หนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว

    เล่มที่ 6 บทที่ 189 การแข่งขันระหว่างชั้นเรียน

    ระหว่างทางเดินเสียงการสนทนาของคนที่คุ้นเคยดังเข้ามากระทบโสตประสาทของหนิงเทียน

    “อาจารย์หลี่ โอสถดำขวดนี้มีสรรพคุณช่วยต่อเส้นเอ็นเสริมสร้างกระดูก” บุรุษหนุ่มวัย20ต้นๆ สวมใส่เสื้อผ้าสะอาดกล่าวแนะนำสินค้าตามหน้าที่

    “ถ้าเป็นคำแนะนำของอาจารย์น้อยฟางเทียนละก็ ไม่ว่าราคาเท่าใดข้าย่อมต้องซื้อมันแน่นอน” หลี่ไฮ่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    “ฮ่าๆ อาจารย์หลี่กล่าวเกินไป ข้าเพียงแค่แนะนำไปตามสรรพคุณของมัน หวังว่ามันจะช่วยรักษาสหายหวงฉีได้ 

    ว่าแต่อาจารย์หลี่ข้าได้ข่าวมาว่า หอฝึกของท่านถูกนักเรียนห้องกระบี่ล่วงเกินเอา ข้าละอยากเห็นหน้าผู้ที่กินใจหมี ดีเสือคนนั้นจริงๆ” ฟางเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    แทบจะพร้อมๆเสียงกล่าวนั้น เสียงของหนิงเทียนดังขึ้นมา“เฮ้ๆๆ พวกเราเจอกันอีกแล้วน่ะ หลี่ไฮ่!! เดี๋ยวก่อนวันนั้นเจ้าบอกว่า ถ้าฆ่าข้าไม่ได้ อย่าเรียกเจ้าว่าหลี่ไฮ่ใช่หรือไม่ ตกลงวันนี้ข้าต้องเรียกเจ้าว่าอะไรดี???”

    ได้ยินเสียงกล่าวใบหน้าของหลี่ไฮ่บิดเบี้ยวทันที จากนั้นมันมองตามไปยังต้นตอของเสียงพูด มันพบเห็นใบหน้าที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มของหนิงเทียน

    “นั้น!!!เจ้าเด็กสารเลว มันขึ้นมายังที่นี่ได้อย่างไรกัน!!!??” 

    หลี่ไฮ่กล่าวออกด้วยดวงตาที่หดแคบ จิตสังหารจางๆของมันแพร่กระจายออกมาเรียกความสนใจของทุกคนในชั้นที่3ให้มองมายังกลุ่มของมัน

    “อาจารย์หลี่ใจเย็นๆลงก่อน สถานที่แห่งนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เกิดการต่อสู้เด็ดขาด” ต้าเย่ที่เดินตามหนิงเทียนมารีบกล่าวออกด้วยความตกใจ

    “หรือว่านั่น!! จะเป็นคนที่กินใจหมี ดีเสือบุกหอฝึกแรงโน้มถ่วงของท่าน” ฟางเทียน จับจ้องไปยังหนิงเทียนด้วยสายตาพิจารณา

    “เฮ้ๆ อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นได้หรือไม่ ข้าไม่ได้มาหาเรื่องพวกท่านแต่อย่างใด ข้ามาเพื่อซื้อสินค้า

    เพียงแต่ว่าเมื่อครู่ข้าได้ยินพวกท่านกำลังพูดถึงข้า ข้าจึงแสดงตัวเพื่อทักทายเท่านั้นเอง” หนิงเทียนยิ้มอ่อนพร้อมกวาดสายตามองซ้ายมองขวา มันสูดหายใจถี่ก่อนจะหันหน้าไปหยุดที่ขวดโอสถสองถึงสามขวด

    “หลี่ไฮ่ โอสถพวกนี้เป็นโอสถระดับสูง ช่วยต่อเส้นเอ็น เสริมกระดูกท่านรับพวกมันไปเถอะ ถือเสียว่าเป็นคำขอโทษจากข้าที่พลั้งมือทำร้ายศิษย์ของท่านไป

    แต่ว่าท่านอย่าลืมเรื่องสำคัญไปเด็ดขาด คืออย่าลืมจ่ายเงินยังไงละ!!” กล่าวจบหนิงเทียนระเบิดเสียงหัวเราะ มันเป็นเสียงที่ยั่วยุหลี่ไฮ่ได้เป็นอย่างดี

    ขณะที่หนิงเทียนกำลังจะยื่นขวดโอสถให้หลี่ไฮ่ด้วยเจตนาดี ทว่าหลี่ไฮ่กลับปัดมันออกจากมือของหนิงเทียนอย่างรุนแรง

    จนกระทั่งขวดโอสถทั้งสามลอยตกไปแตกอยู่บนพื้น กลิ่นอายสมุนไพรระดับสวรรค์ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง พื้นเหล็กค่อยๆถูกเม็ดโอสถที่ตกสู่พื้นกัดกร่อนจนลึกเป็นวงกว้างขนาดฝ่ามือ

    “บัดซบ!!! มันคือยาพิษ แต่เจ้ากลับบอกว่ามันช่วยต่อเส้นเอ็นเสริมกระดูกได้”หลี่ไฮ่สบถออกมาอย่างโกรธเคือง

    หนิงเทียนหาได้คิดจะตอบโต้ไม่ มันหันไปหาต้าเย่พร้อมกล่าวออกว่า “ท่านเองก็ได้เห็นแล้วว่าหลี่ไฮ่เป็นผู้ปัดมือของข้าจึงทำให้ขวดโอสถตกแตก

    เช่นนั้นตัวข้าย่อมไม่เกี่ยว ถ้าท่านจะทวงถามถึงการชดใช้ละก็ คงต้องไปถามแก่หลี่ไฮ่แล้ว” กล่าวจบหนิงเทียนเดินผ่านร่างของหลี่ไฮ่ไปอย่างไม่สนใจ

    ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดของหนิงเทียน ต้าเย่ในฐานะผู้จัดการก็รู้ดีว่าควรจะทำเช่นไร “อาจารย์หลี่ ข้าหวังว่าท่านจะชดใช้ในสิ่งที่ได้กระทำลงไปและโปรดสงบสติอารมณ์เมื่ออยู่ที่หอโอสถฟางซีด้วย

    อาจารย์น้อยที่เหลือข้าฝากท่านจัดการต่อที” เมื่อกล่าวกับหลี่ไฮ่และฟางเทียนจบ ต้าเย่ได้เดินตามหนิงเทียนไป มันทิ้งให้หลี่ไฮ่ยืนกัดฟัน บีบมือจนได้ยินเสียงลั่นของกระดูกดังออกมา

    ตัวของต้าเย่เองไม่ได้รู้จักหนิงเทียนเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด ทว่าที่มันทำเช่นนี้เพียงเพราะสองแสนแต้มที่หนิงเทียนแสดงออกมาให้เห็น

    เวลานี้ถ้าจะนับความมั่งคั่งระหว่างหลี่ไฮ่กับหนิงเทียนแล้ว มันไม่แปลกที่ต้าเย่จะเลือกเดินตามหลังหนิงเทียน

    “สหายน้อย ทางด้านนั้นคือโอสถกำลังกายทรราช มันช่วยเพิ่มพูนพลังบ่มเพาะให้กับผู้ที่อยู่ในดินแดนทรราชนขั้นกลางได้”

    “ส่วนทางโน้นคือโอสถกำแพงทิพย์ มันช่วยเสริมส่งกำลังกายให้กับผู้ที่อยู่ในดินแดนทรราชขั้นสูง”

    “ทางนั้นก็เช่นกัน โอสถเขียวเหมันต์ช่วยเพิ่มพลังในระดับราชันทรราช”

    ขณะที่ต้าเย่กำลังกล่าวแนะนำสิ่งของ หนิงเทียนโบกมือก่อนจะกล่าวออก

    “ไม่จำเป็นต้องอธิบายมันอีกแล้ว ข้าจะเลือกมันด้วยตัวเอง”

    ด้วยคำกล่าวของหนิงเทียนมันทำให้คิ้วของต้าเย่เริ่มที่จะเคลื่อนตัวเล็กน้อย แม้ภายในใจของต้าเย่คิดสงสัยว่าหนิงเทียนจะเป็นลูกค้าของหอโอสถฟางซีได้จริงๆหรือไม่ แต่กระนั้นมันก็มิกล้าทำอะไรหรือกล่าววาจาใดเป็นอันล่วงเกินไป

    “สหายน้อย ท่านต้องซื้อ....” ก่อนที่ต้าเย่จะกล่าวออก หนิงเทียนชี้ไปยังขวดโอสถสีฟ้ากระจ่าง 

    “นั้นคือ โอสถสวรรค์วังชาปีศาจ ใช่หรือไม่??”

    ได้ยินเช่นนั้นต้าเย่รีบมองตามปลายนิ้วของหนิงเทียน ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับอย่างรวดเร็ว

     

    “สหายน้อยใช่แล้ว มันคือโอสถวังชาปีศาจที่ช่วยเสริมพลังบ่มเพาะให้ผู้ที่อยู่ในดินแดนทรราช เพียงยี่สิบเม็ด สามารถพาท่านก้าวข้ามหนึ่งระดับชั้นในดินแดนทรราชได้เลยแต่ทว่า ข้อเสียของมันช่างไม่คุ้มค่ากับผลที่ได้รับ....”

    “ไม่ต้องพูดมาก หอโอสถของเจ้ามีมันกี่เม็ดข้าซื้อทั้งหมด” หนิงเทียนรีบกล่าวแทรกขึ้นมากลางคัน มันคร้านจะฟังต้าเย่อธิบายให้จบ

    ตัวมันนั้นรู้ดีแก่ใจว่าข้อเสียของโอสถวังชาปีศาจคือสิ่งใด โอสถวังชาปีศาจแม้จะเพิ่มพลังได้รวดเร็วราวปาฏิหาริย์

    แต่จนกว่าที่ร่างกายจะย่อยส่วนเสียของมันออกมาได้ คนที่ได้รับมันเข้าไปจะต้องติดอยู่ในดินแดนทรราช หนึ่งปี ต่อหนึ่งเม็ดที่ได้รับ

    ต้าเย่ส่ายหน้าไปมา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยแววตาเหยียดหยามและดูถูก มันเคยขายโอสถวังชาปีศาจให้ผู้เยาว์มามากแล้ว

    ส่วนใหญ่ผู้เยาว์เหล่านั้นจะรักสบายในการบ่มเพาะและชีวิตทั้งชีวิตของพวกมันหวังสูงสุดเสียงแค่ขั้นที่9ของดินแดนทรราชเท่านั้น

    เมื่อหนิงเทียนเห็นต้าเย่ยังยืนเงียบอยู่ มันรีบกล่าวเตือนอีกครั้ง “ผู้จัดการต้า ข้าจะต้องจ่ายมันกี่คะแนนเพื่อที่จะได้รับโอสถวังชาปีศาจทั้งหมดที่ร้านท่านมี”

    “ทั้งหมด!!” ต้าเย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดปากออกมา

    "ข้าขอบอกสหายน้อยตามตรงเพราะว่าโอสถวังชาปีศาจไม่ใช่โอสถที่ขายดีนัก ไม่สิต้องบอกว่านานครั้งมันถึงจะขายได้มากกว่า

    ด้วยเหตุนี้ทางเราจึงไม่ได้ปรุงมันขึ้นมากนัก ทั้งหอโอสถฟางซีของเราเหลือเพียง ยี่สิบขวดเท่านั้น โดยแต่ละขวดบรรจุ ห้าสิบเม็ด เราตั้งราคาของมันไว้ที่ขวดละ สามพันคะแนนความดี”

    ต้าเย่กล่าวออกอย่างไม่เต็มเสียงนัก นี้เป็นครั้งแรกที่มันกล่าวบอกราคาด้วยความไม่มั่นใจ

    “มันไม่แพงเกินไปใช่หรือไม่สหายน้อย?” ต้าเย่กล่าวย้ำอีกครั้ง

    “ผู้จัดการต้า ท่านเองก็รู้ถึงสิ่งที่ท่านกำลังกล่าวออกมา เหตุใดท่านยังเห็นข้าเป็นหมูให้ท่านตกได้อีก

    โอสถวังชาปีศาจ ต่อให้อีกสักสิบปีหรือร้อยปี มันคงจะถูกวางไว้เช่นเดิมไม่ขยับไปไหน ถ้าท่านปล่อยโอกาสที่จะขายมันให้กับข้าไป ไม่เท่ากับว่า ท่านต่างหากที่จะเป็นฝ่ายสูญเสียหรอกหรือ??”

     

    ได้ยินเช่นนั้น คิ้วของต้าเย่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย จากนั้นมันกล่าวออกไปว่า

    “สหายน้อยแม้สรรพคุณของมันจะไม่ได้ดีอย่างที่เรารู้กันก็จริง แต่มันที่เป็นโอสถระดับจ้าวโอสถที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนในการปรุงมันเทียบได้กับการปรุงโอสถระดับเซียนโอสถ ด้วยเหตุนี้ต้นทุนของมันแพงเกินกว่าราคาที่เราตั้งไว้ถึง3เท่า”

    “ข้าต้องการซื้อโอสถวังชาปีศาจทั้งหมดในราคาสามหมื่นคะแนนความดี ข้าต้องการได้มันทั้งยี่สิบขวดและไม่ยินยอมที่จะจ่ายมากไปกว่านี้ ขอให้ผู้จัดการต้าคิดมันให้ดีก่อน ข้าจะรอฟังข่าวดีจากปากของท่าน” 

    หนิงเทียนยิ้มตอบจากนั้นมันมองหาเก้าอี้พร้อมกับลงไปนั่งรออย่างไม่สนใจ

    ขณะที่ต้าเย่กำลังจมอยู่ในความคิด ฟางเทียนที่ได้ยินถึงบทสนทนาทั้งหมด มันละจากหลี่ไฮ่พร้อมกับเดินตรงมาทางต้าเย่จากนั้นมันเปิดปากกล่าวออก

    “ผู้จัดการต้า ข้าได้ยินว่าเจ้าคนผยองผู้นี้คิดจะซื้อโอสถวังชาปีศาจทั้งหมดของเรา??”

    ต้าเย่ยิ้มตอบพร้อมกล่าวออก “ถูกต้องแล้วอาจารย์น้อย แต่ทว่ามันต้องการจ่ายเพียงครึ่งราคาสำหรับยี่สิบขวด ข้าไม่มั่นใจว่าการทำธุรกิจครั้งนี้จะคุ้มค่าหรือไม่?”

    “ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรแล้ว ถ้าเราปล่อยให้มันหลุดมือไป ใครจะบอกกับเราได้บ้างว่าอีกร้อยปีโอสถวังชาปีศาจจะไม่ตั้งอยู่ที่เดิม

    ถึงเราจะขาดทุนแต่ทว่าเรายังขาดทุนเพียงครึ่งเดียว เท่านี้มันก็ดีแค่ไหนแล้ว”ฟางเทียนรีบกล่าวเสริมออกมาเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ

    ได้ยินเช่นนั้นต้าเย่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันไปกล่าวกับหนิงเทียน “สหายน้อยตกลง เราจะขายยี่สิบขวดในราคาสามหมื่นคะแนนความดีให้แก่ท่าน”

    การซื้อขายครั้งนี้เรียกความสนใจของคนส่วนใหญ่ที่อยู่บนชั้น3ได้เป็นอย่างดี เพียงแค่การตัดสินใจขายของต้าเย่ สามารถเรียกเสียงพูดคุยของคนทั้งหมดให้ดังออกมาได้ทันที

    “น่าสงสาร ดูเหมือนว่าอาจารย์น้องฟางเทียน จะตกหมูตัวใหญ่ได้”

    “โอสถวังชาปีศาจหรือ? เป็นเพราะมันสิบเม็ดทำให้ข้าต้องมองเพื่อนคนอื่นๆแซงหน้าเข้าไปสู่ระดับทรราชก่อนถึง10ปี”

    “สามหมื่นคะแนนความดีเอามาโยนทิ้งกับโอสถวังชาปีศาจหรือ เด็กนี่เป็นลูกเต้าหรือศิษย์เอกของอาจารย์ท่านใดกันถึงได้มีเงินมากเพียงพอที่จะถลุงไปกับเรื่องไร้สาระได้”

    “สติของเจ้าเด็กนั้น ยังดีอยู่หรือไม่ ถ้าเพียง1ขวดข้ายังพอจะเข้าใจแต่ทว่ามันกลับซื้อถึงยี่สิบขวด ช่างเป็นการเสียเปล่าที่น่าหดหู่เสียเหลือเกิน”

    ได้ยินเช่นนั้น หลี่ไฮ่ได้แต่หัวเราะออกในใจ แม้มันจะตกใจที่หนิงเทียนมีคะแนนความดีมากมายถึงสามหมื่นคะแนน

    แต่ทว่ามันได้พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ดวงตาของมันเต็มไปด้วยรู้สึกเหยียดหยาม

    “ข้าเข้าใจแล้ว มันคิดจะใช้โอสถวังชาปีศาจเดิมพันเพื่อหวังให้ห้องเรียนกระบี่เอาชนะในงานทดสอบวรยุทธประจำปี มันคงคิดว่าตราบใดที่ห้องเรียนของมันชนะ โทษทัณฑ์ของมันจะไม่ถูกพูดถึงอีกสิน่ะ”

    หลี่ไฮ่คิดออกเชนนั้น มันแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

    “พรืด!!! ตอนแรกข้านึกว่ามันเป็นคนที่ฉลาด แต่ทว่าความจริงแล้วสมองของมันช่างทึบเสียจริงๆ”

    หลี่ไฮ่ปรบมือของมาเสียงดัง แปะ แปะ แปะ

    “ดูจากคะแนนความดีที่เจ้ามีมากมายขนาดนี้ เหมือนว่าคูเยี่ยจะออกมาแล้วสินะ มันหวังว่าจะใช้โอสถวังชาปีศาจเพื่อที่จะให้ห้องเรียนของมันเอาชนะในงานทดสอบวรยุทธได้!! ช่างน่าขันสิ้นดี”

    ด้วยคำพูดของหลี่ไฮ่มันชวนให้ผู้คนโดยรอบส่งเสียงติฉินนินทา มากขึ้นไปอีก

    “เจ้าเด็กนั้นเป็นคนของห้องเรียนกระบี่หรือ??”

    “จากคำพูดของอาจารย์หลี่ไฮ่ ดูเหมือนสามหมื่นคะแนนจะเป็นของอาจารย์คูเยี่ยที่ให้เจ้าเด็กนี่มาซื้อโอสถวังชาปีศาจสิน่ะ”

    “ข้าว่าข้าเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว คูเยี่ยต้องการใช้ศิษย์ของตัวเองเป็นเครื่องมือเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงในงานประลองครั้งนี้สินะ”

    “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ คูเยี่ยช่างอำมหิตเหลือเกิน มันคิดใช้พรสวรรค์และความก้าวหน้าของศิษย์เป็นเครื่องมือ ข้าสงสารเด็กๆจากห้องเรียนกระบี่จริงๆ”

    ได้ยินเสียงติฉินของผู้คนโดยรอบหนิงเทียนได้แต่กลอกตามองไปด้านบน พร้อมระบายลมหายใจออกมา

    “เรื่องราวมันเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน?? คนพวกนี้มีพลังวิเศษในการแต่งเติมเรื่องราวหรืออย่างไร!!”

    จากนั้นมันส่ายหน้าด้วยความระอาใจพร้อมกล่าวออกแก่ต้าเย่

    “ผู้จัดการต้า ข้าต้องการสมุนไพรระดับสวรรค์อีกจำนวนหนึ่ง โปรดนำทาง”

    คราวนี้หนิงเทียนสั่งให้ต้าเย่นำเมล็ดสมุนไพรและวัตถุดิบที่มันต้องการออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันได้ใช้คะแนนความดีอีกราวๆ เจ็ดหมื่นคะแนนสำหรับเมล็ดพันธุ์ชั้นยอดและวัตถุดิบที่จำเป็นอีกสิบกว่าชนิด

    การซื้อครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดเมื่อมีคนใช้หนึ่งแสนคะแนนความดีกับสิ่งของที่สมควรแก่ราคา

    แต่ทว่าในสายตาของผู้อื่นการใช้หนึ่งแสนคะแนนความดีของหนิงเทียนไม่ต่างอะไรกับการเลือกซื้อก้อนกรวดมันจะไม่กลายเป็นคำครหาที่เล่าต่อปาก สู่ปากได้อย่างไร

    ด้วยเหตุนี้หลังจากที่หนิงเทียนกลับไปแล้ว มีความลืออย่างหนาหูว่า

    “การทดสอบวรยุทธประจำปีนี้ คูเยี่ยต้องการให้ห้องเรียนกระบี่เป็นที่หนึ่ง”

    และภายในวันเดียวกัน บนถนนสายการค้า

    “เฮ้!! เจ้าได้ยินสิ่งที่ศิษย์ของห้องเรียนกระบี่กล่าวหรือไม่?”

    “ใช่ ข้าได้ยินเต็มสองหู ว่าคูเยี่ยประกาศกร้าวออกมาแล้วว่าเขาต้องการเอาชนะห้องเรียนพิเศษของอาจารย์ใหญ่ขึ้นเป็นที่หนึ่งจากทั้งหมดห้าสิบห้องเรียนให้ได้”

    “ไม่ๆ ข่าวสารของเจ้าไม่ถูกต้อง ข้าได้ยินว่า คูเยี่ยแห่งห้องเรียนกระบี่จะขึ้นมาเป็นอาจารย์ใหญ่เสียเอง”

     

    คล้ายกับเรื่องหนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว ที่คุณอ่าน