ภายใน ‘ดินแดนเซียนศักดิ์สิทธิ์’ถูกแบ่งขั้วอำนาจการปกครองออกเป็ 36 สำนักใหญ่, 9 นิกายลี้ลับ, และ3 แดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวผู้ซึ่งเพิ่งเผ่นหนีตายมา กำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าไปยังศูนย์กลางอำนาจ... ‘แดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทรา’ เพื่อกราบทูลแจ้งข่าวะเืฟ้าดิน ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ตวัดสั่งการผ่านยันต์สื่อสาร ให้ซู่ไป๋ที่สลบไสลถูกทิ้งไว้เื้ั(ซึ่งถูกลูกศิษย์หามกลับมา) รีบนำความไปแจ้งต่อเ้าสำนักของพวกตนเพื่อระดมพลเรียกรวมตัวขุมกำลังสำนักและนิกายทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทราโดยด่วน!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป...บรรดาเ้าสำนักและผู้นำนิกายระดับแนวหน้าต่างตบเท้าเดินทางมารวมตัวกันจนเนืองแน่นท้องพระโรงศักดิ์สิทธิ์
ทุกคนต่างซุบซิบตั้งข้อสงสัยว่าเกิดเื่คอขาดบาดตายอันใดขึ้นกันแน่? เพราะตามปกติแล้วการส่งสาส์นด่วนเรียกรวมพลขุมกำลังทั้งหมดพร้อมกันเช่นนี้แทบไม่เคยปรากฏขึ้นเลยในรอบหลายร้อยปี!ขณะที่เหล่าเ้าสำนักกำลังจับกลุ่มทักทายไต่ถามกันตามมารยาท...บุคคลสำคัญระดับสูงสุดก็ปรากฏตัวขึ้น
'จักรพรรดินีเทพจันทรา' ก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องบนก่อนจะค่อยๆ ร่อนลงประทับบนบัลลังก์แก้วผลึกอย่างสง่างาม
จักรพรรดินีผู้นี้มีนามว่า ‘อารัคนา’ รูปร่างหน้าตาของนางงดงามหมดจดดั่งเทพเซียนจุติเรือนผมสีเงินยวงยาวสยายจรดแผ่นหลัง ั์ตาสีทองคำเปล่งประกายเจิดจ้ารูปลักษณ์ของนางช่างดูคล้ายคลึงกับ 'เทพอัศวินหญิง' ในตำนานของทวีปยุโรป!เื้ัของนาง ปรากฏภาพมายาของ ‘จันทราเต็มดวง’ ขนาดมหึมาลอยเด่น ซึ่งสภาวะพลังของมันได้ส่งผลให้อาณาบริเวณของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ตกอยู่ในบรรยากาศของห้วงยามวิกาลอันเงียบสงบไปตลอดกาล
“ขอน้อมถวายบังคมองค์จักรพรรดินี!!”
ทุกคนในท้องพระโรงพร้อมใจกันทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งมือขวาทาบอกซ้าย ทำความเคารพตามธรรมเนียมอัศวินยุโรปยุคกลางอย่างพร้อมเพรียง
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวผู้ซึ่งเป็ต้นเื่ คุกเข่าหมอบกราบอยู่ตรงกึ่งกลางท้องพระโรงเพียงลำพังร่างกายของเขาสั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรด้วยเกรงว่าจะเป็การลบหลู่ดูิ่องค์เทพ
“เ้าจันทร์เสี้ยว...เ้าคงตระหนักดีใช่หรือไม่ ว่าการประกาศสาส์นเรียกรวมพลฉุกเฉิน...จะต้องเป็วาระเร่งด่วนระดับคอขาดบาดตายที่ทุกขุมกำลังในแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องร่วมมือกันแก้ไขเท่านั้น?” อัครสาวกหญิงที่ยืนขนาบเบื้องขวาของบัลลังก์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานใสแต่แฝงความเ็า
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวไม่กล้าชักช้ารีบโขกศีรษะรายงานสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดยิบ!ั้แ่เื่ปรากฏการณ์ฟ้าดินวิปริต, การอุบัติขึ้นของ ‘จักรพรรดิยุทธ์รุ่นเยาว์’ ที่อายุเพียง 18 ปี, ไปจนถึงการปรากฏตัวของ ‘อาจารย์ลึกลับ’ผู้ทรงอำนาจ ในอาณาเขตเมืองชั้นรองที่ห่างไกลความเจริญอย่างเมืองเวสสุวรรณ!
เมื่อเขาสาธยายจบบรรดาเ้าสำนักที่เคยสงบเสงี่ยมก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาดังกระหึ่มด้วยความตื่นตะลึง!แต่ก็พยายามกดเสียงให้เบาที่สุด ไม่มีใครกล้าอุทานเอะอะโวยวายออกมาเพราะกลัวจะสร้างความขุ่นเคืองให้แก่จักรพรรดินี
อารัคนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแววตาฉายประกายความสนใจทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘จักรพรรดิรุ่นเยาว์’ทว่าใบหน้างดงามของนางยังคงเรียบเฉย นางเพียงปรายพระเนตรส่งสัญญาณไปทาง‘อัศวินองครักษ์’ ที่ยืนอยู่เบื้องซ้าย
“รายงานส่วนของเ้าต่อไป...” อัศวินองครักษ์เอ่ยรับคำสั่งแม้ในใจจะแอบประหลาดใจกับท่าทีของนายเหนือหัว
“ข... ขอรับ!ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของ ‘อาจารย์ลึกลับ’ ของเด็กหนุ่มผู้นั้น...ข้าน้อยต้องขออภัยที่ไม่อาจตรวจสอบหรืออ่านระดับพลังบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้เลยขอรับ!ข้าน้อยััได้เพียงแค่... พลังกดดันและจิตสังหารของมัน... แข็งแกร่งทัดเทียมกับ'ท่านเทพา' เป็อย่างน้อยขอรับ!!”
โอ้ววว!!!
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นอีกระลอกท้องพระโรงแทบแตก!
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า...ในอาณาเขตดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทราแห่งนี้ มีขุมกำลังระดับสูงสุดที่ขึ้นตรงต่อจักรพรรดินีเพียงไม่กี่คน!หนึ่งในนั้นคือ ‘หัวหน้าอัศวิน’ ผู้บรรลุถึง ‘ขอบเขตครึ่งก้าวเทพศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งถือเป็ตัวตนระดับตำนานที่สามารถสั่นคลอนและชี้เป็ชี้ตายได้ทั้งภูมิภาค!
และเมื่อมองข้ามไปยังอีกสองแดนศักดิ์สิทธิ์คู่แข่งก็มี ‘เทพา’ อยู่อีกสามตนที่มีระดับฝีมือและพลังอำนาจทัดเทียมหรือเหนือกว่าหัวหน้าอัศวินผู้นี้!...การที่เมืองบ้านนอกอย่างเวสสุวรรณ มีตัวตนระดับนี้ไปกบดานอยู่ย่อมไม่ใช่เื่ล้อเล่น!
“เื่นี้...ข้าจะมอบหมายให้ ‘เทพา’ เป็ผู้รับผิดชอบไปสืบสวนและจัดการให้เด็ดขาด”
อารัคนาหลับตาลงริมฝีปากไม่ได้ขยับเขยื้อนแต่กลับมีสุรเสียงทรงอำนาจดังกังวานสะท้อนก้องเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนโดยตรง!
“น้อมรับพระบัญชาพะยะค่ะองค์จักรพรรดินี!”
เทพาชายในชุดเกราะอัศวินศักดิ์สิทธิ์สีเงินวาววับก้าวออกมารับคำสั่งทันใดนั้น กลางแผ่นหลังของเขาก็ปะทุ ‘ปีกขนนกสีขาวบริสุทธิ์’ทั้งสี่ปีกออกมา! เขากระพือปีกเพียงครั้งเดียว ร่างก็กลายสภาพเป็ลำแสงสีเงินพุ่งทะยานทะลุเพดานท้องพระโรงหายลับไปในพริบตา!
“ส่วนนี่...คือรางวัลสำหรับความดีความชอบของเ้า ที่อุตส่าห์คาบข่าวสำคัญนี้มาแจ้ง”
วิ้ง!
กล่องหยกสีทองอร่ามลอยละลิ่วตกลงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเ้าจันทร์เสี้ยว...แน่นอนล่ะ เมื่อสุนัขล่าเนื้อคาบเหยื่อชิ้นโตมาสวามิภักดิ์อย่างน้อยผู้เป็นายก็ต้องโยนกระดูกชิ้นงามให้เป็รางวัลตอบแทนบ้าง
“น... นี่มัน... 'โอสถเบิกทาง์' ระดับ 8!!”
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวถึงกับมือไม้สั่นน้ำตาแทบไหลด้วยความปีติยินดีสุดขีด! ด้วยโอสถเม็ดนี้...เขาจะสามารถใช้มันทะลวงคอขวด ก้าวข้ามไปสู่ 'ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ ขั้นที่ 7' ได้อย่างแน่นอน!
ต้องเข้าใจว่า...สำหรับผู้ฝึกตนระดับสูง การจะทะลวงผ่าน 'คอขวดใหญ่' (ทุกๆ 3 ขั้นย่อย)นั้น ถือเป็เื่ยากลำบากแสนสาหัสประดุจปีนป่ายขึ้น์! หากปราศจาก‘โอสถระดับสูง’ มาคอยหนุนนำชี้แนะเส้นทางแล้วล่ะก็...ต่อให้เป็อัจฉริยะที่ ‘กายาพิเศษระดับ์’ก็แทบจะไม่มีปัญญาก้าวข้ามกำแพงนี้ไปได้ด้วยตัวเอง!
ทว่า... ในขณะที่เขากำลังเนื้อเต้นลิงโลดกับของรางวัลอยู่นั้น...ความฉิบหายวายป่วงก็มาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว!
“อ๊ากกกกกก!!!”
จู่ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนปานคนเสียสติก็ดังกึกก้องมาจากบริเวณลานหน้าท้องพระโรง!
เป็ซู่ไป๋นั่นเอง!มันทะลึ่งพรวดพราดพังประตูบุกรุกเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทันสังเกต!สภาพของมันตอนนี้ดวงตาแดงก่ำเหลือกค้าง แหกปากะโอย่างบ้าคลั่งก่อนจะสับเท้าพุ่งกระโจนเข้าหาเ้านายของมันอย่างบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวด้วยความเร็วสุดชีวิต!
(ไอ้บัดซบซู่ไป๋!!แกเสียสติไปแล้วหรือไงวะ!? บังอาจมาทำตัวต่ำทรามไร้มารยาทในแดนศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าองค์จักรพรรดินีเนี่ยนะ!หรือว่าแกโดนหยามหน้าจนเป็บ้าไปแล้วจริงๆ!?) บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวสบถด่าในใจอย่างตื่นตระหนก!
ไม่มีใครในที่นั้นคาดคิดเลยว่าเหตุการณ์อุบาทว์นี้จะเกิดขึ้น!เมื่อร่างของซู่ไป๋พุ่งเข้ามาประชิดในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร... ทันใดนั้น!ร่างกายของมันก็พองอืดบวมเต่งราวกับลูกโป่งที่ถูกอัดแก๊สจนล้นขีดจำกัด!
บึ้มมมม!!!
ร่างของซู่ไป๋ะเิแตกกระจายเป็จุล!คลื่นพายุ ‘เืสีดำคล้ำ’ ที่อัดแน่นไปด้วยคำสาปร้ายพุ่งกระฉูดเข้าสาดกระเซ็นอาบร่างของบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวเต็มเปา!
เมื่อชายชราพยายามเร่งเร้าพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาสกัดกั้นกลับพบว่ามันสายเกินไปแล้ว! เืคำสาปนั้นมีอำนาจทะลุทะลวงสูงยิ่งมันซึมผ่านม่านพลังป้องกัน และกัดกร่อนชะล้าง ‘เสื้อผ้าอาภรณ์’ของเขาจนละลายมลายหายไปในพริบตา!
“ว้ายยยยยย!!!”
เหล่าอัครสาวกและสาวใช้ในท้องพระโรงต่างกรีดร้องลั่น ปิดตาหันหน้าหนีกันจ้าละหวั่น!
หลายคนแทบจะอาเจียนออกมาเมื่อปะทะเข้ากับภาพอุจาดตาตรงหน้า!ภาพที่เห็นมันชวนขนลุกและสะอิดสะเอียนเกินทน... ประดุจ ‘คำสาปทุเรศทุรัง’ที่จะตราตรึงติดตาไปจนวันตาย! รับประกันได้เลยว่า สาวๆพวกนี้คงกินข้าวไม่ลงไปอีกสามวันสามคืนและเก็บเอาภาพชีเปลือยของตาแก่หนังเหี่ยวไปฝันร้ายแน่ๆ!
ต้องรู้ก่อนว่า...บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวที่มักจะสวมชุดผ้าไหมดูดีมีสง่าราศีนั้น...แท้จริงแล้วภายใต้ร่มผ้า เขาก็เป็แค่ 'ตาแก่หนังเหี่ยวย่น' ที่เนื้อตัวหย่อนคล้อยเหี่ยวยานไปตามแรงโน้มถ่วง จากการถูกกาลเวลากัดกร่อนมานานกว่าสี่ร้อยปี!
“น...นี่มันเวทมนตร์บัดซบอะไรกันวะเนี่ย!!!”
บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวยืนเปลือยล่อนจ้อน แข็งทื่อเป็รูปปั้นหิน สมองขาวโพลนทำอะไรไม่ถูก! เขาอับอายขายขี้หน้าจนแทบอยากจะใช้หัวมุดแทรกแผ่นดินหนี!ตลอดชีวิตอันยาวนานสี่ศตวรรษ...เขาไม่เคยต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูระดับย่อยยับพังทลายขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต!
อั่ก!
เขาะโก้องด้วยความคลุ้มคลั่งก่อนจะกระอักเืดำคำโตพ่นออกมา!
เมื่อเห็นฉากอุจาดตาท้าทายสายตาเบื้องสูง...เหล่าอัศวินองครักษ์ก็เดือดดาล ชักอาวุธเตรียมจะลงมือสังหาร!พวกนางเตรียมจะร่ายเวทเพลิง เผาไอ้ตาแก่ชีเปลือยนี่ให้เป็ตอตะโก เพื่อลบล้าง‘มลทินสายตา’ ออกไปจากท้องพระโรงอันศักดิ์สิทธิ์!
แต่ทว่า...ยังไม่ทันที่เหล่าองครักษ์จะได้ลงมือ...
จักรพรรดินีอารัคนาผู้ซึ่งประทับนิ่งเงียบมาตลอด ก็ตวัดปลายนิ้วเบาๆ!
วูบ!
ลำแสงสีทองพุ่งวาบออกจากปลายนิ้วของนาง!ชั่วพริบตาเดียว... ร่างของบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวที่กำลังแหกปากคลุ้มคลั่ง...ก็ถูกแสงนั้นแผดเผาสลายกลายเป็ ‘ผุยผง’ ปลิวว่อนหายไปในอากาศธาตุ! ไร้ซึ่งร่องรอยกระดูก หรือแม้แต่เสียงร้องโหยหวน!
ทั่วทั้งท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า!ทุกคนต่างตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด!
นี่แหละคือพลังอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ‘จักรพรรดินีเทพจันทรา’! ตัวตนผู้นั่งตะหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร!‘ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์’... ซึ่งเป็ขอบเขตแห่งพระเ้าที่ยืนอยู่เหนือและเหยียบย่ำ 'ขอบเขตจ้าว์' อยู่หลายขุม!
หลังจากทรงลงมือปะาอย่างเืเย็น...ร่างของจักรพรรดินีก็กะพริบวูบ หายตัวกลับเข้าสู่ตำหนักในทันที
บรรดาเ้าสำนักและผู้นำนิกายที่รอดชีวิตต่างถอนหายใจโล่งอก รีบแยกย้ายสลายตัวกันอย่างรวดเร็ว!พวกเขาต้องรีบกลับไประดมกำลังพลทั้งหมด เพื่อพลิกแผ่นดินตามล่าสืบหาตัว‘บุรุษลึกลับ’ ให้พบ เพื่อนำผลงานมาถวายและ่ชิงความโปรดปรานจากจักรพรรดินี!
แต่ก็มีบรรดาเ้าสำนักอีกหลายคนที่ยังคงจับกลุ่มรวมตัวกันอยู่หน้าท้องพระโรง...ในเมื่อบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวตายห่าไปแล้ว...ก็ไม่มีก้างชิ้นโตคอยขัดขวางผลประโยชน์ของพวกมันอีกต่อไป!
และในวันนั้นเอง... ‘สำนักจันทร์เสี้ยว’ ก็ถูกกองกำลังพันธมิตรรุมถล่มกวาดล้างลบชื่อออกไปจากสารบบตลอดกาล! เหลือเพียงขุมกำลัง ‘35 สำนักใหญ่’ ที่ยืนหยัดอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทราเท่านั้น!
เช้าวันต่อมา...
ขณะที่นพเก้ากำลังนอนหลับสนิทกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงนุ่มอย่างเต็มอิ่ม(หลังจากที่อดหลับอดนอนตรากตรำมาสองวันเต็ม)... เสียงแจ้งเตือนรัวๆ ของระบบก็ดังกระหึ่มปลุกเขาให้สะดุ้งตื่น!
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! สำหรับความสำเร็จปลดล็อกฉายา: "FirstBlood - สังหารโหดแบบไร้สาย!"]
[รายละเอียด:โฮสต์สามารถ 'สังหารระดับจักรพรรดิยุทธ์' ได้สำเร็จ จากระยะไกลนับหมื่นกิโลเมตร โดยไม่ต้องออกแรงขยับนิ้ว!ด้วยกลอุบายอันแยบยลและโคตรเหี้ยมของโฮสต์... ส่งผลให้ 'บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยว'ต้องตายอย่างอัปยศอดสูระดับชีเปลือย!กลายเป็ตำนานความตายอันน่าสมเพชที่จะถูกชาวยุทธ์เล่าขานหยิบยกมาบูลลี่ไปอีกนับร้อยปี!] [รางวัลพิเศษ:เพิ่มความจุช่องทรัพยากร +25 ช่อง!]
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! สำหรับความสำเร็จปลดล็อกฉายา:"ผู้ทำลายล้างสำนัก!"]
[รายละเอียด:ผลสืบเนื่องจากการตายของบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยว ส่งผลให้ 'สำนักจันทร์เสี้ยว'ถูกฝูงหมาป่ารุมทึ้ง โดนโจมตีกวาดล้างจนล่มสลายหายไปจากแผนที่ภายในชั่วข้ามคืน!] [รางวัลพิเศษ:เพิ่มความจุช่องทรัพยากร +50 ช่อง!]
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดี (แกมสมเพช)! โฮสต์ได้บรรลุภารกิจฆ่าตัวตาย:ยั่วยุตัวตนระดับ 'เทพศักดิ์สิทธิ์'!]
[รายละเอียด:โฮสต์สามารถยั่วโมโห 'จักรพรรดินีอารัคนา' ได้สำเร็จ! ส่งผลให้ในขณะนี้ โฮสต์ตกอยู่ในสภาวะ 'วิกฤตระดับชาติ'กำลังถูกไล่ล่าหมายหัว จากขุมกำลังทั้งหมดของ 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทรา'! ระบบขอแนะนำให้โฮสต์รีบเร่งฟาร์มเลเวลพัฒนาความแข็งแกร่งโดยด่วน ก่อนที่จะโดนกระทืบตาย!] [รางวัลชดเชยความซวย:ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ 'เรดาร์ค้นหาบุตรแห่งโชคชะตา'!]
นพเก้านั่งเบิกตาโพลง อ้าปากค้างสมองช็อตไปชั่วขณะ! เขารู้สึกโง่งมเหมือนตัวเองหูฝาด ฟังภาษาไทยไม่รู้เื่!
เชี่ยย!! ตัวตนขอบเขต‘เทพศักดิ์สิทธิ์’ เนียนนะเว้ย!! ระดับพลังนั่น...มันสูงส่งและหลุดพ้น แซงหน้าระดับพลังสูงสุดใน ‘อดีตชาติ’ ของเขาไปไกลถึง สองขอบเขตใหญ่!! (ชาติก่อนเขาแค่ระดับ 'จักรพรรดิ'ขั้นกลางๆ เองนะ!) แล้วแบบนี้... ไอ้เด็กกากๆ อย่างเขาจะเอาตีนที่ไหนไปงัดข้อต่อกรกับยัยเจ๊เทพนั่นได้วะ!?
เมื่อวิเคราะห์ทบทวนแผนการดู...ดูเหมือนว่าเขาจะคาดคะเนผลลัพธ์ผิดพลาดไปถนัดตา! เขายอมรับว่าตัวเองประเมิน 'แรงกระเพื่อม' ของสถานการณ์ต่ำเกินไป!เดิมที... เขาเพียงแค่อยากจะแก้เผ็ด เอาคืนตาเฒ่านั่นให้ต้องอับอายขายขี้หน้าเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น...
ตามสคริปต์แผนการที่เขาวางบั๊กเอาไว้ใน‘เืคำสาป’ ที่ปาใส่ร่างซู่ไป๋... เมื่อตาเฒ่านั่นพามันกลับไปถึงสำนัก...ซู่ไป๋ก็จะะเิตัวเอง! สาดเืคำสาปไปละลายเสื้อผ้าของตาเฒ่าจันทร์เสี้ยวให้ขาดกระจุย!ทำให้มันต้องอยู่ในสภาพ 'ตาแก่ชีเปลือย'อับอายจนไม่กล้าเสนอหน้าออกจากสำนักไปอีกเป็ร้อยปี! แค่นั้นเอง!
ใครจะไปตรัสรู้ล่ะวะ...ว่าไอ้ตาเฒ่านั่น มันจะขยันและภักดีจัด! เล่นหอบสังขารพาลูกน้องไปเหยียบถึง 'ท้องพระโรงแดนศักดิ์สิทธิ์' แล้วดันไปะเิโชว์หุ่นอุจาดตาต่อหน้า 'จักรพรรดินี' เข้าเต็มเปาซะงั้น!!
ดูเหมือนว่า คำโปรยปั่นกระแสเื่‘จักรพรรดิยุทธ์รุ่นเยาว์’มันจะทรงอิทธิพลและสร้างผลกระทบดึงดูดความสนใจได้มากกว่าที่เขาคาดคิดไว้หลายสิบเท่า!
และในขณะที่เขากำลังนั่งเครียดวิตกจริตกับหายนะระดับพระเ้าที่กำลังพุ่งชน... ระบบเวรก็เด้ง 'ภารกิจใหม่' มาซ้ำเติมทันที!
[ติ๊ง~ ระบบขอมอบหมาย ภารกิจจำกัดเวลา:"ก่อตั้งสำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้า!"]
[รายละเอียดภารกิจ:โฮสต์จงออกตามหาและรับ 'บุตรแห่งโชคชะตา' (ผู้มีพร์และวาสนาสูงส่ง) เข้ามาเป็ 'สาวกสืบทอด'ให้ครบจำนวน 5 คน! (กำหนดเวลา: ภายใน 1เดือน!)] [รางวัลความสำเร็จ: 'ดินแดนมิติเอกลักษณ์'(พื้นที่ส่วนตัวขนาด 1 ตารางกิโลเมตร)!]
“เดี๋ยวนะระบบ... ไอ้‘ดินแดนมิติเอกลักษณ์’ นี่... มันคืออะไรวะ?”
เขาพอจะเข้าใจความหมายของคำว่า‘มิติลับ’ หรือ ‘ดินแดนลับ’ อยู่บ้างมันคือมิติพิศวงที่ถูกสร้างขึ้นโดยยอดฝีมือโบราณโดยมีเงื่อนไขการเปิดเข้าออกเฉพาะเจาะจงหรืออาจเป็มิติที่ก่อกำเนิดขึ้นเองตามกฎธรรมชาติ ซึ่งภายในมิติเ่าั้มักจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสมบัติล้ำค่าหรือไม่ก็เป็รังเพาะพันธุ์สัตว์ประหลาดดุร้าย! เมื่อใดก็ตามที่มีการค้นพบ 'มิติลับ' ถือกำเนิดขึ้น...ต่อให้มันจะเป็แค่มิติขนาดกะทัดรัดเท่าแมวดิ้นตาย...ขุมกำลังั์ใหญ่ก็จะยกทัพมารบราฆ่าฟันเพื่อจับจองเป็เ้าของทันที!
อย่างไรก็ตาม... คำศัพท์เฉพาะอย่าง ‘ดินแดนมิติเอกลักษณ์’... เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็ครั้งแรก!
[ติ๊ง~ ระบบขออธิบาย: 'ดินแดนมิติเอกลักษณ์' คือดินแดนกระเป๋ามิติส่วนตัว...ที่สามารถเชื่อมต่อและผูกมัดกับจิติญญาของ 'ผู้เป็เ้าของ'แต่เพียงผู้เดียว! มันสามารถหลอมรวมเข้ากับจิตสำนึกและมีศักยภาพในการ 'เติบโตและขยายขนาด' ควบคู่ไปกับระดับพลังของโฮสต์ได้!]
[ข้อดีสุดโกง:เมื่อใดก็ตามที่โฮสต์หลบซ่อนตัวเข้าไปในมิตินี้... กฎเกณฑ์และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดใน'จักรวาลหลัก' จะถูกตัดขาด!พวกมันจะไม่สามารถัั ตรวจจับ หรือรุกรานเข้ามาในดินแดนของโฮสต์ได้เลย!(ยกเว้นแต่ว่าศัตรูผู้นั้น จะเป็ยอดฝีมือบรรลุ 'ขอบเขตผู้สร้าง'เป็ต้นไป!)]
[นอกจากนี้โฮสต์ยังมีสิทธิ์ขาดในการเสกสรรปั้นแต่งและ 'สร้างสรรค์'สิ่งก่อสร้าง กฎเกณฑ์ หรือสภาพแวดล้อมภายในมิติได้อย่างอิสระเสรีตามแต่จินตนาการปรารถนา! (ทว่า... การเนรมิตสิ่งต่างๆ ล้วนต้องแลกมาด้วยการเผาผลาญ'ทรัพยากร' มหาศาลเช่นกัน!)]
“โอ้โห!! แบบนี้...มันก็ไม่ต่างอะไรกับสิทธิ์ในการ ‘สร้างโลกส่วนตัว’ ขึ้นมาเองเลยไม่ใช่รึไงวะ!ฮ่าๆๆๆ!! ์โปรด!! ความเจริญมันวิ่งเข้าใส่หน้าข้าไวเกินไปแล้ว!!ด้วยไอเทมระดับบั๊กชิ้นนี้... ข้าก็แทบจะเป็ะ อยู่ยงคงกระพัน ไม่มีใครตามไปฆ่าข้าได้แล้วโว้ย!!”
ถึงแม้นพเก้าจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าไอ้ ‘ขอบเขตผู้สร้าง’ ที่ระบบอ้างถึงนั้นมันยืนอยู่สูงลิบลิ่วบนยอดปิรามิดระดับไหน... แต่มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่ามันต้องเหนือล้ำกว่ายัย ‘เจ๊เทพศักดิ์สิทธิ์’ อารัคนาไปอีกหลายขุมแน่นอน! ด้วยดินแดนหลบภัยนี้...เขาสามารถออกไปวิ่งเล่นสร้างความฉิบหายในโลกภายนอก ไปเตะปากใครก็ได้...แล้วก็มุดหัวหนีกลับเข้ามิติได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล!
นพเก้าหัวเราะร่าอย่างชั่วร้ายแววตาเบิกกว้างวิปลาส... ท่าทางและเสียงหัวเราะของเขาในตอนนี้...ดูไม่ต่างอะไรกับเด็กจูนิเบียว (โรคป่วยม.2) ที่กำลังเพ้อฝันว่าตัวเองเป็จอมมารครองโลก!
และเมื่อ ‘ระบบ’ลอบสแกนอ่านคลื่นความคิดอันชั่วร้ายของโฮสต์ผู้นี้... มันก็เริ่มรู้สึก 'สับสนกุมขมับ' กับการตัดสินใจเลือกหมอนี่มาเป็เ้านายของมันซะแล้ว!
เห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งเลยว่า...ไอ้เ้าของร่างคนนี้ มันเป็พวก 'ตัวอันตราย' ที่ฝักใฝ่ความบรรลัยและโหยหาการโยนโลกใบนี้ลงสู่ความโกลาหล! ระบบได้แต่สวดมนต์ภาวนาในแผงวงจรหวังว่ามันคงจะคิดระแวงไปเอง... ไม่งั้นล่ะก็... มันคงกลายเป็เครื่องมือชิ้นสำคัญที่มีส่วนร่วมในการปั้น 'จอมทรราช' ที่จิตป่วนและแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ขึ้นมาแน่ๆ!
“ใช่เลย!จังหวะน้ำขึ้นให้รีบตัก! ดวงกำลังพุ่งทะยานขนาดนี้... ข้าต้องรีบเอาแต้มไปถลุง 'สุ่มกาชา' ซะหน่อยแล้ว!ต้องยอมกดเกลือเข้าตัวบ้าง เพื่อดรอปความโชคดีที่มันล้นทะลักเกินเบอร์ไปหน่อย!”
หลังจากเช็กยอดบัญชี... บัดนี้เขามีโควตา ‘ช่องทรัพยากร’ สะสมพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึง 125ช่อง! จากผลพวงของภารกิจสุดแสบเมื่อครู่!
เขาไม่รอช้า รีบจัดการเทกระจาดยัดสมบัติล้ำค่าและของวิเศษทั้งหมดที่ปล้นมาจากแหวนมิติของตาเฒ่าจันทร์เสี้ยวลงไปในช่องโคลนนิ่งจนหมดแม็ก!
เมื่อตรวจสอบสถานะปัจจุบัน...ช่องทรัพยากรถูกใช้งานไป 78 / 125 ช่อง... เท่ากับว่าตอนนี้เขามี 'พื้นที่ว่าง 47 ช่อง'เหลือเฟือ! ซึ่งเพียงพอให้เขาสามารถนำไปแลกสิทธิ์ สุ่มกาชาแพ็กเกจ ‘10โรล’ ได้สบายๆ หนึ่งรอบเต็ม! (แถมยังมีทอน!)
เมื่อจิตสำนึกเคลื่อนย้ายเข้าสู่ 'มิติเอกภาพ' (ห้องสุ่มกาชา)... เขาก็ไม่รอช้า กดปุ่มสุ่มแบบ10 โรลรวดทันที!
และผลลัพธ์ก็ดราม่าสมใจนึก!เป็ไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้เด๊ะๆ... ดาวตกสิบดวงที่ร่วงหล่นลงมา... ปรากฏเป็ ‘การ์ดสีม่วง (ระดับ์)’ แค่ 2 ใบถ้วน!... ส่วนอีก 8 ใบที่เหลือ... ล้วนเป็แสง ‘สีฟ้า (ระดับปฐี)’ ล้วนๆ! (เกลือจืดสนิท!)
“โธ่เว้ย!ไอ้พวกไอเทมขยะ!”
เขาสบถด่าอย่างไม่ไยดีก่อนจะโยนพวกอาวุธและโอสถเกลือ 'ระดับ4' ที่สุ่มได้เ่าั้ ยัดทิ้งลงไปในช่องทรัพยากรแบบลวกๆโดยี้เีเสียเวลาคลิกอ่านรายละเอียด!
อาวุธพวกนั้น ถึงจะได้ชื่อว่าเป็ 'เกรดตำนาน' ในหมวดหมู่ระดับ4 ก็เถอะ! ส่วนโอสถที่ได้มาก็ซ้ำซ้อนกับของที่เขาไปปล้นตาเฒ่ามาเพียบ!
หากมีจอมยุทธ์คนใดบังเอิญมาล่วงรู้พฤติกรรมการทิ้งขว้าง ไม่เห็นหัว ‘สมบัติระดับปฐี’ของนพเก้าล่ะก็... พวกมันคงพร้อมใจกันจัดตั้งกองกฐินรุมสกรัมกระทืบเขาให้ตายคาตีนแน่นอน! ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า... ในโลกความเป็จริงต่อให้เป็ลูกท่านหลานเธอใน 'แดนศักดิ์สิทธิ์'...พวกเขาก็ยังต้องรบราฆ่าฟันหลั่งเืแย่งชิงไอเทมระดับปฐีพวกนี้กันจนตัวตายเลยนะเว้ย!
นพเก้าเลิกสนใจขยะปฐี และหันมาเพ่งเล็งตรวจสอบรางวัลปลอบใจ'ระดับ์ (สีม่วง)' สองชิ้นที่ได้มาแทน!
ชิ้นแรก... เป็ไอเทมสายป่วนประเภทวางกับดัก ที่มีชื่อสุดกวนโอ๊ยว่า “ไข่หรรษา”! แค่ได้ยินชื่อก็ชวนให้นึกไปถึงพวก 'ของเล่นผู้ใหญ่' ที่สาวๆใช้เหน็บออกกำลังกายแล้ว!
รูปลักษณ์ภายนอกของมัน เป็เพียงไข่ใบจิ๋วสีเขียวหม่นๆมองเผินๆ ดูไม่ต่างอะไรกับไข่นกกระทาต้มสุกตามตลาดนัด
[รางวัล: ไข่หรรษา(สมบัติระดับ์ ขั้นกลาง)][สรรพคุณ: เมื่อผู้ใช้ออกแรงขว้างปาไข่ใบนี้ไปกระแทกโดนตัวเป้าหมาย...มันจะอัญเชิญ 'ปีศาจพันธนาการ'ออกมาจากไข่ เพื่อสวมกอดรัดตรึงร่างของศัตรูผู้นั้น!
“โอ้โห!ของเล่นชิ้นนี้... มันโคตรเวิร์กเลยนี่หว่า!”
เมื่อเห็นคุณสมบัติสุดโกงของมันนพเก้าก็คันไม้คันมือ อยากจะหาเป้าหมายมาปาไข่ใส่เพื่อทดสอบระบบทันที!น่าเสียดายที่ในห้องนี้ไม่มีหนูตะเภาให้เขาทดลองยาเขาจึงจำใจเก็บไข่นกกระทาวิเศษลงในช่องเก็บของ แล้วเลื่อนไปดูสมบัติชิ้นถัดไป
[รางวัล:เสื้อคลุมมิติรัตติกาล (สมบัติระดับ์ ขั้นสูงสุด)] [รายละเอียด: ผ้าคลุมวิเศษที่ถูกถักทอและรังสรรค์ขึ้นด้วยวิทยาการล้ำยุคจากต่างดาว!
“หึ!ถือว่าการเปิดกาชารอบนี้... ข้าก็ไม่ขาดทุนซะทีเดียวแฮะ!”
เขารู้สึกว่าดวงตกของเขาเริ่มกระเตื้องขึ้นมาบ้างแล้ว!เขาไม่รอช้า หยดเืลงบนเนื้อผ้าเพื่อทำ 'พันธสัญญา' กับเสื้อคลุมรัตติกาล!
ทันทีที่สัญญาสมบูรณ์... คู่มือวิธีการใช้งานก็ถูกอัปโหลดสตรีมมิงพุ่งตรงเข้าสู่สมองของเขาทันที! เมื่ออ่านสรรพคุณจบมุมปากของชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้ม!
ด้วยคุณสมบัติพรางตัวระดับพระเ้าของเสื้อคลุมผืนนี้...มีเพียงยอดฝีมือที่บรรลุ 'ขอบเขตจ้าว์' ขึ้นไปเท่านั้น! ถึงจะสามารถมองทะลุกลไกพรางตัวของมันได้! นั่นหมายความว่า...หากเขาสวมเสื้อคลุมผืนนี้เดินทอดน่องออกไปจ่ายตลาด...ในสายตาของคนระดับต่ำกว่าจ้าว์ (ซึ่งก็คือคนเกือบทั้งโลก)เขาจะกลายสภาพเป็เพียง 'อากาศธาตุ' ที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
นอกจากนี้... มันยังมีสกิลเสริมสุดโกงนั่นคือ 'การเทเลพอร์ต (Teleport)ทะลุมิติ' ในระยะสั้นๆ ได้ 10 เมตร! ทว่า... การวาร์ปหนึ่งครั้งจะต้องแลกมาด้วยการเผาผลาญพลังปราณในตันเถียนไปถึง 'ครึ่งหลอด'!!
ซึ่งข้อจำกัดนี้...ไม่ได้ถือว่าสิ้นเปลืองอะไรเลยสำหรับนพเก้า! ลองคิดดูสิ...หากเขาบุกไปลุยสุสานโบราณ แล้วเจอกับค่ายกลคณิตศาสตร์สุดหินหรือปริศนารูบิกงี่เง่าที่แก้ไม่ออก... เขาก็แค่กดสูตรโกง สวมผ้าคลุมแล้ว 'วาร์ป' มุดทะลุกำแพงผ่านด่านไปดื้อๆเลยก็จบเื่!
แต่เมื่อลองไตร่ตรองดูอีกที...วิธีการมุดกำแพงสุ่มสี่สุ่มห้านี้ มันก็ดูจะสิ้นคิดและมักง่ายเกินไปหน่อย!ขืนวาร์ปทะลุกำแพงแรกไป แล้วดันไปโผล่กลางดงกับดักหนามอาบยาพิษในห้องถัดไปล่ะก็มีหวังตายห่าฟรี! ดังนั้น... เขาจึงตั้งใจว่าจะเก็บสกิลวาร์ปนี้ไว้ใช้เป็ไม้ตายก้นหีบ สำหรับการ 'ลอบสังหารเจาะกะโหลก' ในอาณาเขตพื้นที่ปิดตายของศัตรูเท่านั้น!
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเปิดตู้กาชาและกลับออกมาสู่โลกความจริง...เขาก็เริ่มวางแผนภารกิจชั่วร้ายสำหรับค่ำคืนนี้!
เขาตั้งใจว่า... คืนนี้เขาจะสวมเสื้อคลุมรัตติกาล ลอบเข้าไปเดินเล่นในคฤหาสน์ของ 'ตระกูลสายรอง' เพื่อ 'เชือดไก่ให้ลิงดู' สังหารกวาดล้างพวกฏสักกลุ่มสองกลุ่มเป็การเตือนสติ!
ในเมื่อโลกนี้สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ด้วย'ความรุนแรงและหมัดลุ่นๆ'... เขาก็ี้เีเสียเวลาไปนั่งประดิษฐ์ประดอยคิดแผนการเมืองซับซ้อนให้ปวดหมอง!
จากความทรงจำในชาติที่แล้ว...สาเหตุหลักที่ทำให้ตระกูลอสุราทองคำต้องล่มสลายพังพินาศก็มีจุดเริ่มต้นมาจากความขัดแย้ง แตกคอแทงข้างหลังกันเองภายในตระกูล!เขาจำฝังใจได้แม่นยำว่า... ผู้นำที่ปลุกปั่นยุยงให้เครือญาติสายรองก่อฏก็คือไอ้ตาเฒ่า 'หวงไค่' นั่นเอง!
ตาแก่หนังเหนียวคนนี้ มีศักดิ์เป็ถึง'น้องชายแท้ๆ' ของคุณตาของเขา!แต่กลับมักใหญ่ใฝ่สูง เคยพยายามก่อฏ แย่งชิงตำแหน่ง 'ผู้นำตระกูล'มาแล้วถึงสองครั้งสองครา! ทว่า... ก็โดนคุณตา และคุณพ่อของเขาตบเกรียนสั่งสอนพ่ายแพ้ราบคาบกลับไปเลียแผลทุกรอบ! ช่างเป็ตาแก่ไร้น้ำยาสู้ซึ่งหน้าไม่ได้ ก็เก่งแต่ใช้วิธีสกปรก ลอบกัดตลบหลังชาวบ้านไปวันๆ!
เมื่อเหลือบมองดูนาฬิกา...เข็มสั้นชี้บอกเวลา 9 โมงเช้า แล้ว! ป่านนี้ สมาชิกทุกคนคงไปนั่งหน้าสลอนรอคอยเขาอยู่ที่ห้องอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วสิ!
เมื่อนพเก้าก้าวเท้าเข้าสู่ห้องโถงรับประทานอาหาร...บรรยากาศก็แปรเปลี่ยนไปในทันที!
บุคคลระดับบิ๊กและผู้าุโทุกคนในตระกูลต่างหันขวับมาจับจ้องที่เขาราวกับนัดหมาย! สายตาทุกคู่ที่มองมาเต็มไปด้วยความยำเกรงและรอคอย... ราวกับว่าบัดนี้ เขาได้ก้าวขึ้นเป็ 'เ้าภาพใหญ่' ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จทุกคนต้องนั่งสงบเสงี่ยม รอคอยให้เขาส่งสัญญาณพยักหน้าอนุญาตพวกเขาถึงจะกล้ายกช้อนขึ้นตักอาหารเข้าปากได้!
เมื่อนพเก้ากวาดสายตามองไปทางโต๊ะฝั่งขวา...เขาก็พบกับแกนนำผู้าุโ 'ผู้นำสายรอง'ทั้งสี่คน นั่งเรียงแถวหน้ากระดานอยู่!โดยมีไอ้เฒ่า ‘หวงไค่’ นั่งหน้ามุ่ยอยู่ในลำดับเก้าอี้ตัวที่ 4! สังเกตได้ว่าพวกเขาทั้งสี่คนจงใจนั่งเว้นระยะห่าง ขยับเก้าอี้ออกห่างจากกลุ่มผู้าุโสายกลางคนอื่นๆอย่างชัดเจน!
เมื่อนพเก้าสบตากับสี่จตุรเทพสายรอง...มุมปากของเขาก็เหยียดยิ้มเย้ยหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง!
เขาสาวเท้าเดินด้วยท่วงท่าเ็าดุดัน เข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งฝั่งซ้ายมือ ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากผู้เป็พ่อ...ท่าทางของเขาดุจดั่งพญาเสือที่กำลังซุ่มมองดูละครสัตว์... รอคอยอย่างใจเย็นว่าพวกฏจะงัดมุกอะไรขึ้นมาแสดงตลกให้เขาดู!
หวงไท่ ผู้รั้งตำแหน่งประธานหัวโต๊ะถอนหายใจเบาๆ พลางส่ายหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นเป็สัญญาณอนุญาตให้ทุกคนเริ่มลงมือรับประทานอาหารได้! อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด...ชายชราก็อยากจะลองวัดใจดูเหมือนกัน ว่าหลานชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้จะมีไหวพริบรับมือและแก้ไขสถานการณ์ตึงเครียดนี้อย่างไร!
เมื่อบรรดา ‘ผู้นำสายรองทั้งสี่’เห็นพฤติกรรมโอหังของนพเก้า... พวกเขาก็ชักสีหน้าบึ้งตึง คิ้วขมวดเข้าหากันเป็ปมทันที!
(ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!เดินเข้ามานั่งโดยไม่กล่าวคำทักทาย หรือก้มหัวทำความเคารพพวกข้าเลยสักนิด!!) ดูท่า ไอ้เด็กจองหองนี่คงคิดล่ะสิ...ว่าพอตัวเองมีพลังอำนาจและมีอาจารย์แบ็กอัปหนุนหลัง ก็จะสามารถทำตัวกร่างวางอำนาจข้ามหัวผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลได้ตามอำเภอใจ!
หึ! มันคงยังอ่อนหัดเกินไปถึงไม่รู้ว่า... ในโลกของการเมืองตระกูล... การใช้ ‘กำลังหมัดลุ่นๆ’มันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเื่เสมอไปหรอกนะ! วันนี้แหละ...พวกเขาจะขอเป็ตัวแทนสั่งสอน ให้ไอ้เด็กจองหองนี่ได้รู้จัก 'โลกกว้าง' ว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็ยังไง!
ผู้นำสายรองทั้งสี่ลอบสบตาและส่งซิกแลกเปลี่ยนความหมายกันอย่างเงียบๆ ระหว่างที่ตักอาหารเข้าปาก!บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างอบอวลและอัดแน่นไปด้วยรังสีอำมหิตและความกดดันที่หนักอึ้งจนแทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก!
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงเมื่อเมนูของหวานถูกเก็บกวาดไปจนหมด...
หวงไค่ ในฐานะแกนนำหัวโจก ก็กระแอมไอและเป็ฝ่ายเปิดฉากเปิดประเด็นขึ้นก่อน!
“หลานเก้า...ข้ารู้ดีว่า มติในที่ประชุมเมื่อวาน ทุกคนได้ตกลงปลงใจยกมือโหวตสนับสนุนให้เ้าขึ้นเป็ ‘ผู้สืบทอดสายหลัก’ ของตระกูลอย่างเป็ทางการแล้ว...แต่ทว่า... ลุงผู้นี้ กลับยังรู้สึกติดขัด และเห็น ‘ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ’บางอย่างในกระบวนการอยู่นะ...”หวงไค่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความนัย
(ปัญหาเล็กน้อยงั้นรึ? เหอะ!ตอแหล!) นพเก้าแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นในลำคอพลางปรายตามองตวัดกลับไปด้วยสายตายียวนกวนอวัยวะเบื้องล่าง!
“หากท่านผู้นำสายรองมีข้อกังขาหรือปัญหาคับข้องใจอันใด... ก็เชิญชี้แจงแถลงไข ‘เข้าประเด็นหลัก’มาตรงๆ เลยดีกว่าขอรับ! ข้าเป็คนใจร้อน... ขอบสนทนากับคนที่พูดจาตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมชักแม่น้ำทั้งห้า!”
(ไอ้เด็กบัดซบเอ๊ย!!)
หวงไค่ขบกรามกรอดจนฟันแทบแตก!ท่าทางและน้ำเสียงของไอ้เด็กเวรนี่... มันวางก้าม ราวกับว่าตัวเองได้นั่งเก้าอี้‘ผู้นำตระกูล’ แล้วกำลังก้มหน้าสั่งสอนตักเตือนผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ชัดๆ!
“แค่กๆ... แค่กๆๆ!!”
หวงเม่ย ผู้เป็แม่ ทนดูความกร่างของลูกชายไม่ไหว รีบแกล้งกระแอมไอเสียงดังส่งสายตาดุๆ ไปปราบสามี! นางไม่มั่นใจเลยว่าไอ้ลูกชายตัวดีมันกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่ มีแผนสำรองเตรียมไว้หรือเปล่าถึงได้กล้าทำตัวยียวนตีนกะตุกหนวดเสือเฒ่าขนาดนี้! หรือว่ามันจะหลงระเริงมั่นหน้าในพลังของตัวเองมากเกินไปจนเสียสติ!?
นางหันขวับไปถลึงตาส่งซิกให้สามี... (นี่คุณ! ในฐานะที่คุณเป็พ่อน่ะ...จะไม่ปริปากพูดแทรก หรือยื่นมือเข้าไปช่วยลูกเบรกสถานการณ์หน่อยหรือไงห้ะ!?ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า ไอ้สุนัขเฒ่าจิ้งจอกพวกนี้มันกำลังรวมหัวขุดหลุมพราง วางแผนรังแกเด็กบีบลูกเราอยู่นะ!)
แต่อัครเดชกลับตีมึนทำเป็มองไม่เห็นสายตาพิฆาตของเมีย! เขานั่งจิบน้ำชาหน้าตาเฉยไม่แสดงท่าทีว่าจะออกโรงปกป้องหรือสอดมือเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด!
“อ้าว! ท่านแม่...ท่านไม่สบาย เป็หวัดลงคอหรือเปล่าคะ?”
หวงชิงจู้ ลูกสาวตัวน้อยเอียงคอถามมารดาด้วยดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์
หวงเม่ยแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตาย!แต่นางก็ทำได้เพียงกลืนความขมขื่นลงคอ ไม่ตอบคำถามลูกสาว
(ปัดโธ่เอ๊ย! ยัยหนู!แม่อยู่ขอบเขตจักรพรรดินะลูก! พลังระดับนี้...เชื้อหวัดเชื้อโรคที่ไหนมันจะกล้าหน้าด้านมากระจุกอยู่ในคอแม่ได้ล่ะคะลูกเอ๊ย!) นางได้แต่สวดมนต์บ่นอุบอิบในใจ
“เอาล่ะ!ข้าจะเข้าประเด็นเลยก็แล้วกัน!”หวงไค่เชิดหน้าขึ้น เลิกอ้อมค้อม
“ตามธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงามของตระกูลหวงที่สืบทอดกันมา...ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้ง ‘ผู้สืบทอดคนใหม่’และมีบรรดาผู้าุโระดับสูงยอมออกหน้าเป็กระบอกเสียง ให้การสนับสนุนและรับรอง...อย่างเช่นในกรณีของเ้า ที่ได้รับ 'ฉันทมติ' จากทุกคนอย่างล้นหลามเมื่อวานนี้...
เ้าไม่คิดบ้างหรือว่า... ในฐานะว่าที่ผู้นำเ้าสมควรที่จะต้องแสดงความกตัญญู มอบ ‘ของสมนาคุณตอบแทนน้ำใจ’ ให้แก่เหล่าผู้าุโที่ยอมมอบความไว้วางใจให้เ้าบ้างรึ? นี่คือมารยาทและธรรมเนียมพื้นฐานที่ผู้นำที่ดีพึงกระทำนะ!”
หวงไค่หงายการ์ด เผยจุดประสงค์อันโลภมากออกมาโต้งๆ!
อะไรนะ!!!?
ทุกคนในห้องอาหาร (ยกเว้นพวกสายรอง)ต่างอ้าปากค้าง เบิกตาถลน! อึ้งกิมกี่ไปกับความ 'หน้าด้านหน้าทน' ไร้ยางอายขั้นสุดยอดของตาเฒ่าผู้นี้!
มันมีธรรมเนียมเหี้ยๆแบบนี้บัญญัติไว้ในกฎตระกูลั้แ่สมัยไหนวะเนี่ย!? ทำไมพวกกูที่หัวหงอกเหมือนกันถึงไม่เคยได้ยินชื่อธรรมเนียมนี้มาก่อนเลยในชีวิต!? และอีกอย่าง... หากมึงอ้างตัวว่าเป็ 'ผู้สนับสนุน' ผู้ภักดีจริงๆ...เหตุใดมึงถึงไม่สงบปากสงบคำ รอคอยจังหวะให้เขาขึ้นกุมอำนาจเบ็ดเสร็จนั่งเก้าอี้ผู้นำตระกูลอย่างเป็ทางการเสียก่อน...แล้วค่อยรอรับการปูนบำเหน็จรางวัลแจกจ่ายผลประโยชน์ทีหลังล่ะวะ!นี่มึงเล่นทวงบุญคุณกันดื้อๆ บนโต๊ะกินข้าวแบบนี้เลยรึ!?
นพเก้าหนังตากระตุกยิกๆ!
(ไอ้หมาแก่เวรนี่!พอเปิดฉากกัดปุ๊บ มึงก็พุ่งเป้าะโงับหัวกูเลยใช่ไหม!)
เห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าดูหนัง 4K ว่า... นี่คือพฤติกรรมการ 'ขู่กรรโชกทรัพย์' และปล้นกันหน้าด้านๆต่อหน้าธารกำนัล!
ในสถานการณ์ที่ถูกบีบเข้ามุมเช่นนี้...ไม่ว่าไอ้ธรรมเนียมบ้าบอคอแตกที่อ้างมานี้มันจะมีอยู่จริงหรือเป็แค่เื่แต่งมโนขึ้นเองก็ตาม...
หากนพเก้าอ้าปาก 'ปฏิเสธ' ไม่จ่าย... มันก็จะกลายเป็ข้ออ้างชั้นดีให้พวกฏเอาไปขยายความ โจมตีว่าสายหลักขี้เหนียว แล้งน้ำใจ ไม่เห็นหัวผู้าุโทำให้ภาพลักษณ์ของตระกูลสายหลักต้องเสื่อมเสียมัวหมอง!
แต่ในทางกลับกัน... หากนพเก้าถอดใจ 'ยอมก้มหัว' และประเคนของขวัญล้ำค่าให้อีกฝ่ายแต่โดยดี...มันก็จะสร้างบรรทัดฐานที่เลวร้าย ทำให้เขากลายเป็ผู้สืบทอดที่อ่อนแอ หงอยอมให้คนอื่นจูงจมูก และถูกมองว่าเป็ไอ้ลูกแหง่ 'หัวอ่อน'ที่ไม่มีความเด็ดขาด!
สรุปคือ... ไม่ว่าจะเลือกทางไหนซ้ายหรือขวา... เขาก็ต้องเป็ฝ่าย 'เสียเปรียบและเสียหน้า' วันยันค่ำ!
นพเก้าลูบปลายคางพลางครุ่นคิดอย่างเยือกเย็น...สงสัยว่าหลังจบมื้ออาหารเช้านี้... ข้าคงต้องจัดคิว สวมเสื้อคลุมแวะไป 'ลอบปาดคอ' ตาแก่นี่เป็รายแรกซะแล้วมั้ง!
มันชัดเจนยิ่งกว่าชัดว่าไอ้พวกปลิงดูดเืผู้นำสาขาทั้งสี่ตัวนี้... มันกำลังจ้องตาเป็มันหมายปองอยากจะฮุบ 'สมบัติและโอสถวิเศษ' ที่เขาเพิ่งรีดไถมาจากแหวนมิติของเ้าจันทร์เสี้ยว!
ต้องขอบคุณความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคนี้จริงๆ...ที่ช่วยทำให้ข่าวสารแพร่กระจายไปไวกว่าไฟลามทุ่ง! ข่าวะเืขวัญเื่ 'สำนักจันทร์เสี้ยว' ถูกขุมกำลังมืดฝ่ายอธรรมบุกถล่มกวาดล้างลบชื่อทิ้งซาก...มันคงปลิวว่อนไปทั่วเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของภูมิภาคกลางแล้วสิเนี่ย!
“อ้อ...ที่แท้ก็เื่นี้นี่เอง! เื่ ‘ของสมนาคุณ’ ตอบแทนน้ำใจพวกท่านน่ะ ข้ายินดีและสามารถจัดสรรแบ่งปันให้ทุกท่านได้อย่างแน่นอน!”
นพเก้าฉีกยิ้มกว้างตอบรับอย่างง่ายดายจนผิดสังเกต! ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงยียวน
“แต่ทว่า...เพื่อเป็การรับประกันว่า 'ของขวัญระดับ์ขั้นสูงสุด'ที่ข้าจะมอบให้นั้น... มันเหมาะสม ทรงคุณค่า และเป็ประโยชน์ต่อสุขภาพของท่านผู้าุโสูงสุดจริงๆ...ข้าขออนุญาตเสียมารยาท นำเื่นี้ไปกราบทูล 'ปรึกษากับท่านอาจารย์'ของข้าดูก่อนดีไหมขอรับ?”
นพเก้างัดเอาไม้ตายก้นหีบ อ้างชื่อ‘อาจารย์เทพโฮโลแกรม’ ขึ้นมาเป็ยันต์กันหมาทันที!
(ไอ้พวกแก่ตัณหากลับ!ต่อให้ตอนนี้ไอ้เ้าจันทร์เสี้ยวมันจะตายห่าเป็ผีไปแล้วก็เถอะ!แต่ถ้าพวกมึงคิดว่าปีกกล้าขาแข็ง อยากจะลองของปล้นสมบัติกูล่ะก็...มึงก็ต้องก้าวข้ามศพ 'อาจารย์ระดับจักรพรรดิ' ของกูไปให้ได้ซะก่อนโว้ย!)
“หุบปาก!เลิกเล่นละครเสแสร้งตอแหลได้แล้ว! ทุกคนในห้องนี้เขารู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้วล่ะเว้ย!...ว่าไอ้อาจารย์ลึกลับบ้าบออะไรนั่นน่ะ... มันก็เป็แค่ 'กลอุบายลวงโลก' ของเ้าเท่านั้นแหละ!”
'หวงปิง' ผู้นำสายรองลำดับที่สาม ทนฟังคำตอแหลไม่ไหวกระแทกเสียงะโแฉความจริงออกมากลางโต๊ะอาหาร!
หลังจากที่บรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวบินหนีกลับสำนักไป...ร่องรอยคลื่นพลังของ 'ภาพมายาั์แดงเดือด'ที่ค่อยๆ เสื่อมสลายจางหายไปนั้น... มันได้เผยให้เห็น‘ระดับพลังที่แท้จริง’ ที่อ่อนด๋อยและกากไก่... ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ได้เสี้ยวของขอบเขตราชันยุทธ์ด้วยซ้ำ!
สาเหตุก็เป็เพราะั์แดงเดือดมันฝืนรีดเค้นพลังจิติญญาเพื่อสร้างภาพลวงตาข่มขู่จนแบตหมดเกลี้ยงหลอด! ทำให้มันไม่อาจซ่อนเร้นสถานะที่แท้จริงเอาไว้ได้และต้องเผยธาตุแท้ความกระจอกออกมาให้พวกตาแก่จับพิรุธได้อย่างช่วยไม่ได้!
“โอ๊ะโอ...ความแตกซะแล้วสิ ฮ่าๆๆ! เอาล่ะๆ ก็ได้ๆ ในเมื่อพวกท่านฉลาดรู้ทันข้าก็ี้เีจะเล่นละครปิดบังอีกต่อไป!”
นพเก้ายักไหล่ทำหน้าระรื่นไม่สะทกสะท้าน! ดูเหมือนว่า ทริกปาหี่หลอกเด็กของเขาจะไม่สามารถตบตาหลอกลวงวิสัยทัศน์อันเฉียบแหลมของบรรดาผู้าุโมากประสบการณ์นับร้อยดวงตาได้จริงๆ!
เขาดันเก้าอี้ลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย! ก่อนจะก้าวเดินฉับๆ ตรงรี่เข้าไปหา 'กลุ่มเครือญาติสายกลาง' ที่นั่งรวมกลุ่มอยู่ถัดจากครอบครัวของเขา!
“ฮ่าๆๆ!ทุกท่านโปรดฟังทางนี้! อันตัวข้า... ผู้สืบทอดบัลลังก์ผู้นำตระกูล...เป็คนจิตใจกว้างขวางดั่งมหาสมุทร! ในเมื่อวันนี้เป็วันดี ข้าขอประกาศแจก'ของขวัญชิ้นใหญ่' สมนาคุณให้แก่ 'ทุกคน' ในที่นี้เป็การตอบแทนน้ำใจเลยก็แล้วกัน!!”
เมื่อประโยคสุดปังนี้หลุดออกจากปาก...สมาชิกตระกูลที่นั่งรออยู่ ต่างพร้อมใจกันลุกพรวดขึ้นยืนโค้งคำนับแสดงความขอบคุณต่อนพเก้าอย่างล้นหลาม! (ถึงไอ้เด็กนี่มันจะดูกร้านโลกและยียวนไปบ้าง... แต่การมีว่าที่ผู้นำ 'สายเปย์' ที่หัวอ่อน ยอมควักกระเป๋าแจกของง่ายๆแบบนี้... มันก็ถือเป็โชคดีไม่เลวเหมือนกันว่ะ!)
“ท่านลุงสี่!...”
นพเก้าเดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
“โอสถขวดนี้คือ 'โอสถแรกกำเนิด'! ข้าขอถือวิสาสะมอบมันให้เป็ของขวัญย้อนหลัง รับขวัญหลานชายคนที่สองของท่านก็แล้วกันนะขอรับ!ต้องขออภัยจริงๆ ที่เมื่อสัปดาห์ก่อน ข้าติดธุระด่วนรัดตัวเลยพลาดโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงฉลองคลอดหลานด้วยตัวเอง”
เขาแบมือออก เผยให้เห็นขวดหยกสีขาวบริสุทธิ์ ที่บรรจุ 'โอสถระดับ 5' ออกมาจากแหวนมิติ ส่งยื่นใส่มือของลุงสี่
“ม... มิกล้า!มิกล้าขอรับคุณชาย!!”
ลุงสี่ถึงกับตาเหลือกหน้าซีดเผือดด้วยความใและเกรงใจขั้นสุด!สองมือสั่นระริกขณะรับขวดหยกมาถือไว้ราวกับของล้ำค่า!
ต้องรู้ก่อนว่า... โอสถระดับ 5 ชนิดนี้เป็ของแรร์ไอเทมที่ตัวเขาเองทั้งชีวิตก็ยังไม่เคยมีวาสนาได้จับต้องหรือดมกลิ่นเลยด้วยซ้ำ! สรรพคุณวิเศษของมันคือ...มันจะช่วย 'ปรับสภาพร่างกายและทะลวงจุดเส้นเื' ให้แก่ทารก! ทำให้ลูกชายที่เพิ่งเกิดของเขา... สามารถเริ่มสตาร์ตปูพื้นฐานฝึกฝนวรยุทธ์ได้ั้แ่ 'อายุครบ 3 ขวบ'ทันที!
ซึ่งตามสถิติของคนธรรมดาทั่วไป...เด็กๆ จะต้องรอให้ร่างกายเติบโตแข็งแรงเต็มที่ถึงจะเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะได้เมื่อ 'อายุครบ 5 ขวบ' เป็อย่างน้อย!ด้วยตัวช่วยระดับเทพชิ้นนี้... ลูกชายตัวน้อยของเขา จะมี ‘แต้มต่อ’ และก้าวล้ำนำหน้าเด็กรุ่นเดียวกันไปไกลโข!อนาคตสดใส ออร่าความเป็ ‘อัจฉริยะรุ่นเยาว์’ จับจองตัวมาั้แ่ในเปลแน่นอน!
โอ้ววว!!!
เมื่อสมาชิกคนอื่นๆ ในตระกูลเห็นความใจป้ำระดับป๋าของนพเก้า... พวกเขาก็ถึงกับสูดปากตาลุกวาวเป็ไฟด้วยความอิจฉาริษยา!
เชี่ยยย!! ป๋าเกินไปแล้ว! ขนาดมอบของขวัญย้อนหลังให้แค่ ‘ญาติระดับรองๆ’ยังจัดเต็มเปย์หนักด้วยโอสถวิเศษระดับนี้! หากถึงคิวของพวกเขาแล้วไอ้เด็กนี่บังเอิญงก แจกของขวัญที่เกรดต่ำกว่านี้ให้ล่ะก็...พวกเขาสาบานเลยว่า จะปาใส่หน้าและไม่ยอมลดตัวรับมันมาเด็ดขาด! เสียศักดิ์ศรีแย่!
ทางด้านพ่อแม่ของนพเก้าก็กำลังนั่งอ้าปากค้าง สมองช็อตไปเช่นกัน!
ถึงพวกเขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าคลังสมบัติในแหวนของตาเฒ่าจันทร์เสี้ยว มันมีของแรร์ซุกซ่อนอยู่เยอะขนาดไหน...แต่การที่ไอ้ลูกชายตัวดี เล่นควักเอาโอสถระดับสูงมาแจกจ่ายสาดทิ้งประหนึ่งขนมแจกเด็กแบบนี้... มูลค่าของมัน เผลอๆ จะแพงกว่า 'งบประมาณของขวัญต้อนรับผู้นำตระกูลคนใหม่'ซะอีกนะเนี่ย!!
หวงเม่ยทนดูความผลาญทรัพย์ของลูกไม่ไหวแอบหยิกดึงแขนเสื้อของอัครเดชยิกๆ หวังจะให้สามีรีบออกโรงไปกระซิบห้ามปรามลูกชายให้หยุดมือเปย์ก่อนที่จะหมดตัว!
แต่นพเก้าหาได้ใส่ใจกับสายตากดดันรอบข้างไม่!
สำหรับคนรวยระดับมหาเศรษฐีระบบอย่างเขา...ของพรรค์นี้มันก็แค่เศษขยะที่เอาไว้ปาหัวหมาเล่นเท่านั้นแหละ!มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อการฝึกฝนของเขาเลยสักนิด! ยิ่งไปกว่านั้น... ในคลัง‘ช่องทรัพยากร’ ของเขา ที่สามารถปั๊มผลผลิตทวีคูณได้ไม่อั้น...เขามีเสบียงโอสถตุนไว้ล้นโกดัง! ไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือกรอบแห้งอยู่ในพจนานุกรมของเขาในระยะนี้แน่นอน!
เขาก้าวเท้าเดินชิลๆไปหาญาติเป้าหมายรายต่อไป...
“ท่านน้าเหมย...่นี้ข้าเห็นขอบตาคล้ำๆ ของท่าน... ท่านคงจะทำงานหนักเหน็ดเหนื่อยหรือไม่ก็พักผ่อนไม่เพียงพอใช่ไหมขอรับ? ทำไมท่านไม่รับของสิ่งนี้ไปใช้บำรุงสุขภาพสักหน่อยล่ะ?”
เขาล้วงมือเข้าไปในแหวน ก่อนจะหยิบ‘กล่องไม้สลักลายวิจิตร’ ซึ่งภายในบรรจุ ‘โอสถวารีเร้นลับ (โอสถระดับ 6)’ยื่นส่งให้น้าเหมยอย่างนุ่มนวล
“อุ๊ยตาย! แหม~ หลานเก้าช่างเป็เด็กดี ช่างสังเกตและเป็ห่วงเป็ใยสุขภาพน้าจริงๆเลยจ้ะ! ถ้างั้น... น้าก็จะไม่เกรงใจ ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจเลยก็แล้วกันนะจ๊ะโฮะๆๆ!”
น้าเหมยยิ้มร่าหน้าบานรีบตะครุบคว้ากล่องไม้มาสวมกอดไว้แ่าราวกับกลัวว่านพเก้าจะเปลี่ยนใจกระชากกลับคืน! นางรีบแง้มฝากล่องออกดูนิดๆเพื่อพิสูจน์ความจริง!
และเมื่อกลิ่นหอมฟุ้งและออร่าพลังวิเศษเตะจมูก...นางก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น! ภายในนั้น บรรจุ ‘โอสถวารีเร้นลับ’ของแท้ล้านเปอร์เซ็นต์! แถมยังเป็เม็ดยาเกรด 'สมบูรณ์แบบ' ที่ไร้ตำหนิอีกต่างหาก!
เมื่อตรวจสอบเสร็จสรรพ นางก็รีบตวัดสายตาระแวดระวังกวาดมองสอดส่องผู้คนรอบข้างด้วยความหวงแหน... ก่อนจะรีบยัดกล่องไม้นั้นซุกซ่อนกลับเข้าไปในสาบเสื้อลึกสุดใจอย่างมิดชิดรวดเร็ว!
“เชี่ยยยยเอ๊ยยย!!!”
คราวนี้... เส้นฟางความอดทนของตาเฒ่า หวงไค่ขาดผึงลงอย่างสมบูรณ์แบบ!
เขาสบถด่าลั่นห้องเผลอลุกพรวดขึ้นยืนถลึงตาด้วยความลืมตัวและโกรธเกรี้ยว!
(ไอ้เด็กเปรต!!มึงหน้ามืดตามัวบ้าไปแล้วหรือไงวะ!! ถึงได้เอา ‘โอสถระดับ 6’ ที่คนเขาสู้กันแทบตายเพื่อแย่งชิง... มาแจกจ่ายให้พวกญาติปลายแถวเอาไปกินเล่นบำรุงร่างกายเนี่ยนะ!? มึงคิดว่ายาเซียนพวกนี้มันเป็ผักกะหล่ำปลีลดราคาตามแผงตลาดสดหรือไงวะไอ้ฉิบหาย!!)
“อุ๊ยตายจริง!!ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้! ว่าวันนี้ตอนสายๆ ข้ามีนัดด่วนกับ ‘ปรมาจารย์เยี่ย’เอาไว้นี่นา! ท่านปรมาจารย์้าให้ข้าไปช่วยประเมินราคา ‘วัตถุโบราณ’ชิ้นสำคัญซะด้วยสิ! แย่แล้วๆ สายแล้ว!... ท่านผู้นำตระกูลเ้าคะ...ข้าต้องขอประทานอภัย ขอตัวลากลับก่อนนะเ้าคะ!!”
น้าเหมยผู้ซึ่งเพิ่งได้ของดีเข้ากระเป๋า... รีบงัดทักษะ ‘ข้ออ้างร้อยแปด’ขึ้นมาแถหน้าตาย! นางรัวคำพูดเป็ปืนกลหมุนตัวจ้ำอ้าวหนีออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็วปานลมกรด!โดยไม่ลืมที่จะเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อ ลากกระชาก ‘ลุงสี่’ (ผู้เป็สามี)ให้วิ่งปลิวห้อยต่องแต่งตามหลังนางออกไปติดๆ!
ปัง!!
หลังจากบานประตูห้องอาหารปิดลงสนิท...ทุกคนในห้องก็เริ่มได้สติ สะดุ้งตื่นจากภวังค์!
เดี๋ยวนะ! เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!? ทำไมยัยเหมยถึงรีบเผ่นหนีโกยแน่บหางจุกตูดไปไวปานนั้นล่ะ!?นี่หล่อนลืมมารยาทพื้นฐานของการเป็ขุนนางไปหมดแล้วรึไง!ไม่รู้หรือไงว่า... หากผู้นำตระกูลเรียกประชุมด่วน สมาชิกทุกคนจะ ‘ไม่มีสิทธิ์’ก้าวเท้าออกจากห้องประชุมไปไหนเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับอนุญาต!
แต่แล้ว...สำหรับบรรดาสมาชิกที่มีไหวพริบเฉียบแหลม และเจนจัดในเกมการเมือง...พวกเขาก็เริ่มปะติดปะต่อเื่ราว และบรรลุแจ้งถึง 'ความเป็ไปได้' เพียงหนึ่งเดียวที่ซ่อนอยู่เื้ัการกระทำนี้!
“นี่พวกแก...หรือว่า... หรือว่าพฤติกรรมเปย์หนักจัดเต็มที่คุณชายใหญ่กำลังทำอยู่นี้...มันจะเป็เพียงแค่ ‘การเล่นละครจัดฉาก’ เพื่อตบตาพวกเราวะ!? คิดดูสิ!สมบัติระดับตำนานที่ไอ้เด็กนั่นมันควักออกมาแจก...มูลค่ามันล้ำค่าเกินกว่าที่คนสติดีๆ เขาจะเอามาให้กันฟรีๆ นะเว้ย!ต่อให้เป็คลังสมบัติส่วนตัวของท่านผู้นำตระกูลก็ใช่ว่าจะสามารถหาของแรร์ระดับนี้มาแจกจ่ายได้ง่ายๆ!”
“แน่นอนสิวะ! หมากเกมนี้มันมองออกง่ายจะตาย!หลังจากที่ปิดห้องเลิกประชุม แยกย้ายกันไปแล้วล่ะก็... ไอ้เด็กเ้าเล่ห์นั่นมันจะต้องลอบส่งเงา หรือบุกทะลวงเข้าไป ‘ทวงโอสถคืน’ จากพวกญาติๆ อย่างลับๆ แน่นอน! แล้วเพื่อเป็การ ‘ปิดปาก’ไม่ให้คนพวกนั้นโวยวายหรือแฉความจริง... มันก็คงจะใช้ ‘สมบัติระดับต่ำตม’หรือเงินทองเล็กๆ น้อยๆ โยนให้เป็เศษทานชดเชย! ส่วนพวกกุ้งฝอยที่โดนยึดของคืนอย่างน้อยก็ถือว่าได้กำไรกินเปล่าเล็กๆ น้อยๆ แลกกับการรูดซิปปากให้สนิท!”
เมื่อกระบวนการแลกเปลี่ยนวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกสิ้นสุดลง...ทุกคนก็ผงกหัวเห็นพ้องต้องกันกับข้อสรุปทฤษฎีสมคบคิดนี้!
ทุกสายตาของผู้าุโ หันไปเพ่งมอง‘ว่าที่ผู้สืบทอดหนุ่ม’ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและหวาดระแวงปะปนกัน!
(ไอ้เด็กนี่...มันช่างร้ายกาจ! ล้ำลึก! และเหลี่ยมจัดเหลือเกิน!!)
และในขณะที่ทุกคนกำลังเตลิดเปิดเปิง คิดจินตนาการปรุงแต่งมโนภาพกันไปเองไกลถึงดาวอังคารนั้น...การแสดงฉากไฮไลต์ของจริง ก็เพิ่งจะเริ่มเบิกม่านขึ้น!
นพเก้าไม่สนใจสายตาจับผิดเขาสาวเท้าเดินตรงไปหยุดอยู่เบื้องหน้า ญาติผู้โชคดีคนที่ 3... นางไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่เป็ 'ลูกพี่ลูกน้อง' สาวสวยวัยสะพรั่งของเขานั่นเอง!
“พี่สาวหนิงคนสวย...ข้ามี 'โอสถบำรุงโลหิต' (ระดับ 3)ชั้นดีเยี่ยมอยู่... ข้าขออนุญาตมอบให้ท่านรับไว้บำรุงครรภ์สัก 2ขวดเลยก็แล้วกันนะขอรับ! การที่ท่านอัดฉีดสารอาหารและปราณบริสุทธิ์บำรุงหลานตัวน้อย ั้แ่ตอนที่เขายังซุกตัวอยู่ในครรภ์มารดาแบบนี้...มันจะช่วยเพิ่มอัตราและโอกาส ให้หลานของข้า ถือกำเนิดมาพร้อมกับ ‘กายาวิเศษ’ที่แข็งแกร่งั้แ่เกิดเลยนะขอรับ!”จะมีกายาวิเศษเพิ่มขึ้นั้แ่เกิด”