ตอนที่88 คนกลาง
ฟู่เยี่ยนรู้ว่าเจิ้งหมิงต้องการเป็นคนกลางระหว่างเธอกับจางเหว่ยก็ตอนที่เธอรับพัสดุจากโจวชิวลู่คิดแล้วคงเป็นเพราะจางเหว่ยทดสอบเจิ้งหมิงเรียบร้อยแล้ว
มีผ้าผืนหนึ่งอยู่ในกล่องพัสดุเจิ้งหมิงบอกกับโจวชิวลู่ว่าฟู่เยี่ยนฝากเขาซื้อมาจากในเมือง
“เสี่ยวฮั่วพี่เขยบอกว่าเธอฝากเขาซื้อ ให้ฉันนำมาส่งให้เธอ”พอโจวชิวลู่รู้จักชื่อเล่นของฟู่เยี่ยน เธอจึงเริ่มเรียกว่าเสี่ยวฮั่วแล้ว
“อืมรู้แล้ว ฉันเอาลูกอมมาเผื่อเธอด้วยเธอกินสิ” ในตอนแรกโจวชิวลู่เป็นเหมือนกอบลินจอมเกาะติดที่ทำให้ฟู่เยี่ยนอยากหลีกเลี่ยงไปให้ไกลแต่ตอนนี้เธอยิ่งชอบเพื่อนคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเพราะโจวชิวลู่เธอยังคงรักษาความซื่อสัตย์ ความดี และความสวยงามตามวัยของเธอและมีความเป็นเด็กจริง ๆ
ฟู่เยี่ยนได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากโจวชิวลู่เช่น หลังจากกินขนมชิ้นนี้แล้ว ก็ลืมความทุกข์ของเราไปซะ !
แม้การทดสอบประจำเดือนจะผ่านพ้นไปแล้วแต่พวกเธอยังคงอยู่ในช่วงการเรียนที่เข้มข้นปีหน้าฟู่เยี่ยนต้องสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายแล้วดังนั้นพวกคุณครูจึงค่อนข้างเข้มงวด แต่ถึงแม้จะเรียนหนักทว่าฟู่เยี่ยนก็สัมผัสได้ถึงความสุขอย่างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
แม้เวลาจะกระชั้นชิดแต่เธอก็ยังคงต้องพยายามหาเวลาไปพบกับเจิ้งหมิงดังนั้นวันนี้ฟู่เยี่ยนจึงฝากจดหมายกับโจวชิวลู่ไปให้เจิ้งหมิง
ในจดหมายนัดให้เจิ้งหมิงไปพบเธอที่สหกรณ์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคฟู่เยี่ยนยังได้นัดโจวชิวลู่ไปซื้อน้ำตาลทรายแดงให้กับหวังซู่เหมยที่สหกรณ์ด้วยเช่นกัน
ตั้งแต่คราวที่แล้วเจิ้งจื้อก็ได้ส่งคนใหม่มาสะกดรอยตามเธอ ตอนแรกฟู่เยี่ยนยังไม่รู้ตัวเป็นฟู่เซินที่รู้สึกถึงความผิดปกติเพราะเขาเห็นหม่าซานเดินตามพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง
ฟู่เยี่ยนยิ้มเยาะในใจเขาต้องลำบากลำบนเพื่อสะกดรอยตามนักเรียนชั้นมัธยมต้นอย่างเธอ ! งั้นก็เปิดช่องโหว่ที่เขาต้องการให้หน่อยแล้วกันแต่ว่าแผนการของเธอก็ต้องสมบูรณ์แบบด้วย
ฟู่เยี่ยนและโจวชิวลู่เลิกเรียนแล้วก็ชวนกันไปที่สหกรณ์หม่าซานไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกเพราะการที่เด็กผู้หญิงจะไปสหกรณ์ก็คงหนีไม่พ้นไปซื้อพวกเครื่องเขียนเขาจึงไม่ได้เดินตามเข้าไป ตอนแรกฟู่เยี่ยนยังคิดวิธีมากมายที่จะสลัดเขาให้พ้นแต่ไม่คิดเลยว่าตัวเขาจะไม่ตามเข้ามาเอง
เจิ้งหมิงเดินวนอยู่ในสหกรณ์มาพักหนึ่งแล้วนอกจากนี้เขายังพาโจวชุนหยูมาด้วย
“พี่! ” โจวชิวลู่เห็นพี่สาวกำลังเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารนับตั้งแต่ที่โจวชุนหยูแยกบ้านออกมา เจิ้งหมิงก็ซื้อบ้านหลังเล็ก ๆโจวชุนหยูกำลังจัดบ้าน แม่ของเธอจึงช่วยเลี้ยงลูกให้พี่สาว
“ชิวลู่เธอมาทำอะไรที่นี่ ? โรงเรียนเลิกแล้วเหรอ ? ” โจวชุนหยูทักทายน้องสาวด้วยรอยยิ้มนี่คืออาจารย์ฟู่สินะ หน้าตาสวยน่ารักเชียว
ฟู่เยี่ยนและฟู่เหมี่ยวมีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนฟู่ต้าหย่งยังไม่ค่อยเข้ากับสุนทรียภาพด้านความงามของคนยุคนี้ ประกอบกับนิสัยเย็นชาของสาวน้อย ทำให้คนที่อยู่ใกล้รู้สึกเข้าไม่ถึงโจวชุนหยูจึงไม่กล้ามองหน้าฟู่เยี่ยนโดยตรงโดยไม่รู้ตัว
“พี่นี่คือเพื่อนสนิทของหนู เธอชื่อฟู่เยี่ยน เสี่ยวฮั่ว นี่คือพี่สาวของฉัน ! ส่วนนี่คือพี่เขย”
“สวัสดีค่ะ”ฟู่เยี่ยนทักทายทั้งสอง
โจวชุนหยูพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเธอจับมือของฟู่เยี่ยนแล้วเอ่ยชม ตอนนี้เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่หน้าผากของเจิ้งหมิงแค่นึกถึงเสียงระเบิดในวันนั้น เขาก็แทบเหงื่อตกแล้วยันต์ของอาจารย์ฟู่มีอำนาจทำลายล้างสูงมาก
หลังจากทักทายโจวชุนหยูก็ชวนน้องสาวไปเลือกดูผ้ากัน สองพี่น้องจึงบอกลาฟู่เยี่ยน
“เสี่ยวฮั่วแล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ ! เธอซื้อของเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านด้วยล่ะ ! ” โจวชิวลู่กำชับฟู่เยี่ยน
“อื้อฉันรู้แล้ว ! เจอกันพรุ่งนี้!” ฟู่เยี่ยนบอกลาโจวชิวลู่เช่นกัน
เมื่อเห็นว่าสองพี่น้องออกไปเลือกซื้อผ้าแล้วฟู่เยี่ยนจึงเดินไปที่ด้านข้างประตูของสหกรณ์ ส่วนเจิ้งหมิงก็เดินตามเธอไปเช่นกัน
นอกจากการขนถ่ายสินค้าเข้าสหกรณ์ซอยด้านข้างนี้มีคนผ่านน้อยมากมันจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมให้ฟู่เยี่ยนและเจิ้งหมิงพูดคุยกัน
“อาจารย์ฟู่ฉัน……” เจิ้งหมิงกำลังจะพูด ฟู่เยี่ยนก็ยกมือขึ้นขัด
“พี่เจิ้งต่อไปนี้เรียกชื่อธรรมดาก็พอ ตอนนี้คนของคณะปฏิวัติกำลังจับตาดูฉันอยู่ดังนั้นจะปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดไม่ได้”
“คณะปฏิวัติ? ทำไมพวกเขาถึงต้องจับตาดูเธอด้วยล่ะ ? ” เจิ้งหมิงตกใจมากเมื่อได้ยินประโยคนี้
“จะว่าไปแล้วเรื่องมันก็เป็นเพราะน้องสาวของพี่นั่นแหละ”ฟู่เยี่ยนไม่คิดจะปิดบัง เธอจึงเล่าเรื่องยันต์ปิดปากให้เจิ้งหมิงฟัง
“ดังนั้นเจิ้งจื้อจึงส่งคนมาสะกดรอยตามเพราะเธอสบตากับเขาเนี่ยนะ? ” เจิ้งหมิงรู้สึกว่าโลกนี้มันบ้าเกินไปแล้วเพราะน้องรองของเขาที่ออกมาจากปากของฟู่เยี่ยนเป็นคนเดียวกับน้องรองที่เขารู้จักหรือเปล่า?
“ถ้าหากพี่ไม่เชื่อเดี๋ยวพอเราเดินกลับไป ตรงมุมจะมีคนนั่งยองอยู่ แต่นี่ฉันก็ไม่ได้ออกไปนานแล้วอีกเดี๋ยวเขาก็คงจะเข้ามาในสหกรณ์เพื่อตามหาฉันแล้วล่ะ ! ” ฟู่เยี่ยนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยราวกับไม่ได้แยแส่อะไร
“อาจารย์……ไม่สิฟู่เยี่ยน เธอไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องเจิ้งจื้อฉันจะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขาเอง”เจิ้งหมิงพูดออกไปตามตรงเพื่อไม่ให้ฟู่เยี่ยนเป็นกังวล
“ไม่เป็นไรฉันมีวิธีของฉัน แต่ถ้าเขาทำอะไรไม่ดีกับฉันขึ้นมา ฉันจะไม่ออมมือให้เขา เพราะเห็นว่าเป็นน้องชายของพี่หรอกนะ”ฟู่เยี่ยนมองลึกเข้าปในดวงตาของเขาราวกับอ่านใจเขาได้
เจิ้งหมิงยิ้มเจื่อนแม้เขาจะเห็นเจิ้งจื้อเป็นน้องชายของตนเองแต่อีกฝ่ายอาจไม่ได้มองว่าเขาเป็นพี่ชายก็ได้
“ฟู่เยี่ยนเธอไม่ต้องกังวล ในเมื่อฉันเลือกจะทำธุรกิจกับเธอแล้ว ฉันก็จะไม่ขายเธอแน่นอนดังนั้นเธอวางใจได้ ส่วนเรื่องของเจิ้งจื้อฉันมีแค่คำขอเดียวก็คืออย่าเอาให้ถึงชีวิตก็พอ”
“พี่เจิ้งพี่เห็นฉันเป็นคนแบบไหนกัน อย่างมาก ฉันก็แค่ทำให้เขาไม่สามารถเป็นหัวหน้าของคณะปฏิวัติต่อไปได้เท่านั้น”
“ถ้าเป็นแบบนี้จริงไม่แน่ว่าพ่อของฉันอาจมาขอบคุณเธอก็ได้ ! ” เจิ้งหมิงรู้จักพ่อของเขาดีพ่อไม่อยากให้เจิ้งจื้อเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติมานานแล้ว
“เอาล่ะมาคุยกันเถอะ พี่ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นพี่แค่นำยันต์แคล้วคลาดที่ฉันวาดเสร็จแล้วไปส่งให้จางเหว่ยในทุก ๆ เดือนก็พอแล้วพี่ช่วยบอกจางเหว่ยว่าต่อไปนี้ฉันจะขายยันต์แค่เดือนละแผ่นเท่านั้นแต่มันคือยันต์แคล้วคลาดขั้นสูง ซึ่งมีราคาแพงกว่าแบบทั่วไป 5 เท่า”
เจิ้งหมิงคิดว่าแค่ยันต์ธรรมดาก็แพงมากแล้วทำไมถึงต้องเพิ่มราคาด้วย เขาจึงถามออกไปตามตรง
“ยันต์แคล้วคลาดขั้นสูงสามารถรับประกันความปลอดภัยสูงสุดได้เว้นแต่ว่าพวกมีวิชาจะมาทำร้าย”ฟู่เยี่ยนพูดแล้วก็โยนยันต์แคล้วคลาดระดับสูงสามแผ่นที่อัดกรอบแล้วไปให้เจิ้งหมิง
“ในเมื่อพี่อยากเป็นคนกลางระหว่างฉันและจางเหว่ยฉันก็จะไม่เอาเปรียบพี่ นี่คือของขวัญการเข้าร่วมธุรกิจกับเรายันต์แคล้วคลาดระดับสูงสามอัน”
“นี่ฟู่เยี่ยน ฉันว่ามันไม่เหมาะสมนะ ! มันมีมูลค่าเกินไป! ” เจิ้งหมิงตกใจเล็กน้อย ยันต์สามแผ่นนี้มีมูลค่าอย่างน้อย ๆ พันกว่าหยวนเลยนะ !
“ไม่มีอะไรไม่เหมาะสมต่อไปนี้พี่หักรายได้ออกไปครั้งละ 10 เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่พี่สมควรได้รับแล้วเวลาสวมยันต์นี้แล้วก็ระวังอย่าให้คนอื่นเห็น และอย่าให้คนนอกแตะต้อง”
หลังจากฟู่เยี่ยนพูดจบเจิ้งหมิงก็รับปาก ทั้งสองตกลงกันว่าวันที่ 15ของทุกเดือนจะเป็นเวลาที่ทั้งสองนัดพบกัน ส่วนจะส่งข้อความหากันอย่างไรนั้นฟู่เยี่ยนได้หยิบกระดาษยันต์ชิ้นหนึ่งออกจากกระเป๋าของเธอ
“นี่คือยันต์สื่อสารที๋ฉันทำมาเป็นพิเศษหากพี่ต้องการเจอฉันก็ให้ฉีกมุมของยันต์นี้ ฉันก็จะรู้ได้แต่หากมีเรื่องด่วนอะไรให้เผายันต์นี้ แน่นอนว่าหากไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรพี่สามารถฝากของมาให้ฉันผ่านชิวลู่ได้ หรือจะส่งจดหมายมาก็ได้”
ฟู่เยี่ยนบอกลาเจิ้งหมิงเธอไม่อยากให้หม่าซานสะกดรอยตามเธออีกต่อไปเพราะเธออยากไปหาดูสมบัติที่ร้านขายของเก่า ตอนนี้เธออยากไปตามล่าหาสมบัติแย่แล้ว
เจิ้งหมิงเองก็เดินเข้าไปเช่นกันเขาเดินไปหาภรรยาและโจวชิวลู่ โจวชุนหยูกับน้องสาวเพิ่งเลือกซื้อผ้าเสร็จพวกเธอตั้งใจว่าจะซื้อกลับไปทำผ้าปูเตียงและผ้าม่านทั้งสามคนเดินออกมาจากสหกรณ์พร้อมกัน ในตอนที่เดินออกมาเจิ้งหมิงได้ลองสังเกตตามที่ฟู่เยี่ยนบอก และเขาก็เห็นหม่าซานกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ตรงมุมจริงด้วย
หม่าซานเห็นโจวชิวลู่เดินออกมาแล้วแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของฟู่เยี่ยน เขาจึงรู้สึกร้อนใจและรีบเดินเข้าไปในสหกรณ์ทันทีแต่หาทั่วทั้งสหกรณ์แล้วก็ยังหาสาวน้อยไม่เจอ
หม่าซานจึงเดินคอตกออกไปคงต้องโดนเจิ้งจื้อด่าแน่นอน
แต่เจิ้งหมิงที่สังเกตเห็นก็ถอนหายใจออกมาน้องชายของเขาชักจะทำตัวเกินเลยไปทุกทีแล้ว