เมื่อเปิดเทอมใหม่ ครูรัตนาได้ประกาศให้เปลี่ยนที่นั่งเพื่อให้นักเรียนได้สนิทกับคนอื่นๆ มากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนใหม่ ครูจึงได้จับคู่นักเรียนใหม่ทั้งหมด และบอกให้นักเรียนจัดที่นั่งตามที่ครูจัดให้
มุกและพีถูกแยกไปนั่งคนละที่ ครูให้มุกนั่งกับเด็กหญิงคนอื่นที่นั่งข้างๆ ซึ่งก็ทำให้มุกรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะเธอเคยชินกับการนั่งข้างๆ พีมาตลอด แต่ก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ และเริ่มพูดคุยกับเพื่อนใหม่ที่นั่งข้างๆ เธออย่างพยายามเข้ากับสถานการณ์
ส่วนพีที่ถูกจับให้นั่งคนละที่กับมุกก็เริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าเขาไม่ได้ใกล้ชิดกับมุกเหมือนเมื่อก่อน แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงออกมา แต่การที่ไม่ได้อยู่ใกล้เธอทำให้เขารู้สึกแปลกๆ บางครั้งเขาก็มองไปที่มุกที่นั่งไกลออกไป และอดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าเขายังคงแกล้งมุกเหมือนเดิมจะทำให้พวกเขากลับมาใกล้ชิดกันได้ไหม แต่เขาก็ยังคงไม่กล้าพูดอะไรออกไป
ความสัมพันธ์ของพีและมุกจึงเข้าสู่่เวลาที่เต็มไปด้วยความสงบ และความเงียบที่ห่างเหินไปจากการแกล้งกันที่เคยเป็เสน่ห์ของพวกเขา ในขณะที่ทั้งสองยังคงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน
บ้านของพีตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 700 เมตร โดยทุกวันเขาจะเดินมาโรงเรียนคนเดียว บางครั้งก็เจอเพื่อนในห้องเรียนที่เดินมาทางเดียวกัน พวกเขาจะเดินไปพร้อมกันใน่เช้าทุกวัน พีเป็คนที่คุ้นเคยกับการเดินคนเดียว และรู้สึกว่าเวลาที่ได้เดินคนเดียวมันทำให้เขาคิดอะไรได้มากมาย บางครั้งก็เป็เวลาที่เขาจะคิดถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียน หรือคิดถึงมุกใน่ที่ยังแกล้งกันอยู่ แต่ก็ไม่เคยพูดออกไปให้ใครรู้
บ้านของมุกอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 400 เมตร และตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง แม้จะอยู่ในละแวกเดียวกันกับพี แต่ก็อยู่คนละทิศทางกัน ทำให้ทั้งสองไม่เคยพบกันระหว่างทางไปโรงเรียน มุกจะเดินไปโรงเรียนพร้อมกับแม่ทุกวัน แม่ของมุกเป็คนที่ดูแลเอาใจใส่เธออย่างดีในทุกๆ เื่ จึงเป็เื่ปกติที่มุกจะเดินไปโรงเรียนด้วยกันกับแม่ และรู้สึกคุ้นเคยกับการมีแม่อยู่ข้างๆ
วันหนึ่ง หลังจากที่พีไปนั่งรถกับแม่ไปซื้อของ พีได้สังเกตเห็นมุกเดินเข้าบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ติดถนนข้างทาง บ้านนั้นมีรั้วไม้สีขาวและต้นไม้รอบๆ พีมองไปและรู้ทันทีว่า นั่นคือบ้านของมุก บ้านที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าอยู่ที่ไหน
พีจึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ได้เห็นบ้านของมุกในวันนี้ ในตอนนั้นเขารู้สึกเหมือนว่าบ้านของมุกเป็สิ่งที่ไม่เคยอยู่ในจินตนาการของเขามาก่อน มันทำให้เขารู้สึกใกล้ชิดกับมุกขึ้นมานิดหน่อย ในขณะที่เขามองไปที่บ้านของมุก จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดในใจว่า ถ้าเขาเดินผ่านไปที่นี่บ่อยๆ เขาจะได้เห็นมุกบ่อยๆไหม?
แม้ว่าจะเป็แค่การเห็นบ้านของมุกครั้งแรก แต่การที่พีได้รู้จักสถานที่นี้ก็ทำให้เขามีความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจเหมือนกับว่าเขากำลังเข้าไปในโลกของมุกมากขึ้น แม้ว่ามันจะเป็แค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่พีเองก็ไม่อาจละเลยความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
หลังจากที่ทั้งพีและมุกแยกที่นั่งกันในเทอมใหม่ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มกลายเป็ความเงียบที่แทรกซึมเข้าไปในทุกๆ วัน ไม่มีการพูดคุย หรือแม้กระทั่งการแกล้งกันเหมือนเคย เมื่อทั้งสองไม่ได้อยู่ข้างกันในห้องเรียน ความรู้สึกระหว่างพวกเขาก็เริ่มห่างเหินขึ้น
เพื่อนๆ ในห้องยังคงล้อเลียนและพูดถึงพีและมุกอย่างไม่หยุดหย่อน บางครั้งพวกเขาจะพูดว่า
“พีทำไมไม่ไปนั่งข้างมุกล่ะ?” หรือ “มุกกับพีเป็แฟนกันจริงๆ หรอ?”
และคำพูดเหล่านี้ทำให้พีและมุกรู้สึกอึดอัด พวกเขาทั้งคู่ต่างกลัวว่า ถ้าพวกเขาเข้าใกล้กันมากเกินไปหรือพูดคุยกันมากเกินไป จะถูกเพื่อนๆ มองว่าเป็เื่ล้อเลียนหรือเป็เื่เล่นๆ แบบเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้น
พีที่ไม่เคยชินกับการแสดงออกในที่สาธารณะก็รู้สึกท้อใจ เขาเริ่มหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับมุก หรือแม้แต่การแกล้งกันเหมือนเดิม เขาไม่อยากให้สถานการณ์กลับไปเป็แบบนั้น และไม่อยากให้มุกรู้สึกแย่
มุกเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน หลังจากที่เธอะโออกมาว่าไม่ได้เป็แฟนกัน เธอก็เริ่มรู้สึกห่างเหินจากพี และกลัวว่าเพื่อนๆ จะยังคงมองพวกเขาในลักษณะเดียวกัน เธอจึงเริ่มหลีกเลี่ยงพี และพยายามไม่ให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้ชิดกันมากเกินไป
ทั้งสองคนกลับไปใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยไม่มีการพูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกันเหมือนที่เคยเป็ แม้ในห้องเรียนที่นั่งห่างกันไป แต่บางครั้งใน่เวลาที่เงียบสงบ ทั้งพีกับมุกก็แอบมองกันบ้าง บางครั้งก็เห็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ ของกันและกัน แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกไป ความเงียบที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ของกันและกัน แต่กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดคุยหรือทำอะไรกับมันอย่างไร
ความรู้สึกที่ค้างคาในใจของทั้งสองยังคงอยู่ รอคอยว่าจะมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขากลับมาพูดคุยกันอีกครั้งหรือไม่...
หลังจากที่พีและมุกเริ่มหลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือการแกล้งกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆ เบาลงในสายตาของเพื่อนๆ ในห้องเรียน เมื่อทั้งสองเริ่มไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันเหมือนเดิม เพื่อนๆ ก็เริ่มสนใจคู่ใหม่ๆ ที่เริ่มแสดงออกถึงความสนิทสนมกันมากขึ้น
ในแต่ละวันมีคู่ใหม่ที่เริ่มสนิทและพัฒนาความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน ทั้งคู่ใหม่ๆ จะเริ่มเดินมาด้วยกัน หรือแสดงท่าทางที่แสดงถึงความใกล้ชิด บางครั้งก็มีการแกล้งกันแบบสนุกสนาน ซึ่งทำให้เพื่อนๆ หันไปสนใจคู่ใหม่ๆ ที่ดูเหมือนจะเป็คู่ที่น่าสนุกและมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันจริงๆ
พีและมุกค่อยๆ กลายเป็เื่ราวในอดีตที่คนในห้องเรียนเริ่มลืมเลือน เมื่อพวกเขาไม่ได้แสดงความสนิทสนมออกมาเหมือนก่อน เพื่อนๆ เริ่มหันไปให้ความสนใจกับคู่ใหม่ๆ ที่มีการแสดงออกถึงความใกล้ชิดกันมากขึ้น และการล้อเลียนเื่มุกและพีก็ค่อยๆ หายไปจากการสนทนาในห้องเรียน
ในขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับไปเป็ปกติ พีและมุกต่างก็กลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง โดยไม่มีการพูดถึงกันหรือแสดงความสนใจมากนัก แม้ว่าจะมีความรู้สึกที่ยังคงอยู่ในใจ แต่ทั้งสองก็เริ่มเข้าใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้อาจจะไม่ใช่เื่ที่ต้องพูดถึงหรือแสดงออกมากเกินไป
เื่ราวของพีและมุกค่อยๆ เบาลงท่ามกลางคู่ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ทั้งสองเริ่มกลับมามีชีวิตของตัวเองและไม่ต้องเป็จุดสนใจอีกต่อไป แต่ความรู้สึกที่ยังค้างคาในใจของทั้งสองก็ยังคงอยู่ในเงียบ...
เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงมัธยม 1 ความสัมพันธ์ระหว่างพีและมุกก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกขั้น ทุกคนเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์ รวมถึงการปรับตัวในการทำความเข้าใจตนเองและคนรอบข้าง พีที่เคยเป็เด็กชายที่ชอบนั่งเงียบๆ และมีความสัมพันธ์แบบแกล้งๆ กับมุกก็เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเองเช่นกัน
พีเริ่มรู้สึกอยากทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะเมื่อเขาสนิทกับคุณครูมากขึ้น เขาถูกขอให้ช่วยงานเอกสารของครู และใน่หนึ่งของการทำงาน พีได้พบกับเอกสารของผู้ปกครองของนักเรียน ซึ่งรวมถึงเบอร์โทรศัพท์ของพ่อมุก
พีไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นเบอร์ของพ่อมุกในเอกสารเ่าั้ แต่เมื่อเห็น เขากลับรู้สึกใจเต้นขึ้นมา และใน่เวลานั้นเขาก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจ เขาเริ่มคิดถึงมุก—ถึง่เวลาที่เขาเคยนั่งข้างๆ มุกในห้องเรียน ถึง่เวลาที่แกล้งกันและเถียงกัน แต่ก็ยังมีบางสิ่งในใจที่ไม่เคยพูดออกไป
ใน่เวลาที่เขาเห็นเบอร์โทรศัพท์ของพ่อมุก พีรู้สึกเหมือนมีโอกาสที่เขาจะได้คุยกับมุกอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็การติดต่อผ่านทางพ่อของเธอก็ตาม เขาจดเบอร์โทรศัพท์ของพ่อมุกลงไปในสมุดของตัวเอง โดยไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็การเริ่มต้นอะไรบางอย่างที่เขาอยากจะทำ
พีเริ่มนั่งคิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยนั่งข้างๆ มุกในห้องเรียน ความรู้สึกที่เขามีในตอนนั้นค่อยๆ กลับมา เขาคิดถึงมุกและอยากจะคุยกับเธออีกครั้ง แม้ว่าจะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขารู้สึกในตอนนี้ แต่เขาก็รู้สึกว่าการได้พูดคุยกับมุกจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม
ในหัวของพียังวนเวียนกับความคิดที่จะโทรไปหาพ่อมุก หรือจะรอจนกว่าโอกาสจะมาถึงเอง แต่ไม่ว่าอย่างไร ความคิดถึงและความรู้สึกที่ไม่เคยหายไปก็ทำให้เขาเริ่มตั้งใจที่จะติดต่อมุกอีกครั้งอย่างช้าๆ
ใน่เวลานั้น เด็กๆ ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือเหมือนทุกวันนี้ โทรศัพท์มือถือที่มีในสมัยนั้นยังคงเป็รุ่นที่มีจอขาว-ดำ ใช้งานได้แค่โทรเข้า-โทรออก ไม่มีฟีเจอร์อื่นๆ ที่ช่วยให้การติดต่อสะดวกสบายเหมือนในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงใช้โทรศัพท์บ้านหรือใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะในการติดต่อสื่อสารกัน
พีที่คิดจะติดต่อมุกก็ต้องหาวิธีที่แตกต่างออกไป เขารู้ดีว่าในยุคนี้การจะโทรหากันนั้นไม่ใช่เื่ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อมุกและพีไม่ได้มีการติดต่อกันมานานแล้ว และการที่เขามีเบอร์โทรศัพท์ของพ่อมุกก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโทรไปหาพ่อมุกได้ทันที
ในสมัยนั้น การใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะจึงเป็ตัวเลือกหนึ่งที่พีสามารถใช้ในการติดต่อ เขาต้องเดินไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะที่มักตั้งอยู่ตามท้องถนน หรือในสถานที่ที่ผู้คนมักจะเดินผ่าน ซึ่งจะต้องใช้เหรียญในการโทรออก เมื่อถึงจุดนั้น พีต้องตัดสินใจว่าจะโทรไปหาพ่อมุกหรือไม่ หรือจะรอจนกว่าเขาจะมีโอกาสได้เจอกับมุกในสถานการณ์อื่นๆ
การติดต่อผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะทำให้พีรู้สึกเหมือนกับต้องผ่านกระบวนการบางอย่างที่ทำให้ทุกการติดต่อดูมีค่าและไม่ธรรมดา เขาไม่สามารถโทรหามุกโดยตรงเหมือนกับในยุคนี้ที่ทุกคนสามารถกดโทรหากันได้ทันที แต่ในสมัยนั้น การติดต่อผ่านตู้โทรศัพท์ก็เป็สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกถึงความพิเศษของการสื่อสาร แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากโทรไปแล้ว แต่การที่จะได้ยินเสียงของมุกหรือพ่อมุกก็ยังคงเป็สิ่งที่เขารู้สึกว่าเป็โอกาสที่สำคัญ
พียืนนิ่งอยู่หน้าตู้โทรศัพท์สาธารณะ รู้สึกหัวใจเต้นแรงอยู่ในอก เขาตัดสินใจรอจนถึงสัปดาห์หนึ่งเต็มเพื่อรวบรวมความกล้า แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่มั่นใจและกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากกดโทรไป แต่ในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเริ่มต้นการพูดคุยกับมุกอีกครั้ง
เขาหยอดเหรียญลงไปในช่องตู้โทรศัพท์ มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะกดเบอร์โทรของพ่อมุก ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความตื่นเต้นและความกลัว พีรอสักครู่จนได้ยินเสียงรอสายและเสียงผู้ชายที่รับสาย