ตอนที่54 ราชสีห์ปีกทอง
โอสถระดับ5 โอ “ เสียงของนางสัตว์อสูรดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
เขาหยิบเอาโอสถด้านรักษาระดับ5 ออกมาสีม่วงหนึ่งเม็ดกับสีเทาอีกหนึ่งเม็ดป้อนให้แก่นางราชสีห์ปีกทอง สักครู่ใหญ่ๆก็พบว่าโลหิตนั้นได้หยุดไหลแล้วและบาดแผลก็ค่อยๆสมานตัวจนอีกสองชั่วยามก็ได้หายสนิท แม้จะยังไม่แข็งแรงดังปกติแต่นางก็ลุกขึ้นได้แล้ว
“พ่อหนุ่มเรากับลูกกลับต้องมาเป็นหนี้บุญคุณชีวิตเจ้าแล้วไม่รู้จะทดแทนอย่างไรดี” แม่อสูรราชสีห์ปีกทองเอ่ยออกมา
“เช่นนั้นเจ้ากับมันก็ไปอยู่กับข้าทั้งคู่สิจะได้เลี้ยงดูมันช่วยข้าหากเจ้ายินยอม”
“ได้ข้าจะไปอยู่กับพ่อหนุ่ม”
“แม้ว่าพวกเจ้าไปเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าแต่ก็ไม่ต้องทำพันธสัญญากับข้าหรอกนะข้าเชื่อใจพวกเจ้า” โดยปกติทั่วไปแล้วการรับสัตว์อสูรมาเป็นสัตว์เลี้ยงจะต้องทำพันธสัญญาเสมอเพื่อป้องกันมันทำอันตราย
“ขอบพระคุณนายน้อยอย่างยิ่งแล้ว นายน้อยเรียกข้าว่าเอยเอยก็ได้”
“เช่นนั้นก็เรียกเจ้าตัวน้อยว่าเอยหุ้นก็แล้วกันนะข้าว่ามันน่ารักดี” เล้งปวยบอกตามที่หญิงสาวหลินซีข้างในสั่งมา
คล้ายดั่งว่าเจ้าตัวน้อยเอยหุ้นจะชอบชื่อของมันเป็นอย่างมาก มันเอาหน้าน้อยๆมาสัมผัสเบาๆที่มือของเขา
“เอยเอยเรารีบไปกันเถอะตอนนี้เจ้าไม่สบายดังนั้นคงไม่สะดวกที่จะบิน มาอยู่ในแดนมิติบนแหวนของข้าก่อนแล้วกันนะ”
ว่าแล้วก็ใช้แหวนดูดเอาเอยเอยกับลูกเข้าไปเก็บไว้ในแหวน วันนี้เล้งปวยมีความพึงพอใจอย่างที่สุด ประการแรกเขาได้เลื่อนระดับพลังมาที่ชั้นนภาจุติระดับ10แล้วแม้ว่าคนอื่นจะพบว่าเขานั้นอยู่แค่ระดับ5 ก็ตาม อีกทั้งยังได้สัตว์อสูรระดับสูงสองแม่ลูกเป็นสัตว์เลี้ยงพาหนะอีกด้วย
พอดีเขาเห็นว่ากำหนดสามเดือนที่ต้องอยู่ในมิติป่าเร้นลับนั้นจะสิ้นสุดลงแล้วเขาจึงมุ่งหน้าไปยังทางประตูออกจากมิติทันที
ในระหว่างทางกลับนั้นเขาได้พบกับพวกของลี้เพ้งทั้งสามคนเขาจึงเรียกให้ทั้สามหยุด
“ลี้น้อยพวกเจ้ามาทางนี้” พออีกฝ่ายได้เห็นพลันตะโกนมาแต่ไกลเลย
“ลูกพี่ปวย! ลูกพี่ปวยจริงๆด้วย” มันพลันมองเล้งปวยอย่างกับเห็นตัวประหลาด ที่เห็นทั้งรูปร่างหน้าตาและพลังยุทธที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของลูกพี่
“พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
เห็นพวกเขาก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย แต่ของที่จะนำไปแลกเงินหรือแลกคะแนนนั้นได้อะไรไม่ค่อยมากนักดังนั้นจึงหยิบแกนอสูรระดับ3 ให้คนละ2 อันศิลาพลังปราณระดับกลางคนละ2 อันและหญ้านางเซียนระดับกลางอีกคนละ3 ดอก ทำให้พวกมันยิ้มแทบไม่หูบได้แต่พร่ำขอบคุณเขาตลอดเวลา แล้วเขาจึงได้แยกจากมา
…
ณจุดลงทะเบียนในตอนนี้เริ่มคึกคักขึ้นมาเป็นพิเศษ หลังจากครบกำหนดก็เริ่มมีศิษย์ที่ออกมาจากในมิติป่าเร้นลับ นำสิ่งของที่ได้มาทั้งสามอย่างออกมาลงทะเบียนแลกสิ่งของบ้างแล้ว โดยสามารถเลือกได้ว่าจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินหรือแลกเป็นคะแนนก็ได้ตามที่ต้องการ
แกนสัตว์อสูรระดับ1 หญ้านางเซียนระดับต่ำและศิลาพลังปราณระดับต่ำ สามารถแลกได้อย่างละสิบคะแนนแต่ถ้าแลกเป็นเงินก็จะได้อย่างละ10 เหรียญทอง ถ้าเป็นแกนสัตว์อสูรระดับ 2 หญ้านางเซียนระดับกลางและศิลาพลังปราณระดับกลาง สามารถแลกได้อย่างละ300 คะแนน หรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ 300 เหรียญทอง
ส่วนแกนสัตว์อสูรระดับ3 นั้นแลกได้1000 คะแนนหรือ1000 เหรียญทอง แต่ถ้าเป็นแกนสัตว์อสูรระดับ4 หญ้านางเซียนระดับสูง และศิลาพลังปราณระดับสูงนั้นสามารถแลกได้ถึง10,000 คะแนนหรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้10,000 เหรียญทอง
แน่นอนว่าส่วนใหญ่เลือกที่จะแลกคะแนนมากกว่า เพราะพวกลูกหลานตระกูลใหญ่ที่มีเงินทองอยู่แล้วจึงต้องการคะแนนเพื่อสิทธิต่างๆที่จะได้ตามมา มากกว่า
หลังจากเวลาครบกำหนด3 เดือนนั้นได้ผ่านไปราวครู่ใหญ่ๆ ก็เริ่มมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมาเป็นระยะๆเมื่อปรากฏว่ามีผู้ที่นำสิ่งของมาแลกได้คะแนนที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ที่นำอยู่นั้นได้คะแนนสูงถึง1000 คะแนนแล้ว
“กวงหยุน1300 คะแนน” เสียงกรรมการประกาศ ”เฮ!!!!!” เสียงเฮยาวๆพลันตามมาทุกครั้งที่มีผู้แซงนำขึ้นไปอีก
“……………1500 ……” เฮ่ๆๆ
“……………1700 ……” เฮๆๆ
“……………2200……” เฮๆๆ
พวกลี้เพ้งพอออกจากเล้งปวยแล้วก็พากันวิ่งตะบึงมาอย่างเร็ว จนมาถึงจุดลงทะเบียนก็เห็นคนมากันตั้งมากแล้ว จึงได้นำของที่ได้ออกมาให้กรรการตรวจบ้าง
“อึ้หยู 3590” เฮๆๆ
“กู่เจียว 3620” เฮๆๆ
“ลี้เพ้ง 3650” เฮๆๆ
เมื่อเห็นทั้งสามที่แต่งตัวเป็นเพียงศิษย์สายนอกแต่คะแนนที่ได้กลับแซงโด่งไปไกลย่อมทำให้เป็นที่สนใจขึ้นมาทันที จากนั้นอีกหนึ่งชั่วยามผ่านไปส่วนใหญ่ก็เริ่มออกมากันบ้างแล้ว
ในส่วนของศิษย์สายในนั้นทีมที่ออกมาก่อนนั้นคือตึกจอมราชันย์เมื่อกรรมการรวมคะแนนแล้ว
“ศิษย์สายในตึกจอมราชันย์ทำคะแนนได้ 28460 คะแนน” เฮๆๆๆๆเสียงดังกึกก้องตามมา ทำให้ถังตู้หลง หัวหน้าตึกยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ปีนี้ศิษย์มันทำได้ดีกว่าปีก่อนมันเริ่มคิดถึงการเป็นอันดับหนึ่งขึ้นมาลางๆในตอนนี้
จากนั้นศิษย์สายในตึกต่างๆก็มากันครบและกรรมการทะยอยประกาศออกมาไล่ๆกัน
“ศิษย์สายในตึกวารีเทพทำคะแนนได้ 22050 คะแนน” เฮๆๆ ซือคงคล้ายดังพอใจที่ปีนี้ศิษย์เขาทำได้ดีกว่าปีที่ผ่านมาไม่น้อยเลยคงพอจะลุ้นอันดับได้บ้าง
“ศิษย์สายในตึกอสูรฟ้าทำคะแนนได้ 32540 คะแนน” เฮๆๆๆๆๆ ต้วนยี่เหอถึงกับหัวเราะฮ่าๆขึ้นมาในบริเวณที่นั่งของหัวหน้าตึก
“ฮ่าๆๆ ข้าบอกพวกเจ้าแล้วว่าอย่าพึ่งลำพองไป………”
“ศิษย์สายในตึกหงสาเพลิงทำคะแนนได้ 34580 คะแนน” เฮๆๆๆๆๆๆๆๆพอเสียงประกาศนี้ดังขึ้นมาทำให้ต้วนยี่เหอพูดต่อไม่ออก มันได้แต่ตกตะลึงไปแล้ง ผิดกับยี่เซี่ยววาที่พลันยิ้มแก้มแทบปริที่ตึกนางพลันเป็นม้ามืดขึ้นมา
“ศิษย์สายในตึกหมื่นเทพทำคะแนนได้ 85540 คะแนน” เฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆทั้งลานพลันโห่ร้องอย่างกึกก้องยาวนานขึ้นมา ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนทั้งมวล
“มันเป็นไปได้อย่างไรกันที่ตึกอันดับสุดท้ายของทุกปีจะพลันกลับมามีคะแนนนำแบบทิ้งห่างขนาดนี้”
จากนั้นเหล่าศิษย์สายตรงก็พากันทะยอยมาลงทะเบียน คนแรกที่มาคืออูเสี่ยวเมิ่งแห่งตึกจอมราชันย์
“อูเสี่ยวเมิ่ง 76600 คะแนน” เสียงเฮพลันดังขึ้นมา
“ตี้อู๋หมิง 87300 คะแนน”
“เย่ยี่จู 127200 คะแนน”
“เชี่ยลี้อวี้ 126900 คะแนน”
“เล้งปวย 355,000 คะแนน”
เมื่อผลคะแนนปรากฏออกมาเช่นนี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์พลันเปลี่ยนขั้วไป ผู้ถือข้างมวยรองพลันยืดอกขึ้นมาทันที กระทั่งต้วนยี่เหอเองในยามนี้ยังแทบไม่กล้าสู้หน้าใครจนหลบหน้าออกไปก่อน
ที่สำคัญนั้นไม่ใช่ว่าเกิดจากศิษย์ของตนทำคะแนนได้น้อยลง แต่เป็นไฉนอีกฝ่ายจึงพลันทำคะแนนพลิกขึ้นไปได้มากมายขนาดนี้ได้ต่างหาก
……
/รอดแย้ว