เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ตอนที่ 685 ข้าถามว่าเมื่อครู่นี้แกพ่นอะไรออกมาจากปากเน่าๆของแกห๊ะ?

    ตอนที่ 685 ข้าถามว่าเมื่อครู่นี้แกพ่นอะไรออกมาจากปากเน่าๆของแกห๊ะ?

     

    สิบนาทีต่อมา.......

     

    ณ ร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่งในยานตลาดซึ่งร้านเสื้อผ้าร้านนี้เป็นร้านธรรมดาขายพวกเสื้อผ้าทั่วๆไปแถมราคาก็ไม่สูงมากด้วยและยังเป็นร้านที่ช่างเยวี่ยเลือกเป็นคนเลือกเอง......

     

    พรึบ!!

     

    “พี่ชาย ชุดนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” ในขณะนั้นเองเสียงเลื่อนผ้ากั้นก็ดังขึ้นก่อนที่เสียงหวานใสของช่างเยวี่ยที่ดังตามมา พร้อมกับร่างน้อยๆของเธอที่ก้าวเดินออกมาเพื่อแสดงชุดที่เธอใส่ให้เจิ้งฟู่ดี......

     

    “เยี่ยมมาก! มันเหมาะกับนางฟ้าตัวน้อยของพี่มากหากเจ้าชอบมันก็เอาเลย ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนพี่จะซื้อให้กับเจ้าทั้งหมด!” เจิ้งฟู่พยักหน้าและยิ้มให้กับเด็กหญิงตัวน้อยนี้อย่างมีความสุขการที่ได้เห็นรอยยิ้มหวานๆของเธอมันทำให้เจิ้งฟู่คิดว่าถ้าหากเขากับฟู่เอ๋อมีลูกด้วยกันและเป็นลูกสาวลูกสาวของเขาจะน่ารักของช่างเยวี่ยหรือไม่.......

     

    “ทุกชุดสวยหมดเลย แต่ข้าคิดว่าเอาไปแค่สามชุดก็น่าจะพอแล้วข้าไม่อยากให้ท่านเสียเงินเยอะไปกว่านี้ อีกอย่างข้า..........”

     

    “เด็กโง่! พี่บอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือยังไงกันว่าถ้าหากเจ้าชอบมันเพียงแค่บอกพี่พี่จะซื้อมันทั้งหมดให้กับเจ้าเอง!” เจิ้งฟู่เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเด็กสาวแล้วเขาจึงได้พูดบอกให้เธอเลือกมันได้อย่างเต็มที่เลยเพราะราคาของชุดพวกนี้มันไม่ได้แพงมากราคาของมันอยู่ที่ชุดละหนึ่งผลึกสวรรค์ม่วงเพียงเท่านั้นซึ่งถือว่าถูกมาเลยทีเดียว........

     

    “แต่ว่า........”

     

    “เถ้าแก่! ข้าต้องการชุดพวกนี้ทั้งหมดท่านช่วยห่อให้ข้าด้วย!” เจิ้งฟู่ขี้เกียจที่จะพูดแล้วเขาจึงตะโกนเรียกเจ้าของร้านเพื่อบอกให้เจ้าของร้านห่อเสื้อผ้าเหล่านี้ให้กับเขา......

     

    “ได้ขอรับนายท่าน!”ชายวัยกลางที่เป็นเจ้าของร้านยิ้มหน้าบานเลยเมื่อเจิ้งฟู่บอกว่าต้องการชุดเหล่านี้ทั้งหมดเพราะมีชุดอยู่ทั้งหมดยี่สิบชุดด้วยกันที่ช่างเยวี่ยได้ลองไป......

     

    ซึ่งหลังจากที่เจ้าของร้านนำชุดทั้งหมดกลับไปห่อแล้วไม่นานเจ้าของร้านก็เดินออกมาพร้อมกับห่อผ้าจำนวนมากที่บรรจุเสื้อผ้าทั้งหมดเอาไว้.......

     

    “ทั้งหมดราคายี่สิบผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำขอรับนายท่าน!” เจ้าของร้านยื่นส่งห่อผ้าให้พร้อมกับบอกราคาที่เจิ้งฟู่ต้องจ่าย......

     

    “อะนี่ยี่สิบผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำ!”เจิ้งฟู่รับเอาห่อผ้ามาและจ่ายเงินให้กับเจ้าของร้าน........

     

    “ขอบคุณนายท่านที่มาอุดหนุนร้านขายเสื้อของเราไว้โอกาสหน้ามาอีกนะขอรับ!” เมื่อเจ้าของร้านได้รับเงินแล้วใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก็บังเกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับกล่าวคำชวนเจิ้งฟู่ให้กลับมาที่ร้านของตนอีกเมื่อมีโอกาส......

     

    อื้ม!

     

    เมื่อได้เสื้อผ้าแล้ว เจิ้งฟู่ก็พาช่างเยวี่ยออกจาร้านไปซึ่งในขณะที่เจิ้งฟู่เดินออกมานอกร้านเสื้อผ้าแล้วนั้นจู่ๆก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่ซึ่งตรงที่มีเสียงเอะอะโวยวายเกิดขึ้นได้มีผู้คนจำนวนมากรวมตัวมุงดูสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่......

     

    “นางฟ้าตัวน้อยของพี่พวกเราไปดูกันเถอะว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”เจิ้งฟู่เห็นว่าช่างเยวี่ยเองก็สนใจเหมือนกันว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเจิ้งฟู่จึงได้ชวนเธอไปดูด้วยกัน......

     

    “ค่ะพี่ชาย!”

     

    “ไอ้แก่! นายน้อยของข้าอุส่าจะซื้อของของเจ้าเหตุใดเจ้าถึงไม่ขาย!” เสียงแหลมเสียดหูของชายหนุ่มร่างผอมดังขึ้นเพื่อต่อว่าชายชราที่อยู่เบื้องหน้าของตน......

     

    “ข้าขายให้ท่านไม่ได้จริงๆราคาหนึ่งผลึกสวรรค์ม่วงมันน้อยเกินไป และของชิ้นนี้ก็เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายตระกูลข้าด้วยข้าคงขายในราคาหนึ่งผลึกสวรรค์ม่วงไม่ได้หรอกขอรับ!” ชายชรากล่าวปฏิเสธชายหนุ่มร่างผอมกลับไปอย่างน่าสงสารพร้อมกับอ้อนวอนต่อชายหนุ่ม......

     

    หึ!

    “ข้าไม่สนว่ามันจะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลเจ้าหรือไม่แต่ของสิ่งนี้นายน้อยของข้าต้องการและจะซื้อมันในราคาหนึ่งผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำเท่านั้นยังไงเจ้าก็ต้องขายมัน!” ทว่าชายหนุ่มร่าผอมกลับไม่สนใจคำพูดอ้อนวอนของชายชรามันเอาแต่ใจและบังคับให้ชายชราขายของที่อยู่บนผ้าเก่าๆ ซึ่งมันเป็นหนังสือเล่มหนาสีทองเล่มหนึ่งที่ดูจะเก่าแก่มาก......

     

    “ตาเฒ่าคนนั้นช่างน่าสงสารจริงๆเลย ดันไปพบเจอกับนายน้อยภูจินที่เป็นเพื่อนสนิทกับนายน้อยหัวจินจากตระกูลเพลิงผลาญสวรรค์เสียดายเฮ้อ!”

     

    “เจ้าพูดเสียงเบาๆหน่อยเดียวก็โดยลูกหลงไปด้วยหรอก!”

     

    “ข้ารู้น่าข้าแค่สงสารตาเฒ่าคนนั้นก็เท่านั้นเอง ของเก่าแก่นั้นดูแล้วน่าจะมีค่าอย่างน้อยมันคงจะมากกว่าสองร้อยผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำหากนำไปขายให้กับร้านขายของเก่าหรือพวกร้านสะสมของโบราณทว่าเขากับเอามันมาขายที่นี้!”

     

     

     

    “นั่นสินะ จากที่ต้องได้ผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำถึงร้อยก้อนแต่กลับต้องมาลดเหลือเพียงแค่หนึ่งก้อน แล้วจะไม่น่าเศร้าได้อย่างไรกัน!”

     

    ผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ต่างก็พากันพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ซึ่งทุกคนต่างก็คิดเห็นเหมือนกันว่ารู้สึกสงสารชายชราทว่ากลับไม่มีใครสักคนเดียวกล้ายื่นมือเข้าไปยุ่งเพราะชายหนุ่มภูจินที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นเป็นบุตรชายคนรองของผู้นำตระกูลนภาทองคำซึ่งเป็นตระกูลระดับกลางที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเพลิงผลาญสวรรค์........

     

    “ว่ายังไงไอ้แก่!หากแกไม่ขาย ก็อย่าหาว่าพวกข้าโหดร้ายก็แล้วกัน!” ชายหนุ่มร่างผอมยังคงกล่าวข่มขวัญให้ชายชราหวาดกลัวและยอมขายให้กับตน.......

     

    “ท่านปู่! ข้ากลัวข้ากลัว! ฮือ ฮือ ฮือ” ซึ่งในตอนนั้นเองเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยที่อยู่ข้างๆกับชายชราก็ดังขึ้นเด็กคนนี้เป็นหลานของชายชราที่ชายชราพามาด้วย......

     

    ซึ่งในตอนนี้เจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยกำลังยืนมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่และพวกเขาทั้งสองก็รู้สึกเศร้าใจและเห็นใจต่อชายชราคนนี้มากทว่ายังมีอีกความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในใจของเจิ้งฟู่ ซึ่งความรู้สึกที่ว่านั้นก็คือความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งของที่ชายชราขายอยู่.......

     

    “พี่ชายค่ะ! พี่พอจะช่วยพวกเขาได้ไหม?”ช่างเยวี่ยตัวน้อยอดทนดูต่อไปไม่ไหว เธอจึงได้เปิดปากถามเจิ้งฟู่ขึ้นเผื่อว่าเจิ้งฟู่จะสามารถช่วยชายชราและหลานชายของเขาได้.......

     

    “พี่เข้าใจความรู้สึกของเจ้านะช่างเยวี่ยแต่หากพี่เข้าไปช่วยพวกเขา พวกเราทั้งสองอาจจะรอดตอนนี้ไปได้แต่ในอนาคตพวกเขาทั้งสองคนอาจจะไม่รอดเพราะชายหนุ่มคนนั้นคงไม่ปล่อยชายชรากับหลานชายเขาไปอย่างแน่นอน!”เจิ้งฟู่หันไปตอบช่างเยวี่ยในทันที พร้อมกับอธิบายเหตุผลให้เธอฟังด้วยว่าหากเขาเข้าไปช่วยชราแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น......

     

    “แล้วมันไม่มีทางอื่นที่จะช่วยแล้วเหรอค่ะ?!”ช่างเยวี่ยตัวน้อยยังคงไม่ยอมและถามเจิ้งฟู่อีกครั้งด้วยแววตาอ้อนวอนที่กลมใสเหมือนดวงตาแมว.......

     

    เฮ้อ!

     

    “เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าจะทำให้พี่ตาย!” เจิ้งฟู่ถอนหายใจออกมาอย่างเชื่อไม่ได้เพราะท่าทางอ้อนวอนของเด็กสาวทำเอาเขาไม่อาจที่จะปฏิเสธเธอได้เลย “ถามว่ามีทางไหมมันก็มีอยู่เหมือนกัน แต่มันต้องเสียเวลาสักหน่อยกับแผนการนี้!” ที่จริงแล้วแผนการช่วยเหลือชายชรามันก็มีอยู่เพียงแต่เจิ้งฟู่ไม่อยากที่จะเข้าไปยุ่งเท่านั้น.......

     

    “เย้!!พี่ชายใจดีที่สุด พี่ชายยอดเยี่ยมที่สุด!” เมื่อเห็นว่าเจิ้งฟู่มีหนทางช่วยชายชราและหลานชายของเขาช่างเยวี่ยก็พลันส่งเสียงดีใจออกมาอย่างลืมตัว และเพราะเสียงดีใจของเธอมันได้ทำให้ทุกคนที่กำลังมุงดูชายชราอยู่หันมามองที่เธอกันหมดรวมถึงชายหนุ่มภูจินและกลุ่มของเขาด้วย......

     

    “ว้าว! เด็กสาวตัวน้อยคนนั้นน่ารักจังเลยข้าอยากได้!” ชายหนุ่มภูจินถึงกับตาโตลุกวาวขึ้นมาในทันทีเมื่อมันเห็นช่างเยวี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆกับเจิ้งฟู่ซึ่งมันทำให้ชายหนุ่มลืมเรื่องของที่ชายชราขายไปเลยแล้วหันมาสนใจที่เด็กสาวตัวน้อยแสนน่ารักแทน......

     

    ไม่เพียงแต่ชายหนุ่มที่คิดเช่นนั้นคนในกลุ่มของมันเองก็คิดเช่นเดียวกัน รวมถึงผู้คนที่อยู่โดยรอบที่หันมามองที่เด็กหญิงตัวน้อยด้วย......

     

    “นายน้อยขอรับ!ถ้าท่านอยากได้เดียวข้าจัดการให้!” เมื่อชายหนุ่มร่างผอมเห็นว่านายน้อยของมันอยากได้ทักษะเลียขาของมันก็ทำงานในทันที มันเสนอตัวเองเพื่อจะจัดการเรื่องนี้ให้เพื่อที่มันจะได้หน้าจากชายหนุ่มและได้รับรางวัลเพิ่ม......

     

    “เยี่ยม! ไปพาตัวเด็กคนนั้นมาหาข้าไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ต้องพามาให้ได้!” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มให้อย่างพึงพอใจพร้อมกับบอกให้ชายหนุ่มร่างผอมทำยังไงก็ได้แค่พาตัวช่างเยวี่ยมาหามัน......

     

    ขอรับนายน้อย!

     

    เมื่อได้รับคำอนุญาตแล้ว ชายหนุ่มร่างผอมก็ไม่รอช้ารีบเดินตรงมาทางเจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยในทันทีทันใดซึ่งผู้คนที่ยืนมุงอยู่ได้หลบทางและหลีกให้ชายหนุ่มเดินทางอย่างง่ายดาย......

     

    “เห้ย! นายน้อยของข้าต้องการน้องสาวของเจ้าซึ่งข้าจะไม่พานางไปเฉยๆหรอกนะ ข้าจะให้เงินเจ้าหนึ่งผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำเพื่อแลกกับน้องสาวของเจ้าเป็นไง?!”เมื่อมาถึงชายหนุ่มร่างเล็กก็เริ่มเปิดปากพ้นผายลมออกมาจากปากของมันในทันทีซึ่งตัวมันรู้สึกภาคภูมิใจมากกับการที่มันได้ทำตัวกร่างเช่นนี้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวใคร......

     

    “ต้องการน้องสาวของข้า?และจะให้เงินข้าหนึ่งผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำเพื่อแลกกับน้องสาวของข้าอย่างนั้นรึ?นี่เจ้ากำลังพ่นผายลมอันใดออกมา พูดให้ข้าฟังอีกครั้งสิ?!”ในตอนนี้สีหน้าของเจิ้งฟู่ไม่ได้นิ่งสงบและยิ้มเหมือนเดิมแล้วใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและน่ากลัวขึ้นพร้อมกันกับจิตสังหารที่น่ากลัวจนขนได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเขา.....

     

    อ๊ะ!!

     

    ทันทีที่ชายหนุ่มร่างผอมสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของเจิ้งฟู่สีหน้าของมันก็ซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัด มันรับรู้ได้ถึงเงามรณะที่กำลังจะเข้ามาหามันจากจิตสังหารนี้.......

     

    “จิตสังหารที่น่ากลัวนี้มันอะไรกัน? แย่แล้ว!ผู้ฝึกตนระดับสูง!!” ชายหนุ่มภูจินเองก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารของเจิ้งฟู่จากสีหน้ายิ้มๆของมันเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวในทันที เพราะมันเคยสัมผัสจิตสังหารที่น่ากลัวแบบนี้ได้จากบิดาของตนที่เป็นผู้ตนระดับแก่นแท้สวรรค์ แล้วตัวมันที่เป็นผู้ฝึกตนระดับรากสวรรค์ขั้นที่หกจะไปสามารถต่อกรกับผู้ฝึกตนในระดับนั้นได้อย่างไร.......

     

    “ข้าถามว่าเมื่อครู่นี้แกพ่นอะไรออกมาจากปากเน่าๆของแกห๊ะ?”ในตอนนี้เจิ้งฟู่รู้สึกโกรธเป็นอย่างมากไม่เพียงแต่จิตสังหารที่เขาปล่อยออกมาจากน่ากลัวแรงกดดันของเขายังทำให้ผู้คนรอบๆถึงกับมือไม้และแข่งขาสั่นยืนแทบไม่ไหวแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสวรรค์ก่อเกิดยังอดที่จะเหงื่อตกไม่ได้เมื่อสัมผัสกับจิตหารและแรงกดดันของเขา......

     

    “ขะ....ขะ....ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ!ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจ! นายท่านได้โปรด...........”

     

    เพียะ!!

     

    ฟิ้ววววววว!!

     

    ตู้มมมมมมมม!!

     

    ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มร่างผอมจะทันได้พูดจบใบหน้าข้างหนึ่งของมันก็ถูกมือของเจิ้งฟู่ประทับตบไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มร่างผอมจะลอยปลิวกระเด็นถอยหลังไปชนกับต้นไม้ต้องหนึ่งอย่างแรงจนทำให้ชายหนุ่มร่างผอมคนนี้สลบไปเลย.......

     

    อ่า!!

     

    “เพียงแค่ทีเดียวก็จัดการผู้ฝึกตนระดับรากสวรรค์ขั้นที่หกให้สลบได้เลย!”หนึ่งในลูกน้องของชายหนุ่มภูจินพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนกตกใจและหวาดกลัว.....

     

    ซึ่งผู้ติดตามคนอื่นๆเองก็รู้สึกหวาดกลัวและตกใจเหมือนกันถึงแม้ว่าในกลุ่มจะมีคนที่มีระดับพลังสูงกว่าชายหนุ่มร่างผอมแต่ความรู้สึกบางอย่างได้บอกกับตัวมันว่าชายหนุ่มคนนี้นั้นอันตรายอย่างมากบางทีชายหนุ่มคนนี้อาจจะมีความแข็งแกร่งอยู่ระดับแก่นแท้สวรรค์ก็เป็นได้......

     

    “จะ......จะ....เจ้ากล้าทำร้ายคนของข้าอย่างนั้นเหรอ?เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร ข้าเป็น.........”

     

    หวืดดดดดด!!

     

    แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ประกาศว่าตัวเองเป็นใครร่างของเจิ้งฟู่ก็พลันหายไปจากจุดที่เขายืนอยู่แล้วซึ่งเขาได้พุ่งไปข้างหน้าเพื่อที่จะเข้าไปหาชายหนุ่มทว่าในตอนที่เจิ้งฟู่กำลังจะถึงตัวชายหนุ่มภูจินนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงใครบางคนที่พุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเขาเอาไว้ ซึ่งคนคนนี้แข็งแกร่งและมีระดับพลังที่สูงกว่าเจิ้งฟู่มากดังนั้นเขาจึงต้องถอยหลังกลับมาเล็กน้อยและหยุดเท้า.......

     

    พรึบ!!

     

    ตึก!!

     

    ใครกัน?!


    ************************************

    โอ้ย! กว่าไฟจะมันช่างทรมาณยิ่งนัก ลงให้ครบแล้วนะครับ ไปนอนละฝันดี จุ๊บๆ!

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน