-ต้นกล้ายอดที่ 6-
โครม คราม !! เสียงพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงไปทั่วหมู่บ้านชาวบ้านต่างอพยพหลบในบ้านของตนเช่นเดียวกันกับครอบครัวของพันสรที่รีบอาบน้ำกินข้าวขึ้นบ้านั้แ่ตะวันเริ่มตกดิน
ทว่า ตกดึกแล้วฝนที่กระหน่ำลงมาไม่มีวี่แววที่จะสงบลงมันหนักหน่วงจนทำให้เสาบ้านสั่นราวกับแผ่นดินไหวเด็กน้อยทั้งสองต่างนอนกอดพ่อกับแม่แน่นด้วยความหวาดกลัวโดยเฉพาะต้นกล้าที่ปกติจะหลับสบายอยู่ในคฤหาสน์หรูแข็งแรงไม่ต้องกังวลสภาพฝนฟ้าอากาศ
“ไม่เป็ไรนะลูก” พันสรพยายามปลอบลูกชายที่เอาแต่มุดผ้าห่มตัวสั่นริกทั้งที่เขาเองก็ไม้มั่นใจว่าจะผ่านสถานการณ์คืนนี้ไปได้อย่างไรเพราะหลังคาทีเป็สังกะสีก็เริ่มมีน้ำหยดย้อยลงมาทีละนิด
เพรีมองหน้าสามีด้วยความกังวลใจถ้าหลังคาพังลงมาพวกเขาจะไปนอนที่ไหนกัน
จนแล้วจนรอดสิ่งที่สองสามีภรรยากังวลก็เกิดขึ้นหลังคาสังกะสีแผ่นหนึ่งถูกลมพัดปลิวหลุดจนเป็ช่องโหว่ปล่อยให้น้ำฝนเทลงมาในบ้านจนพันสรและเพรีต้องรีบอุ้มลูกน้อยทั้งสองคนเข้าไปหลบอีกมุมหนึ่งใกล้ตู้เสื้อผ้า
ใบข้าวเริ่มส่งเสียงงอแงด้วยความเป็เด็ก
“ไม่ต้องกลัวลูก พ่อซ่อมได้” ชายวัยกลางคนเช็ดน้ำตาให้ให้ลูกคนเล็กก่อนจะออกจากบ้านแล้วปีนขึ้นไปบนโครงไม้เขาพยายามซ่อมหลังคาที่หลุดออกไปท่ามกลางความมืดและสายฝน
ต้นกล้าได้แต่กลั้นน้ำตายืนเกาะขาเพรีมองดูผู้เป็พ่อด้วยความเป็ห่วง
ระหว่างนั้นเอง ก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังแทรกออกมาจากหลังตู้ ต้นกล้าหันไปมองตามเสียงด้วยความใก่อนจะเห็นสิ่งของปริศนาร่วงหล่นจากผนังบ้านตามแรงโยกของเสาบ้าน
งายาวสีขาวแหลม คือสิ่งที่ร่วงลงมาต้นกล้ารู้สึกเหมือนมันกำลังส่งเสียงเบาฟังไม่รู้ความดังอยู่ในโสตประสาทของเขาและเป็โทนเสียงเดียวกันกับที่เขาได้ยินในสวนเมื่อตอนกลางวันร่างเล็กเริ่มขยับตัวเข้าประชิดเพรีด้วยความกลัวเพราะดูเหมือนว่าเพรีจะไม่ได้ยินเสียงที่เขาได้ยินเลยแม้แต่นิดเดียว
“แม่ฮะนั่นงาช้างของจริงหรือเปล่าฮะ”ต้นกล้าเอ่ยเพื่อสร้างความสบายใจเขาเคยเห็นการใช้งาช้างเป็เครื่องประดับบ้านเพื่อความสวยงามก็จริง แต่งาอันนี้ให้ความรู้สึกต่างไปมันดูไม่เต็มใจจะอยู่ที่นี่
เพรีหันมองตามนิ้วเล็กลูกคนโตสีหน้าเธอฉายแววใเล็กน้อยก่อนก็วิ่งพรวดไปเก็บงาช้างแขวนหลังตู้ไว้ดังเดิม
“มันเป็แค่ของเล่นหนะลูก อย่าใส่ใจเลยนะจ๊ะ”
ท่าทางมีพิรุธของเพรีทำให้ต้นกล้ายิ่งเกิดความสงสัยถ้าเขาไม่ได้หูฝาดหรือคิดไปเองลางทีเ้างาอันนั้นอาจจะกำลังเรียกหาเ้าของที่แท้จริงของมันอยู่
ฉันดูหนังไทยเยอะไปมั้ยนะ
ด้วยความเป็เด็ก ต้นกล้าไม่ได้ทักท้วงหรือถามอะไรต่อสิ่งที่ควรให้ความสนใจตอนนี้คือความปลอดภัยของพันสรหัวหน้าครอบครัวที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เมียและลูกอยู่สบาย
เขาเป็ตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กอย่างต้นกล้าในตอนนี้
“พ่อหนูเก่งที่สุดเลยฮะ” ต้นกล้าวิ่งเข้าไปจับมือให้กำลังใจพ่อหลังจากซ่อมหลังคาได้สำเร็จ พันสรได้แต่ยิ้มรับ ถึงจะอยากยกลูกขึ้นมาอุ้ม แต่ตัวเขาก็เปียกฝนจนต้องรีบเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน
สถานการณ์ค่ำคืนนั้นคลี่คลายไปได้ด้วยดีเพรีส่งลูกน้อยเข้านอนมุมห้องที่แห้งที่สุดส่วนเธอกับสามีก็ช่วยกันจัดห้องและเช็ดพื้นให้แห้ง กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า
“พ่อมึง แม่ว่าเราหาที่เก็บงาช้างใหม่ดีกว่ามั้ย”
“บ้านเราหลังแค่นี้จะให้เอาไปเก็บที่ไหนละแม่มึง”
“นั่นสิเอาไว้ค่อยคิดเื่นี้อีกทีแล้วกันจ่ะ”
ผลพวงจากฝนตกเมื่อคืน ส่งผลให้เช้าวันนี้อากาศเย็นสบาย ต้นไม้ใบหญ้ารวมถึงผักที่ปลูกไว้หลังบ้านได้รับน้ำหลังจากที่อาบแดดมาหลายวัน พายุที่โหมกระหน่ำอาจจะทำให้มีต้นไม้ล้มตายบ้าง
แต่ในเื่ร้ายก็พอจะมีเื่ดีอยู่ลูกหมากหลายพวงถูกลมพัดจนร่วงหล่นกองอยู่ใต้ต้นสูง ถ้าเก็บมาผ่า ตากแห้งแล้วขายคงจะได้หลายตางทีเดียว
“ต้นกล้า อยากช่วยแม่ทำงานมั้ยลูก” เพรีะโเรียกลูกชายที่แปลงฟันอยู่โอ่งหลังบ้านเมื่อคืนกรองน้ำฝนไว้เต็ม
ไม่ต้องลำบากไปอาบน้ำที่คลองต้นกล้าได้ยินเสียงแม่ก็รีบล้างหน้าล้างตาเด็กคนนี้ขยันทำงานต่างจากชาติก่อนโดยสิ้นเชิง
“งานอะไรหรอฮะ” ต้นกล้าถาม
เพรีหันไปมองใบข้าวที่กำลังหลับได้ที่ เธอจึงเดินนำลูกชายคนโตไปเก็บลูกหมากที่ปลูกไว้ข้างบ้านต้นกล้าแหงนมองเ้าต้นสูงตรงหน้าโอนเอนไปตามแรงลมพัดเมื่อคืนก่อนจะก้มเก็บลูกของมันใส่กระสอบตามคำสั่งของแม่จนเต็ม
ลูกหมากหลายสิบลูกโดนเทลงบนเสื่อใต้ถุนบ้าน เพรีสอนต้นกล้าใช้มีดในการผ่ามันออกเป็สองซีก เด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้จับของเล่นชิ้นใหม่เพราะเขาเพิ่งรู้จากปากของเพรีว่าลูกหมากนั้นสามารถผ่าครึ่งเอาเปลือกออก นำเนื้อด้านในตากแห้งแล้วส่งขายตลาดได้ประโยชน์ของมันไม่ได้มีแค่การตำกินกับใบพลูในหมู่คนแก่หรอกหรือ
ความรู้ใหม่ของฉันเลยนะเนี่ย
ต้นกล้าคิดพรางตั้งใจผ่าลูกหมากที่กองอยู่ตรงหน้าออกเป็สองซักให้เท่ากันมากที่สุด
“ถ้ามันขายได้ทำไมแม่ไม่เอามาผ่าแล้วตากไว้เยอะ ๆ ละฮะ” ต้นกล้าเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นว่าเ้าลูกกลมที่เก็บมาผ่า มันกำลังจะหมด
“ต้นมันสูงหนะลูก แม่ก็ไม่มีแรงจะสอยมันลงมา จะได้เก็บมาผ่าขายก็ตอนที่มันร่วงลงมาเองแบบนี้ละจ่ะ”
คำตอบของเพรีทำให้ต้นกล้ารู้สึกเสียดายถ้ามันไม่ร่วงลงมาก็คงสุกและแก่ตายบนต้นอย่างไร้ประโยชน์ก่อนหน้านี้เขาก็เห็นมีอีกหลายลูกที่ยังอยู่บนต้น ไม่ร่วงหล่นลงมาตามแรงลมพัด
“เดี๋ยวหนูมานะฮะ” เ้าตัวเล็กว่าแล้วลุกขึ้นจับกระสอบที่ใหญ่กว่าตัวเดินไปข้างบ้าน
ฉันจะเอาพวกมันลงมาให้หมดเลย
ต้นกล้าคิดในใจก่อนจะลองหาวิธี เขาทั้งลองเขย่าต้น ทั้งลองปีนป่ายแต่ก็ไม่มีวิธีใดสำเร็จเลยหนำซ้ำยังรู้สึกเหมือนโดนหัวเราะเยาะตอนที่ตัวเขาร่วงลงมาหลังจากพยายามปีนขึ้นไปบนต้นหมากสูงๆ
หัวเราะงั้นหรอ ใครกันล่ะที่หัวเราะ
ต้นกล้าหันซ้ายขวามองตามหาแหล่งเสียงปริศนาที่เขาได้ยินก่อนจะเห็นเ้ากระรอกสองตัววิ่งไต่ต้นหมากะโไปมาอย่างกับล้อเลียนเขา ดวงตากลมโตลุกวาวนี่มันกระรอกตัวเป็เป็ ขนมันดูปุกปุยว่าในการ์ตูนหลายเท่าแถมฟันหน้าสองซี่สีเหลืองก็ดูน่ารักแอ๊บแบ๊ว
“น้อนกระรอกน่ารักจัง” ต้นกล้าเริ่มใช้เสียงสอง
เมื่อสิ่งมีชีวิตตัวเล็กฟันแทะได้ยินคำทักทายพวกมันก็วิ่งไต่ต้นหมากลงมาระดับเดียวกันกับความสูงของต้นกล้าหางยาวกระดิกดุ๊กดิ๊กราวกับรู้ความ ตัวต้นกล้าเองก็เริ่มสงสัยว่าตัวเองสามารถคุยกับสัตว์ป่าพวกนี้ได้เขาจึงทดสอบสกิลที่คิดว่าเป็พร์อันไม่น่าจะเป็ไปได้เลยในเชิงทฤษฎี
“สอยหมากพวกนั้นลงมาให้หนูหน่อยได้มั้ยกั้บ” นิ้วเล็กชี้ขึ้นสูง เ้ากระรอกสองตัวมองหน้ากันก่อนจะพากันไต่ขึ้นไปใช้ฟันคมแทะหมากทีละพวงจนหล่นลงมากองเต็มพื้น
มหัศจรรย์!! นี่ฉันสามารถคุยกับสัตว์ได้จริง ๆ หรอเนี่ย ต้นกล้าไม่อยากจะเชื่อตัวเองแต่พร์นี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว เอาล่ะ หลังจากนี้ฉันจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ติดตัวมากับชีวิตนอกของตัวเองยังไงดีนะ
ต้นกล้าคิดอย่างสนุก แต่มันจะสนุกอย่างที่คิดหรือเปล่า?
***