พิชิตสวรรค์สะท้านฟ้า

    บทที่ 52  พวกขี้งก! อย่ามาหาเรื่องต่อยตีกับข้า

    บทที่ 52  พวกขี้งก! อย่ามาหาเรื่องต่อยตีกับข้า


    ‘การติดต่อกับเจ้าหนูผู้นี้ ช่างปวดหัวเสียจริง’ กงซุนหนานกุมหน้าผาก สีหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ ไม่นานนักกงซุนหนานก็หัวเราะเบา ๆ ดวงตาอ่อนโยนลงเล็กน้อย


    หลายปีมานี้ นางมีนิสัยสันโดษ ไม่มีความรู้สึกผันผวนใด ๆ นับตั้งแต่ได้พบกับเฉินชิงหยวน กงซุนหนานก็เหมือนได้สัมผัสกับจังหวะชีวิตอีกครั้ง มีทั้งสุขและเศร้า อารมณ์ซับซ้อน


    กลับมาถึงถ้ำฝึกตนเฉินชิงหยวนค่อย ๆ เปิดกล่องหยก ภายในมีรากวิญญาณหยกขาววางอยู่ ซึ่งเป็นส่วนรากของโอสถวิเศษชั้นยอด บรรจุแก่นแท้ทั้งหมดของสมุนไพรล้ำค่าทั้งต้น


    “ร่ำรวยแล้ว!” เฉินชิงหยวนดีใจ “รากวิญญาณหยกที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ แม้แต่คลังสมบัติของสำนักเสวียนชิงยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ”


    “เหตุใดนางจึงใจกว้างเช่นนี้?” หลังจากจมอยู่กับความยินดี เฉินชิงหยวนก็รู้สึกตื่นตัวเล็กน้อยแล้วพูดกับตัวเองอย่างลับ ๆ ว่า “หรือว่านางจะมีแผนการอะไรอยู่?”


    พูดจบ เฉินชิงหยวนก็หยิบกำไลหยกออกมา ยืมกฎพิเศษของกำไลหยกมาตรวจสอบรากวิญญาณหยก


    หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว รากวิญญาณหยกก็ไม่ได้ถูกทำอะไร ทุกอย่างเป็นปกติ


    “แปลกจริง ๆ ” เฉินชิงหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย “หรือจะเป็นเพราะท่านเซียนกระบี่? หรือว่าข้าหล่อเหลาเกินไป ทำให้หมอผีคิดแผนการร้ายอะไรขึ้นมา?” หญิงชุดแดงในเขตต้องห้ามเทียนหยวนคนนั้น พอเห็นเฉินชิงหยวนก็เอ่ยปากขอแต่งงาน ทำเอาเฉินชิงหยวนยังรู้สึกหวาดหวั่นจนถึงตอนนี้


    “ช่างนางเถอะ มีของดีไม่รับไว้สิแปลก”


    เฉินชิงหยวน  เลิกคิดถึงเรื่องเหล่านี้


    หากกลั่นรากวิญญาณหยกนี้ได้หมด เฉินชิงหยวนย่อมสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตจินตันได้ในคราวเดียว และกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งได้แน่


    อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เฉินชิงหยวนยังไม่ได้ทำเช่นนั้น ตั้งใจที่จะเสริมสร้างฐานรากให้มั่นคงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การก้าวข้ามขอบเขตจินตันไม่ต้องรีบร้อน รออีกสักสองสามปีค่อยว่ากัน


    เฉินชิงหยวนเก็บรากวิญญาณหยก และเตรียมนั่งสมาธิ


    “ท่านผู้อาวุโสเฉิน ข้างนอกมีคนมากมายมาหาท่าน ท่านรีบออกมาดูเถิด!” ทันใดนั้น เสียงร้อนรนก็ดังมาจากนอกถ้ำ


    ‘ให้ข้าอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้เลยหรือไง!’ เฉินชิงหยวนโมโห และรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก


    เมื่อเดินออกไปข้างนอก เฉินชิงหยวนเห็นศิษย์ฝ่านในคนหนึ่ง จึงเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?”


    “มีคนกว่าร้อยคนมาท้าทายที่หน้าประตูภูเขา ล้วนเป็นทายาทคนโปรดจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ต้องการประลองกับท่านผู้อาวุโสเฉินขอรับ” ศิษย์สายในรายงานตามความเป็นจริง


    “มีใครบ้าง?” เฉินชิงหยวนถามต่อ


    “ฉินอวี้ถัง ทายาทของสำนักหยกสวรรค์, พระผู้อมรม์จากวัดหนานหมิงต้าเจวี๋ย, คนของภูเขาสามวิสุทธิชน...” ศิษย์คนดังกล่าวบอกนามผู้ท้าประลองมากว่าสิบด้วยซ้ำ


    “ก็แค่คนที่พ่ายแพ้ในอดีต”


    ครั้งหนึ่ง เฉินชิงหยวนเคยกดข่มคนรุ่นราวคราวเดียวกันในดินแดนฝูหลิวซิงอวี้ จนพวกนี้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น ตอนนี้กลับทำกร่าง กล้ามาท้าทายถึงที่


    “เรื่องค่อนข้างซับซ้อน พวกข้าไม่สามารถไล่ไปได้โดย ทำได้เพียงให้ท่านผู้อาวุโสเฉินออกมาจัดการ” ผู้อาวุโสของสำนักเสวียนชิงพยายามไล่คนเหล่านี้ออกไปแล้ว แต่ก็ไร้ผล พวกเขาไม่สามารถรังแกเด็กได้ หากข่าวแพร่ออกไป สำนักเสวียนชิงต้องถูกหัวเราะเยาะแน่นอน


    ยิ่งไปกว่านั้น วันที่คนจากทุกสำนักมาเยือนก็ได้พูดชัดเจนแล้วว่า หากคนรุ่นราวคราวเดียวกันหาเรื่องเฉินชิงหยวน  พี่หญิงจะไม่เข้าไปยุ่ง เก่งนักก็เอาตัวรอดกันเอง


    “ไปก็ไป!” เฉินชิงหยวน พูดอย่างไม่กังวลใจ




    ริมหน้าผาของยอดเขาแห่งหนึ่ง ผู้อาวุโสและศิษย์พี่ผมขาวกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ มองไปที่ประตูภูเขา


    “ศิษย์น้องเล็กจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่?”


    “ถึงแม้ว่าศิษย์น้องเล็กจะฝึกฝนใหม่ แต่อย่าได้ดูถูกเขาเชียว! หากแม้แต่คนที่เคยพ่ายแพ้ในอดีตยังปราบไม่ได้ เขาก็ไม่ใช่เฉินชิงหยวนแล้ว”


    “ศิษย์น้องเล็กมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมาก ไม่น่าจะเสียเปรียบ”


    “เรามารอดูเรื่องสนุกกันเถอะ!” ผู้อาวุโสทุกคนดูอย่างสนใจ ไม่ได้กังวลว่าจะเกิดเรื่องขึ้น


    หน้าประตูสำนักเสวียนชิง ศิษย์กว่าร้อยคนที่แต่งกายหรูหรายืนอยู่กลางอากาศ พูดจาหยาบคายตลอดเวลา ต้องการบังคับให้เฉินชิงหยวนปรากฏตัว เพื่อกู้หน้าให้กับผู้อาวุโสของพวกเขา


    นอกจากนี้ พวกเขาเองก็เคยถูกเฉินชิงหยวนเหยียบย่ำ ความแค้นนี้ฝังใจมาตลอด ตอนนี้มีโอกาสดีเช่นนี้แล้ว แน่นอนว่าจะพลาดไม่ได้


    “เฉินชิงหยวน เจ้าจะหลบอยู่ในกระดองไปตลอดชีวิตหรือ?”


    “ข้าว่า เจ้าออกมาโค้งคำนับ ขอโทษพวกข้าเสีย เช่นนั้นแล้วพวกข้าถึงจะจากไป”


    “ครั้งหนึ่งเจ้าเคยเก่งกาจ ตอนนี้กลับซ่อนตัวอยู่ในสำนักไม่กล้าโผล่หัวออกมา หรือว่าแม้แต่ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับพวกข้าก็ไม่มีแล้วงั้นรึ?” ทุกคนต่างเยาะเย้ยพร้อมกับหัวเราะเยาะอย่างน่ารังเกียจ


    เฉินชิงหยวนมาถึงหน้าประตู มองดูคนคุ้นเคยกลุ่มนี้ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย


    ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน เฉินชิงหยวนก็ไม่เคยมองว่าคนเหล่านี้เป็นคู่ต่อสู้ เป็นเพียงแค่ก้อนหินที่เหยียบย่ำบนเส้นทางการบำเพ็ญเท่านั้น


    “ขอพูดตรง ๆ แม้ว่าเจ้าจะเริ่มบำเพ็ญใหม่ แต่ก็ไม่คู่ควรกับชื่อเสียงของหนึ่งในสิบวีรบุรุษแห่งเป่ยหวงอีกแล้ว”


    ฉินอวี้ถังสวมชุดผ้าไหมสีเข้ม เมื่อก่อนเขาเกือบจะได้แต่งงานกับไป๋ซีเสวี่ยแล้ว ความจริงแล้วเขาไม่ได้รักไป๋ซีเสวี่ยมากขนาดนั้น หนึ่งคือต้องการแต่งงานกับตำหนักบูรพาสุข สองคือต้องการยั่วโมโหเฉินชิงหยวนก็เท่านั้น


    ร้อยปีก่อน เฉินชิงหยวนเอาชนะคนรุ่นราวคราวเดียวกันในดินแดนฝูหลิวซิงจนราบคาบ ซึ่งรวมถึงฉินอวี้ถังด้วย อย่างไรก็ตามฉินอวี้ถังยังไม่ยอมแพ้ ท้าทายเฉินชิงหยวนหลายครั้งแต่ก็พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า ฉินอวี้ถังไม่เพียงแต่พยายามอย่างหนัก แต่ยังผูกใจเจ็บเฉินชิงหยวนอย่างมากด้วย


    “พวกเจ้าด่าข้ามาหลายวันแล้ว ไม่เหนื่อยกันบ้างหรือ?” เฉินชิงหยวนทำตัวสบาย ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของคนอื่น


    “ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัวเสียที!”


    ทุกคนเห็นเฉินชิงหยวน  ดวงตาก็พลันจ้องเขม็ง บรรยากาศโดยรอบก็ตึงเครียดขึ้นมาในทันที


    “การด่าเจ้าจะไปทำให้เหนื่อยได้อย่างไร นี่ล้วนแล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดี” ฉินอวี้ถังพูดเยาะเย้ย


    “เดินทางมาไกลถึงสำนักเสวียนชิงเพื่อหาเรื่องข้า สมองของพวกเจ้าคงจะมีปัญหามิมากก็น้อยเป็นแน่!” เฉินชิงหยวนหยิบเก้าตัวหนึ่งมานั่ง เงยหน้ามองฉินอวี้ถังและคนอื่น ๆ ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ก่อนจะพูดเสียงดัง


    “พวกข้ามาที่นี่เพื่อท้าทายหนึ่งในสิบวีรบุรุษแห่งเป่ยหวงในอดีต เจ้ากล้าสู้กับพวกข้าหรือไม่?”


    เฉินชิงหยวนในตอนนั้นมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่น่าอิจฉาและเคารพยำเกรง นับตั้งแต่เขาตายไปทวีปเป่ยหวง  ก็ยอมรับเพียงเก้าวีรบุรุษเท่านั้น


    เมื่อฉินอวี้ถังพูดคำว่า ‘สิบวีรบุรุษแห่งเป่ยหวง’  มีเพียงการเสียดสี ไร้ซึ่งความเคารพใดใด


    “เหตุใดข้าจึงต้องสู้?” เฉินชิงหยวนถามกลับ


    “คนรุ่นเดียวกันประลองฝีมือ หาความถูกต้องแท้จริง” ฉินอวี้ถังกล่าว


    “แล้วไงต่อ?”  เฉินชิงหยวนหยิบน้ำชาจากถุงเก็บของขึ้นมาจิบ


    “เจ้ากล้าหรือไม่กล้า?” ฉินอวี้ถังถามย้ำอีกครั้งเสียงดัง


    “สมองเจ้าต้องมีปัญหาแน่ ๆ ”  เฉินชิงหยวนชี้ไปที่ฉินอวี้ถังต่อหน้าผู้คนมากมายแล้วด่าว่า


    “เจ้าเพิ่งรู้จักข้าวันนี้หรือไร? ไม่รู้กฎของข้าเลยหรือ? ต้องการท้าทายข้า ก็มามือเปล่าไม่ได้! ต้องเดิมพันกันหน่อย”


    “โลภมากเช่นนี้ ระวังจะถูกมารครอบงำในสักวัน” เมื่อได้ยินคำด่าของเฉินชิงหยวน ฉินอวี้ถังก็หน้าซีดเผือดก่อนจะสาปแช่ง


    “นั่นมันเรื่องของข้า เกี่ยวอะไรกับเจ้า!!”  เฉินชิงหยวนสวนกลับ


    “ข้าขี้เกียจพูดกับพวกเจ้า! พวกขี้งก!”


    “เจ้าอยากเดิมพันอะไร?” ชายหนุ่มคนหนึ่งทนท่าทางของเฉินชิงหยวนไม่ไหว อยากจะขึ้นไปสู้ด้วยใจจะขาด


    “อย่างน้อย ๆ ก็ต้องหินวิญญาณระดับกลางหมื่นก้อน!” ดวงตาของเฉินชิงหยวนฉายแววเจ้าเล่ห์ ปลากินเบ็ดแล้ว ได้เวลารวยอีกครั้ง


    ‘ดินแดนฝูหลิวซิงนี่มันแดนคนโง่ชัด ๆ!’


    เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไป วิญญาณมากมายขนาดนี้ รวมกันแล้วก็มิใช่จำนวนน้อย ๆ เลย!


    “อย่างที่คิด พวกขี้งกไร้ทรัพย์! จะไปไหนก็ไป! อย่ามาหาเรื่องต่อยตีกับข้า” เฉินชิงหยวนเห็นสีหน้าลำบากใจของทุกคน ก็แสร้งเยาะเย้ยใช้เล่ห์กลยั่วยุ



    คล้ายกับเรื่องพิชิตสวรรค์สะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน