ตอนที่ 83 :เศรษฐีพันล้าน
ไม่นานรอบที่สองของรายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’รอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหดการต่อสู้กันของแต่ละทีมที่สถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงได้บันทึกเทปไว้ภายใต้ความสามารถของทีมงานในที่สุดก็ตัดต่อเสร็จ
และวันนี้ก็คือวันที่รายการออกอากาศ!
ไม่ว่าจะบนอินเทอร์เน็ตนิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ ต่างมีโฆษณาการแบทเทิลครั้งแรกของรอบที่สองรายการนิววอยซ์อยู่เต็มไปหมด
ไม่เพียงบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้นแต่คนหนุ่มสาวบนท้องถนนต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ได้ดูคลิปวิดีโอ ‘หลิวจือเซียกระแทกหลี่ตงกระเด็น’ ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมาก
“สถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงนี่โหดร้ายเกินไปแล้วฉันรอเกินหนึ่งสัปดาห์เชียวนะ ในที่สุดรายการก็ออนแอร์ซะที ! ”
“อย่างอื่นฉันไม่สนหรอกฉันแค่อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลิวจือเซียของฉันบนเวทีวันนั้น ! ”
“หมอนั่นเป็นคนที่ทีมงานรายการเตรียมไว้รึเปล่าแต่ไม่ว่าจะดูยังไง ก็ดูท่าทางไม่ใช่คนดีเลย ! ”
ทุกคนที่รู้จักรายการนิววอยซ์ต่างพูดคุยถึงเรื่องนี้กันอย่างร้อนแรงไม่หยุดพวกเขาตั้งตารอให้รายการออกอากาศบนสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงคืนนี้ในช่วงหัวค่ำ
…………………
วันนี้หลิวจือเซียไม่ได้ไปทำงานในช่วงบ่ายแต่ไปช็อปปิ้งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต จากนั้นก็ไปรับเยว่เยว่ที่โรงเรียนอนุบาลทานตะวันและกลับบ้าน
วันนี้ซ่งจิงจ้านไป่เหลียนเฉิง และแฟนสาวของพวกเขาที่ก่อนหน้านี้ต่างก็ยุ่งอยู่กับงาน ในที่สุดก็หาเวลาได้และพากันมารวมตัวที่บ้านใหม่ของหลิวจือเซีย
หลิวจือเซียย้ายบ้านมานานแล้วพวกซ่งจิงจ้านควรจะมาเยี่ยมก่อนหน้านี้นานแล้ว วันนี้จึงถือโอกาสฉลองขึ้นบ้านใหม่ของหลิวจือเซียซะเลย
เวลาหนึ่งทุ่มกว่าซ่งจิงจ้าน หวางเสี่ยวถง และซู่ปางจือ ทั้งสามคนกำลังเล่นกับเยว่เยว่ในห้องนั่งเล่นตอนนี้ในห้องครัว นอกจากไป่เหลียนเฉิง ก็มีแฟนของเขา หวางหยิงหยิง ที่คอยเป็นลูกมือช่วยหลิวจือเซีย
ทั้งสามคนยุ่งกันตั้งแต่4 โมงเย็น ทั้งบินบนท้องฟ้า วิ่งบนพื้น แหวกว่ายอยู่ในน้ำ… อาหารอันโอชะจากขุนเขาและท้องทะเลนานาชนิดถูกวางลงบนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่อาหารทุกจานเต็มไปด้วยสีสันน่ารับประทาน และกลิ่นที่หอมอบอวล ดูเหมือนว่าแฟนสาวของไป่เหลียนเฉิงจะมีประสบการณ์ในด้านการทำอาหารไม่น้อยเลย
และตอนนี้เวลาก็เดินมาถึง19.55 น. แล้ว
อีกไม่ถึง5 นาทีก็จะได้เวลาที่รายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’จะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เจียงซูแและเจ้อเจียง
ซู่ปางจือและซ่งจิงจ้านช่วยกันย้ายโต๊ะอาหารจากห้องอาหารมาที่ห้องนั่งเล่นจุดประสงค์ก็เพื่อที่จะได้ดูการแข่งขันรอบล่าสุดของรายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ ได้ทันเวลา
“ว้าวพ่อคะ อาหารอร่อย ๆ เยอะแยะเลย ! ” เยว่เยว่นั่งลงที่โต๊ะอาหารและมองดูอาหารแสนอร่อยบนโต๊ะด้วยดวงตาเป็นประกายน้ำลายแทบจะไหลออกมา
“เจ้าลูกแมวจอมตะกละไปล้างมือก่อนแล้วค่อยกินข้าว ! ” หลิวจือเซียจิ้มที่ปลายจมูกของเยว่เยว่แล้วพูด
“คุณพ่อเยว่เยว่ล้างมือแล้ว ! ” เยว่เยว่สะบัดมือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มของตน แล้วชี้ไปบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารจากนั้นก็หัวเราะคิกคักพูดว่า “คุณพ่อ เยว่เยว่รู้เลยว่าจานไหนพ่อเป็นคนทำ”
“เยว่เยว่เก่งขนาดนั้นเชียว? ” ซู่ปางจือนั่งลงถัดจากเยว่เยว่ “งั้นบอกลุงสิ จานไหนที่พ่อหนูเป็นคนทำ? ”
“ฮิ ๆนี่เป็นความลับของเยว่เยว่ ไม่บอกลุงอ้วนหรอก ! ” เยว่เยว่ทำหน้าทะเล้นใส่ซู่ปางจือแล้วมองไปที่หลิวจือเซียอย่างคาดหวัง “พ่อคะ กินได้รึยัง ? ”
แม้ว่าตอนที่เยว่เยว่อยู่กับหลี่เมิ้งอีจะใช้การสอนแบบครอบครัวตะวันตกมาแต่เด็กน้อยก็รู้จักคิดและมีมารยาทมาก เธอรู้ว่าต้องเชื่อฟังคำพูดของพ่อ ที่โต๊ะอาหารถ้าผู้ใหญ่ยังไม่ขยับตะเกียบ เยว่เยว่ก็จะขยับตะเกียบไม่ได้
หลิวจือเซียลูบหัวเล็กๆ ของเยว่เยว่ และพูดว่า “กินได้เลย ! ”
“ไชโยกินข้าวกัน ! ” เยว่เยว่ตื่นเต้นและไชโยโห่ร้อง จากนั้นก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบกุ้งกินอย่างมีความสุข
“พี่ใหญ่พี่สะใภ้ ทุกคนนั่งลงเถอะ เลิกยืนได้แล้ว ! ” เมื่อเห็นท่าทางมีความสุขของหนูน้อย หลิวจือเซียก็ยิ้มและชวนทุกคนให้นั่งลง
“เฮ้ยนายไม่ต้องเรียกเราก็ได้ บ้านนายก็เหมือนบ้านเราอยู่แล้ว ! ”
ซู่ปางจือเป็นคนประเภทที่แม้เจอครั้งแรกก็เหมือนสนิทกันมานานเขาหยิบถ้วยกระเบื้องเล็กสำหรับใส่น้ำซุปขึ้นมา ตักข้าวใส่ แล้วเริ่มต้นกินอย่างตะกละตะกลาม
ปริมาณการกินของซู่ปางจือแทบไม่ต่างกับหลี่เมิ้งอีแต่วิธีการกินของหมอนี่ทนดูไม่ได้จริง ๆ
“ฉันว่านะเจ้าอ้วนใส่ใจวิธีกินของตัวเองสักหน่อยเถอะ” ไป่เหลียนเฉิงพูดด้วยสีหน้ารังเกียจ “ทุกครั้งที่ออกไปกินข้าวกับนายฉันรู้สึกเหมือนภาพลักษณ์ฉันจะถูกนายกดให้ตกต่ำไปด้วย”
“ฉันก็แค่มีความอยากอาหารมากเป็นพิเศษจะมาโทษฉันได้ไง ? ” ซู่ปางจือเช็ดปากแล้วพูดอย่างผู้บริสุทธิ์“พี่คิดว่าทุกคนจะเหมือนพี่สะใภ้กับหยิงหยิงหรือไง เห็นชัด ๆ เลยว่าหิวมาก แต่ไม่กล้ากินเยอะเพราะรักษาหุ่น”
“นี่เจ้าอ้วนวอนแล้วไง ! ”
“เจ้าอ้วนอยากโดนอัดใช่ไหม ? ”
หวางเสี่ยวถงและหวางหยิงหยิงที่กำลังกินคำเล็กคำน้อยอยู่นั้นก็โกรธขึ้นมาทันทีทั้งสองกำหมัดพร้อมถลึงตาใส่ซู่ปางจือ
เจ้าอ้วนนี่ไม่รู้หรือไงว่าพูดเรื่องปริมาณการกิน อายุ กับน้ำหนักของผู้หญิงไม่ได้ ?
คำพูดเมื่อกี้โดนตั้งสองประเด็นนี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ
“แค่กๆ…” เจ้าอ้วนเกือบสำลักข้าว เขามองสองสาวด้วยสีหน้าเหลอหลา “ฉัน… ฉันพูดอะไรผิดหรือ ?
ทุกคนต่างหมดคำจะพูดเจ้าหมอนี่ซื่อบื้อสุด ๆ สงสัยคงต้องได้เป็นโสดไปตลอดชีวิตแน่ !
“เอาน่าอย่าโวยวายไปเลย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกพี่มาเป็นแขกที่บ้านฉัน ฉันในฐานะเจ้าบ้านขอดื่มให้พวกพี่! ” หลิวจือเซียหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาช่วยเจ้าอ้วนออกจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัด
“มา !”
“ดื่ม! ”
สิ่งที่อยู่ในแก้วเหล้าของซ่งจิงจ้านไป่เหลียนเฉิง และซู่ปางจือคือเหล้าขาว ขณะที่หวางเสี่ยวถงและหวางหยิงหยิงถือแก้วไวน์ที่ในนั้นมีไวน์แดง
“หนูหมดแก้วส่วนพวกลุง ๆ ป้า ๆ แล้วแต่เลย ! ”
ตอนนั้นเองเสียงเด็กน้อยก็ดังขึ้น เยว่เยว่กำลังถือแก้วน้ำผลไม้ด้วยมือเล็ก ๆ และมองดูทุกคนด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“พรืด…ฮ่า ๆๆ ! ”
ทุกคนขำท่าทางของเยว่เยว่และระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ท่านผู้ชมทั่วโลกนี่คือ…”
ขณะนั้นก็เป็นเวลา2 ทุ่มพอดี สถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงก็เริ่มต้นการออกอากาศรายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’
“เฮ้น้องสาม นายบอกว่าได้ปรากฏตัวเป็นคนแรกของนิววอยซ์อาทิตย์นี้ใช่รึเปล่า ? ” ซ่งจิงจ้านที่กำลังดูทีวีพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ทำไมเขาออกอากาศการแบทเทิลของทีมอู๋อิงล่ะ ? ”
หลิวจือเซียเองก็แปลกใจเช่นกัน“ฉันก็ไม่รู้”
“ไม่แปลกหรอก! ” ไป่เหลียนเฉิงพูดขึ้น “ช่วงนี้ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ใช้เรื่องที่จือเซียอัดหลี่ตงกระเด็นบนเวทีดึงความสนใจมาได้เยอะมาก !เพื่อเรตติ้งรายการ ฉันว่าทีมงานคงเอาการแข่งของทีมเฉินอี้เจี๋ยไปไว้หลังสุดแหง”
“นั่นสิทีมงานรายการไหนไม่คิดถึงตัวเองบ้าง ? ” หลิวจือเซียพยักหน้า
“หึ พวกเขาร้องเพราะสู้คุณพ่อไม่ได้เลย! ” เยว่เยว่ที่กำลังก้มหน้าพุ้ยข้าวส่งเสียงพึมพำออกมา
ไป่เหลียนเฉิงยิ้มและพูดว่า“หนูน้อยจะไปรู้อะไร ? พวกเขาร้องเพราะมากนะ! ”
เยว่เยว่พึมพำอย่างไม่พอใจ“แต่ก็ไม่เพราะเท่าพ่อของหนูนี่นา คอยดูเถอะ ถ้าพ่อของหนูขึ้นเวทีเมื่อไหร่ ผู้ชมจะต้องกรี๊ดแตกแน่นอน! ”
“กรี๊ดแตกเลยหรือ? ” หวางหยิงหยิงลูบหัวเด็กน้อยและถามว่า “เจ้าตัวแสบ ทำไมมีคำศัพท์เยอะจัง? ไปเรียนมาจากใครเนี่ย ? ”
“ในทีวีเขาพูด! ” เยว่เยว่กระพริบตา “หนูเห็นพวกพี่พิธีกรชอบพูดว่า ‘ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว ผู้ชมก็กรี๊ดแตกแล้ว’‘ผู้ชมคึกคักขึ้นมาแล้ว’... มันเป็นคำไม่ดีหรือคะ ? ”
“เป็นคำที่ดี! ” ซู่ปางจือหัวเราะ และพูดพึมพำว่า “พี่สาม เยว่เยว่ของพี่ฉลาดมาก ทำไมพี่ไม่ให้ฉันเป็นพ่อบุญธรรมล่ะ! ”
“ไม่! ” หลิวจือเซียส่ายหัวอย่างหนักแน่น “เยว่เยว่มีฉันเป็นพ่อได้คนเดียว ! ”
ยิ่งมีพ่อเยอะแม้ว่าเยว่เยว่จะได้รับความรักของพ่อเพิ่มมากขึ้น แต่หลิวจือเซียก็ไม่อยากให้เยว่เยว่มีพ่อเพิ่มอีก!
จะบอกว่าเห็นแก่ตัวก็ได้แต่หลิวจือเซียไม่ต้องการนี่ !
“หนูมีพ่ออยู่แล้วหนูไม่อยากได้ลุงอ้วนเป็นพ่อหนู ! ” คู่นี้สมเป็นพ่อลูกกันสุด ๆ ความคิดของเยว่เยว่เรียบง่ายมากลุงจะเป็นพ่อได้ยังไง ?
“โอ๊ยหัวใจฉันสลายแล้ว ! ” ซู่ปางจือกุมหัวใจด้วยท่าทางโอเวอร์แอคติ้ง “สองพ่อลูกคู่นี้ปฏิเสธซะตรงขนาดนี้ได้ยังไง? ”
“นี่เจ้าอ้วนเป็นนายจะอยากได้พ่ออีกคนมาบ่นเพิ่มรึไง คิดอะไรอยู่กัน ? ” ซ่งจิงจ้านกลอกตา “ยัยหนูนี่คิดถูกแล้ว ! ”
“เออๆ ฉันยอมแพ้แล้ว ! ” ซู่ปางจือพยักหน้าอย่างน้อยใจ แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ
และเปลี่ยนความน้อยใจให้กลายเป็นพลังในการกิน!
“น้องสามตอนนี้ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ เปิดตลาดต่างประเทศแล้วนะช่วงแรกนิทานฉบับอักษรจีนตัวเต็มขายดีมากในฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และทั่วโลกเลย ! ”
ทุกคนยิ้มหวางเสี่ยวถงที่ไม่ได้พูดเลยก็พูดขึ้นว่า “ตอน 5 โมงเย็นวันนี้ ยอดขายของฉบับอักษรจีนตัวย่อถึง34 ล้านเล่มแล้ว ฉบับอักษรจีนตัวเต็มก็ถึง 16 ล้านเล่ม และยังมีอยู่ในสต็อกอีกเพียบ! ”
“เยอะขนาดนั้นเลยหรือ? ” ไป่เหลียนเฉิงทำตาโต “น้องสาม ส่วนแบ่งการขายที่สำนักพิมพ์อี้ฮวาให้นายตอนนั้นเท่าไรนะ ? ”
“แบบอักษรจีนตัวย่อ300,000 คำ ส่วนแบ่ง 30% แบบอักษรจีนตัวเต็ม 500,000 คำ ส่วนแบ่ง 40%” หลิวจือเซียพูดด้วยรอยยิ้ม“แล้วก็ ฉันได้ยินว่าฉบับอักษรตัวเต็มขายเล่มละ 66 ดอลล่าห์ เทียบกับฉบับอักษรตัวย่อแล้วฉบับอักษรตัวเต็มนี่ตัวปล้นเงินดี ๆ เลยล่ะ ! ”
‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’1 ชุดมี 2 เล่ม เล่มละ 58 หยวน 1 ชุดเท่ากับ 116 หยวน และตามข้อกำหนดฉบับอักษรจีนตัวย่อสามารถขายเล่มเดียวได้
แล้วฉบับอักษรจีนตัวเต็มล่ะ? มันขายได้แค่แบบชุดเท่านั้น ไม่สามารถแยกขายเดี่ยว ๆ ได้เรียกว่าถ้าอยากได้ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ก็มีแต่จะต้องจ่ายเงินซื้อทั้งชุดในราคา 66 ดอลล่าห์ แล้ว 66ดอลล่าห์นี้เทียบเป็นเงินจีนก็เท่ากับ 400 กว่าหยวน
ราคาสูงกว่าตั้ง3 เท่า ไม่ใช่ปล้นแล้วจะเป็นอะไร ?
“สุดยอดพี่สาม พี่นี่จังหวะดีเป็นบ้า ! ”
ซู่ปางจือที่อารมณ์ไม่ดีอยู่พลันกระโดดตัวลอย“ฉันขอคิดเลขก่อนนะ… แม่เจ้า แค่ค่าตอบแทนของฉบับอักษรย่ออย่างเดียวก็มากกว่า 1.1พันล้านแล้ว พี่สาม พริบตาเดียวพี่กลายเป็นเศรษฐีพันล้านแล้วโว้ย ! ”
“เจ้าอ้วนเงินนี้เค้าไม่ได้คิดกันแบบนั้น ! ” หวางเสี่ยวถงจะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ “ในเงินนี้จะมีค่าโรงพิมพ์ช่องทางการตลาดต่าง ๆ และค่าสมาคมลิขสิทธิ์… สุดท้ายค่อยถึงตาของสำนักพิมพ์ จากนั้นน้องสามจะแบ่ง30% จากรายได้การขายของสำนักพิมพ์ เงินจริง ๆ ที่ได้น่าจะหลัก 100 ล้านเท่านั้น”
“โว้ยพวกพี่ใจร้ายเกินไปแล้ว ! ” ซู่ปางจือพูดอย่างขุ่นเคือง “เงินจากความสามารถของเรา ทำไมต้องให้ที่อื่นที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเอาไปมากขนาดนี้? ”
“มันไม่ใช่เงินของนายนายโกรธทำไมเนี่ย ? ” หลิวจือเซียพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“พี่สามนี่ก็เพื่อพี่ไม่ใช่หรือ ? ” ซู่ปางจือมองไปที่หลิวจือเซียและพูดอย่างน่าสงสาร“อีกอย่าง ฉันกับพี่จิงจ้านก็ไม่มีงาน ในอนาคตก็ต้องพึ่งพี่นั่นแหละ ! ”