มื้อเช้าจบไปโดยที่ท่านโหวไม่ออกความเห็นอะไรเลย ฉันถูกพาตัวมายังเรือนคนใช้และถูกสั่งห้ามออกไปไหนจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากท่านโหว ฉันจึงใช้เวลานี้สำรวจตัวเองและสำรวจที่พักรวมทั้งข้าวของของฟางเหนียง
รูปร่างหน้าตาฉันยังคงเหมือนเดิมทุกประการ ก็คือรูปร่างหน้าตายังเป็คนเดิมที่สวยมาก (หลงตัวเองสุดๆ) แต่ต้องเปลี่ยนชื่อเป็ฟางเหนียงและชาติกำเนิดที่เปลี่ยนไป ฟางเหนียงเป็ลูกของชาวนาที่ถูกขายไปยังพ่อค้า จากนั้นก็ถูกซื้อตัวมาเป็สาวใช้ในจวนเฉิงโหวเมื่อสิบวันก่อน และเมื่อวานก็เป็วันเกิดครบสิบเจ็ดปีของฟางเหนียง
ก็ดีใจอยู่หรอกที่ได้ย้อนกลับมาเป็เด็กสิบเจ็ดอีกครั้ง แต่จะดีกว่านี้ถ้าได้อยู่ในฐานะคนที่มีอำนาจ มีตำแหน่งไม่ต้องถูกรังแกใช้งานอย่างหนัก
“ข้านำข้าวมาให้ เ้าอยู่ทำครัวทั้งคืนคงยังไม่ได้กินอะไรสินะ” เด็กสาวหน้าตาน่ารักสวมชุดสาวใช้เช่นเดียวกับฉันเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร
คนนี้คือเปียวหลิน สาวใช้ที่มีอายุเท่ากับฟางเหนียง
“ขอบใจ”
“เมื่อคืนข้าไม่เห็นเ้าข้าเป็ห่วงมากรู้มั้ย ยิ่งพอได้ยินว่าเ้าเข้าไปนอนในห้องท่านโหวข้ายิ่งเป็ห่วง...เ้านะเ้า คิดจะปีนขึ้นเตียงท่านโหวก็ไม่คิดให้ดีก่อน ท่านโหวกำลังจะแต่งฮูหยิน เ้าไปปีนขึ้นเตียงท่านโหวตอนนี้ได้สะเมื่อไหร่! หากอยากปีนเตียงท่านโหวจริง ควรรอหลังจากแต่งฮูหยินน้อยแล้วสองสามเดือนจึงจะดี”
“ใครว่าข้าคิดปีนเตียงท่านโหวกัน” พูดไปตักข้าวเข้าปากไป แม้มื้อนี้จะมีแค่ข้าวถ้วยเล็กกับผัดผักจืดชืดและซุปเต้าหู้ที่ไร้ซึ่งความอร่อยก็เถอะ แต่ด้วยความหิวฉันจึงรีบยัดข้าวเข้าปากโดยไม่สนใจรสชาติ
“คนเขาพูดกันไปทั้งเรือนว่าเ้าคิดใฝ่สูงปีนเตียงท่านโหวหมายเป็อนุ”
“เฮอะ! คิดกันได้ เป็เมียน้อยดีตรงไหนกัน! คนมีความรู้มีการศึกษาอย่างฉันถ้าจะแต่งให้ใครก็จะต้องได้เป็เมียเอกและเมียเดียวเท่านั้น”
“พูดอะไรฟังไม่เห็นรู้เื่ เอาเถอะๆ รีบกินข้าวสะ ข้าออกไปทำงานก่อนนะ”
“อืม ขอบใจที่นำข้าวมาให้....อยากเห็นหน้าพ่อครัวจริงๆ ว่าหน้าตาเป็ยังไงถึงได้ทำอาหารออกมาได้ห่วยขนาดนี้” บ่นไปกินไป
“ยินดีกับเ้าด้วยฟางเหนียง ท่านโหวมีคำสั่งให้เ้าเป็แม่ครัวคอยทำอาหารให้คนทั้งจวน” เป่าหลิน หัวหน้าสาวใช้เข้ามาพูดกับฉันด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“อืม ข้ารู้แล้ว”
“ตำแหน่งแม่ครัวความจริงจะได้รับเบี้ยหวัดเพิ่มและห้องส่วนตัว แต่ท่านโหวรับสั่งว่าสำหรับเ้าแล้วให้เบี้ยหวัดตามเดิมและพักรวมกับสาวใช้คนอื่นๆ ต่อไป”
ไอ้เ้าบ้าเจียงจื่อลู่! เ้าคิดเ้าแค้นอะไรขนาดนี้ ฉันแค่เผลอขึ้นไปนอนบนเตียงท่านไม่กี่ชั่วยาม ตบหัวท่านหนึ่งทีและหลอกด่าท่านผ่านอาหารหนึ่งมื้อเท่านั้น (สมควรโดนปะา) แต่ท่านกลับขัดขวางทุกอย่างที่เป็ความสุขความสบายของฉัน เชอะ! อย่าให้ฉันได้ออกไปจากที่นี่นะ แม่จะให้ผู้เขียนนิยายเื่นี้เขียนบทให้เขาถูกทรมานและต้องเผชิญกับความลำบากจนร้องขอชีวิตเลยคอยดู แต่ช่างเถอะ ั้แ่เกิดมาชีวิตฉันก็ลำบากมาโดยตลอด กะอีแค่ทำงานเป็คนครัวและพักร่วมกับคนอื่นไม่ได้ลำบากอะไรมากมายหรอก
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจเ้าที่มาบอก”
“ท่านโหวยังสั่งอีกว่าให้เ้าเป็คนทำอาหารทั้งสามมื้อ”
“สามมื้อ? ถ้าข้าทำหมดแล้วพ่อครัวคนอื่นล่ะ?”
“ท่านโหวไล่พวกเขาออกหมดแล้ว...อีกเดี๋ยวจะเที่ยงแล้วเ้าควรรีบไปทำอาหาร”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
ไม่รู้ว่าเขาถูกใจอาหารของฉันจนอยากกินทั้งสามมื้อหรือว่าอยากแกล้งฉันกันแน่ แต่ช่างเถอะ รับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารก็ถือว่าได้ทำในสิ่งที่ชอบและถนัด ดีกว่าต้องไปทำงานอย่างอื่นที่ไม่ถนัดและอาจจะหนักจนทำไม่ไหวก็ได้ อีกอย่างฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะที่จะกลับไปยังโลกเดิม!!
วันที่2 เดือน2 ถนนหน้าจวนเฉิงโหวไปยังหอสดับบุปผา หอนางโลมอันดับหนึ่งแห่งแคว้นถูกตกแต่งด้วยโคมไฟและผ้าแดงงดงาม มีทหารคอยยืนคุ้มกันเป็ระยะๆ เนื่องด้วยวันนี้เป็วันสมรสของเฉิงโหวกับแม่นางเฟยเซียน สตรีที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในแคว้นและเป็เ้าของหอสดับบุปผา หอนางโลมอันดับหนึ่ง
เนื่องด้วยเฉิงโหวเป็สหายสนิทของฮ่องเต้ งานสมรสนี้จึงจัดค่อนข้างใหญ่ นอกจวนมีชาวบ้านพากันมายืนรอดูเ้าสาวจนเต็มถนนหน้าจวน ด้านในก็มีแขกที่เป็เหล่าขุนนางและขันทีที่ฮ่องเต้และเหล่าสนมส่งมาเดินกันทั่ว บ้างก็นั่งกับที่ มียืนตามมุม ต่างพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข คงจะมีเพียงเหล่าข้ารับใช้ในจวนที่พากันเดินวิ่งให้วุ่น โดยเฉพาะในครัว มือฉันทำอาหารปากก็ไม่วายะโสั่งให้คนนำอาหารที่ทำเสร็จแล้วออกไป บ้างก็หันไปดุผู้ช่วยที่ไม่ทำอาหารตามที่สั่ง
ั้แ่เรียนทำอาหารมาก็เพิ่งจะเคยเป็เชฟที่ทำอาหารให้คนมากมายแบบนี้ โชคดีฉันเป็คนฉลาดและทำอาหารเก่ง เลยสามารถเรียงลำดับอาหารและทำอาหารออกมาได้อย่างต่อเนื่องจนได้รับคำชมจากผู้ช่วยและสาวใช้คนอื่น ๆ
ปั่ง!
ฉันปักมีดกับเขียงสุดแรงจนได้ยินเสียงดังไปทั่วห้องครัว ทำให้ทุกคนหยุดการกระทำทั้งหมดลงแล้วหันมามองฉันเป็ตาเดียว
“อาหารมงคลและอาหารที่จะให้แขกกินทำเสร็จแล้ว รีบนำออกไปให้หมด ข้าจะเริ่มทำอาหารสำหรับ่เย็นแล้ว”
“ทราบ/ทราบ”
รอจนทุกคนลำเลียงอาหารออกไปจนหมดแล้วฉันถึงนำข้าวและอาหารที่ทำเก็บไว้ออกมานั่งกินกับผู้ช่วยทั้งสองคน
เพื่อให้สามารถทำอาหารเลี้ยงคนได้ทั้งงานและไม่ติดขัดจนทำให้เสียฤกษ์ ฉันจึงได้ขอผู้ช่วยทำครัวจากท่านโหว ซึ่งเขาก็อนุญาตและให้ฉันเป็คนคัดเลือกผู้ช่วยด้วยตัวเอง ฉันคัดเลือกผู้ช่วยมาสองคนคือ หลินจู่กับจู่หลิน พี่น้องฝาแฝดที่ค้าขายปลาอยู่ในตลาด เหตุที่เลือกสองคนนี้คือเมื่อสองวันก่อนระหว่างที่ฉันออกไปหาซื้อของมาเตรียมทำอาหารในงานสมรสได้เผลอไปกินซุปปลาที่สองคนนี้ทำเข้าแล้วเกิดติดใจจึงให้สองคนนี้ลองทำอาหารให้ฉันกิน ปรากฏว่าอร่อยใช้ได้ จึงได้เลือกสองคนนี้ จากนั้นพวกเราทั้งสามคนก็ช่วยกันเตรียมข้าวของั้แ่เมื่อคืนจนเช้าแล้วก็ทำอาหารมาจนถึงตอนนี้ และเพิ่งจะได้พักกินข้าวกัน
“พี่ฟางเหนียง ต่อไปเราจะทำอะไรกันหรือ” หลินจู่ถามไปกินข้าวไป
“กฎข้อที่สอง เวลากินข้าวห้ามพูดเื่งาน”
“ขออภัย ข้าแค่ไม่อยากให้เสียเวลาไปเปล่าๆ”
“อ่ะนี่ รายการอาหาร่ค่ำ” ฉันพูดพร้อมกับยื่นสมุดรายการอาหารให้กับหลินจู่
“อาหารแต่ละอย่างของพี่สาวช่างแปลกประหลาด หากแต่กลับน่ากินและมีรสเลิศ” จู่หลินเอ่ยชม
“ข้าก็ดัดแปลงมาจากอาหารที่พบเห็นได้ตามท้องตลาดนั่นแหละ รีบกินข้าวเถอะเดี๋ยวจะต้องเริ่มทำงานต่อแล้ว”
“ครับ/ครับ”