ท่ามกลางราตรีกาลอันพิลึกพิลั่น
ไฟแห่งสงครามยังคงลุกโชติช่วงชัชวาล ผสมปนเปไปกับเสียงระเบิดสะท้านฟ้าสะเทือนดิน เปลวไฟคลุกกลุ่นปลิวไสวในสายลม เสียงคมดาบคมอาวุธดังขึ้นสะท้านภพ
กลายเป็นสงครามที่คล้ายจะไม่มีที่สิ้นสุดหนึ่งกิลด์สวรรค์สร้างกำลังพลนับแสน
สองกิลด์สองกระบี่กำลังพลเพียงแปดคน
สามทหารเมืองอัสนีนำโดยสองเทพอสูรไรจินและนารุคามิ
ข่าวของส่งครามเมืองอัสนีดังกระจายราวผึ้งแตกรังผู้เล่นทั่วโลกต่างเข้ามาในช่องสารมวลชนเพื่อดูข้อมูลและหวังว่าอาจจะมีการถ่าย ทอดสดแบบเมื่อครั้งเกาะเริ่มต้น
แต่ทว่ามันกลับไม่มีการถ่ายทอดสดแต่อย่างใด มีเพียงการบอกเล่าของผู้เล่นแบบปากต่อปากแถมยังมีข่าวลือเกี่ยวกับผู้เล่นนามว่าโรมิโอกับจูเลียส ผู้เล่นกลุ่มแรกที่พิชิตเมืองมาจากสัตว์อสูรได้และก่อตั้งเป็นเมืองของผู้เล่นขึ้นมามีข่าวว่าทั้งสองกำลังยกกองทัพไปเมืองวังวลอัสนีด้วยเช่นกัน
**********************************
“กำแพงแห่งสูญ”
ครืนนนน....ตูม...ตูมมมมมมๆๆ
เสียงระเบิดดังสนั่นนับพันครั้งพร้อมกับหอกดินแหลมคมพุ่งโจมตีพวกศิลาทุกทิศทางอย่างบ้าคลั่งคล้ายไม่มีวันจบสิ้น ราวกับว่าเทพีแห่งปัฐพีผู้นี้มีพลังเวทมนต์ไม่มีที่สิ้นสุด
รอบกายของศิลาปรากฎบาเรียสีม่วงดำคล้ายผลึกแก้วขึ้นปกคลุมทั่วร่างทั้งฟ้าครามสดายุสัมพาที
วินาทีต่อมาศิลาคลายพลังลง
ฟ้าครามดีดเท้าพุ่งทะยานออกไปดุจกระสุนเห็นเพียงเงาสีดำละอองดาวตามมาด้วยเงาสองสายสีส้มเพลิงและสีแดงเลือด
ทั้งสามร่างตรงเข้าหาเทพีแห่งปัฐพีอย่างรวดเร็วซึ่งร่างนั้นกำลังยืนยิ้มอย่างสบายใจซึ่งการกระทำแบบนั้นทำเอาศิลาคิ้วกระตุกสองสามทีอยากจะลงดาบบนใบหน้าที่กำลังยิ้มที่คล้ายกับการดูถูก
“เอกซ์คาลิเบอร์ ดูเรนดอล”ฟ้าครามเรียกอาวุธออกมากระชับมือ
พร้อมประชิดตัวเทพีแห่งปัฐพีเข้าโรมลันด้วยมหาศาสตราวุธสองเล่ม
พร้อมกับเจ้าหล่อนฟาดฟันสะบัดไปมาอย่างอ่อนช้อยนุ่มนวลด้วยร่างอันแสนอรชรคล้ายกับเธอกำลังร่ายร่ำสะกดใจผู้มองดูแต่สำนึกดาบกลับเกรี้ยว
กราดเฉียบคมแฝงรังสีอันตรายถึฃขรดสุด คลื่นดาบแหลมคมสีดำสาดออกทุกครั้งที่เธอตวัดดาบไปมาพร้อมกับร่างของเทพีแห่งปัฐพีตั้งรับการโจมตีอย่างยากลำบากด้วยสีหน้าปั้นยาก
ฟ้าครามนั้นก่อนที่เธอจะไม่สามารถ โกงได้เพราะถูกศิลาจับทำภูติรับใช้แต่เธอไม่ได้คืนดาบทั้งสองเล่มให้ทางระบบ
พลังทำลายของมันต้องบอกว่าเกินสามัญสำนึกถึงขีดสุดฟันสามครั้งถล่มถากถางทางยาวพินาศไปหลายกิโลเมตร ศิลาเองยังแอบกลืนน้ำลายลงคอ
หงอคงเองก็สภาพไม่ต่างกันยิ่งเทพีแห่งปัฐพีแล้วใหญ่หน้าซีดเผือดกระบี่สีน้ำตาลในมือของเธอเป็นอาวุธระดับSแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยทว่ายามนี้มันกับเกิดลอยร้าวขึ้นทุกครั้งที่รับการโจมตีของฟ้าคราม
เคร้ง...เปรี้ยง..เปรี้ยงงงงงงงๆๆๆ
การปะทะกันของสองเทพีบรรลัยถึงขั้นสุดยอดวินาศถึงขีสุดจนสดายุสัมพาทีเข้าไปสอดมือไม่ได้สักนิดเพราะกระแสพลังที่แผ่พุ่งมันยากเกินจะต้านท่านเพราะทั้งสองสาวเป็นถึงเทพีมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่พวกมันทั้งสองก็ยังหาโอกาศแทรกแซงตอดเล็กตอดน้อยเรียกได้ว่าเป็นตัวป่วนชั้นยอด หากฟ้าครามพลาดท่าเป็นฝ่ายตั้งรับสัมพาทีสดายุจะเข้าต้านทานรับการโจมตีแทนทันทีสลับวนไปมาก่อเกิดการโจมตีประสานอย่างสอดคล่อง
หงอคงที่เห็นท่าไม่ดีหมายจะพุ่งปราดเข้าไปช่วยเทพีคนงามของมันทว่ากลับถูกรังสีดาบสีม่วงดำพุ่งแหวกอากาศส่ฃเสียงหวีดหวิวสะท้านขั้วหัวใจเข้าขัดขวางเสียก่อน
ฟิ้ววววว
เสียงดาบแหวกอากาศดังขึ้นข้างหูของหงอคง มันปรายตามองคมดาบที่พุ่งมาจากตำแหน่งต่างกันด้านซ้ายขวาตรงมายังลำคอของมันอย่างเฉียบคมเห็นเป็นภาพคล้ายหงุดนิ่งแต่ รวดเร็วเกินขีดการโจมตีของศิลาแฝงสำนึกดาบและปราณถูกใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาทวิภาวะคือปราณกับพลังจิตปกคุมดาบของศิลายิ่งส่งเสริมพลังทำลายทวีคูณ
เคล็ดวิชาทวิภาวะนั้นคือการเอาพลังที่ขัดแย้งกันเช่นน้ำกับไฟมาผสมกันแล้วโจมตีก่อเกิดพลังทำลายที่สูงขึ้น แต่ที่ศิลาใช้เป็นพลังปราณกลับพลังจิต
เคร้ง....เคร้ง....เปรี้ยง
หงอคงย่อตัวลงพร้อมกับตั้งกระบองตรงก่อนจะสบัดไปทางซ้ายต้านคมกริชและสบัดไปทางขวาต้านคมดาบเกิดเสียงกระทบกันสองครั้งติดก่อนที่พลังปราณจะแจกกระจายออกจนระเบิด
วูบ....วูบ...วูบ.
เสียงกระบอกผ่าอากาศดังขึ้นสามครั้งติดจากทิศทางต่างกันศิลาใช้เนตรมารบวกกับจิตแห่งดาบอ่านอนาคตทันที
เคร้ง....เคร้ง....เคร้ง
ศิลาสบัดดาบและกริชเข้าต้านทานกระบองทั้งสามด้าน วินาทีต่อมาเผยให้เห็นร่างแยกของหงอคงขึ้นสองร่าง
เสียงเคร้งดังติดต่อกันถี่ยิบพร้อมกับศิลาที่สืบเท้าไปมาซ้ายทีขวาทีแรงปะทะอันหนักหน่วงส่งผลให้ศิลาเริ่มมือด้านชา
วินาทีนั้นพื้นเบื้องร่างปราฎหอกแหลมคมนับร้อยแทงขึ้นด้านบนใส่หงอคงอย่างรวดเร็ว
วูบ....ห๊วะ....เจี๊ยก
ด้วยความรวดเร็วของมันทำให้มันตีหลังกาหมุนตัวกลับหลังก่อนจะวาดกระบองในมือไปทางซ้ายขวาหน้าหลังด้วยความรวดเร็วเห็นเป็นลิ้วๆสีทอง
ตูม...ตูม
เสียงระเบิดดังถี่ยิบตามมาด้วยเศษดินล่วงลงพื้นกราว
ศิลาใช้พลังธาตุดินยับยั้งการรุกไล่ของมันทำให้ทั้งสองทิ้งระยะห่างออกจากกันในระยะเจ็ดเมตร
ร่างแยกของหงอคงถูกทำลายด้วยหอกดินจนสูญสิ้น ก่อนที่ศิลาจะลงมือเขาต้องตลึงพร้อมคำพูดของหงอคง
“เปลี่ยนธนู”
จบคำพูดกระบองสีทองสว่างวาบจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นคันธนูสีทองทันทีพร้อมกับยิ่งศรพลังปราณสีทองออกมานับร้อยศร
ฟิ้ว...ฟิ้ว..
ศรสีทองพลังปราณแฝงด้วยพลังเวทย์ถูกยิงออกถึงร้อยดอกในเสี่ยววินาทีด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่ากระสุนปืน
วินาทีนั้นศิลาหรี่ตาลงวูบหนึ่งก่อนจะสืบเท้าไปมาพร้อมควงดาบและกริชตวัดฟาดฟันด้วยเพลงดาบไร้รูปแบบเข้าต้านทานอย่างแยบยล พร้อมท่วงท่าสุดพริ้วไหวอย่างพิลาศล้ำ
เคร้งงงงง....เปรี้ยงงงงง...เคร้งงงง.
เสียงคมอาวุธเสียงระเบิดจากพลังปราณดังถี่ยิบสาดกระจายไปทั่วบริเวณจังหวะรับคือจังหวะรุกดาบและกริชตวัดหมุนควงไปมาเป็นวงกลมเกิดเป็นกงจักรสีม่วงดำนับร้อยพุ่งใส่หงอคงในทันที
ตูม...ตูม....ห๊วะ....
เสียงแหลมคมดังแทบหูดับสลับไปมากับเสียงระเบิดคลื่นพลังเข้าหลายร้อยเข้าปะทะต้านทานกันอย่างบ้าคลั่งจนอากาศแตกเป็นละลอกๆคล้ายคลื่นน้ำส่งสนั่นหวั่นไหวเสียงนั้นคล้ายแก้วแตก
ตูม....
ศิลาและหงอคงพุ่งปราดทะยานร่างเข้าหากันดุจดาวตก หนึ่งเห็นเพียงเส้นแสงสีม่วงดำอีกหนึ่งเห็นเพียงแสงสีทอง
เมื่อคมดาบและกระบองทองปะทะกันส่งคลื่นพลังมหาศาลแตกออกอีกละลอกพร้อมเสียงระเบิดคล้ายฟ้าแตกสนั่นอื้ออึงไปทั่วโสทประสาท
ภายในโดมสีดำเต็มไปด้วยความวินาศเกินจินตนาการณ์
เคร้งงง....
ศิลาพุ่งปราดถอยร่นพร้อมกับตวัดดาบและกริชฟันใส่อากาศส่งคลื่นพลังปราณรูปนาคราชทะยานอากาศใส่หงอคงทันที
ทว่ามันกลับเปลี่ยนกระบองเป็นโล่สีทองสูงสี่เมตรกว้างสี่อมตรรับการโจมตีเกิดเสียงระเบิดพร้อมกับพื้นดินสั่นไหวอากาศคล้ายกรีดร้องดังระงม
เปรี้ยง....
ศิลาใช้ก้าววรุณร่นระยะทางเข้าประชิดด้านหลังของหงอคงพร้อมกับฟันคมดาบและคมกริชออกทันทีทว่ากลับปรากฎกำแพงสีทองใสคล้ายผลึกแก้วขึ้นมาต้านการโจมตีของเขาไว้ได้ทันราวปฏิหาริย์
วูบบบ
กระบอกสีทองพุ่งแผ่อากาศมาทางด้านขวาพร้อมกับหงอคงหมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็วทว่าศิลาเองที่เห็นอาคตชิงกระทิบเท้าดีดตัวออกมาด้วยความเร็วทำให้หลบรอดกระบองสีทองไปได้แบบฉิวเฉียดในระยะห่างเพียงหนึ่งเซน
***********************************
ตัดมาทางด้านนอกของโดมที่เสียงระเบิดยังดังถี่ยิบสนั่นหวั่นไหวพื้นดินสะเทือนท้องกรีดร้องสายลมกบายเป็นสายโลหิต เสียงโหยหวนคล้ายเสียงร้องของภูติผีจากขุมนรกทั่วทั้งเมืองปกคุมด้วยเปลวเพลิงสีแดงถึงชั้นฟ้าผสมกับเสียงฟ้าฝ่าสลับไปมาอย่างวิปโยคขี้เถ้าสระเกล็ดไฟลอยผสมในอากาศธาตุไปทั่วบริเวณ
เคร้ง....เคร้งงง
ท่ามกลางคนหลายแสนท่ามกลางคลื่นระเบิดมหาเวทย์ ปรากฎเงาสองสายหนึ่งน้ำเงินหนึ่งดำกำลังขับเขี้ยวกันอย่างดุเดือด
เจนศึกนั้นกำลังรับมือกับเพิร์จเพื่อชิงเข้าขัดตัดหน้าเพื่อไม่ให้เพิร์จเข้าไปยังสัตว์อสูรทั้งสอง
เพราะถ้าหากใครฆ่าสัตว์อสูรทั้งสองได้จะได้รับสิทธิ์การครอบครองเมืองซึ่งตอนนี้กองทัพกิลด์สวรรค์สร้างที่ตั้งขบวนรบใหม่ได้โอบล้อม
เทพอสูรทั้งสองทั่วทิศทางรวมถึงโดมสีดำ
“พวกแกไม่เคยออกมาทำอะไรโจ่งแจ้งซ่อนตัวในเงามืดมาตลอดแล้วเหตุอะไรถึงกระโดดเข้ามาในสงครามของพวกฉัน”
ชายชุดเกราะหนังสีดำในมือถือหอกกระโดดทิ้งระยะออกไปยืนประจันหน้ากับเพิร์จในชุดซามูไรสีน้ำเงินในมือถือดาบคาตานะสีน้ำเงินทั่วทั้งเล่มที่เด่นตาคือที่คั้นดาบเป็นรูปปีกนกสีขาวปลายดาบมีรูปคล้ายใบหน้าของคนสูงวัยดุร้ายทว่าถ้าจ้องมองดูดีๆจะพบว่ามันคือรูปหัวของ
เท็นกุสีน้ำเงินดาบนั้นเหมือนกันทั้งสองเล่มเพียงแค่มองก็รู้ทันที่ว่าระดับของดาบทั้งสองเล่มนั้นอยู่ระดับS
“แหม่ๆ ผมมันนิสัยพ่อค้าแบบว่าอยากจะมาหาสมบัติบ่างอะไรบ่าง
บังเอิ๊ญ บังเอิญ อยากจะได้เมืองแห่งนี้พอดีว่าจะเอาไปลง ตลาดหลักทรัพย์”
เพิร์จเดินสืบเท้าไปมาหันหน้าเข้าหาเจนศึกพร้อมแรงกดดันจิตสังหารสองมือกำดาบแน่นแต่ท่าทางยังดูสบายๆคล้ายไร้พิษสงค์แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเกรี้ยวกราดเฉียบคมอย่างพิลาศล้ำออร่าเวทมนต์สีน้ำเงินเข้มธาตุน้ำปกคลุมทั่วร่าง แผ่ไปทั่วบริเวณความจริงแล้วธาตุน้ำพลังจะเป็นสีฟ้าแต่พลังธาตุยิ่งแข็งแกร่งสีของพลังธาตุจะยิ่งเข้มข้น
“อย่ามาแหล ข้าไม่เชื่อสายข่าวรายงานมาว่าแกกับไอ้ศิลาเคยทำการค้ากันมาก่อน !!อย่าบอกนะว่า?”
เจนศึกตาเบิกกว้างทันทีเหมือนคิดอะไรบ่างอย่างออก
“ก็ตามนั้น ผมมันไม่สนอะไรอยู่แล้วขอแค่สนุกเป็นพอแล้วเขาก็เป็นคนน่าสนใจการจะร่วมมือกับเขาพลิกฟ้าก็น่าสนุกดี” เพิร์จตอบ
“ฮ่า...ฮ่า...อย่างเหลิงให้มันมากแค่ผู้คนยกยอว่าเป็นกิลด์ไร้พ่ายหน่อยคิดจะทำอะไรก็ได้ พวกแกแปดเก้าคนกับพวกข้านับแสนมีสมองหัดคิดบ่าง”
เจนศึกตอบอย่างมั่นใจพร้อมกับชี้ปลายหอกมาที่หน้าของเพิร์จอย่างอาจ
“เออ จริงลืมไปพวกคุณคือกิลด์อันดับสองนี่เนอะ แต่จะบอกอะไรให้ถ้าพวกผมไม่เจ๋งจริงลำพังแปดคนรั้ง
กิลด์อันดับสี่ไว้ไม่ได้หลอก”เพิร์จตอบ
“ถ้าแกยังไม่อยากตายนะเพิร์จ
ฉันจะให้โอกาศแกฉันมีตำแหน่งเป็นมือขวาของหัวหน้ากิลด์ถ้านายติดตามฉันนายจะได้เป็นมือขวาของรองหัวหน้ากิลด์อันดับสองแห่งแผ้นดิน มันน่าสนกว่าใหม่ล่ะ”
เจนศึกประกาศศักดาบอกถึงยศต่ำแหน่งอันสูงส่งทันที
เปรี้ยง.....
พริบตาเดียวเพิร์จพลันประชิดตัวจากด้านหน้าในระดับเอวของเจนศึกดาบคู่แฝงพลังธาตุน้ำฟันส่วนขึ้นด้านล่างขึ้นด้านบนอย่างเกรี้ยวกราดเฉียบคมดุร้ายแฝงรังสีอำหิตถึงขีดสุดนัยน์ตาทอประกายลึกล้ำวูบวาบไปมา
พร้อมกับเจนศึกเองก็ดีดตัวถอยหลังฟันหอกจากบนลงล่างเข้าต้านทานซึ่งๆหน้าอย่างบ้าบินหอกสีดำสนิทแฝงไปด้วยธาตุไฟ
ตูม....
เจนศึกลอยละลิ่วเคว้งในอากาศเลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกเป็นสายลอยตามทางที่ร่างพุ่งผ่านก่อนจะตกลงพื้นห่างออกไปจากที่เดิมยี่สิบเมตร
ด้วยพลังธาตุที่แพ้ทางรวมถึงการโจมตีที่รวดเร็วของเพิร์จทั้งหนักหน่วงรวมถึงตามกระแสพลังธาตุมันมีพลัง
เวทมนต์แฝงเร้นอย่างลึกลับผสมเข้าไปด้วยซึ่งนั่นคือทักษะหนุนเสริม
เพิร์จเดินย่ามสามขุมเข้าหาเจนศึกอย่างช้าๆคล้ายมัจจุราชกำลังจะกระชากวิญญาณสองมือกำดาบแน่นพร้อมกับแสงสีน้ำเงินส่องออกมาจากดาบ
“ให้ฉันติดตามคนที่ถูกฉันซัดไปดอกเดียวหมดสภาพฉันคงทำไม่ได้มือขวาลองหัวหน้ากิลด์อันดับสอง
เหรอตลกวะ แต่โทษทีนะตอนนี้ฉันคือมือขวาของคนที่จะเป็นตำนานวะ”