cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    นี่มันอะไรกันเนี้ย

    เมื่อกลับมาถึงยังบนชายฝั่ง ไป๋ฉีบินไปยังตึกสาขาของหน่วยมังกรสมุทรในทันที และด้วยความที่เป็นคนสุดท้ายที่ได้กลับเข้ามาย่อมตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    ไป๋ฉีบินมาหยุดลงที่หน้าประตูและคลายชุดเกราะทไวไล์ดราก้อนออก ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่เห็นรูปร่างหน้าตาอันสมบูรณ์แบบและหล่อเหลาภายใต้ชุดบอดี้สูทสีดำ

     

    ในเวลาต่อมาก็เกิดเสียงฮือฮาดังลั่น เนื่องจากต้องไม่ลืมว่าไป๋ฉีในตอนนี้นั้นโด่งดังเอามากๆในฐานะของนักวิจัยที่ประสบความสำเร็จด้วยอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

     

    ดังนั้นเหล่านักสู้ทั้งหลายจึงแปลกใจมากว่าดราก้อนเอ็มไพร์กล้าที่จะให้ไป๋ฉีมาสำรวจท้องทะเลที่อันตรายแบบนี้ได้อย่างไร อีกทั้งจากที่พวกเขาดูแล้วชายหนุ่มคนนี้ก็มาคนเดียวไม่มีกลุ่มสำรวจ นี่มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากจริงๆ

     

    "สวัสดีค่ะ ร้อยเอกไป๋ฉี"พนักงานคนเดิมที่บอกรายละเอียดให้ไป๋ฉีในตอนแรกกล่าวขึ้นและโค้งตัวทำความเคารพ

     

    "เชิญตรวจสอบครับ"ไป๋ฉีกล่าวพร้อมกับวางกำไลข้อมือสีดำที่มีฟังก์ชั่นกระเป๋ามิติให้อีกฝ่ายได้ตรวจสอบในทันที

     

    เมื่อพนักงานทำการแสกนกำไลข้อมือก็ปรากฏภาพสมุนไพรมากมายด้านในจำนวนมาก ทว่าน่าเสียดายนักที่เมื่อเธอนำมาเทียบกับตารางประเมินก็พบว่าสมุนไพรพวกนี้ล้วนแต่เป็นสมุนไพรไร้ค่า ไม่มีราคาอะไรในตลาดแต่อย่างใด

     

    "เอ่อ ถ้าเป็นสมุนไพรพวกนี้คุณสามารถนำมันไปได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนะค่ะ"พนักงานสาวกล่าวรายงาน ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พยักหน้ากล่าวขอบคุณแล้วเดินออกไปในใจก็ถึงกับยิ้มร่า

     

    สำหรับเขาแล้วสมุนไพรพวกนี้ล้วนแต่มีค่าและเขาไม่อยากจะเสียมันไป แม้จะเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์เองก็ตาม

     

    ไป๋ฉีเดินขึ้นเครื่องบินจากนั้นก็สั่งให้มันบินกลับไปยังหน่วยมังกรขาวทันที ส่วนตัวเขาก็ปลดชุดบอดี้สูทออกและเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย

     

    หลังจากกลับไป ไป๋ฉีคิดเอาไว้แล้วว่าจะทำอะไร เขาคิดจะทำการปรุงโพชั่นชนิดใหม่ขึ้นมา ที่มีชื่อว่าโพชั่นชำระล้าง และโพชั่นเร่งการดูดซับ โดยใช้สมุนไพรไร้ประโยชน์ทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งบอกได้เลยว่ามันจะต้องเขย่าขวัญสั่นสะเทือนโลกอย่างแน่นอน

     

    ตัดกลับไปยังตึกสาขาของหน่วยมังกรที่ไป๋ฉีเคยอยู่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ในเวลานี้มีกลุ่มคนที่สวมชุดเครื่องแบบสีฟ้าครามของหน่วยมังกรสมุทรเดินลงมายังจุดบริการตรงไปหาพนักงานที่เคยต้อนรับไป๋ฉี ก่อนที่หญิงสาวที่ดูคล้ายกับหัวหน้าทีมจะกล่าวถามโดยไม่รอช้า

     

    "เจส เมื่อไม่นานนี้ร้อยเอกไป๋ฉีมาที่นี่งั้นหรือ?"

     

    "เอ่อ....ใช่ค่ะหัวหน้าหน่วย แต่ตอนนี้เขาไปแล้ว"พนักงานสาวที่ชื่อว่าเจสกล่าวตอบ

     

    "แล้วเขาได้อะไรไปบ้าง?"หัวหน้าหน่วยมังกรสมุทรถามอีกครั้ง

     

    พนักงานสาวจึงตอบกลับไปโดยไม่มีท่าทางลังเล "นอกจากพวกสมุนไพรที่เป็นของไร้ค่าก็ไม่มีอะไรเลยนะคะ อาจจะเพราะเขาลงไปใต้ทะเลคนเดียวก็ได้ทำให้ไม่มีกำลังมากพอจะแย่งชิงของมีค่าจากพวกอบิสและนักสู้คนอื่นๆ"

     

    เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น หัวหน้าหน่วยมังกรสมุทรก็พลันหันไปถามหญิงสาวที่อยู่ข้างๆของเธอในทันที "ถังหยา เธอคิดว่าไง"

     

    "จากที่ได้ยินพวกนักสู้ทุกคนคุยกัน ร้อยเอกไป๋ฉีคนนี้สวมชุดเกราะนาโนระดับสูงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่สามารถสู้กับอบิสใต้ทะเลในเขตปลอดภัยได้ ส่วนสมุนไพรเหล่านั้นหนูว่าเขาตั้งใจเอาไปมากกว่า อย่าลืมสิค่ะอาจารย์ว่าเขาเป็นถึงนักวิจัยอัจฉริยะเชียวนะ อาจารย์คงจะรู้ว่าหนูหมายถึงอะไร"ถังหยากล่าว

     

    หัวหน้าหน่วยมังกรสมุทรที่ได้ยินเช่นนั้นก็คิดขึ้นมาได้ "เธอกำลังจะบอกว่าเขากำลังทดลองอะไรบางอย่างอยู่อย่างนั้นหรือ น่าสนใจๆ สมแล้วที่เป็นศิษย์ของอาจารย์ฉลาดจริงๆ"

     

    "แค่คาดเดาไปตามสถานการณ์ค่ะ อาจารย์หนูแนะนำให้เก็บสมุนไพรเหล่านั้นมากักตุนเอาไว้นะคะ ถ้าเขาทำไม่สำเร็จพวกเราก็ไม่ได้ไม่เสียอะไรเพราะถึงยังไงซะสมุนไพรเหล่านั้นมันก็ไร้ประโยชน์อยู่แล้ว แต่หากเขาทดลองมันได้สำเร็จขึ้นมาไม่แน่สมุนไพรพวกนี้อาจจะมีค่ามหาศาลเลยทีเดียว"ถังหยากล่าวแนะนำ แม้ตัวเธอจะไม่ใช่อัจฉริยะในด้านการต่อสู้ แต่ถ้าเรื่องวิเคราะห์สถานการ์ถังหยาจัดเป็นมันสมองของหน่วยมังกรสมุทรเลยก็ว่าได้

     

    เมื่อได้ยินศิษย์ของตนเองว่าอย่างนั้น หัวหน้าหน่วยมังกรสมุทรก็เห็นด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะนอกจากเสียเวลาเล็กน้อยแล้วมันก็ไม่มีผลเสียจริงๆ ส่วนจะได้ผลประโยชน์หรือไม่นั้นก็คงต้องรอดูในอนาคตว่าไป๋ฉีจะทำเรื่องนี้สำเร็จหรือไม่

     

    ตัดกลับมาที่ไป๋ฉีหลังจากสองชั่วโมงผ่านไปในตอนนี้เขาได้มาถึงยังตึกมังกรขาวเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อมาถึงเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากบรรดารุ่นพี่ของเขาทั้งยี่สิบคน

     

    ส่วนผู้เป็นอาจารย์อย่างอู่จินหยางนั้นแม้จะมาต้อนรับไปฉีเช่นเดียวกันแต่ใบหน้ากลับแสดงให้เห็นถึงความลำบากใจบางอย่าง ซึ่งไป๋ฉีที่ได้เห็นก็ถึงกับต้องถามด้วยความสงสัย

     

    "เอ่อ.....อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมถึงได้ทำหน้าแบบนั้น"

     

    "ฉีเอ่อร์ ตอนนี้บ้านของเธอกำลังมีสงคราม!"หลังจากลำบากใจมาเนิ่นนานอู่จินหยางก็กล่าวออกมา

     

    "ห๊ะ! สงคราม?? สงครามอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ"ไป๋ฉีงุนงง หากเกิดสงครามหรืออะไรพวกนั้น พวกเขาจะต้องไประงับเหตุแล้วไม่ใช่หรือทำไมถึงยังดื่มกินอย่างสบายใจอยู่ได้

     

    "ถึงจะพูดว่าสงครามแต่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ ดังนั้นเธอไปดูเองจะดีกว่า ตอนนี้จิงจิงน่าจะยังสงบศึกได้ชั่วคราว"อู่จินหยางกล่าว ไป๋ฉีถึงกับต้องทำหน้าเหวอและรีบวิ่งกลับบ้านไป

     

    เมื่อมาถึงบ้านไป๋ฉีก็กระจ่างในสงครามที่ว่าทันที เพราะตอนนี้หน้าบ้านของเขานั้นฝั่งหนึ่งเป็นไฟฝั่งหนึ่งเป็นน้ำแข็ง และมีหญิงสาวยืนอยู่ห้าคนด้วยกัน แน่นอนเขาจำได้ดีว่าพวกเธอนั้นเป็นใคร ฝั่งหนึ่งคือโรสและจางจิวลี่ อีกฝั่งหนึ่งคือโนอาและเซอิน ส่วนอีกคนนั้นคือจิงจิงที่ยืนอยู่ตรงกลาง

     

    และเมื่อเขามองไปยังด้านฟ้าของบ้านข้างๆ พ่อกับแม่ๆของเขาก็กำลังส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนานราวกับมันเป็นการประลองอย่างไรอย่างนั้น

     

    "นะ นี่มันอะไรกันเนี้ย!"