เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 58 ลวี่เยาเล่าเรื่องขำขัน

    ฮัวหรูเหยียนชงน้ำชาให้กับชวีหนานอีอีกครั้ง เปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องที่ตนเองสนใจที่สุดอย่างแคล่วคล่องว่องไว “หรูเหยียนได้ยินว่าในเขตลิ้วเหอมีภูตผีปีศาจออกมาหนึ่งตน ภูตผีปีศาจนั่นร่างกายปกคลุมด้วยขนดกดำ พฤติกรรมไม่ต่างกับคนทั่วไป อีกทั้งยังป่าเถื่อนเป็นนิสัย สร้างความหายนะให้กับผู้คนไม่น้อย ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นจริงดังนั้นหรือไม่?”


    ชวีหนานอีมองชาในถ้วย กล่าวในใจ ‘หากยังดื่มต่อ ตนเองคงต้องเรียนฮัวชิงหร่านเช่นนั้น กล่าวขออภัยที่เสียมารยาทแล้วคำหนึ่ง’


    ชวีหนานอีวางถ้วยชา ตรึกตรองครู่หนึ่ง ตอบกลับ “ในเขตลิ้วเหอมีภูตผีปีศาจที่ร่างกายปกคลุมด้วยขนสัตว์น่ากลัวตนหนึ่งปรากฏ ชาวบ้านพากันเรียกว่าซานเซียว มีคนว่าสิ่งนั้นคือภูต เป็นภูตที่ลงมาจากเขาเยี่ยนซาน ข้ากับภูตผีปีศาจนั่นมีวาสนาได้เจอกันครั้งหนึ่ง รู้ว่าไม่ใช่ประเภทมีเมตตา ค่อนข้างมีเล่ห์เหลี่ยมทำร้ายคนอยู่บ้าง ส่วนนางสร้างหายนะบ้านไหนแล้วบ้าง ตอนนี้ยังกล่าวได้ไม่เต็มปาก แต่ข้ารู้ว่าคณะละครตระกูลเยี่ยนเป็นหนึ่งในนั้น”


    ฮัวชิงหร่านที่เหมือนไร้ตัวตนมาตลอดเปิดปากกล่าวทันใด “ภูตผีปีศาจนั่นคือชายหรือหญิง? สามารถกล่าวภาษาคนได้?” 




    ชวีหนานอีคิดไม่ถึงว่าฮัวหรูเหยียนที่หมกมุ่นกับการปรนนิบัติเทพ และฮัวชิงหร่านที่จิตใจผุดผ่องไร้ความปรารถนาจะสนอกสนใจปีศาจสาวนั่น จึงหรี่ตามอง หลังจากพิจารณาคำกล่าวที่อยู่ในใจแล้วรอบหนึ่งจึงตอบ “เรื่องนั้น...จะว่าไป หนานอีแม้นไม่เคยได้ยินกับหูตนเองว่าภูตผีปีศาจนั่นกล่าวภาษาคน แต่ก็เคยได้ยินขี้ขโมยสารภาพ ภูตผีปีศาจนั่นไม่เพียงกล่าวได้ แต่ยังมีเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายแพรวพราว ที่ว่าภูตผีปีศาจเป็นชายหรือหญิง เรื่องนี้กลับกล่าวไม่ง่ายเลย ภูตผีปีศาจนั่นอาจเป็นชาย และอาจเป็นหญิง”


    ฮัวชิงหร่านถาม “เพราะเหตุใด?”


    ชวีหนานอีจ้องเขม็งที่ฮัวชิงหร่านระหว่างกล่าว “เพราะ ภูตผีปีศาจนั่นมีสองตน!”


    นัยน์ตาของฮัวชิงหร่านหดเล็ก แต่ไม่นานก็กลับเป็นปกติ เขากล่าวถามราวพูดกับตนเองว่า “สองตน?” 


    ชวีหนานอีรีบเปลี่ยนอิริยาบถ ก้นนั่งลงบนพรมรองนั่ง กล่าวอย่างเกียจคร้าน “มิใช่ 2 ตน หญิงตนหนึ่ง ชายตนหนึ่ง ชายนั่นเคยวางเพลิงเผาที่ว่าการเขตของข้า ช่างเป็น...ใจหมาที่อาจหาญเสียจริง!” ยกมือ ชี้นิ้วที่ฮัวชิงหร่านแกว่งไปมา “ชายผู้นั้นลักษณะมีส่วนคล้ายกับชิงหร่านอยู่ไม่น้อย แต่ว่า ข้าเห็นชิงหร่านเป็นคนรุ่นหลังมีอนาคต แล้วจะเป็นภูตผีปีศาจที่ร่างปกคลุมไปด้วยขนสัตว์ได้อย่างไร?” คำกล่าวนี้ของชวีหนานอีไม่ลงรายละเอียด แต่หากจะพูดให้ลึก เขาก็สามารถกล่าวเลี่ยงในส่วนที่ไม่เข้าใจ เพราะถึงอย่างไร ชวีหนานอีก็ไม่เคยเห็นรูปร่างของชายลึกลับจริง ๆ จัง ๆ ว่าเป็นอย่างไรแน่ นอกจากนี้ เรื่องที่ซานเซียวปลอมคือนักพรตหญิงก็เป็นเพียงการคาดเดาของเขา วันนี้ เขาตั้งใจแสร้งให้คนสับสนงุนงง เพื่อให้ง่ายต่อการจับปลาน้ำขุ่น ที่ว่าไม่กล่าวทุกสิ่งจนหมดเปลือกเป็นธรรมดา


    ฮัวชิงหร่านกล่าว “เรื่องตลกนี่ ไม่ตลก”


    ชวีหนานอีหัวเราะร่า “ดูแล้ว ข้าช่างไม่เหมาะกับการเล่าเรื่องตลก” มองไปรอบ ๆ “มา ๆ ๆ ใครมาเล่าเรื่องตลกที่น่าสนุกหน่อย” ชวีหนานอีเห็นไม่มีใครตอบ ก็เอานิ้วชี้ไปทางลวี่เยา “มา ๆ เจ้ามาเล่าเรื่องหนึ่ง เล่าได้น่าขัน ข้าจะให้รางวัล”


    ลวี่เยาเมื่อถูกเรียกชื่อ สีหน้ายังคงแสดงคำกล่าวไม่ออก นางมองกลับไปที่ชวีหนานอีอย่างงุนงง เปิดปาก และในตอนที่ทุกคนคิดว่านางกำลังจะเล่าเรื่องบางอย่าง นางกลับเอ่ยสองคำว่า “ไม่เป็น”  


    ถังโยวเริ่มนั่งไม่ติด ทว่ามิกล้าขยับ กลัวจะทำเก้าอี้ยาวที่นั่งอยู่แตก นางแสดงความรำคาญอย่างมาก ขมวดคิ้วกล่าวดุ “ท่านพี่ให้เจ้าเล่า เจ้าก็เล่า จะกล่าวไร้สาระอะไรมากมาย?!” 


    สองคำก็เรียกว่ากล่าวไร้สาระมากมาย? ถังเฉียนเลือกที่จะนิ่งเงียบ


    ลวี่เยากลับเชื่อฟังอย่างว่าง่าย ใช้ไหล่ดันเสาศาลา เปิดปากกล่าว “งั้นเล่าเรื่องหนึ่ง”




    ชวีหนานอีพยักหน้า “มา เจ้าลองเล่ามา”


    ลวี่เยาขยับแก้ม เปิดปากกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ท่านพี่ผู้หนึ่ง ตั้งแต่เริ่มเรียนอักษร สอบมาสามปีก็ยังไม่ผ่าน ฝึกฝนการต่อสู้ ซ้อมยิงธนูหนึ่งดอก ยิงถูกขุนนางที่ปรบมือ ถูกไล่ออก ทำการค้า ไม่มีเงิน เปลี่ยนเรียนหมอ คิดค้นยาเอง กินแล้วก็ตาย” 


    หลังลวี่เยาเล่าจบ ทั้งลานไร้เสียงใด ๆ


    ดูคล้ายเวลาผ่านไปแล้วครึ่งถ้วยชา ซึ่งความจริงกลับเป็นเพียงดีดนิ้วมือ ถังเหลาเหย่กุมท้องหัวเราะร่า ฮัวหรูเหยียนกับถังเฉียนต่างใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ไหล่บางสั่นเบา ๆ ถังโยวเท่านั้นที่เงยหน้าขึ้นฟ้าหัวเราะลั่น เกือบหัวเราะจนตาย 


    ชวีหนานอีอยากหัวเราะแต่มิกล้า รีบกลืนน้ำชาในปาก สำลักจนน้ำตาไหล ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เขากุมท้องปิดหน้าตะโกน “โอย โอย ขำจะตายอยู่แล้ว” 


    ทรวงอกของฮัวชิงหร่านสั่น ชัดเจนว่ากำลังขบขัน ก็ไม่รู้ว่าเขาถูกเรื่องเล่าของลวี่เยาแหย่ให้ขำ หรือถูกท่าทางประหลาดของชวีหนานอีแหย่ให้ขำ  


    ชวีหนานอีหัวเราะจนหายใจติดขัด ไม่ง่ายเลยที่จะหยุดหัวเราะ คิดทบทวนเรื่องที่ลวี่เยากล่าวอีกรอบ เหตุใดกันถึงรู้สึกว่าท่านพี่ที่อยู่ในคำกล่าวของนางคือกำลังด่าเขาอยู่? แต่ว่า มันก็น่าขำจริง ๆ




    ชวีหนานอีเมื่อหัวเราะจนพอ กระดกขาไขว่ห้างถาม “ลวี่เยา เจ้าอยากได้รางวัลอะไร? ข้าใต้เท้าเป็นชิงกวน ไม่ได้มีค่าน้ำร้อนน้ำชา มากมาย”


    ฮัวชิงหร่านกวาดตามองชวีหนานอี ขยับตัวไปยังทิศตรงกันข้าม มิให้ปลายเท้าของชวีหนานอีมาโดน


    ถังเหลาเหย่กล่าวในใจ ‘ใต้เท้าชวีนี้ถือว่านี่เป็นบ้านของตนเองจริง ๆ ดูท่านั่ง แทบจะนอนลงไปอยู่แล้ว กลัวว่าก่อนหน้านี้ไม่มี ต่อไปก็คงไม่มีเช่นนี้หรอก’ 


    ในความตำหนิวิจารณ์ของฝูงชน ลวี่เยายกมือชี้ตรงไปที่ชวีหนานอี


    ชวีหนานอีมึนงงเล็กน้อย ยกมือชี้จมูกตัวเอง กล่าวหยอกล้อ “หญิงอัปลักษณ์นี่ มิใช่อยากได้ข้าใต้เท้ากระมัง?”


    ลวี่เยาพยักหน้าอย่างแน่วแน่ชนิดไม่คาดคิด ท่าทางนั่นพอจะบอกได้ว่ามีความไร้เดียงสาและยืนกรานมั่นคง


    ชวีหนานอีส่งเสียงพรืด หัวเราะอีกรอบ เขาส่งเสียงจุ๊ ๆ กล่าว “คิดไม่ถึง หญิงอัปลักษณ์นี่แม้ปัญญานิ่ม กลับมีสายตามองคน มองออกว่าข้าใต้เท้าเป็นคนรูปงามจิตใจดี ได้ วันนี้ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเจ้า” เขายื่นมือ ล้วงหนึ่งตำลึงแตก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ โยนให้ลวี่เยา “ให้รางวัลเจ้า”




    ลวี่เยาหนีบหนึ่งตำลึงแตก ๆ กวาดตามองชวีหนานอีอีกครั้ง เหมือนกำลังเปรียบเทียบว่าอันไหนดีกว่ากัน ท้ายที่สุด ลวี่เยานำตำลึกแตก ๆ เก็บเข้าไปในแขนเสื้อ และยังใช้มือตบเบา ๆ


    “เหอ ๆ...” ฮัวชิงหร่านส่งเสียงหัวเราะ เสียงนั่นดั่งเสียงพิณ ซึมซาบเข้าไปในหัวใจ


    ผู้คนต่างไม่รู้ว่าเหตุใดฮัวชิงหร่านจึงหัวเราะ แต่กลับถูกใบหน้ายิ้มแย้มของเขาทำให้ตกตะลึง ค่อย ๆ กล่าวในใจ ‘แม้ฮัวหรูเหยียนงดงามมากกว่าใด ๆ กลับน้อยกว่าเสียงหัวเราะเบา ๆ ของฮัวชิงหร่าน’


    ชวีหนานอีได้สติกลับมา ถาม “ชิงหร่านเหตุใดจึงหัวเราะ?”


    ฮัวชิงหร่านถามกลับ “หนานอีกับหนึ่งตำลึงแตก ๆ อะไรสำคัญ?”


    ชวีหนานอีตะลึงงงเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่า เสียงดังสดใส ทะลุกลิ่นไอของแสงแดด เขากล่าว “เจ้าลวี่เยานี่!”


    ลวี่เยาต้องการชวีหนานอีเป็นรางวัล ครั้นเขาโยนหนึ่งตำลึงเงินให้ลวี่เยา ลวี่เยากลับเลือกเก็บหนึ่งตำลึง ไม่ต้องการเขา เห็นได้ชัดว่าในใจลวี่เยา เขาเองเทียบไม่ได้กับหนึ่งตำลึง


    ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าโง่จริงหรือแกล้งโง่?  


    ผู้คนเห็นชวีหนานอีให้รางวัลแล้ว พวกตนซึ่งเป็นเจ้านายธรรมดาจะตระหนี่ถี่เหนียวไม่ได้ ทยอยกันให้รางวัลชื่นชมแก่ลวี่เยา


    ลวี่เยาไม่กล่าวขอบคุณ หยิบรางวัลยัดใส่แขนเสื้อ แล้วใช้มือตบ ๆ เผยรอยยิ้มโง่ ๆ ที่เต็มไปด้วยความพอใจ


    แม้ลวี่เยาจะดูอัปลักษณ์และโง่เง่า แต่นางก็มีสติ เมื่อเห็นว่านอกจากฮัวชิงหร่าน ทุกคนที่นั่งอยู่ล้วนให้รางวัลแก่นางแล้ว จึงเดินไปตรงหน้าฮัวชิงหร่านกล่าว “รางวัล”


    ฮัวชิงหร่านเป็นศิษย์สำนักเต๋า ไม่ใคร่เข้าใจเรื่องทางโลก จึงไม่เคยคิดเรื่องให้รางวัลแก่ผู้อื่น การเผชิญกับลวี่เยาที่ปรากฏตรงหน้าอย่างกะทันหัน เขาจึงงงงวยเล็กน้อย ถามกลับว่า “เหตุใด?” เหตุใดข้าต้องให้รางวัลแก่เจ้า? 


    ผู้คนเห็นท่าทางของฮัวชิงหร่านก็รู้ว่าหลังจากเขาหัวเราะชวีหนานอีแล้ว ก็เริ่มจิตใจล่องลอยไปบนฟ้า ถังเหลาเหย่กล่าวในใจ ‘ผู้สูงส่งที่ตระหนักในปรัชญานี้ ไม่เหมือนกับพวกเราคนธรรมดา ล้วนไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน’ 


    ลวี่เยาตอบอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าหัวเราะแล้ว” ฟังเรื่องเล่าของนางแล้วหัวเราะ หัวเราะแล้วก็ต้องให้รางวัล


    ฮัวชิงหร่านครุ่นคิดตรึกตรอง เป็นเช่นนี้จริง ๆ จึงยื่นมือคลำในแขนเสื้อของตน คลำแล้วคลำอีก หลังจากนั้นก็นำมือสำรวจคลำ ๆ หน้าอกของตนเอง คลำแล้วคลำอีก...


    ฮัวชิงหร่านไม่ได้พกเงิน


    ฮัวหรูเหยียนเดิมอยากดึงเอาดอกไม้ประดิษฐ์ส่งให้ฮัวชิงหร่านมอบเป็นรางวัลให้กับลวี่เยา แต่ฮัวชิงหร่านดูมิได้อยากยืมมือผู้อื่น ต่อมาเห็นดวงตาใสคู่นั้นมองไปรอบ ๆ ก่อนจะยื่นมือทั้งสองออกไป ยกกระถางเครื่องหอมที่วางประดับอยู่ขึ้นมา ส่งมอบให้กับลวี่เยา 


    ลวี่เยาใช้มือรับกระถางเครื่องหอม หันตัวกลับไปด้านหลังของถังโยว


    ขั้นตอนที่ผ่านมา สองคนแสดงท่าทีสบาย ๆ เป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกผิดแปลกแม้แต่น้อย แต่เหตุใดผู้คนล้วนรู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ?  


    ผู้คนแอบมองฮัวชิงหร่านทีหนึ่ง แล้วหันมองลวี่เยา ทำสงครามเย็นโดยไม่รู้ตัว  

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810