ในดินแดนการฝึกฝนร่างภายในดินไร้ความหมายอันไร้ที่สิ้นสุดได้มีชายคนหนึ่งกำลังเดินกลับออกไปภายนอกดินแดนการฝึกฝนร่างกาย
ด้านหลังของชายคนนั้นมีภูเขาที่สูงเทียมฟ้ามองไม่เห็นหัวว่ามีความสูงเท่าไร
แต่ละก้าวของชายคนนั้นจะต้องใช้พลังงานอย่างมากเพราะแค่เดินแค่ก้าวเดียวดินไร้ความหมายใต้เท้าของเขาแตกกระจายกลายเป็นรอยเท้าลึก3-4 เซนติเมตร
ทว่าสีหน้าของชายคนนั้นกลับมีไม่เหมือนกับร่างกายที่กำลังสั่นสะเทือนแม้แต่นิดเดียว สีหน้าของชายคนนั้นดูสุขุมเยือกเย็นหน้าตาดูชั่วร้าย ผมสีขาวราวกับหิมะที่สวยงามและดวงตาสีม่วงที่ส่องประกายเป็นระยะทำให้คนจ้องมองรู้สึกขนลุก
ชายคนนั้นคือแจ๊คที่กำลังจะเดินกลับจากดินแดนการฝึกฝนร่างกายเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรกลับเขาเสียแล้ว
ในความทรงจำของยักษ์ 3 ตามีคำอธิบายว่าการจะเข้าและออกจากเดินแดนการฝึกฝนร่างกายต้องทำพิธีเรียกตัวมันคือหาประตูที่ซ่อนอยู่ในดินแดนยักษ์ตาเดียว
กลุ่มคนที่ทรยศยักษ์ตาเดียวได้เจอกับประตูทางเข้าดินแดนการฝึกฝนร่างกายจนทำการทรยศกลุ่มยักษ์ตาเดียว
คนที่เข้ามาภายในดินแดนการฝึกฝนร่างกายไม่ได้มีจอมนักรบ 4 คนเท่านั้นยังมีกลุ่มจอมเวทอยู่ประมาณ 10 คนเข้ามาพร้อมกัน
แต่จอมเวทและจอมนักรบมีความสนใจต่างแตกกันจอมนักรบสนใจเรื่องการเสริมสร้างพละกำลังให้กับร่างกายส่วนจอมเวทสนใจเรื่องความรู้มากกว่า
พอมาถึงรูปปั้นเทพสิราโนได้แยกย้ายกลับไปคนละประตู ยักษ์ 3 ตารู้แต่เพราะว่าประตูสีเขียวมีพลังแห่งกาลเวลาทำให้ไม่รู้เรื่องอะไรภายใน
เมื่อรู้ว่าประตูสีเขียวมีพลังแห่งกาลเวลาแจ๊คตกใจเล็กน้อยก่อนจะรับว่ามันสมเหตุสมผลดีเพราะว่าหนังสือภายในประตูสีเขียวนั้นเยอะมาก ๆ
แจ๊คไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาไปเท่าไรในการอ่านหนังสือทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจคือจอมเวทที่เข้าไปในประตูสีเขียวตายทั้งหมด
เพราะว่าเผ่ายักษ์ก่อนที่จะไปได้ทิ้งพลังแยกวิญญาณเอาไว้ในหนังสือส่วนหนึ่งหรือพลังลึกลับที่แจ๊คเจอตอนที่เปิดหนังสือ
คนที่เปิดหนังสือที่ลงพลังแยกดวงวิญญาณเอาไว้ดวงวิญญาณของคนผู้นั้นจะถูกแยกออกมาจากร่างกายทันที ส่วนที่ว่าทำไมแจ๊คหาซากศพของจอมเวทไม่เจอ
เป็นเพราะว่าพลังกาลเวลานั้นจะไม่หยุดเดินจนกว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดมาหยุดหน้าประตูนั้น เท่ากับว่าพลังกาลเวลาจะเดินต่อไปหลังจากกลุ่มจอมเวทตายจากการอ่านหนังสือนั้น
ซากศพเหล่าจอมเวทคงกลายเป็นฝุ่นให้แจ๊คสูบหายใจเข้าไปแล้วหรือสลายหายไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือไม่มีใครรับรู้
แต่เผ่ายักษ์ตาเดียวหรือคนเถื่อนที่เข้ามาภายในประตูสีเขียวนั้นจะมีสัญชาตญาณบอกว่าหนังสือเล่มไหนอันตรายหรือไม่อันตราย
ทำให้เผ่ายักษ์ส่วนใหญ่จะไม่ตายจากการอ่านหนังสือส่วนประตูสีแดงแค่เผ่ายักษ์ตาเดียวหรือคนเถื่อนต่อสู้แล้วล้มสัตว์อสูรดินไร้ความหมายได้
ยักษ์ 3 ตาจะปรากฏพร้อมกับมอบภารกิจให้กับเผ่ายักษ์เหล่านั้นก่อนจะมอบเลือดเผ่ายักษ์ให้เป็นรางวัล
ภารกิจของมันคือตามหาสมุนไพรในที่สามารถชุบชีวิตคนตายได้ สมุนไพรนั้นคือต้นอ่อนร้อยชีวิตซึ่งหายากมาก ๆ ภายในดวงดาวขนาดเล็ก ไม่ต้องพูดขึ้นขนาดเล็ก ขนาดกลางยังหายากเพราะต้นอ่อนร้อยชีวิตจะสามารถสร้างกายออกมาใหม่ให้กับคนที่ตายลงแล้วแต่ยังมีดวงวิญญาณอยู่
ทว่าถ้าต้นอ่อนร้อยชีวิตเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้พันชีวิต ต้นไม้พันชีวิตเป็นตัวหลักสำหรับทำยาปรุงปรับร่างกายให้ขึ้นระดับ 3 การฝึกฝนร่างกายคือกายทองคำ
แจ๊คถอนหายใจเมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าวเพราะว่าการฝึกฝนร่างกายหลังจากขั้นที่ 2 จะต้องมีสมุนไพรบางตัวมาช่วยกระตุ้นร่างกายถ้าไม่อย่างนั้นจะรับสิ่งอื่นเข้ามาเสริมกำลังกายแทน
หรือดินแดนแบบดินแดนการฝึกฝนร่างกายของเผ่ายักษ์ ดินแดนนี้เผ่ายักษ์ได้ฆ่าจิตวิญญาณของดินแดนดั้งเดิมก่อนจะสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อต่อสู้โดยเฉพาะ
น่าเสียดายที่ต้องทิ้งดินแดนนี้ไปเพราะมันเสียหายหนักจากทะเลกระดูกที่กระหน่ำโจมตีเข้ามา แต่ก่อนดินแดนการฝึกฝนร่างกายไม่ได้มีแค่ภูเขาเท่านั้น
ยังมีบ้านเรือน ลานประลอง ลานแจกจ่ายคะแนนและอื่น ๆ มากมายแต่เมื่อพ่ายแพ้ต่อสงครามแย่งชิงดวงดาวสิ่งของทั้งหมดต้องย้ายไป
เหลือทิ้งเอาไว้แค่ใจกลางดินแดนการฝึกฝนหรือภูเขาขนาดใหญ่นั้น
แจ๊คเดินห่างจากภูเขาขนาดใหญ่สูงเทียมฟ้าแรงกดดันที่กำลังทับร่างกายได้ลดลงเรื่อยจนถึงจุดที่แจ๊คสามารถเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสะดวก
เมื่อถึงจุดที่เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกแจ๊คเดินหน้า 10 ก้าว หยุด 3 วินาที ก่อนถอยหลังเท้าหนึ่ง หยุด 5 วินาที วิ่ง 65 ก้าวและกระโดด 3 รอบ ทำแบบนี้ 75 รอบก่อนร่างกายของแจ๊คจะหายไปจากดินแดนการฝึกฝน
ฟิ้ว ปัง
แจ๊คตกลงมาทับกับต้นไม้โบราณต้นหนึ่งแตกหัก แจ๊คมองรอบตัวได้สูบหายใจกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ธรรมชาติต่าง ๆ
“กลิ่นต้นไม้ ธรรมชาติและมิติของฉัน”
แจ๊คกางนิ้วทั้ง 5 ออกก่อนจะกรีดอากาศช้า ๆ ปรากฏว่าอากาศตรงที่แจ๊คกรีดเกิดเป็นรอยสีดำขนาดเท่ากับเชือกเส้นหนึ่งปรากฏขึ้น 5 เส้น
เชือกสีดำทั้ง 5 เส้นให้ความรู้สึกลึกลับและน่ากลัวราวกับกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด
แจ๊คพยักหน้าด้วยความดีใจเพราะความรู้เกี่ยวกับมิติของเขาเพิ่มขึ้นมามากมายมหาศาลจากการท่องในมิติอันแสนจะอันตรายและผนึกความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติก็อยู่ในมือเขา
แจ๊คเก็บผนึกมิติเข้าไปในปอดดินแดนธาตุทองไม่ได้เก็บเอาไปในชุดแห่งความว่างเปล่า เขาไม่รู้ว่ามิติในชุดแห่งความว่างเปล่าจะสามารถรับพลังเกี่ยวกับมิตินี้ได้หรือไม่
ถ้าไม่ได้มิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่าอาจจะเสียหายหรือถูกทำลายและเฟรยาอาจจะตายลง แจ๊คไม่ต้องการรับความเสี่ยงนี้จึงเก็บเอาไว้กับปอดของตนเอง
ถึงพลังภายในมิติจะยังไม่หมดและระเบิดออกมาสักวันหนึ่ง แต่แจ๊คก็ยังสามารถควบคุมดินแดนธาตุทองได้ดีกว่ามิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่า
ต้องรู้เอาไว้ว่าดินแดนธาตุทองตรงปอดของแจ๊คแข็งแกร่งกว่ามิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่าเพราะจุดประสงค์หลักของชุดแห่งความว่างเปล่าคือการเดินทางไปยังมิติที่ 5
และซากกระดูกยักษ์ 3 ตาแจ๊คเก็บเอาไว้ในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าหลังจากที่แจ๊คเก็บชุดแห่งความว่างเปล่าได้สักพักหนึ่ง
หู่เสวียได้พูดขึ้นมา
“ดินแดนการฝึกฝนร่างกายของเผ่ายักษ์ นายได้รับอะไรมาบาง”
แจ๊คเกาหัวตนเองสักพักหนึ่งเพราะเขาลืมไปว่าดินแดนการฝึกฝนร่างกายตัดขาดจากโลกภายนอกจึงเข้าไปในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าทันที
หลังจากแจ๊คลืมตาตื่นขึ้นเขาเห็นหน้าสวย ๆ ของหู่เสวียและเฟรยาจึงยิ้มขึ้นมาทันที หู่เสวียเห็นรอยยิ้มอันน่ารังเกียจของแจ๊คจึงพูดขึ้น
“ยิ้มอะไร”
เมื่อได้ยินคำพูดอันเย็นชาของหู่เสวียจึงหัวเราะขึ้นมาพร้อมกับเฟรยา หู่เสวียแค่นเสียงก่อนจะพูดว่า
“นายเล่าเรื่องที่นายเข้าไปในดินแดนการฝึกฝนหน่อย”
แจ๊คยกหน้าขึ้นพร้อมกอดอกอย่างมั่นใจพร้อมตอบกลับไป
“ทำไมฉันต้องเล่าให้เธอฟังด้วย มันเป็นความลับของลูกผู้ชาย”
หู่เสวียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชามากกว่าเดิม
“นายกล้ามีความลับกับฉันหรือ”
แจ๊คตัวสั่นเพราะหวาดกลัวจนพูดออกด้วยน้ำเสียงที่กลัวเล็กน้อย
“ฉันพูดก็ได้.....”
เฟรยาเห็นการกระทำของทั้ง 2 คนจึงหัวเราะคิกคักออกมาเพราะว่าภาพที่เธอเห็นมันช่างอ่อนโยนเสียจริง ๆ จากนายท่านที่ด้านนอกแสดงความโหดร้ายและป่าเถื่อนสนแค่ความสนุกของตนเองจนไม่มีใครคิดว่าจะมีด้านที่เขาหวาดกลัวได้เช่นกัน
แจ๊คจึงเปิดปากเล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบไม่ว่าจะถูกแรงกดทับ พลังกระตุ้นร่างกาย ประตูสีแดงและประตูสีเขียว รูปปั้นเทพสิราโน ความรู้ภายใน ยักษ์ 3 ตา ร่างวิญญาณ บ่อเลือดยักษ์สงครามแย่งชิงดาวดวงและวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิต
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากแจ๊คสีหน้าของหู่เสวียตกตะลึงออกมาส่วนเฟรยาตกใจมากเมื่อได้ยิงเรื่องดังกล่าว
หู่เสวียมองแจ๊คด้วยสายตาที่น่ากลัว แจ๊คสัมผัสได้ว่าหู่เสวียกำลังจ้องตนจึงจ้องตาหู่เสวียกลับไป หู่เสวียไม่สนใจว่าแจ๊คกำลังจะทำอะไร
เพราะสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกตกตะลึงคือวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิตและร่างวิญญาณไอบ้านี้
“นายคิดหลักการวิชา1 เซลล์ 1 ชีวิตได้ยังไง”
หู่เสวียเลือกที่จะถามเกี่ยวกับวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิตของแจ๊คมากกว่าร่างวิญญาณเพราะว่าหนังสือลึกลับสีดำที่แจ๊คได้มาจากบททดสอบแห่งความตายนั้นเธอไม่รู้ว่าคือวิชาอะไรและบททดสอบแห่งความตายไม่ได้เป็นคนของที่แห่งนี้
เจ้านายของมันคือผู้หลงทาง ต่อให้ถามไอบ้านี้ยังไงบางทีเจ้าตัวอาจจะยังไม่รู้เรื่องอะไรแม้นิดเดียวเพราะว่าร่างวิญญาณสมบูรณ์แบบกายเนื้อนั้นต้องเป็นเทพก่อนถึงจะทำได้
“ไม่รู้อยู่ ๆ หัวสมองของฉันก็คิดได้เองพอดีฉันเป็นคนฉลาด”
หู่เสวียมองสีหน้าของแจ๊คอย่างดูถูก แจ๊คไม่สนใจอะไรก่อนจะเห็นว่าภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าของเขามันดูเรียบร้อยมากขึ้น สิ่งของต่าง ๆ ถูกจัดให้เป็นระเบียบเช่นอาวุธไปอยู่รวมกัน ดาบแบ่งส่วนดาบ มีดแบ่งส่วนมีด
เฟรยาเห็นแจ๊คกำลังมองผลงานตนดวงตาของเฟรยาจึงส่องประกายขึ้นพร้อมพูดว่า
“เป็นผลงานของฉันเอง”
แจ๊คหัวเราะอย่างร่าเริงก่อนจะพูดขอบคุณเฟรยา เฟรยารู้สึกเขินอายจนหน้าแดงหู่เสวียที่มองอยู่จนแค่นเสียงอย่างไม่พอใจนัก
“ฉันอยากจะดูร่างวิญญาณของนายหน่อยว่าแข็งแกร่งขนาดไหน”
แจ๊คยิ้มให้กับหู่เสวียถ้าเป็นคนอื่นพูดเขาอาจจะฆ่ามันทิ้งเพราะว่าตอนนี้เขายังไม่มีวิชาเกี่ยวกับการดึงดวงวิญญาณของตนเองออกมา แต่คนพูดของหู่เสวียเขาจึงไม่ว่าอะไรและแจ๊ครู้ว่าหู่เสวียต้องการรู้ว่าพลังวิชา1 เซลล์ 1 ชีวิตสามารถฟื้นคืนชีพได้จริงไหมถึงปากจะไม่บอกแต่ดวงตากระหายความรู้อย่างชัดเจน
เฟรยาเงียบและกำลังจะพูดอะไร แจ๊คได้ลงมือทันลงโดยการตัวหัวกะโหลกตนจนแตกละเอียดเลือดเนื้อกระจายไปทั่ว
“นายท่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”
เฟรยามองไปยังหู่เสวียพร้อมกำลังจะพูดต่อว่าหู่เสวีย หู่เสวียได้ยกมือขึ้นห้ามเธอและชี้ไปยังศพของแจ๊ค
ซากศพของแจ๊คได้มีเงาหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เงานั้นมีร่างกายสีม่วงอมดำตรงกลางหน้าอกมีเสา 12 สีขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นหัวหรือท้ายเสา
เงานั้นกำลังยิ้มให้กับพวกเธอเฟรยาเห็นจึงดีใจและตกตะลึงมากเหมือนกันเพราะเธอพึ่งเห็นวิญญาณที่สมบูรณ์ขนาดนั้นนอกจากดวงวิญญาณดันเจี้ยนด้วยกัน
แววตาของหู่เสวียเปลี่ยนเป็นจริงจังมากกว่าเดิมเพราะว่าดวงวิญญาณที่ปรากฏตรงหน้าเธอแข็งแกร่งมากถ้านับแค่พลังวิญญาณอย่างเดียว
ออร่าลึบลักที่อธิบายไม่ได้กำลังแพร่กระจายไปทั่วบริเวณช้า ๆ ถ้าคนที่ไม่มีจิตสัมผัสเทวะอย่างเธอแทบจะไม่รู้สึกถึงมันแม้แต่นิดเดียว
..............................................................................................................................................................................................................