เหรียญตื่นขึ้นมาตอนสายแล้วพบว่านอกจากข้อความสวัสดีเจ็ดวันของแม่ที่ส่งมาทุกตีห้า ยังมีแจ้งเตือนไดเรกเมสเสจมายาวเหยียด เธอขยี้ตาและกะพริบถี่ๆ ให้ตาชินแสง กดส่งสติกเกอร์ไลน์ตอบกลับแม่ พลางคิดในใจว่าไปหารูปภาพมาจากไหนนะ ไม่เคยซ้ำกันเลยสักวัน ก่อนเธอจะเปิดข่าวทิ้งไว้ แล้วตั้งสติเปิดอ่านข้อความยาวๆ นั้น
“โอ้!!! บ้า” อ่านจบเหรียญก็อุทานกับตัวเอง ตาเธอเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้น ไม่อยากจะเชื่อว่าข้อความนี้เป็เื่จริง
“จริงปะเนี่ย” เธอยังคงพูดคนเดียว...ไม่อยากจะเชื่อสายตา
“ไม่ได้เมาขี้ตาใช่ไหมวะ”
ใจความในข้อความระบุว่า องค์กรไม่แสวงผลกำไรคอมมิวนิตี้หนึ่งในเฟซบุ๊ก สนใจให้เหรียญไปร่วมนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะ Art Exhibition ในฐานะหนึ่งในศิลปินผู้ออกแบบผลงาน คอนเทนต์ ‘เซ็กซ์ สุข สม ยอม’ เพื่อเคลื่อนไหวเื่เพศ ความเท่าเทียม รสนิยมทางเพศผ่านงานศิลปะ และพวกเขากำลังรอการตอบกลับของเธอ
แน่นอน...เหรียญตัดสินใจอย่างไม่ลังเลที่จะร่วมงานใหม่อันเต็มไปด้วยความท้าทายนี้ งานนี้เป็การเปิดประสบการณ์ใหม่ในรอบยี่สิบแปดปีของเธอเลยก็ว่าได้...เธอตอบตกลง!
เมื่อผ่านการเจรจารายละเอียดงานกันทางโทรศัพท์อยู่พักใหญ่ เธอก็ได้โจทย์จากพวกเขา โดยเขามีวัตถุดิบเป็เื่เล่าประสบการณ์เซ็กซ์จากทางบ้านหลายสิบเื่ที่เ้าของเื่ยินดีให้เผยแพร่ ให้เธอและศิลปินคนอื่นๆ นำไปเลือกปรุงเป็ผลงานสำหรับคอนเทนต์เซ็กซ์ สุข สม ยอม
เหรียญอ่านบทความหลายสิบเื่ และเธอรู้สึกสนใจประเด็นหนึ่งเอามากๆ จนเลือกเอาประเด็นนี้มาทำงาน ‘BDSM’
เธอเก็บความตื่นเต้นดีใจที่ได้รับเกียรตินี้ไว้ไม่อยู่ อยากจะเล่าเื่นี้ให้ใครสักคนฟัง มองนาฬิกาเป็เวลาใกล้บ่ายโมง กำลังจะหมดเวลาพักเที่ยง เหรียญต่อสายโทรศัพท์หานับ ก่อนที่เธอจะบอกในไลน์กลุ่มเสียอีก
“ว่าไง” ปลายสายกดรับ ตอนนี้นับกำลังลงพื้นที่คุมงานตกแต่งภายใน และออกจะวุ่นวายกับการประสานงานกับช่างอยู่ไม่น้อย เหรียญจับน้ำเสียงได้ว่าเขาดูยุ่งๆ เธอจึงตอบกลับ
“แกไม่ว่างอยู่ใช่ไหม งั้นฉันไม่กวนนะ”
“กวนได้หน่อยหนึ่ง มีเื่อะไรพิเศษหรือเปล่า” นับคิดว่าต้องมีเื่อะไรเกิดขึ้นกับเธอแน่ๆ น้ำเสียงเธอฟังดูคึกคัก ปกติเหรียญไม่ค่อยโทร.หาเขา ถ้ามีอะไรมักจะคุยกันต่อหน้ามากกว่า
“เย็นนี้ค่อยเล่าให้ฟังดีกว่า...ถ้าแกว่างน่ะนะ”
“เค เดี๋ยวเข้าไปหา เตรียมเบียร์ไปด้วยเลย”
“เจอกัน” เหรียญกดวางสายไปแล้ว นับยังคงวุ่นวายกับปัญหาหน้างานที่เกิดจากการสื่อสารผิดพลาดระหว่างช่าง แต่ใจเขาก็อยากจะให้ถึงตอนเย็นไวๆ
หลังจากกดวางสายไป เหรียญหยิบเอางานวาดภาพประกอบ Single มาทำต่อให้เสร็จ ก่อนส่งให้ศิลปินพรูฟงาน อดคิดไม่ได้ว่า่นี้น่าจะเป็จังหวะของเธอ บทจะมีงานก็มีงานเข้ามาติดๆ กัน ทั้งงานออกแบบ ร้องเพลง แต่บทจะไม่มี ก็ไม่มีเลย ไม่มีจนกลัวว่าสิ้นเดือนจะไม่มีเงินจ่ายหนี้
ระหว่างรอคำตอบจากวงดนตรี เหรียญจัดการเปิดค้นข้อมูล BDSM อย่างบ้าคลั่ง เธอหมกมุ่นลงลึกไปกับการศึกษาข้อมูล และสร้างเมนไอเดียไว้ในหัวว่า
BDSM คือรสนิยมทางเพศ ไม่ใช่อาชญากรรม ไม่ใช่ความรุนแรง หากแต่เป็ความพอใจ ความทรมานอันแสนสุขภายใต้ความยินยอมของกันและกัน เธอจดเมนไอเดียและข้อมูลเท่าที่หาได้ลงสมุด เธอ้าจะสื่อสารมันออกมาในทางสุนทรีย์ ความสุขหนึ่งของรสนิยมทางเพศ
เธอจมอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ั้แ่พระอาทิตย์สว่างจ้า จนกระทั่งตอนนี้ที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีม่วง พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่ยิ่งค้นยิ่งน่าสนใจ
ก๊อกๆ ก๊อกๆๆๆ
นับยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับเบียร์กระป๋องยาว เขายืนรออยู่เป็นาทีแต่เธอไม่เปิดประตูให้ นับจึงลองบิดลูกบิด ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อก
“อุ้ยแม่!” เหรียญสะดุ้งเมื่อเห็นมีคนเปิดประตูเข้ามา “ใเลย”
“เคาะแล้วนะ แกไม่เปิด”
“ไม่ได้ยินนี่นา” เหรียญยู่ปากหน่อยๆ ถ้าเขาเคาะประตูแล้วเธอไม่ได้ยินแปลว่าเธอคงกำลังมีสมาธิกับบางอย่างมากๆ และคงจะเป็บางอย่างที่ทำให้เธอโทร.หาเขาเมื่อกลางวัน
“หมกมุ่นอยู่สินะ” นับเอากระป๋องเบียร์แช่ฟรีซ ก่อนถามต่อ “ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมล่ะ”
“รู้ได้ไงอะ” เหรียญเลิกคิ้วสูง เธอไม่ได้บอกเขาเลยนะ
“รู้แหละ ทุกทีอะ”
“ก็ลืมกินอะ”
“อยู่ยังไงทั้งวันไม่กินข้าว ไปๆ ลงไปตลาดกัน เป็เด็กน้อยหรือไงถึงต้องให้เตือนเื่กินข้าวเนี่ย เหนื่อยงานแล้วยังต้องเหนื่อยพาไปหาอะไรกินอีก” นับอดฉุนไม่ได้ ทำไมเธอถึงชอบละเลยตัวเองนัก
“ก็ไม่เห็นต้องพาไปเลย ไปคนเดียวก็ได้”
“ต้องพาไปไง”
“ไม่ต้องก็ได้ไง ปกติก็ไปคนเดียว”
“แต่วันนี้ฉันอยู่ด้วย ทำไมต้องไปคนเดียว”
“...”
“...” ต่างคนต่างจ้องหน้ากันเงียบ เหรียญหรี่ตา นับเชิดคางขึ้น ขมวดคิ้วตามองต่ำลงมาที่เธอ เขารู้สึกว่าวันนี้เหรียญดื้อ และเถียงเก่งเป็ที่สุด
“เราไม่เห็นต้องเถียงกันเื่การกินข้าวของฉันเลย”
“...”
“...”
“ข้าวต้มไหมล่ะ”
“ก็ได้” นับรู้สึกอยากหยิกคนที่ยืนเถียงเขาไม่ลดละตรงหน้า การทำงานจนลืมกินข้าวทั้งวันมันไม่ใช่เื่ที่ควรทำสักนิด
นับและเหรียญนั่งอยู่ที่ร้านข้าวต้มร้านประจำ รอบนี้เขาสั่งกับข้าวเพิ่มมาหนึ่งอย่าง และยังพูดแกมบังคับให้เธอกินข้าวเยอะขึ้น
“กินสามถ้วยไม่ไหวหรอก”
“กินเข้าไปเถอะ จะดื้อทำไม”
“เฮ้อออ”
“ถอนหายใจไม แค่ให้กินข้าวไม่ใช่ให้ไปเกี่ยวข้าว กินเข้าไปเยอะๆ หัวโตหมดแล้ว อย่างกับเด็กขาดสารอาหาร” นับคีบผักบุ้งใส่ในชามข้าวต้มของเธอ
“แต่ฉันแก่กว่าแกนะ”
“ไม่กี่เดือนไม่นับอะ”
“สิบสองเดือนคือหนึ่งปี”
“เออ ไม่นับโว้ย” นับยังคงคีบชิ้นไข่เจียวใส่ลงในชามข้าวต้มของเธอ ทับผักบุ้งที่เขาคีบไว้ให้ก่อนหน้า
“พอแล้ว กินไม่ทัน” เหรียญตีมือห้ามเขาแล้วตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ เมื่อนับเห็นว่าเธอกินชามที่สองหมด ก็ยกมือสั่งชามสามตามทันที ยังไม่ทันที่เหรียญจะร้องห้ามเขา นับก็พูดขัดขึ้นมา
“เมื่อตอนกลางวันมีอะไรจะเล่าให้ฟัง กินไปเล่าไปสิ” เขายังคงคีบไข่เค็มใส่ในชามของเธอ สลับกับกินข้าวในชามของตัวเอง
เหรียญกินไปเล่าไปตามที่นับขอ เขาเห็นแววตาเธอระยิบอีกแล้ว เธอดูสนุกและตื่นเต้นเมื่อได้ศึกษาสิ่งใหม่ๆ เธอดูเปล่งประกายเสมอเมื่อเล่าสิ่งที่เธอสนใจให้เขาฟัง
“ดีใจด้วยเว้ย” นับส่งยิ้มกว้างให้เหรียญ
“ขอบใจ ฉันก็ดีใจมากๆ ตื่นเต้นมากๆ ด้วย”
“แล้วเขาติดต่อแกมาได้ไงวะ”
“เหมือนเขาบอกว่าเขาร่วมงานกับกลุ่มเฟมินิสต์คนรุ่นใหม่ แล้วสไตล์งานฉันก็มีกลิ่นๆ ของเฟม เลยติดต่อมา ประมาณนั้นมั้ง”
“งานมันก็สะท้อนแิเ้าของผลงาน”
“ฉันเนี่ยนะ ไม่เห็นรู้ตัวเลย”
“เออ แกเนี่ยแหละ” นับยังจำได้ คืนหนึ่งพวกเขานัดกินจิ้มจุ่มที่บ้านมา ในวงเหล้าร้อนระอุไปด้วยการถกกันเื่ผู้หญิงสูบบุหรี่ เนื่องจากต้องเปิดเจอคอนเทนต์คิดอย่างไรกับผู้หญิงสูบบุหรี่ และมีบางกลุ่มติงว่าผู้หญิงสูบบุหรี่ดูไม่ดี ไม่น่ารัก คืนนั้นเหรียญถกประเด็นนี้ดุเดือด ว่าคนเราไม่จำเป็ต้องเกิดมาเพื่อเป็คนน่ารักของใครบ้างล่ะ ว่าเป็สิทธิ์บ้างล่ะ ถ้าสูบในที่ที่จัดไว้มันก็ไม่เป็อะไรหนิ หมดเบียร์ไปหลายขวดเลย
“เอ้อ แล้ว BDSM นี่มันคือยังไงบ้างวะ”
“แกเคยได้ยินซาดิสม์ มาโซคิสม์ใช่ไหม BDSM มันมีรายละเอียดมากกว่านั้น คนบางกลุ่มรับรู้มันมาไม่หมด แล้วก็ตีความเป็เื่กามวิตถาร มันออกจะบิดเบี้ยวไปหน่อย”
“ไงต่อ”
“เส้นแบ่งชัดเจนของ BDSM กับการ Abuse มันคือความยินยอม Consent is Defult Mode! แล้วก็ต้องมีความปลอดภัย มีสติ” เหรียญพูดด้วยสีหน้าขึงขังขึ้น “เท่าที่รู้มากับศึกษาเพิ่มวันนี้มันคืองี้เว้ย...” เธอเริ่มอธิบายให้นับฟังโดยที่เขาก็คอยคีบกับข้าวให้เธอเป็ระยะ นับฟังและมีการถามโต้ตอบกับเธออยู่ตลอดเวลา
“สรุปก็คือซาดิสม์กับมาโซคิสม์ มันจะเพอร์เฟกต์แมตช์มากถ้าพวกเขาเจอคนที่รสนิยมตรงกัน Play กัน ชอบที่จะทำและชอบที่จะถูกกระทำตรงกัน แต่ถ้าเจอคนที่ไม่ใช่ มันก็ดูเป็ความรุนแรง วิตถารใช่ไหมล่ะ ฉะนั้นเื่ Consent ของคู่พาร์ตเนอร์เลยเป็ที่ตั้งสำคัญของ BDSM ต้องสื่อสารกันมากๆ แล้วมันก็คนละเื่กับ Rape Culture การชอบ BDSM ไม่เท่ากับชอบถูกขืนใจโดยไม่ยินยอมหรือสนับสนุนการข่มขืน”
“วันเดียวแกลงไปไกลขนาดนั้นเลยหรอวะ” นับเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัยเมื่อเหรียญสรุปจบ
“แค่พื้นฐานเลย ยังต้องมีอีกเยอะ”
“มีอีกหรอ” เขาถลึงตาโตขึ้นไปอีก
“ใช่ อย่างที่บอกว่า BDSM เอาความยินยอมเป็ที่ตั้งใช่ปะ ก็จะมีข้อตกลงระหว่าง Partner ด้วย หมายถึงข้อตกลงเื่ขอบเขตการ Play อะไรพวกนั้น”
“อ่าฮะ” นับผงกหัวตามช้าๆ
“แล้วก็พวกเขาจะมี Safe word ไว้สื่อสารกัน มันสำคัญมากๆ เป็สัญญาณแทน เช่น เขียว เหลือง แดง เขียวคือต่อไป เหลืองคือระวังหน่อย แดงคือหยุด ถ้า Sub บอกแดง Dom ต้องหยุดทันทีหรือเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น พวกเขาต้องเคารพข้อตกลงตรงนี้”
“นี่คือวันทั้งวันของแกหรอ”
“ใช่ แต่ฉันต้องศึกษาเื่ Fetish เพิ่ม แล้วก็ดีเทลอื่นๆ อีก” นับมองหน้าเหรียญด้วยความทึ่ง เธอหมกมุ่นกับงานมากจริงๆ วันนี้ทั้งวันเธอต้องไม่ลุกไปไหนเลยแน่ๆ
“ถามจริง วันนี้ลุกไปฉี่บ้างปะวะ”
“ลุกดิ ฉันไม่หิวข้าวแต่ฉันก็ไม่อั้นฉี่เว้ย”
“อ้อ...แล้วทีนี้แกวางแผนไงต่อ”
“ฉันว่านะ ฉันจะลองติดต่อไปขอข้อมูลจากกลุ่ม BDSM แบบขอเป็วิทยาทาน ฉันไม่อยากสื่อสารมันออกมาผิดพลาด หลายสื่อสื่อสารออกมาแล้วมันเพี้ยนอะ มันทำให้เข้าใจผิด ฉันไม่อยากเป็หนึ่งในนั้น”
“อืมมม” นับเบิกตากว้างพยักหน้าเป็จังหวะ เหมือนจะชื่นชมแต่ก็แอบกวน
“กินหมดแล้วสามถ้วย พอใจแกยัง” เหรียญตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก เธอวางช้อนลงในชามว่างเปล่า
“เก่งมากเ้าหนู กลับห้องเบียร์รออยู่” เหรียญย่นจมูกให้ประโยคก่อกวนเมื่อครู่
ทั้งสองแชร์ค่าข้าวต้มแล้วกลับคอนโดด้วยกัน
“แล้วแกเล่าให้ต้องกับพี่มาฟังยัง” เขาถามขณะขับรถ
“เอ้า! ลืมเลย” เธอเพิ่งนึกได้เหมือนกัน
“งั้นฉันก็รู้คนแรกอะดิ” เหรียญผงกหัวตอบ นับแอบอมยิ้มดีใจที่เธอนึกเขาก่อนใคร รู้สึกตัวเองพิเศษขึ้นมาอย่างไรไม่รู้ เขาอมยิ้มลูกเบ้อเริ่มจนต้องเกร็งปากไว้ไม่ให้รอยยิ้มนั้นหลุดออกมา
“ไว้พรุ่งนี้ค่อยบอกก็ได้”
“อื้อ คืนนี้ดูหนังกันไหม แกจะได้พักด้วย”
“อื้อ” นับยังคงอารมณ์ดี เขาเหมือนควบคุมใบหน้าและริมฝีปากตัวเองไม่ได้เลย มันจะเผยอยิ้มอยู่ตลอดเวลา