ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 2 บทที่ 38 ของขวัญที่ไม่คาดคิด สมบัติล้ำค่าของเผ่ามังกร น้ำตามังกร!

            “เหลือเวลาอีกแค่ห้านาทีก่อกริ่งจะดังนายไม่กลัวไปสายเหรอ?”

            “ยัยจิ้งจอก อย่าเปลี่ยนเรื่อง บอกมาตรงๆเลยว่าทำไมเธอถึงถูกจักรพรรดินีหลงกั๋วประกาศจับ”

            ไต้ลู่คิดจะบ่ายเบี่ยงแต่แล้วก็พบว่าสายตาของเซี่ยวซิงอวี่ฉายแววแน่วแน่และดุดัน

            “อย่าโกหก บอกความจริงมา”

            น้ำเสียงของเซี่ยวซิงอวี่เจือไปด้วยความเย็นชา

            ไต้ลู่ครุ่นคิดชั่วขณะ แล้วยักไหล่

            “ก็ได้ ก็ในเมื่อนายเป็นเจ้านายของฉันปิดบังอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์กับฉันหรอก”

            “ที่ผู้หญิงคนนั้น ซ่างกวนหลานตั้งค่าหัวสูงลิ่วเพื่อตามล่าฉัน ก็เพื่อของสิ่งนี้ในมือฉันนี่แหละ”

            ไต้ลู่ยกมือขวาขึ้นในฝ่ามือปรากฏสิ่งที่คล้ายลูกแก้วคริสตัล

            เซี่ยวซิงอวี่จ้องมองด้วยความตั้งใจเนตรปีศาจเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ

            “นี่...นี่มัน...”

            “น้ำตามังกร?”

            เซี่ยวซิงอวี่เอ่ยชื่อสมบัตินี้ออกมาได้อย่างถูกต้องทำให้ไต้ลู่ตกใจเป็นอย่างมาก

            “นายเป็นแค่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวทำไมถึงได้รู้เรื่องมากมายขนาดนี้? แม้กระทั่งน้ำตามังกรก็ยังรู้จัก!”

            เซี่ยวซิงอวี่อดไม่ได้ที่จะสัมผัสน้ำตามังกรเขาสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในลูกแก้ว

            “ตามตำนานโบราณเผ่าพันธุ์มังกรสายเลือดบริสุทธิ์มีสามสมบัติล้ำค่า”

            “หนึ่งคือดาบเกล็ดย้อนสองคือหนวดราชามังกร และสามคือน้ำตามังกร”

            “ดาบเกล็ดย้อนและหนวดราชามังกรล้วนเป็นอาวุธโจมตีอันศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถปลดปล่อยพลังทำลายล้างสวรรค์และปฐพีในการต่อสู้ได้”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เซี่ยวซิงอวี่ก็หยุดเล็กน้อย แล้วหยิบน้ำตามังกรจากมือของไต้ลู่ขึ้นมา

            “ส่วนน้ำตามังกรนั้นแตกต่างจากสมบัติอีกสองชิ้นของเผ่ามังกรมันไม่มีพลังโจมตีใดๆ เลย”

            “แต่เกิดจากการรวมตัวของน้ำตาของมังกรสายเลือดบริสุทธิ์นับหมื่นตัวหากสามารถกระตุ้นพลังทั้งหมดของมันได้ ก็จะสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้”

            หลังจากเซี่ยวซิงอวี่พูดจบขากรรไกรของไต้ลู่ก็แทบจะหลุดลงไปกองกับพื้น

            “นายอายุยังน้อยทำไมถึงรู้ความลับมากมายเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้ขนาดนี้?”

            “เพราะฉันโกงไง”

            “อะไรนะ?”

            “บอกไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอกต่อไปก็อย่ามาสืบเรื่องของฉันนักเลย”

            “เหอะ ใครจะไปอยากรู้เรื่องของนายกัน!”

            ไต้ลู่ย่นปากเชิดหน้ามองเซี่ยวซิงอวี่ด้วยสายตาเกลียดชัง ดูแล้วยังแอบน่ารักนิดๆ

            เซี่ยวซิงอวี่ประคองน้ำตามังกรไว้ในสองมือหัวใจเต้นแรง

            “แปลกจังนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันสัมผัสหยดน้ำตามังกร ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก?”

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ปานบนร่างกายของเขากำลังเปล่งประกายสอดรับกับน้ำตามังกร

            “ลู่ลู่ เธอเอาสมบัตินี้มาจากไหน? เท่าที่ฉันรู้หยดน้ำตามังกรได้หายสาบสูญไปในสงครามปราบมังกรเมื่อร้อยปีก่อนแล้วนะ”

            ไต้ลู่อธิบายตามตรง“ฉันมีพี่สาวคนหนึ่ง เธอมีเลือดของเผ่ามังกรอยู่ครึ่งหนึ่ง”

            “ครึ่งจิ้งจอกครึ่งมังกร? นั่นก็คือจิ้งจอกมังกรเก้าหางสินะ~”

            ไต้ลู่พยักหน้า แล้วพูดต่อ“ในสงครามปราบมังกร เผ่ามังกรถูกทำลายพี่สาวฉันได้รับมอบหมายจากราชามังกรให้ดูแลน้ำตามังกร”

            “เป็นอย่างนี้นี่เอง~”

            “ช่วงนี้ซ่างกวนหลานไม่รู้ไปได้ข่าวมาจากไหนว่าเผ่าจิ้งจอกเก้าหางของเราได้รับมอบหมายให้ดูแลน้ำตามังกร เธอจึงออกประกาศจับฉัน”

            เซี่ยวซิงอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามคำถามสุดท้าย

            “เธอรู้เรื่องสงครามปราบมังกรเมื่อร้อยปีก่อนมากน้อยแค่ไหน?”

            ไต้ลู่ส่ายหน้า

            เนตรปีศาจของเซี่ยวซิงอวี่สามารถมองทะลุคำโกหกของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้

            ไต้ลู่ส่ายหน้า ไม่ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามแต่เป็นเพราะเธอไม่รู้เรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับสงครามปราบมังกรจริงๆ

            “เซี่ยวซิงอวี่ นายจะทำอะไร!”

            “เรียกชื่อเต็มฉันเลยเหรอ? ยัยจิ้งจอก เธอกล้าดีนี่!”

            “เจ้านาย คืนน้ำตามังกรให้ฉัน!”

            เซี่ยวซิงอวี่ที่รักทรัพย์สินราวชีวิตเอาน้ำตามังกรมาเป็นของตัวเอง แล้วเก็บเข้าแหวนมิติ

            ไต้ลู่ทำหน้าบูดบึ้ง

            “ลู่ลู่ เราทำพันธสัญญาโลหิตกันแล้วนะเป็นคนกันเองทั้งนั้น”

            “ของมีค่าอยู่ที่ฉัน หรืออยู่ที่เธอก็ไม่ต่างกันหรอก”

            “อีกอย่างพันธสัญญาโลหิตก็เหมือนใบทะเบียนสมรส ในเมื่อจดทะเบียนแล้วหยดน้ำตามังกรก็เป็นสินสมรสของเราใช่ไหมล่ะ?”

            ไต้ลู่พูดด้วยความฉุนเฉียว“ใครไปเป็นสามีภรรยากับนายกัน! ถ้าไม่ติดเรื่องพันธสัญญาโลหิตฉันจะบีบคอไอ้คนพาลอย่างนายให้ตายเลย!”

            ตีเป็นรัก ด่าเป็นชอบ

            ยิ่งเซี่ยวซิงอวี่กับไต้ลู่ทะเลาะกันมากเท่าไรความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเท่านั้น

            “ลู่ลู่ เข้ามาในเลย!”

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดตราผนึกอสูรแล้วเก็บไต้ลู่เข้าไปข้างใน

            “สถาบันชิงหลงของพวกนายดูยิ่งใหญ่จริงๆ นะ~”

            “แน่นอนสิ เงินที่ใช้สร้างสถาบันชิงหลงมาจากจักรพรรดินีหลงกั๋ว ซ่างกวนหลาน ทรงควักกระเป๋าเองเลยนะเธอไม่ใช่คนขัดสนเงินทองหรอก~”

            “ผู้หญิงคนนั้น ซ่างกวนหลาน...เหอะๆ~”

            “เธอวางใจได้เลยเธอซ่อนอยู่ในตราผนึกอสูรของฉัน ไม่มีใครหาเธอเจอหรอก”

            ในมุมมองของไต้ลู่เธอสามารถสื่อสารกับเซี่ยวซิงอวี่ผ่านจิตวิญญาณและแบ่งปันวิสัยทัศน์กับเซี่ยวซิงอวี่ได้

            ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครสามารถตรวจจับเธอได้

            ไต้ลู่ยอมรับว่าการอยู่ข้างเซี่ยวซิงอวี่ในตอนนี้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดไม่มีที่ไหนปลอดภัยไปกว่านี้อีกแล้ว

            เซี่ยวซิงอวี่กลับเข้าสถาบันชิงหลงใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนตามปกติ

            เวลาผ่านไปรวดเร็ว จนถึงวันหยุดสุดสัปดาห์

            วันนี้ถือเป็นวันสำคัญสำหรับสถาบันชิงหลง

            การแข่งขันจัดอันดับนักเรียนใหม่ประจำปีเริ่มต้นขึ้นในเวลาสิบโมงเช้า

            สถาบันชิงหลง จัตุรัสกลาง

            อัฒจันทร์มีผู้คนหนาแน่นล้อมรอบเวทีใหญ่ไว้แน่นหนา

            ที่นั่งกรรมการ

            ผู้อำนวยการซูหรูเยียนรองผู้อำนวยการหวังตงเซิง หัวหน้าฝ่ายวิชาการหลินชาง

            ผู้นำทั้งสามของสถาบันชิงหลงทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันครั้งนี้

            บนแท่นผู้บรรยาย ยังคงเป็นใบหน้าคุ้นเคยนั่นคือผู้บรรยายมืออาชีพ หยางซวี่

            “สวัสดีอาจารย์และนักเรียนทุกท่าน~”

            “การแข่งขันจัดอันดับนักเรียนใหม่ประจำปีกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!”

            “นักเรียนใหม่ 600 คนจะจับฉลากเพื่อตัดสินลำดับการแข่งขัน”

            “ขอให้นักเรียนใหม่ทุกท่านเข้าร่วมพิธีจับฉลากอย่างเป็นระเบียบ”

            การจับฉลากก็ต้องเข้าแถวเซี่ยวซิงอวี่และเพื่อนร่วมชั้นห้องสามยืนเรียงแถวไปพร้อมกับพูดคุยกัน

            อู๋เซิงโหย่วมีรอยคล้ำใต้ตาสองข้างเหมือนหมีแพนด้าตัวใหญ่

            ซ่งหู่หัวเราะและถามว่า“เหล่าอู๋ รอยคล้ำใต้ตานายไปโดนอะไรมาเนี่ยเมื่อคืนแอบทำเรื่องใต้ผ้าห่มที่ไม่อาจเอ่ยถึงใช่ไหม?”

            “พูดพล่อยๆ!ฉันไม่มีรสนิยมแบบช่างฝีมือโบราณหรอกน่า! แค่ฉันเครียดมากนอนไม่หลับทั้งคืนเลยต่างหาก!”

            สภาพของอู๋เซิงโหย่วก็คือสภาพของนักเรียนใหม่ส่วนใหญ่

            การแข่งขันจัดอันดับนักเรียนใหม่เป็นการแข่งขันที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเรียนใหม่

            อันดับที่ได้จะเป็นตัวกำหนดสวัสดิการในชีวิตในรั้วสถาบันตลอดสามปีข้างหน้าโดยตรง

            นักเรียนปีหนึ่งที่ได้อันดับท้ายๆจะไม่ได้รับความใส่ใจจากสถาบันชิงหลงอีกเลย และแม้แต่หลังจากสำเร็จการศึกษาก็จะไม่ได้รับทรัพยากรหรือเครือข่ายใดๆ ทั้งสิ้น

            ส่วนนักเรียนที่อยู่ในอันดับต้นๆสถาบันชิงหลงจะให้ความสำคัญและทุ่มเทในการปลุกปั้นเป็นพิเศษ

            อัจฉริยะเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะได้เข้าถึงทรัพยากรที่ดีที่สุดตลอดสามปีที่เรียนสถาบันเท่านั้น

            แต่หลังจากสำเร็จการศึกษาสถาบันชิงหลงยังรับประกันการได้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมผู้ควบคุมสัตว์อสูรอันดับต้นๆของประเทศ ด้วยจดหมายแนะนำส่วนตัวจากผู้อำนวยการซูหรูเยียน

            อู๋เซิงโหย่วกุมหน้าอกที่เต้นแรงของเขาถอนหายใจอย่างคร่ำครวญ “การแข่งขันจัดอันดับนักเรียนใหม่ครั้งนี้มันคือการต่อสู้เพื่อชีวิตเลยนะ! เพื่อให้ได้อันดับดีๆทุกคนจะต้องสู้กันจนสุดกำลังบนเวทีเลย~”

            “เชิญนักเรียนคนต่อไปจับฉลากได้!”

            กรรมการตะโกนข

            ชายหนุ่มที่ดูท่าทางโอหังเดินขึ้นไปบนแท่นจับฉลาก

            ชายคนนี้คือหวังเยี่ยนเพื่อนเก่าของเซี่ยวซิงอวี่ เขาคือลูกชายของหวังตงเซิง รองผู้อำนวยการ

            ทันทีที่หวังเยี่ยนปรากฏตัวอัฒจันทร์ก็ส่งเสียงฮือฮา เสียงซุบซิบและเยาะเย้ยปะปนกันไป

            “นั่นไม่ใช่ลูกชายของรองผู้อำนวยการหวังเหรอ~”

            “ใช่แล้ว เขาไงที่โดนเซี่ยวซิงอวี่ซ้อมจนเสียหน้าบนเวทีประลอง!”

            “ในสถาบันชิงหลงของเราหมอนี่คงเป็นตัวตลกที่สุดแล้วละมั้ง....”

            หวังเยี่ยนได้ยินเสียงคนพูดคุยกันภายในใจโกรธจัด

            “เซี่ยวซิงอวี่ ความอัปยศที่แกมอบให้ฉันวันนี้ฉันจะคืนให้แกทั้งหมด!”

            หวังเยี่ยนกัดฟันแน่นหยิบกระดาษออกมาจากกล่องจับฉลาก

            กระดาษกางออก เผยให้เห็นสามคำชัดเจน:

            เซี่ยวซิงอวี่

            กรรมการประกาศว่า“การแข่งขันรอบแรกคู่ที่ 7 หวังเยี่ยน VSเซี่ยวซิงอวี่!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน