
เพลิงลาวาเดือดปุด ๆ รอบทางเข้าหุบเขา แสงไฟสะท้อนบนหินรอบด้าน ทำให้บรรยากาศร้อนระอุและตึงเครียด
เพลิงสีแดงฉานราวกับมหาสมุทรเดือดพล่านปะทุขึ้นกลางบ่อเพลิงโลกันต์ ลมร้อนพัดจนผืนฟ้าสั่นไหว เงาเปลวไฟสะท้อนเป็นเสี้ยวทมิฬบนพื้นหิน อุณหภูมิสูงจนหินรอบบ่อแตกร้าวเป็นเส้นสาย
กลางบ่อเพลิงนั้น ชายร่างสูงผอม ผมยาวสีดำสลวย ปลายผมมีสีน้ำเงินแซมนิดๆ สวมเสื้อผ้าสีแดงอ่อน เขาลอยตัวอยู่บนบ่อเพลองโลกันต์ แต่ไฟและความร้อนไม่มีผลใดๆแม้แต่จะทำให้ชุดของเขาเผาไหม้ได้อย่างน่าประหลาดใจ
เขาลอยตัวนิ่ง สองตาหลับพริ้ม แผ่วลมแห่งพลังเซียนห่อหุ้มกายเขาไว้ราวกับสายน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์ ตัดกับเปลวไฟที่คลุ้มคลั่งรอบด้าน คล้ายเทพเจ้าผู้สงบนิ่งท่ามกลางหายนะ
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากขอบบ่อฯ
อวี้เฟิง : (ตะโกนลั่นพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ)
“โหหห ดูท่าทางชิลไม่เบานะอวี้ปิง! เจ้านี่มันตัวจริงแห่งศิลานิ่งไม่ไหวติง ลอยอยู่ท่ามกลางไฟนรกได้เหมือนอาบน้ำอุ่นเลยนะ”
(ยกมือป้องปากทำท่ากระซิบ แต่จงใจให้ได้ยิน)
“หรือว่า…เจ้ากำลังซ้อมทำท่าเท่เผื่อมีสาว ๆ แอบส่องอยู่แถวนี้?”
อวี้ปิง : (ไม่ลืมตา เสียงเย็นจัดแต่แฝงหงุดหงิด)
“…อวี้เฟิง! เจ้าไม่ได้มีปากไว้หายใจหรือไง ข้าก็นึกว่ามีสุนัขที่ไนมาแกล้งสัตว์เลี้ยงของข้า(อสูรเพลิงโลกันต์) ที่แท้เสียงเจ้านี่เองที่ปลุกมันให้คลุ้มคลั่ง”
อวี้เฟิง : (หัวเราะเอิกอ้าก)
“โถ่! ข้าก็นึกว่าท่านผู้เคร่งขรึมจะขอบคุณที่ข้าเป็นห่วง มายืนเฝ้าดูไม่ให้เจ้ากลายเป็นหมูย่างเสียอีก ฮ่าๆๆ”
อวี้ปิง : (คิ้วกระตุกเล็กน้อย ลืมตาขึ้นช้า ๆ เปลวไฟสะท้อนในแววตา)
“หากข้าเป็นหมูย่างจริง…เจ้านี่แหละจะได้กินชิ้นแรก”
อวี้เฟิง : (ทำท่าลูบท้อง ยิ้มกรุ้มกริ่ม)
“หึหึ อย่างน้อยก็ยังแบ่งข้า แสดงว่าลึก ๆ เจ้ายังห่วงข้าสินะ”
อวี้ปิง : (ถอนหายใจ แอบเสมองไปอีกทาง แต่ไฟรอบกายกลับสงบลงเล็กน้อย)
“…เงียบเสียทีเถอะ ก่อนข้าจะเผาเจ้าจริง ๆ”
อวี้เฟิง มือกอดอก รอยยิ้มกวนแต่เสียงแฝงความเข้ม
"โห…อวี้ปิง น้องชายสุดรักของข้า แค่ยืนตรงนั้นก็ทำเหมือนจะเผาผลาญหุบเขาทั้งลูกแล้วนะ หรือเจ้าตั้งใจให้ข้ามาดูความโหดร้ายของเจ้าวะ!"
อวี้ปิง (ขมวดคิ้ว ตาคมเหมือนเปลวเพลิง):
"ข้าเป็นเจ้าของหุบเขานี้… และข้าจะไม่ยอมให้ใครมาอยู่เหนือข้าอีก พี่ชายยังคิดว่าเหตุผลหรือสายเลือดจะหยุดข้าได้หรือ?"
อวี้เฟิง (หัวเราะอย่างเย็นชา กวนแต่แฝงแววจริงจัง):
"โอ้…พูดเหมือนข้าจะกลัวเจ้าเลยนะ ข้าคือพี่! น้องชายตัวดี…เจ้าคิดว่าข้าไม่มีสิทธิ์เข้ามาห้ามใช่ไหม?"
อวี้ปิง (ยืนบนแท่นกลางลาวา สายตาเย็นเยียบ):
"พี่ชาย…และเจ้าคนแปลกหน้า ข้าเบื่อแล้วที่จะเห็นเจ้าอยู่ตรงนี้ ออกไปซะ!"
อวี้เฟิง (ก้าวเข้ามา มือกอดอก รอยยิ้มกวนแต่สายตาจริงจัง):
"โธ่น้องชาย…เจ้าต้องการไล่ข้าออกจากหุบเขา? ข้าเป็นพี่นะ! ข้าแค่พาสหายข้ามาทำธุระนิดหน่อยที่บ่อเพลิงนี่เท่านั้นเอง"
หลี่หานเหวิน (ยกกระบี่แน่น สายตาจริงจัง):
"ข้าไม่ใช่ศัตรูของเจ้า…แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าไล่ข้าออกไปจากหุบเขานี้ง่าย ๆ!"
อวี้ปิง (แผ่วเสียงเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง):
"ถ้าพวกเจ้าจะฝืน…ข้าจะใช้ไฟทั้งหุบเขานี้ขับไล่พวกเจ้าทุกคนไป!"
ทันทีที่เขาพูดจบ เปลวไฟรอบตัวอวี้ปิงพุ่งสูงขึ้นเป็นเสา ท้องฟ้าแดงฉาน ดวงไฟรอบร่างเขาเหมือนงูไฟพันรอบตัวพร้อมโจมตีทุกสิ่ง
อวี้ปิงและอวี้เฟิงใช้พลังปราณปะทะกันอย่างอย่างรุนแรง ทั้งสองเป็นพลังเซียนระดับ 5 ปราณวิญญาณขั้นต้น
อวี้ปิง รวมพลังไฟและความร้อนจนกลายเป็น เสาเพลิงหลายร้อยเสา พุ่งขึ้นท้องฟ้า
ลูกไฟหมุนวนเป็นงูเพลิงพันรอบตัว
อุณหภูมิร้อนจัดจนลาวาใต้แท่นเดือดปุด ๆ กระเด็นขึ้นกลางอากาศ
เปลวไฟแผ่รังสีแดงทอง ส่องสว่างทั่วหุบเขาเหมือนดวงอาทิตย์สองดวง
อวี้เฟิง ปล่อย ปราณสายลมสีฟ้า เป็น พายุหมุนขนาดใหญ่
คลื่นลมหมุนวนตีทะลุเสาไฟของอวี้ปิง
ประกายฟ้าและเกล็ดน้ำแข็งจากปราณลมผสมแสงเงิน สร้างแสงสวยงามแต่รุนแรง
พลังลมสามารถ ตัดหรือเบี่ยงลูกไฟ แต่ต้องใช้แรงทั้งหมดเพื่อสกัดพลังไฟขั้นสุด
เมื่อปราณทั้งสองชนกัน
เกิด พายุปราณหมุนวนขนาดมหึมา กลางหุบเขา
ดินแตก หินลอยขึ้นกลางอากาศ และลาวากระจายเป็นฝุ่นไฟ
แสงสีแดงทองของไฟผสานกับสีน้ำเงินฟ้าของลม สร้าง ฉากสวยงามแต่เต็มไปด้วยความน่ากลัว
คลื่นแรงจากปราณทำให้อากาศร้อนระอุและพัดกระแทกทุกสิ่งรอบตัว
อวี้ปิง (หัวใจเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น) หมุนตัว ปล่อย ลูกไฟหมุนรอบตัวหลายลูก
อวี้เฟิง ใช้ วงลมปราณหมุนเวียนตอบโต้ ผลักลูกไฟออกไปแต่ไม่อาจสลายทั้งหมด
พลังปราณชนกันแรงจนเกิด เปลวไฟ-ลมหมุนวนสูงหลายสิบเมตร
ลาวาพุ่งฟุ้ง กระแสลมพัดแรงจนดินและหินแตกพังทุกทิศ
ทั้งสองยืนท่ามกลางพายุปราณขั้นสูงสุด
ราวกับ เทพเจ้าสององค์ชนกันกลางหุบเขา
หลี่หานเหวิน (ยืนข้าง ๆ, เหงื่อชุ่ม พึมพำ)
"นี่มัน…แรงกดดันระดับเซียนปราณวิญญาณ…สวยงาม…และน่ากลัวจนหายใจไม่ออก!"
พายุปราณไฟ-ลมหมุนวนกลางหุบเขาค่อย ๆ ลดความรุนแรง
ลาวาและหินรอบ ๆ หุบเขายังคงเดือดปุด ๆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
อวี้ปิง ร่างของเขาลอยถอยหลังไปอยู่เหนือเปลวไฟ แต่ใบหน้าซีดจางเล็กน้อย
สายตายังคงดุดัน แต่เริ่มเห็นความเหนื่อยล้าของการใช้พลังปราณเต็มกำลัง
ร่างกายร้อนจัดจนต้องปล่อยบางส่วนของพลังไฟเพื่อรักษาแรง มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย
อวี้เฟิง ร่างเขาถูกแรงกระแทกถอยหลังและลมไฟทำให้มีรอยถลอกตามแขนและหน้า
แต่สายตายังคงมั่นคง แผ่พลังสายลมสีฟ้าช่วยบรรเทาความร้อนรอบตัว
ใช้ ปราณสายลมบางส่วนสร้างวงป้องกัน เพื่อให้พายุปราณค่อย ๆ ลดความรุนแรง สีหน้าแสดงอาการบาดเจ็บเล็กน้อย
เจ็บทั้งคู่!