เมื่อหลิวจ้านเปิดหน้าต่างออกไปดูว่าเป็นใคร เขาได้พบเจอกับหญิงสาวสองคน คนหนึ่งเปิดหน้าอีกคนใส่หมวกบางๆกั้นใบหน้าไว้
“พวกท่านมายืนขวางหน้ารถม้าของข้าทำไม”หลิวจ้านถามออกไป
“เรียนคุณชายพวกเราขอติดรถม้าของท่านเข้าเมืองจะได้หรือไม่เจ้าค่ะ”หญิงสาวที่เปิดหน้าพูดขึ้นมา
“แล้วรถม้าของพวกเจ้าไปไหน”
“รถม้าของพวกข้าโดนคนขับฉกเงินเเละทรัพย์สินมีค่าไปหมดแล้วเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าไปกับข้าได้แต่ต้องจ่ายค่าโดยสาร หากไม่มีพวกเจ้าก็ต้องเอาตัวเขาแลกกับค่ารถ”หลิวจ้านทั้งพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ท่านพูดเรื่องไรสาระอะไร เชิญพวกท่านขึ้นมาได้พวกเราจะไปส่งท่านเอง”เป็นเย่เอ๋อที่พูดขึ้นมาหลิวจ้านถึงกับเสียหน้าพร้อมกับคิดในใจ ค่อยดูเถอะเจ้าเห็นว่าข้าใจดีกับเจ้า บรรเลงเพลงรักกับเจ้าแค่วันละรอบ แต่ต่อไปนี้ข้าจะไม่ใจดีอีก ต่อให้เจ้าหลับไปข้าก็จะบรรเลงเพลงรักกับเจ้าจนถึงเช้า หลิวจ้านไม่ได้พูดอะไรและให้พวกนางขึ้นมา หลิวจ้านไม่ได้นั่งด้านในรถม้า เขานั่งด้านนอกกับคนขับรถม้า เย่เอ๋อรู้สึกว่าท่าไม่ดีแล้ว รู้สึกว่านางทำเกินไป ไม่ไว้หน้าเขา ทำให้เขาอับอาย
หญิงสาวทั้งสองคนเมื่อขึ้นมาบนรถม้า คนที่ใส่หวากบางๆปิดหน้าถึงกับตกใจ ถึงแม้ว่านางจะจำผู้ชายข้างนอกไม่ได้แต่นางจำแม่นางที่นั่งอยู่ข้างในได้ แต่ว่านางก็ไม่ได้ทำตัวเหมือนรู้จักกับนาง
“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ”มู่หว่านชิงพูดขอบคุณเย่เอ๋อ
“เป็นชาวยุทธเจอคนที่ลำบากก็ต้องเข้าช่วยเหลือ แล้วพวกท่านจะไปที่ไหน”
“พวกเราจะไปที่เมืองลั่วหยางเจ้าค่ะ จะไปที่หอไชน่าทาวน์”
“พวกท่านจะไปที่นั่นทำไม ไปกินอาหารหรือว่ายังไง”
“พอดีว่าพวกเราจะไปสมัครงานเจ้าค่ะ ได้ยินว่าที่นั่นกำลังเปิดรับนางคณิกาเจ้าค่ะ พวกเราสองคนพี่น้องต้องการไปสมัคร”
“ได้พวกข้ากำลังจะเดินทางไปที่นั่น พวกเจ้าก็ติดรถม้าไปด้วย”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
เป็นหญิงสาวที่เปิดหน้าคุยกับเยเอ๋ออยู่สองคน ส่วนคุณที่ปิดหน้าพูดเพียงแค่คำว่าของคุณเจ้าค่ะ หลิวจ้านที่นั่งอยู่ข้างนอกรถม้าได้ยินที่พวกนางคุยกันและได้ยินน้ำเสียงของแม่นางที่ปิดใบหน้า เสียงของนางช่างไพรเราะเสียจริง จากนั้นทุกคนไม่ได้พูดอะไร จนรถม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าหอไชน่าทาวน์ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยง ทุกคนลงจากรถม้าหลิวจ้านและเย่เอ๋อได้แยกตัวไป เหลือแค่สองสาวงาม มู่หว่านชิงพอนางได้เห็นหอไชน่าทาวน์นางถึงกับอึ่งไปพักนึงเพราะรูปร่างของห่อช่างหยิ่งใหญ่และสวยงามที่สำคัญตอนนี้มีคนเดินเข้าออกหอกันเป็นจำนวนมาก ที่หน้าหอยังมีพนักงานต้อนรับค่อยต้อนรับและชุดของพวกนางก็แปลกตาแต่สวยงามที่เดียว
มู่หว่านชิงนางเป็นคนรักสวยรักงามอยู่แล้วเสื้อผ้าของนางก็มีเยอะแยะมากมาย แต่ยังดูไม่สวยเท่าเสื้อผ้าที่พวกพนักงานต้อนรับใส่ พวกนางเดินเขาไปในหอ ได้มีพนักงานต้อนรับมาถามพวกนาง
“ลูกค้าต้องการจะไปที่ไหนเจ้าค่ะ”
“พวกเรามาสมัครเป็นนางคณิกา ต้องไปที่ไหนเจ้าค่ะ”
“ตามผู้น้อยมาเจ้าค่ะ”
“พวกเราขอเดินชมหอก่อนได้หรือไม่”
“ได้เจ้าค่ะ แนะนำให้พวกท่านทั้งสองขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดก่อนค่อยเดินชมลงมาจ้างข้างบนเจ้าค่ะ”
ทั้งสองได้ทำตามที่พนักงานบอก ได้ไปลองขึ้นลิฟท์ มู่หว่านชิง ขึ้นลิฟท์ครั้งแรกก็กลัวอยู่บ้างแต่พอลิฟท์เริ่มเคลื่อนตัวพวกนางได้เห็นวิวรอบๆตัวหอ ช่างสวยงามจริงๆ พอลิฟท์ไปถึงชั้นบนสุดทั้งสองได้เดินชมวิวข้างบน เหมือนกับพวกนางได้มาผ่อนคลาย แถมข้างบนยังมีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่มาชมวิวชั้นบน จากนั้นพวกนางก็เดินลงมาเรื่อยๆตามชั้นต่างๆ พวกนางแวะทุกชั้น สิ่งที่นางแปลกใจก็คือทุกชั้นที่เปิดขายอาหารและสุราแทบจะไม่มีโต๊ะว่าง แถมยังมีบางคนที่ยืนรอกินอาหารอีกเป็นจำนวนมาก นางไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
ในห้องส่วนตัวชั้น 1 หลิวจ้านกำลังนั่งกินข้าวกับหว่านเอ๋อและเย่เอ๋อ
“เจ้าเตรียมพร้อมทุกอย่างหรือยัง”
“พร้อมแล้วเจ้าค่ะจะเปิดขายเป็นชุดเหมือนที่คุณชายบอกจะเปิดในช่วงเย็นเจ้าค่ะ”
ตอนแรกหลิวจ้านคิดที่จะจัดเหมือนเป็นบุฟเฟ่ แต่ตอนนี้ชั้นต่างๆแทบจะไม่มีที่นั่งเพราะคนมาจากทุกทิศทุกทาง ขนาดเจ้าเมืองยังมากินอาหารที่นี่ทุกวัน หลิวจ้านคิดราคาอาหารที่ทุกคนจับต้องได้เพราะเขาเน้นขายจำนวนมากและต้นทุนแต่ละอย่างก็ไม่เเพงเหมือนที่โลกปัจจุบันของเขา
“คุณชายเจ้าค่ะตอนนี้วัตถุดิบเริ่มที่จะไม่พอเจ้าค่ะ เราควรจะทำยังไง”
หลิวจ้านนั่งคิดซักพัก
“หว่านเอ๋อเจ้าให้คนไปกระจายขาวให้ชาวบ้านฟัง หากว่าใครปลูกวัตถุดิบหรือผักต่างๆ สามารถมาขายเราได้ตลอดปลูกเยอะแค่ไหนก็รับซื้อแค่นั้น ชาวบ้านจะได้มีรายได้”
หว่านเอ๋อได้ยินที่หลิวจ้านพูดถือว่าเป็นความคิดที่ดีแถมยังได้ช่วยชาวบ้านด้วย
“หว่านเอ๋อเจ้าให้คนไปติดประกาศหน้าหอว่าทุกวันสิ้นเดือนเราจะเปิดโรงท่านที่หน้าไชน่าทาวน์ กินฟรี”
หว่านเอ๋อได้ยินสิ่งที่หลิวจ้านพูดยิงทำให้นางรักหลิวจ้านขึ้นมากกว่าเดิมเพราะหลิวจ้านเป็นคนมีจิตใจดีและมีเมตตา นางได้แต่ขอบคุณเขาแทนชาวบ้านที่ยากจน เย่เอ๋อยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิม นางไม่น่าจะพูดหักหน้าเขาตอนนั้น เพราะตอนที่หลิวจ้านพูดว่าให้ทั้งสองสาวงามเอาตัวเขาแรกเพื่อเป็นค่าเดินทาง เขาน่าจะพูดเล่นๆ หลิวจ้านเป็นคนดีและมีเมตตาขนาดนี้คงจะไม่ทำแบบที่เขาพูดมา นางรู้สึกเสียใจ ต่อไปนี้ข้าจะเชื่อฟังคำพูดของเขาทุกคำ เย่เอ๋อคิดในใจ
ส่วนหลิวจ้านนะหรอที่บอกให้พวกนางเอาตัวเข้าแรกเขาพูดจริงจัง ใครมันจะทนไหวมีสาวงามถึงสองคน หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จ หว่านเอ๋อออกไปตรวจดูงานต่างๆ
“พวกเราไปที่ชั้น 6 กันเถอะข้ารู้สึกเหนื่อยอยากจะพักสักหน่อย”
“เจ้าค่ะ”
เย่เอ๋อคิดว่าหลิวจ้านเหนื่อยจริงๆ แต่ใครจะรู้ว่าหลิวจ้านเพียงหลอกนางเพราะเขาต้องการที่จะทำโทษนาง เมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องพักที่อยู่ชั้นหก หลิวจ้านอุ้มนางไปที่เตียง เย่เอ๋อตกใจแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน หลิวจ้านเริ่มจูบนางและสัมผัสไปทั่วร่างกายของนาง พร้อมทั้งบรรเลงเพลงรักกับนางในตอนกลางวัน หลิวจ้านบรรเลงเพลงรักกับนางจนถึงช่วงเย็น เย่เอ๋อไม่รู้ว่านางสลบไปตั้งกี่ครั้งแต่ก็ถูกหลิวจ้านปลุกขึ้นมาเพื่อบรรเลงเพลงต่อไปเรื่อยๆ จนเกือบจะทำให้นางขาดใจไปกับความสุขที่เขามอบให้ เย่เอ๋อหลับไปหลิวจ้านก็หลับไปในอ้อมอกของนาง
น่าสงสารเย่เอ๋อจริงๆที่คิดว่าคนเลวเป็นคนดี