ทหารยามเซียนทั้งสองนายพุ่งทวนสัมฤทธิ์เข้าใส่ท่อนแขนของเสี่ยวเป่าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หมายจะสยบพ่อค้าหนุ่มลงในกระบวนท่าเดียว ทว่า พวกมันกลับประเมินอานุภาพของระบบต่ำเกินไป
ฟู่ววววววว! ตึง!
ทันทีที่ปลายทวนสัมฤทธิ์เข้าใกล้รัศมีหนึ่งคืบรอบกายของเสี่ยวเป่า เกราะปราณสีน้ำเงินเข้มจาก ‘ผ้ากันเปื้อนจักรพรรดิของหวานไร้พ่าย’ ก็ระเบิดพลังงานสะท้อนกลับพวยพุ่งออกมาต้านทานทันที แรงกระแทกมหาศาลสะท้อนกลับไปตามด้ามทวน ซัดเอาร่างของทหารยามเซียนทั้งสองนายกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาหินหยกครามหน้าร้านเสียงดังสนั่น พลันหมดสติไปทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้ร้องสักแอะ
เซียนผู้คุมด่านซ่งเห็นดังนั้นก็ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียด "อะไรกัน?! เจ้ามนุษย์นี่ไม่มีกระแสลมปราณเซียนในร่าง แต่อาศัยสมบัติวิเศษผ้ากันเปื้อนตัวเดียวกลับสะท้อนการโจมตีของทหารยามระดับเซียนปฐพีได้งั้นรึ!" แกเตรียมจะโคจรพลังปราณเซียนระดับสูงเพื่อลงมือด้วยตนเอง
"เฮ้ยๆ! อย่าพึ่งใจร้อนสิตาทหารแก่ ข้าบอกแล้วไงว่าข้ามาดี และข้าขอมอบเวลาให้ท่านสามนาทีตรงนี้! ถ้าสิ่งที่ข้ากำลังจะทำออกมาไม่สามารถทำให้จิตวิญญาณอันแห้งเหี่ยวของท่านสั่นสะท้านได้ ข้ายอมให้ท่านทุบรถเข็นหยกคู่ใจของข้าทิ้งเลยเอ้า!" เสี่ยวเป่าใช้แผนการยั่วยวนท้าทาย พลางส่งรอยยิ้มมั่นใจสูงสุด
เซียนซ่งชะงักฝีเท้าลงเล็กลง สายตาจับจ้องไปที่รถเข็นหยกเย็นเกรดพระเจ้าที่มีไอเย็นสีฟ้าครามแผ่ออกมาอ่อน ๆ ดูน่าอัศจรรย์ ความอยากรู้อยากลองที่แฝงอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจเซียนที่ไม่ได้ลิ้มรสอาหารมานานห้าพันปี เริ่มปะทุขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ "ได้! ข้าจะยอมให้เวลาเจ้าสามนาที หากเจ้ากล้าหลอกลวงข้า ข้าจะใช้กระบี่บินสับร่างเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"
"ดีมากขรับ! เวลาสามนาทีเหลือแหล่สำหรับซอฟต์พาวเวอร์ไทยแท้!"
เสี่ยวเป่าไม่รอช้า พลิกรถเข็นหยกให้ตั้งตรงทันที แกเปิดหน้าต่างระบบและเรียกเอาวัตถุดิบระดับมหาจักรพรรดิที่เพิ่งปลดล็อกออกมา นั่นคือ ‘ข้าวเหนียวเขี้ยวงูวิเศษ’ เม็ดเรียวยาวสีขาวใสดั่งไข่มุก และ ‘มะม่วงน้ำดอกไม้สวรรค์เรืองแสง’ ผลสีเหลืองทองอร่ามที่มีประกายแสงนวลตา ชายหนุ่มเปิดระบบเตาหลอมมหาเวทแปดทิศ นำข้าวเหนียวเขี้ยวงูลงไปมูนกับน้ำกะทิสดคั้นจากมะพร้าวเก้าชั้นฟ้าผสมน้ำตาลโตนดวิเศษจนเนื้อข้าวเหนียวดูดซับความมันเยิ้ม เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามส่องประกายวาววับ
จากนั้น เสี่ยวเป่าใช้มีดหยกสลักลายปอกเปลือกมะม่วงน้ำดอกไม้สวรรค์อย่างแคล่วคล่องว่องไว ฝานเนื้อมะม่วงหนาหนุ่มสีเหลืองทองวางเรียงรายเคียงข้างกับก้อนข้าวเหนียวมูนอุ่น ๆ ที่จัดทรงเป็นรูปช้างศึกสวรรค์ ปิดท้ายด้วยการเปิดขวดโหลราดน้ำกะทิลาวาภูเขาไฟสูตรเข้มข้นข้นหนืดสีขาวนวลราดเยิ้มฉ่ำลงบนหน้าข้าวเหนียว และโรยด้วยถั่วทองอบกรอบวิเศษจนส่งเสียงดัง กรุบกรับ
ทันทีที่ส่วนผสมทั้งหมดหลอมรวมกัน กลิ่นหอมหวานมันอมเปรี้ยวนิด ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ขั้นสุดยอดของข้าวเหนียวมะม่วงไทยแท้ ก็ระเบิดกระจายพวยพุ่งออกจากรถเข็น พุ่งแหวกม่านหมอกปราณสวรรค์ออกไปในรัศมีรอบด่านตรวจคนเข้าเมืองในเสี้ยววินาที!
ฟู่วววว Admission!
กลิ่นของมันช่างหอมหวาน เย้ายวนใจ และมีความนัวล้ำลึกเข้มข้นจนทะลวงผ่านค่ายกลและจิตใจอันสงบนิ่งของเซียนซ่งเข้าอย่างจัง! ชายชราถึงกับสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย น้ำลายที่เคยแห้งผากมาห้าพันปีพลันสอทะลักเต็มปากจนต้องลอบกลืนน้ำลายดัง เอื้อก! ใหญ่ แววตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความกระหายและตื่นตะลึงระคนสับสน
"เชิญลิ้มลองรสชาติแห่งสรวงสวรรค์ที่แท้จริงได้เลยครับท่านเซียนผู้คุมด่านซ่ง!" เสี่ยวเป่ายื่นจานแก้วมิติที่บรรจุข้าวเหนียวมะม่วงเรืองแสงส่งให้ชายชราพร้อมช้อนทองคำด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ