ผู้ร่วงหล่น

บทที่ 201 ฉันอยากดูร่างวิญญาณ.

ในดินแดนการฝึกฝนร่างภายในดินไร้ความหมายอันไร้ที่สิ้นสุดได้มีชายคนหนึ่งกำลังเดินกลับออกไปภายนอกดินแดนการฝึกฝนร่างกาย

ด้านหลังของชายคนนั้นมีภูเขาที่สูงเทียมฟ้ามองไม่เห็นหัวว่ามีความสูงเท่าไร

แต่ละก้าวของชายคนนั้นจะต้องใช้พลังงานอย่างมากเพราะแค่เดินแค่ก้าวเดียวดินไร้ความหมายใต้เท้าของเขาแตกกระจายกลายเป็นรอยเท้าลึก3-4 เซนติเมตร

ทว่าสีหน้าของชายคนนั้นกลับมีไม่เหมือนกับร่างกายที่กำลังสั่นสะเทือนแม้แต่นิดเดียว สีหน้าของชายคนนั้นดูสุขุมเยือกเย็นหน้าตาดูชั่วร้าย ผมสีขาวราวกับหิมะที่สวยงามและดวงตาสีม่วงที่ส่องประกายเป็นระยะทำให้คนจ้องมองรู้สึกขนลุก

ชายคนนั้นคือแจ๊คที่กำลังจะเดินกลับจากดินแดนการฝึกฝนร่างกายเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรกลับเขาเสียแล้ว

ในความทรงจำของยักษ์ 3 ตามีคำอธิบายว่าการจะเข้าและออกจากเดินแดนการฝึกฝนร่างกายต้องทำพิธีเรียกตัวมันคือหาประตูที่ซ่อนอยู่ในดินแดนยักษ์ตาเดียว

กลุ่มคนที่ทรยศยักษ์ตาเดียวได้เจอกับประตูทางเข้าดินแดนการฝึกฝนร่างกายจนทำการทรยศกลุ่มยักษ์ตาเดียว

คนที่เข้ามาภายในดินแดนการฝึกฝนร่างกายไม่ได้มีจอมนักรบ 4 คนเท่านั้นยังมีกลุ่มจอมเวทอยู่ประมาณ 10 คนเข้ามาพร้อมกัน

แต่จอมเวทและจอมนักรบมีความสนใจต่างแตกกันจอมนักรบสนใจเรื่องการเสริมสร้างพละกำลังให้กับร่างกายส่วนจอมเวทสนใจเรื่องความรู้มากกว่า

พอมาถึงรูปปั้นเทพสิราโนได้แยกย้ายกลับไปคนละประตู ยักษ์ 3 ตารู้แต่เพราะว่าประตูสีเขียวมีพลังแห่งกาลเวลาทำให้ไม่รู้เรื่องอะไรภายใน

เมื่อรู้ว่าประตูสีเขียวมีพลังแห่งกาลเวลาแจ๊คตกใจเล็กน้อยก่อนจะรับว่ามันสมเหตุสมผลดีเพราะว่าหนังสือภายในประตูสีเขียวนั้นเยอะมาก ๆ

แจ๊คไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาไปเท่าไรในการอ่านหนังสือทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจคือจอมเวทที่เข้าไปในประตูสีเขียวตายทั้งหมด

เพราะว่าเผ่ายักษ์ก่อนที่จะไปได้ทิ้งพลังแยกวิญญาณเอาไว้ในหนังสือส่วนหนึ่งหรือพลังลึกลับที่แจ๊คเจอตอนที่เปิดหนังสือ

คนที่เปิดหนังสือที่ลงพลังแยกดวงวิญญาณเอาไว้ดวงวิญญาณของคนผู้นั้นจะถูกแยกออกมาจากร่างกายทันที ส่วนที่ว่าทำไมแจ๊คหาซากศพของจอมเวทไม่เจอ

เป็นเพราะว่าพลังกาลเวลานั้นจะไม่หยุดเดินจนกว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดมาหยุดหน้าประตูนั้น เท่ากับว่าพลังกาลเวลาจะเดินต่อไปหลังจากกลุ่มจอมเวทตายจากการอ่านหนังสือนั้น

ซากศพเหล่าจอมเวทคงกลายเป็นฝุ่นให้แจ๊คสูบหายใจเข้าไปแล้วหรือสลายหายไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือไม่มีใครรับรู้

แต่เผ่ายักษ์ตาเดียวหรือคนเถื่อนที่เข้ามาภายในประตูสีเขียวนั้นจะมีสัญชาตญาณบอกว่าหนังสือเล่มไหนอันตรายหรือไม่อันตราย

ทำให้เผ่ายักษ์ส่วนใหญ่จะไม่ตายจากการอ่านหนังสือส่วนประตูสีแดงแค่เผ่ายักษ์ตาเดียวหรือคนเถื่อนต่อสู้แล้วล้มสัตว์อสูรดินไร้ความหมายได้

ยักษ์ 3 ตาจะปรากฏพร้อมกับมอบภารกิจให้กับเผ่ายักษ์เหล่านั้นก่อนจะมอบเลือดเผ่ายักษ์ให้เป็นรางวัล

ภารกิจของมันคือตามหาสมุนไพรในที่สามารถชุบชีวิตคนตายได้ สมุนไพรนั้นคือต้นอ่อนร้อยชีวิตซึ่งหายากมาก ๆ ภายในดวงดาวขนาดเล็ก ไม่ต้องพูดขึ้นขนาดเล็ก ขนาดกลางยังหายากเพราะต้นอ่อนร้อยชีวิตจะสามารถสร้างกายออกมาใหม่ให้กับคนที่ตายลงแล้วแต่ยังมีดวงวิญญาณอยู่

ทว่าถ้าต้นอ่อนร้อยชีวิตเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้พันชีวิต ต้นไม้พันชีวิตเป็นตัวหลักสำหรับทำยาปรุงปรับร่างกายให้ขึ้นระดับ 3 การฝึกฝนร่างกายคือกายทองคำ

แจ๊คถอนหายใจเมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าวเพราะว่าการฝึกฝนร่างกายหลังจากขั้นที่ 2 จะต้องมีสมุนไพรบางตัวมาช่วยกระตุ้นร่างกายถ้าไม่อย่างนั้นจะรับสิ่งอื่นเข้ามาเสริมกำลังกายแทน

หรือดินแดนแบบดินแดนการฝึกฝนร่างกายของเผ่ายักษ์ ดินแดนนี้เผ่ายักษ์ได้ฆ่าจิตวิญญาณของดินแดนดั้งเดิมก่อนจะสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อต่อสู้โดยเฉพาะ

น่าเสียดายที่ต้องทิ้งดินแดนนี้ไปเพราะมันเสียหายหนักจากทะเลกระดูกที่กระหน่ำโจมตีเข้ามา แต่ก่อนดินแดนการฝึกฝนร่างกายไม่ได้มีแค่ภูเขาเท่านั้น

ยังมีบ้านเรือน ลานประลอง ลานแจกจ่ายคะแนนและอื่น ๆ มากมายแต่เมื่อพ่ายแพ้ต่อสงครามแย่งชิงดวงดาวสิ่งของทั้งหมดต้องย้ายไป

เหลือทิ้งเอาไว้แค่ใจกลางดินแดนการฝึกฝนหรือภูเขาขนาดใหญ่นั้น

แจ๊คเดินห่างจากภูเขาขนาดใหญ่สูงเทียมฟ้าแรงกดดันที่กำลังทับร่างกายได้ลดลงเรื่อยจนถึงจุดที่แจ๊คสามารถเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสะดวก

เมื่อถึงจุดที่เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกแจ๊คเดินหน้า 10 ก้าว หยุด 3 วินาที ก่อนถอยหลังเท้าหนึ่ง หยุด 5 วินาที วิ่ง 65 ก้าวและกระโดด 3 รอบ ทำแบบนี้ 75 รอบก่อนร่างกายของแจ๊คจะหายไปจากดินแดนการฝึกฝน

ฟิ้ว ปัง

แจ๊คตกลงมาทับกับต้นไม้โบราณต้นหนึ่งแตกหัก แจ๊คมองรอบตัวได้สูบหายใจกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ธรรมชาติต่าง ๆ

“กลิ่นต้นไม้ ธรรมชาติและมิติของฉัน”

แจ๊คกางนิ้วทั้ง 5 ออกก่อนจะกรีดอากาศช้า ๆ ปรากฏว่าอากาศตรงที่แจ๊คกรีดเกิดเป็นรอยสีดำขนาดเท่ากับเชือกเส้นหนึ่งปรากฏขึ้น 5 เส้น

เชือกสีดำทั้ง 5 เส้นให้ความรู้สึกลึกลับและน่ากลัวราวกับกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด

แจ๊คพยักหน้าด้วยความดีใจเพราะความรู้เกี่ยวกับมิติของเขาเพิ่มขึ้นมามากมายมหาศาลจากการท่องในมิติอันแสนจะอันตรายและผนึกความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติก็อยู่ในมือเขา

แจ๊คเก็บผนึกมิติเข้าไปในปอดดินแดนธาตุทองไม่ได้เก็บเอาไปในชุดแห่งความว่างเปล่า เขาไม่รู้ว่ามิติในชุดแห่งความว่างเปล่าจะสามารถรับพลังเกี่ยวกับมิตินี้ได้หรือไม่

ถ้าไม่ได้มิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่าอาจจะเสียหายหรือถูกทำลายและเฟรยาอาจจะตายลง แจ๊คไม่ต้องการรับความเสี่ยงนี้จึงเก็บเอาไว้กับปอดของตนเอง

ถึงพลังภายในมิติจะยังไม่หมดและระเบิดออกมาสักวันหนึ่ง แต่แจ๊คก็ยังสามารถควบคุมดินแดนธาตุทองได้ดีกว่ามิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่า

ต้องรู้เอาไว้ว่าดินแดนธาตุทองตรงปอดของแจ๊คแข็งแกร่งกว่ามิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่าเพราะจุดประสงค์หลักของชุดแห่งความว่างเปล่าคือการเดินทางไปยังมิติที่ 5

และซากกระดูกยักษ์ 3 ตาแจ๊คเก็บเอาไว้ในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าหลังจากที่แจ๊คเก็บชุดแห่งความว่างเปล่าได้สักพักหนึ่ง

หู่เสวียได้พูดขึ้นมา

“ดินแดนการฝึกฝนร่างกายของเผ่ายักษ์ นายได้รับอะไรมาบาง”

แจ๊คเกาหัวตนเองสักพักหนึ่งเพราะเขาลืมไปว่าดินแดนการฝึกฝนร่างกายตัดขาดจากโลกภายนอกจึงเข้าไปในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าทันที

หลังจากแจ๊คลืมตาตื่นขึ้นเขาเห็นหน้าสวย ๆ ของหู่เสวียและเฟรยาจึงยิ้มขึ้นมาทันที หู่เสวียเห็นรอยยิ้มอันน่ารังเกียจของแจ๊คจึงพูดขึ้น

“ยิ้มอะไร”

เมื่อได้ยินคำพูดอันเย็นชาของหู่เสวียจึงหัวเราะขึ้นมาพร้อมกับเฟรยา หู่เสวียแค่นเสียงก่อนจะพูดว่า

“นายเล่าเรื่องที่นายเข้าไปในดินแดนการฝึกฝนหน่อย”

แจ๊คยกหน้าขึ้นพร้อมกอดอกอย่างมั่นใจพร้อมตอบกลับไป

“ทำไมฉันต้องเล่าให้เธอฟังด้วย มันเป็นความลับของลูกผู้ชาย”

หู่เสวียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชามากกว่าเดิม

“นายกล้ามีความลับกับฉันหรือ”

แจ๊คตัวสั่นเพราะหวาดกลัวจนพูดออกด้วยน้ำเสียงที่กลัวเล็กน้อย

“ฉันพูดก็ได้.....”

เฟรยาเห็นการกระทำของทั้ง 2 คนจึงหัวเราะคิกคักออกมาเพราะว่าภาพที่เธอเห็นมันช่างอ่อนโยนเสียจริง ๆ จากนายท่านที่ด้านนอกแสดงความโหดร้ายและป่าเถื่อนสนแค่ความสนุกของตนเองจนไม่มีใครคิดว่าจะมีด้านที่เขาหวาดกลัวได้เช่นกัน

แจ๊คจึงเปิดปากเล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบไม่ว่าจะถูกแรงกดทับ พลังกระตุ้นร่างกาย ประตูสีแดงและประตูสีเขียว รูปปั้นเทพสิราโน ความรู้ภายใน ยักษ์ 3 ตา ร่างวิญญาณ บ่อเลือดยักษ์สงครามแย่งชิงดาวดวงและวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิต

เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากแจ๊คสีหน้าของหู่เสวียตกตะลึงออกมาส่วนเฟรยาตกใจมากเมื่อได้ยิงเรื่องดังกล่าว

หู่เสวียมองแจ๊คด้วยสายตาที่น่ากลัว แจ๊คสัมผัสได้ว่าหู่เสวียกำลังจ้องตนจึงจ้องตาหู่เสวียกลับไป หู่เสวียไม่สนใจว่าแจ๊คกำลังจะทำอะไร

เพราะสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกตกตะลึงคือวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิตและร่างวิญญาณไอบ้านี้

“นายคิดหลักการวิชา1 เซลล์ 1 ชีวิตได้ยังไง”

หู่เสวียเลือกที่จะถามเกี่ยวกับวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิตของแจ๊คมากกว่าร่างวิญญาณเพราะว่าหนังสือลึกลับสีดำที่แจ๊คได้มาจากบททดสอบแห่งความตายนั้นเธอไม่รู้ว่าคือวิชาอะไรและบททดสอบแห่งความตายไม่ได้เป็นคนของที่แห่งนี้

เจ้านายของมันคือผู้หลงทาง ต่อให้ถามไอบ้านี้ยังไงบางทีเจ้าตัวอาจจะยังไม่รู้เรื่องอะไรแม้นิดเดียวเพราะว่าร่างวิญญาณสมบูรณ์แบบกายเนื้อนั้นต้องเป็นเทพก่อนถึงจะทำได้

“ไม่รู้อยู่ ๆ หัวสมองของฉันก็คิดได้เองพอดีฉันเป็นคนฉลาด”

หู่เสวียมองสีหน้าของแจ๊คอย่างดูถูก แจ๊คไม่สนใจอะไรก่อนจะเห็นว่าภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าของเขามันดูเรียบร้อยมากขึ้น สิ่งของต่าง ๆ ถูกจัดให้เป็นระเบียบเช่นอาวุธไปอยู่รวมกัน ดาบแบ่งส่วนดาบ มีดแบ่งส่วนมีด

เฟรยาเห็นแจ๊คกำลังมองผลงานตนดวงตาของเฟรยาจึงส่องประกายขึ้นพร้อมพูดว่า

“เป็นผลงานของฉันเอง”

แจ๊คหัวเราะอย่างร่าเริงก่อนจะพูดขอบคุณเฟรยา เฟรยารู้สึกเขินอายจนหน้าแดงหู่เสวียที่มองอยู่จนแค่นเสียงอย่างไม่พอใจนัก

“ฉันอยากจะดูร่างวิญญาณของนายหน่อยว่าแข็งแกร่งขนาดไหน”

แจ๊คยิ้มให้กับหู่เสวียถ้าเป็นคนอื่นพูดเขาอาจจะฆ่ามันทิ้งเพราะว่าตอนนี้เขายังไม่มีวิชาเกี่ยวกับการดึงดวงวิญญาณของตนเองออกมา แต่คนพูดของหู่เสวียเขาจึงไม่ว่าอะไรและแจ๊ครู้ว่าหู่เสวียต้องการรู้ว่าพลังวิชา1 เซลล์ 1 ชีวิตสามารถฟื้นคืนชีพได้จริงไหมถึงปากจะไม่บอกแต่ดวงตากระหายความรู้อย่างชัดเจน

เฟรยาเงียบและกำลังจะพูดอะไร แจ๊คได้ลงมือทันลงโดยการตัวหัวกะโหลกตนจนแตกละเอียดเลือดเนื้อกระจายไปทั่ว

“นายท่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

เฟรยามองไปยังหู่เสวียพร้อมกำลังจะพูดต่อว่าหู่เสวีย หู่เสวียได้ยกมือขึ้นห้ามเธอและชี้ไปยังศพของแจ๊ค

ซากศพของแจ๊คได้มีเงาหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เงานั้นมีร่างกายสีม่วงอมดำตรงกลางหน้าอกมีเสา 12 สีขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นหัวหรือท้ายเสา

เงานั้นกำลังยิ้มให้กับพวกเธอเฟรยาเห็นจึงดีใจและตกตะลึงมากเหมือนกันเพราะเธอพึ่งเห็นวิญญาณที่สมบูรณ์ขนาดนั้นนอกจากดวงวิญญาณดันเจี้ยนด้วยกัน

แววตาของหู่เสวียเปลี่ยนเป็นจริงจังมากกว่าเดิมเพราะว่าดวงวิญญาณที่ปรากฏตรงหน้าเธอแข็งแกร่งมากถ้านับแค่พลังวิญญาณอย่างเดียว

ออร่าลึบลักที่อธิบายไม่ได้กำลังแพร่กระจายไปทั่วบริเวณช้า ๆ ถ้าคนที่ไม่มีจิตสัมผัสเทวะอย่างเธอแทบจะไม่รู้สึกถึงมันแม้แต่นิดเดียว

..............................................................................................................................................................................................................

คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน