเลยรีบกลบเกลื่อน
กุยแกที่ได้ยินที่ทีชถามกลับหรี่ตามองพร้อมกับยิ้มมุมปากนิดๆไม่พูดตอบรับหรือปฏิเสธ
‘ได้แกล้งนายท่านสักหน่อยก็สนุกดีเหมือนกันนะ’
…..
หลังจากที่ทั้งคู่ทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกับเรียบร้อยกุยแกก็พาทีชไปนั่งที่ชั้นบนสุดของโรงเตี้ยมกุยแกได้เล่าเื่ราวของกิลหมีดุที่ถูกยุบไปแล้วรวมถึงข่าวที่กิลหมีดุโดนผู้เล่นที่ได้ฉายาว่า ‘เ้าชายน้ำแข็ง’บุกเดี่ยวมาถึงโรงเตี้ยม ส่วนโคล่านั้นก็หนีออกจากเมืองเริ่มต้นไปขุนพลเบ้งตัดก็เสียชีวิตด้วยน้ำมือของกวนเป๋งบุตรของกวนอู
กุยแกเล่าทุกสิ่งอย่างละเอียดให้กับทีชฟังซึ่งบางเื่ก็เป็สิ่งที่ทีชนั้นรู้จากิมาบ้างแล้วแต่พอได้ฟังจากกุยแกกลับทำความเข้าใจเื่ราวได้ดีกว่า ราวกับว่าเขาได้เข้าไปยืนอยู่ในเหตุการณ์ยังไงยังงั้นเลยแล้วก็มีข้อมูลบางอย่างที่แม้แต่ิก็ยังไม่ทราบ
โดยเฉพาะรายละเอียดที่ว่าโคล่าหนีไปั้แ่เมื่อไหร่ฝีมือของกวนเป๋งที่แท้จริงแล้วอ่อนด้อยกว่าเบ้งตัดเพียงแต่อาศัยความได้เปรียบที่เบ้งตัดนั้นาเ็และที่สำคัญคือข้อมูลความลับของพลังที่ผิดปกติบางอย่าง ของผู้เล่นที่ชื่อ มอนจีผู้เล่นที่ได้รับฉายาว่าเ้าชายน้ำแข็งซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเบ้งตัดถึงพลาดท่าโดนโจมตีในตอนแรกและการโจมตีนั้นเองที่ส่งผลกระทบให้เบ้งตัดาเ็ จนสุดท้ายต้องพ่ายแพ้แก่กวนเป๋ง
ทีชที่นั่งฟังอยู่นั้นได้แต่แอบทึ่งในใจข้อมูลที่กุยแกหามาได้ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยว่ากุยแกไปได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากไหนแต่หลังจากที่กุยแกเล่าจบ ก็มีคนเดินขึ้นมายังชั้นบนที่ทีชกับกุยแกกำลังนั่งคุยกันอยู่พอดี
ิที่รู้ว่าทีชจะลงจากเขาวันนี้ก็ได้เดินทางมาหาตามที่ได้นัดกับทีชเอาไว้เมื่อิมาถึง เขาก็ชำเลืองมองทีชก็พบว่าทีชดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะตอนนี้เขารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของทีชคล้ายๆกับพวกยอดฝีมือ เมื่อินั่งลงที่เก้าอี้แล้วก็เอ่ยปากทักทายทีชกับกุยแกเล็กน้อย
หลังจากที่ทั้งสามคนคุยสัพเพเหระกันสักพักกุยแกก็ได้เอ่ยบางอย่างออกมา
“นายท่าน ‘โอกาสสำคัญ’ ได้มาถึงแล้ว”
“หืม...โอกาสสำคัญงั้นหรือ เ้าหมายถึงอะไร ข้าไม่เข้าใจ” ทีช ถามกลับ
“ข้าคิดว่าตอนนี้นายท่านควรจะจัดตั้งกิล”กุยแกไม่ได้ตอบว่าโอกาสที่ว่าคืออะไร แต่กลับบอกให้ทีชตั้งกิล
เมื่อได้ยินดังนั้นทีช ก็เข้าใจไปเองว่าโอกาสสำคัญที่ว่าหมายถึงการตั้งกิล เพียงแต่ ทีชก็ยังสงสัยอยู่เล็กน้อยว่าการตั้งกิลเป็โอกาสสำคัญยังไง แต่ว่าในเมื่อกุนซือของตัวเองได้เปิดประเด็นขึ้นมาทีชที่เล็งเห็นจังหวะจะคุยเื่นี้พอดีก็หันไปเอ่ยปากถามิอย่างตรงไปตรงมาทันที
“ิ นายสนใจจะเข้าร่วมกิลของพี่หรือเปล่าเราจะช่วยกันสร้างกิลที่แข็งแกร่งที่สุด และเราจะต้องกลายเป็ตำนานของเกม LCให้ได้!”
“ตกลง ผมพร้อมที่จะร่วมทางไปกับพี่อยู่แล้ว!” ิ ตอบตกลงอย่างง่ายดาย
“เยี่ยม เอ่อว่าแต่รู้สึกว่าการสร้างกิลจะต้องมีผู้ก่อตั้งทั้งหมด 10คนถึงจะยื่นเื่ขอตั้งกิลได้นินา แล้วพวกเราจะไปหาคนจากไหน กุยแกเองก็เป็ NPC ไม่สามารถนับรวมได้ด้วยนี่” ทีชที่คิดได้ก็เอ่ยปากถามิ
“ก็มีอยู่นิครับนายท่าน พรรคพวกที่แข็งแกร่งคนนั้น”แต่เสียงที่ตอบกลับไม่ใช่ิแต่เป็กุยแก
“ดาร์ค! จริงสิลองชวนดูดีกว่า อลาโน่กับสมิทด้วย ถ้าได้ 3 คนนั้นมาร่วมด้วยละก็กิลพวกเราต้องแข็งแกร่งแน่ โดยเฉพาะดาร์คหมอนั่นไม่ธรรมดาเลย” ทีช พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
แต่ยังไม่ทันที่ทีชจะไปส่งข้อความหาดาร์คก็ได้ยินเสียงะโมาจากด้านหน้าโรงเตี้ยมซะก่อน
“เร่เข้ามาเร่เข้ามา สินค้าดีๆมากมายให้เลือกชมค่า...แม่ค้ารับซื้อสัตว์เลี้ยงด้วยน้า...ใครมีสัตว์เลี้ยงน่าสนใจมานำเสนอได้นะค่า...แม่ค้าคนนี้รับรองว่าให้ราคาดีอย่างแน่นอนค่า.....”เสียงของหญิงสาวดังขึ้นมาจนถึงชั้นบน
“เอ๊ะ...มีคนรับซื้อสัตว์เลี้ยง ิ ลงไปดูกัน” ทีช นึกถึงไข่ที่เก็บมาพอดีจึงคิดว่าจะลองเอาไปขายให้กับแม่ค้าคนนี้ดูเพราะตอนนี้จำเป็ต้องใช้เงินทุนอีกมากในการก่อตั้งกิล
เมื่อทีช ิ แล้วก็กุยแกลงมาถึงชั้นล่างก็พบกับแม่ค้าที่กำลังวางแผงขายของอยู่ถัดจากด้านหน้าร้านออกไปเล็กน้อยคนหนึ่งกำลังะโขายของที่วางเอาไว้ตรงหน้า พร้อมกับะโว่ารับซื่อสัตว์เลี้ยงสลับไปมาเมื่อกุยแกเห็นหญิงสาวเต็มตาก็หลุดปากพูดขึ้น “เธอคนนั้นคือ ปรางจี”
“ปรางจีคนที่มีเื่กับโคล่าเหรอครับ”ิใเล็กน้อยที่ได้เจอกับคนที่มีส่วนทำให้กิลหมีดุถึงกับล่มจม
ทีชที่ได้ยินว่าผู้หญิงตรงหน้าคือปรางจี เขาก็อยากจะลองทำความรู้จักเอาไว้บวกกับเธอคนนั้นยังเป็คนไทย ใช่เขาอยากมีเพื่อนที่เป็คนชาติเดียวกันเอาไว้บ้างเพราะในเกม LC รอบตัวเขามีแต่คนจากชาติอื่นทั้งนั้น
“แม่ค้า ผมไม่มีสัตว์เลี้ยงมาขาย แต่มีไข่ประหลาดที่ได้มาโดยบังเอิญแม่ค้าลองดูมั้ยเผื่อจะสนใจ” ทีชถามด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
“ไข่ประหลอดเหรอ ไหนๆ ข้าขอดูหน่อย” ปรางจีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเพราะเธอประกาศรับซื้อมาสักพักแต่ไม่มีใครที่มีสัตว์เลี้ยงที่เธอถูกใจสักคนเลยอาจเป็เพราะที่นี่คือเมืองเริ่มต้น จึงทำให้มีแต่สัตว์อสูรธรรมดาๆ ซะส่วนใหญ่
ทีช ได้ยื่นไข่ที่เก็บมาให้กับปรางจีเมื่อปรางจีรับไปก็พิจารณารอบๆ เธอพลิกดูไปจนทั่วแม้กระทั่งเอาหูแนบกับไข่เพื่อลองฟังเสียงข้างในแต่แล้วเธอก็ส่ายหัวยื่นไข่คืนมาให้กับทีช
“ดูไม่ออกเลยว่าเป็ไข่อะไร นายไปเจอไข่ใบนี้มาจากที่ไหนงั้นเหรอ”ปรางจีเอ่ยถาม เพราะเธอไม่สามารถระบุได้ว่าเป็ไข่ของสัตว์อสูรอะไร
“ข้าเจอระหว่างเดินทางมาที่นี่แถวๆ แม่น้ำน่ะ ดูเหมือนไข่ใบนี้จะไหลมาตามแม่น้ำจริงๆ แล้วข้างๆ ไข่ใบนี้มีเป็ดรูปร่างประหลาดนอนตายอยู่ด้วยบางทีนี่อาจจะเป็ไข่ของเป็ดตัวนั้นละมั้ง” ทีช ที่้าสร้างมิตรตอบตามความจริงโดยไม่ปิดบัง
“ไข่เป็ด! งั้นเอางี้ เห็นแก่ว่าที่นายเป็คนไทยเหมือนกันข้าจะรับซื้อในราคา 30 ทอง เ้าโอเคมั้ย”
’ 30ทองถ้าเทียบเป็ค่าเงินบาทในโลกภายนอกก็ราวๆ 30,000 บาท เธอให้ราคาแพงกว่าที่เราคิดอีก’
“30 ทอง ไม่แพงไปหรือไข่นี่จะเป็ตัวอะไรพวกเราก็ยังไม่แน่ใจ แล้วถ้าฟักออกมาเป็เป็ดจริงๆเธอจะไม่ขาดทุนงั้นเหรอ” ทีช ถามอย่างไม่เข้าใจในความคิดอีกฝ่าย
“ไม่หรอกข้าพูดตามตรง ว่าไข่นี่มีสิทธิสูงที่จะเป็สัตว์อสูรพิเศษเพราะข้าดูจากสีสันและความแข็งของเปลือก อีกอย่างเซนส์ของแม่ค้าของข้ากำลังบอกว่าราคานี้ดีแล้วข้ามั่นใจในเซนส์ของข้า” ปรางจีพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“อะฮ่า แม่นางคนนี้ช่างใจกล้าเสียจริง” เสียงที่คุ้นหูดังขึ้น
เมื่อทีชหันไปก็พบกับดาร์ค อลาโน่ และสมิท กำลังเดินเข้ามาพอดี ซึ่งคนที่พูดก็ไม่ใช่ใคร อลาโน่นั่นเอง
“สวัสดีครับ พี่ดาร์ค พี่อลาโน่ พี่สมิท” ิทักทาย
“ไงพวกนาย ฉันกำลังจะส่งข้อความหาพอดีเลย”
“มีอะไรหรือ แล้วนี่ไปเอาไข่ใบนี้มาจากไหน” ดาร์ค เอ่ยถามเขาได้ยินบทสนทนาของปรางจีกับทีชที่กำลังตกลงซื้อขายกันอยู่พอดี
“มากันซะเยอะเลย ตกลงจะขายให้ข้ามั้ยเนี่ย” ปรางจีที่เห็นว่าเริ่มออกนอกเื่ก็กล่างเร่งทีช
“ตกลงๆ” ทีช ตกลงพร้อมกับยื่นไข่กลับไปให้ปรางจี
เมื่อทำการแลกเปลี่ยนกันเสร็จเรียบร้อยปรางจีก็ขอตัวทันที เธอเก็บร้านขายของเสร็จก็กล่าวลาพวกทีชพร้อมกับเดินจากไปแต่ทว่ากุยแกที่นิ่งเงียบนานอยู่ก็พูดขึ้นเบาๆ โดยที่ไม่มีใครได้ยิน“ไว้เจอกันใหม่...แม่นาง...ปรางจี”
หลังจากที่ทีชทำการซื้อขายกับปรางจีเรียบร้อยก็พาคนอื่นๆ กลับขึ้นไปคุยเื่การก่อตั้งกิล ซึ่งพอทีชบอกว่าจะก่อตั้งกิล อลาโน่ก็โพล่งออกมาทันทีโดยไม่ลังเลว่า ‘ตกลง’ ทำให้ทีชกับิดีใจใหญ่ เพียงแต่ว่าดาร์ค และ สมิท ยังคงนิ่งเงียบ
“ดาร์ค จะรออะไรอยู่ละตอบตกลงทีชสิ” อลาโน่ที่เห็นเพื่อนไม่ตอบก็เร่ง
อลาโน่นั้นรู้ว่าทีชกับิเป็คนดีแล้วตัวเขากับดาร์คก็เล่นเกมด้วยกันสองคนมาตลอด ั้แ่สมัยเกม MO ทั้งคู่ก็ไม่มีสังกัดกิลแต่ทั้งคู่เป็ผู้เล่นอิสระ
ดาร์คกับอลาโน่นั้นเคยสร้างวีรกรรมในเกมMO จนทำให้เป็ที่รู้จักหลายต่อหลายครั้งทั้งคู่นั้นถูกขนาดนามว่ายมทูตขาวดำ ซึ่งยมทูตขาวก็คืออลาโน่ และดาร์คก็คือยมทูตดำ
ทั้งคู่เป็ผู้เล่นระดับสูงของเกมMO เป็ผู้เล่นที่ใครหลายคนต่างก็เกรงกลัวแม้แต่กิลใหญ่ๆ ถ้าเป็ไปได้ก็ไม่อยากจะปะทะกับทั้งคู่มากสักเท่าไหร่แต่ทว่ากับเกม LC นี้ไม่เหมือนกันคนเพียงคนเดียวไม่สามารถต่อสู้กับผู้เล่นหลายๆ คนได้ยิ่งถ้าอีกฝ่ายมีระดับยอดฝีมือ การต่อสู้ก็มักจะจบด้วยการดวลกันตัวต่อตัวอย่างสูสีทำให้อลาโน่ที่เมื่อได้เจอกับทีชแล้วก็ิ ได้ร่วมต่อสู้ผ่านอะไรหลายๆอย่างมาด้วยกัน ทำให้เขามีความรู้สึกผูกพันอลาโน่จึงตอบตกลงทันทีที่ทีชเอ่ยปากชวนนั่นเอง
“ฉันขอถามอะไรนายสักหน่อย กิลที่นายจะก่อตั้งจะเป็กิลแบบไหน”ดาร์คเอ่ยปากถามทีช
ภายในห้องเงียบไปราว5 วินาที ทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าทีช้าสร้างกิลแบบไหน
“ในตอนนี้ฉันพูดได้แค่ว่ากิลที่จะสร้างคือกิลที่แข็งแกร่งเท่านั้นแต่อยากให้นายรู้เอาไว้ว่าฉันจะไม่มีวันทรยศหรือทอดทิ้งพวกพ้องเด็ดขาด”ทีชตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เขากล่าวทุกคำออกมาด้วยความจริงใจ เพราะในเวลานี้เขารู้แต่เขา้าสร้างกิลที่แข็งแกร่งแต่เขาไม่รู้หรอกว่ากิลที่สร้างจะเป็แบบไหนกันแน่เพราะแม้แต่สมาชิกก็ยังมีไม่ครบ 10คนด้วยซ้ำเขาเลยไม่อยากเอ่ยสิ่งที่จะฟังดูเหมือนเื่เพ้อฝันออกไปสุดท้ายเขาจึงเลือกที่จะให้คำสัญญาออกไปแทน
“ตกลง!” “ตกลง!”
หลังจากที่ทีชพูดจบปรากฏว่าเสียงที่ตอบตกลงกลับดังออกมาพร้อมกันถึง 2 คน ดาร์ค และ สมิท ได้ตกลงที่จะเข้าร่วมเรียบร้อยแล้ว
“แต่ว่านับรวมกันทั้งหมดพวกเราก็ยังมีกันแค่ 5 คนยังขาดอีกตั้งครึ่ง” สมิท พูดพร้อมกับหันไปมองทีช
“เอาเป็ว่าพักเื่นี้ไว้ก่อนละกัน เดี๋ยวผมจะลองไปคิดวิธีหาคนเพิ่มดู”ทีชตอบ
“สิ่งที่นายท่านต้องทำคือไปเก็บเลเวลต่างหาก อย่างน้อยวันนี้เราก็มีสมาชิก 5คนแล้ว อีก 5 คนข้าไม่คิดว่าจะหายากนักหรอก”กุยแกพูดพร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กๆ ซึ่งคนที่สังเกตเห็นมีเพียงดาร์คเท่านั้น
“จริงสิ! เลเวลแค่นี้ก็เพ้อฝันว่าจะเป็หัวหน้ากิลที่แข็งแกรงที่สุดซะแล้วหัวหน้ากิลของข้าช่างไร้เทียมทาน ฮ่าๆๆๆ” อลาโน่หัวเราะอย่างชอบใจในตัวของหัวหน้ากิลของเขา
…..
สุดท้ายทุกคนก็ตกลงทำตามแผนของกุยแกคือพาดาร์คที่เลเวล115 กับ ทีชที่เลเวล 102 ไปเก็บเลเวลกันต่อโดยที่เป้าหมายคือเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลทั้งกลุ่มได้ตั้งเป้าหมายที่จะอัพเลเวลให้กับทั้งสองคนอย่างเร่งด่วนส่วนสมิทคนที่ี้เีเก็บเลเวลที่สุดวันๆเอาแต่ขลุกอยู่ในโรงตีเหล็กก็รีบออกตัวทันทีว่าติดธุระหลังจากที่รับปากว่าจะตามไปสบทบทีหลังก็ล็อกเอ้าท์หนีไปทันที สมาชิกที่เดินทางไปยังเมืองถัดไปจึงมีแค่ทีช , ิ , ดาร์ค , อลาโน่ และกุยแก