ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่122 ดาวดับแสง....ดาวตกอับ...!!

         ในขณะที่กลุ่มชายหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ทั้งหลายต่างมีภาระกิจรับงานจากเหนี่ยวเหนี่ยวเต็มมือกันไปหมด แตกต่างจากทางฟากฝั่งของเหล่าบรรดาแม่นางน้อยทั้งหลายที่พากันส่งเสียงพูดคุย หัวเราะกรี๊ดกร๊าดกันอย่างสนุกสนาน 

         ส่วนบรรดาพวกฮูหยินก็คอยติดตามมองดูพวกแม่นางน้อยอยู่แบบห่างๆ แบบห่วงๆว่าจะพากันไปซนทำอะไรแปลกๆพิลึกๆกันออกมาอีก โดยที่พวกท่านไม่ทันที่จะเห็นก่อนพวกนางคลาดสายตาไม่ได้เลยจริงๆ น่าห่วงยิ่งกว่าพวกเด็กผู้ชายเสียอีกที่คาดว่าน่าจะดื้อจะซนมากกว่าเด็กผู้หญิงแต่แน่นอนสำหรับตระกูลหวังของพวกเรานั้นย่อมตรงกันข้าม

         “ดูแล้วพวกนางน่าจะยังคงสนุกสนานกันอยู่นะ ไม่มีท่าทีที่จะเบื่อหน่ายกันเลย”ท่านแม่

         “ก็จริงนะเจ้าคะท่านแม่ ยังดูสดใสกระตือรือร้นกันเสียมากมายเลยทีเดียวเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่

         “รอบนี้เหมือนพวกเราจะได้พักกันยาวสักหน่อยนะเจ้าคะท่านแม่”พี่สะใภ้รอง

         “ข้าก็หวังไว้อย่างนั้นเช่นกันล่ะ พวกนางหาเรื่องปั่นป่วนได้ตลอดเลาสิน่า”ท่านแม่

         “ใช่เลยเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ทั้งสอง ที่ยังคงพูดนินทาบรรดาสาวน้อยกันอยู่เรื่อยๆ 

         “เดี๋ยวรอให้พวกผู้ชายทำงานให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนจะได้คุยปรึกษากันเลยว่าจะหาที่พักผ่อนชั่วคราวกันก่อนหรือไม่อย่างไรกัน”ท่านแม่

         “อือ…ข้าเห็นด้วยกับเจ้าล่ะนะถึงที่นี่จะมีแต่ความมืดตลอดเวลา แต่ก็น่าจะเป็นช่วงที่ใกล้เวลาอาหารกลางวันกันแล้วล่ะนะ”ท่านป้าอี้

         “จริงจะได้หาพื้นที่ทำอาหารให้ทุกๆคนได้ ดูสิเดินมาตลอดทางได้ผักสดมาเยอะแยะเลยเหมือนกันนะ”ท่านป้าฉือ

         “ไม่รู้ว่าที่เมืองเฮยอ้านแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน แต่จากเท่าที่เห็นตลอดการที่พวกเราสำรวจพื้นที่ป่าบริเวณนี้พอสมควรแล้วก็ถือว่าดีมากเลยนะ น่าจะดีว่าเมืองหนิงหวงของพวกเราเสียอีก 

         แต่ก็อย่างว่านั่นแหละความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ข้าก็เกรงว่าจะเป็นเพราะเหนี่ยวเหนี่ยวมาเยือนถึงที่เมืองเฮยอ้านแห่งนี้ด้วยรึเปล่านี่น่ะสิ เพราะเขตป่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ป่าธรรมดาและพื้นที่ป่าที่อยู่เขตชั้นนอกอีกด้วย”ท่านแม่

         “อือ……”คนอื่นๆ ต่างพากันครุ่นคิดถึงจุดนี้เช่นกันเพราะเท่าที่รู้มานั้น แต่ละเมืองย่อมประสบปัญหาไม่แตกต่างกันมากมายนัก ก็อาจจะเป็นไปได้ที่ว่าเพราะเหนี่ยวเหนี่ยวเดินทางมาเหยียบถึงที่นี่แล้ว

         “แต่ก็ว่าไม่ได้จากที่เดินในแถบป่าชั้นนอกไม่แน่อาจจะเจอของดีของวิเศษอะไรเข้าให้อีกก็เป็นได้ เพราะเหนี่ยวเหนี่ยวไม่เคยพลาดสิ่งนั้นเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็ตามที”ท่านแม่

         “ข้าก็รอดูอยู่เช่นกันว่านอกจากนางจะได้สัตว์อสูรในพันธะสัญญาของนางตัวตนที่ 3 อย่างเจ้าดาวตกน้อยแล้ว นางจะยังสามารถพบเจออะไรดีๆได้อีก”ท่านป้าฉือ

         “งั้นก็ต้องรอดูกันต่อไปล่ะนะ”ท่านป้าอี้

         “ใช่”ทุกๆคน ต่างก็เห็นด้วยเหนี่ยวเหนี่ยวเปรียบเสมือนตัวโชคลาภน้อยๆของพวกท่านจริงๆ ที่ได้พาพบกันสิ่งแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติมก็เป็นเพราะนางจริงๆ

         “เจ้านายข้าอยากออกไปข้างนอกบ้างน่ะ”เจ้าดาวตกน้อยที่อยู่แต่ในห่อผ้าอันอึดอัดตลอดเวลา ช่างน่าสงสารเสียจริงๆเลย

         “โอ้….เจ้าอยากออกมางั้นเหรอ??”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ใช่ๆเจ้านาย ช่วยข้าที”เจ้าดาวตกน้อย ที่ต้องอ้อนวอนเจ้านายของมันอย่างเต็มที่ เพราะถ้าออกไปโดยไม่บอกกล่าวอีกก็จะเจอกองผ้าหนาๆหล่นทับใส่อีกเรื่อยไป 

         “ขอข้าคิดวิธีก่อนนะเจ้าดาวตกน้อยว่าจะทำอย่างไรดีที่พอเจ้าออกมาจะไม่ทำให้แสงสว่างจากตัวเจ้าบดบังสภาพความเป็นจริงๆของเมืองเฮยอ้านแห่งนี้น่ะ เจ้ามันคือตัวปัญหาในความมืดมิดจริงๆเล๊ยยยย…..”เหนี่ยวเหนี่ยว

          “..............!!”เจ้าดาวตกน้อย ทำท่าทีอย่างสิ้นหวังในมุมมืดในกองผ้า และคิดอย่างน้อยใจในตัวเองว่า…

         “ข้าน่ะเหรอคือดวงดาวแห่งชีวิต มีผู้คนมากมายในทวีปแห่งนี้อยากจะครอบครอบและอยากจะเห็นข้าสักครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเขา แต่ว่าดูเจ้านายข้าพูดเข้าให้สิเหอะ…ช่างน่าน้อยใจยิ่งนัก!!”เจ้าดาวตกน้อย บ่นพึมพำน้อยใจด้วยเสียงอันแผ่วเบา แต่ก็รอคอยเจ้านายของมันอย่างตั้งใจว่าจะแก้ปัญหาใดๆให้มันได้บ้าง

         “น้องสามเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เจ้านายของพวกเรานางเก่งกาจมาก เดี๋ยวสักพักหนึ่งนางน่าจะหาวิธีให้เจ้าออกมาได้โดยไม่ต้องส่องแสงสว่างตลอดเวลาแบบนี้ แต่ว่านางออกจะแปลกๆไปเสียบ้างเท่านั้นเอง เดี๋ยวเจ้าก็จะชินไปเองแหละนะ”เจ้าขาวผ่อง ที่พูดคุยทางจิตกับน้องเล็กสุดท้องที่พึ่งเข้ามาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันของพวกมัน

         “ใช่ๆ เจ้านายเก่ง เจ้านายแปลก ไม่เหมือนผู้ใดที่เจ้าเคยพบพานมาก่อนเลยจริงๆ ข้ายืนยันได้เหมือนพี่ใหญ่ขาวผ่องพูดเลย”เจ้าเด้งดึ๋ง

         “โอ้…!!ฟังแล้วดูเหมือนจะดีนะพี่ใหญ่ขาวผ่อง พี่รองเด้งดึ๋ง”เจ้าดาวตกน้อย 

         สามสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเหนี่ยวเหนี่ยว ก็กำลังพูดคุยปรึกษา ปลอบขวัญ เรียกกำลังซึ่งกันและกันอยู่ เพื่อฆ่าเวลารอให้เจ้านายของพวกมันหาวิธีการที่จะทำให้เจ้าดาวตกน้อยออกสู่ด้านนอกได้โดยไม่มีปัญหากับแสงที่ส่องตลอดเวลาจากตัวตนของมัน

         “อ๊ะ…ข้าคิดออกแล้วล่ะว่าจะทำอย่างไรให้เจ้าออกมาข้างนอกได้โดยไร้ปัญหาในการส่องแสงสว่างตลอดเวลาแบบนี้”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “วิธีอะไรหรือเจ้าคะ ท่านย่าเล็ก??”เหลนสาว

         “วิธีอะไรหรือเจ้านาย??”สัตว์อสูรในพันธะสัญญทั้งสามของเหนี่ยวเหนี่ยว

         มีแต่คนอยากรู้อยากเห็นว่าเหนี่ยวเหนี่ยวจะคิดค้นวิธีการใดขึ้นมากับการที่จะช่วยให้เจ้าดาวตกน้อยออกมาจากผ้าที่กำลังคลุมมันทั้งตัวอยู่นี้เพื่อป้องกันแสงสว่างของมันลอดออกมาด้านนอก 

         “ข้าก็แค่ใช้พลังธาตุแห่งความมืดช่วยเป็นเกราะ หรือผ้าคลุมให้กับเจ้าดาวตกน้อยน่ะสิ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “ใช้พลังธาตุแห่งความมืด..!!??”พวกเหลนๆ กับสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของนาง

         “ใช่แล้วพลังธาตุมืดนี่แหละ ที่สามารถปกคลุมแสงสว่างจากเจ้าดาวตกน้อยได้ เจ้าออกมาได้เลยเจ้าดาวตกน้อย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ได้เลยเจ้านาย..!!”เจ้าดาวตกน้อย รีบสะบัดผ้าออกจากตัวของมันอย่างรวดเร็วทันทีเลย 

         “ฟึ่บ…….”

         เหนี่ยวเหนี่ยว ส่งพลังธาตุมืดออกมาจากมือน้อยๆของนางพุ่งตรงไปหาเจ้าดาวตกน้อยที่ลอยต่องแต่งอยู่หน้าของนางนั่นเอง 

         “นี่คือเกราะกันแสงสว่างล่ะ…”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ว้าว…..”พวกเหลนๆ 

         “เจ้าดาวตกน้อย แสงสว่างหายไปแล้วเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวใหญ่ยายา

         “เจ้าดาวตกน้อย เป็นดาวตกแสงดับไปเลย ดาวดับ”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “...............!!”เจ้าดาวตกน้อยที่กำลังลอยตัวบินโฉบไปโฉบมาอย่างร่าเริงได้พักหนึ่งแทบจะเป็นดาวตกจริงๆที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้า เมื่อได้ยินเหลนสาวคนที่สี่ของเจ้านายพูดว่ามันเป็นดาวดับ หรือถ้าฟังแล้วแปลตรงๆก็คือดาวตกอับนั่นเอง!!

        “ดีใจนะที่เจ้าชอบน่ะเจ้าดาวตก(อับ)น้อย”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “ขอบใจมากเจ้านาย”เจาดาวตก ที่ฟื้นตัวจากคำพูดของเหลนสาวคนที่สี่จากเจ้านายของมัน ก็รีบพูดเอ่ยปากขอบคุณเจ้านายก่อนเลย

         “เอาล่ะตอนนี้พวกเราก็พากันเดินทางต่อไปแล้วล่ะ ยังต้องมีจุดที่วางผลึกดวงอาทิตย์อีกมากเลยนะ ดูจากรอบๆนี่ยังจะต้องจัดวางอีกมามายนัก”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ได้เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหล่าเหลนสาวน้อย

          ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่พวกเหลนๆ และสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเหนี่ยวเหนี่ยวเท่านั้นที่ดูจะตื่นเต้นที่เห็นเหนี่ยวเหนี่ยวใช้พลังธาตุมืดออกมา ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่นางจะใช้พลังธาตุมืดด้านนี้ออกมาให้เห็น 

         ทางด้านพวกท่านแม่เองก็เห็นเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน พวกท่านพากันมองตาโตกันไปหมดทุกๆคน มองดูด้วยความตื่นเต้นกันอย่างสุดๆ เพราะพลังธาตุมืดไม่ใช่ว่าผู้ใดจะเห็นได้ง่ายๆ มันหายากมากจริงๆ พอๆกับผู้ที่มีพลังธาตุแสงสว่างนั่นแหละ น้อยนักที่คนในทวีปเฟยเทียนแห่งนี้จะมีพลังธาตุทั้งสองนี้

         ผู้ที่มีพลังธาตุแสงสว่าง พลังธาตุมืด ส่วนมากจะได้สิทธิพิเศษมากมายก่ายกองเลยทีเดียวก็ว่าได้ ยิ่งถ้าได้ผู้มีอำนาจจากตระกูลใหญ่ๆคอยช่วยเหลือและหนุนหลังอยู่ด้วยนั้น ชีวิตคนเหล่านี้จะยิ่งกว่าสุขสบายเสียอีก เพราะพลังธาตุทั้งสองมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป และแน่นอนว่าเป็นพลังที่มีความต้องการสูงมากๆเช่นเดียวกัน

         และจะลืมคนที่มีพลังธาตุพฤกษาไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะถ้าได้ผู้ที่มีพลังพิเศษทั้งสามธาตุมาอยู่รวมกันในที่เดียวกัน ย่อมเป็นสิ่งที่พิเศษเหนืออื่นใด แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกตระกูลใหญ่ ส่วนมากพวกเขามีเต็มที่แค่สองพลังธาตุเป็นอย่างมากเพียงเท่านั้นเอง 

         ต่างก็ต้องมีพันธมิตรที่จะช่วยยืมผู้มีพลังธาตุพิเศษทั้งสามมาทำงานร่วมกันในกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะปลูกพืช ผัก สมุนไพร ต่างๆ หรือทำยารักษาโรคต่างๆ หรือจะทำยาเพื่อเพิ่มพลังธาตุก็ด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่จะต้องออกไปล่าสัตว์อสูรหรือหาสมุนไพรในดินแดนเขตปาป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาในตำนานก็ตามที สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้คนกลุ่มนั้นย่อมได้เปรียบมากกว่าผู้ใดถ้ามีบรรดาเหล่าผู้ติดตามขบวนครบทุกพลังธาตุ

         “เจ้าดาวตกน้อยเนี่ย ข้าพาเจ้าเล่นซ่อนแอบไม่ได้เลยนะเพราะจะพาให้พวกข้าแพ้กันหมดเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาในกรณีที่ถ้าพกพาเจ้าดาวตกน้อยไปไหนมาไหนตลอดเวลาย่อมมีทั้งข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ในตอนนั้นๆ

         “...........!!”เจ้าดาวตกน้อย ตัวเองจะเป็นดาวตกจริงๆอีกครั้งแล้ว 

         “โอ้…จริงด้วยเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก ถ้าเอาเจ้าดาวตกน้อยไปเล่นเก่มซ่อนแอบ ซ่อนหากับพวกพี่ชาย พวกเราต้องแพ้แน่นอน”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “ข้าคงจะต้องพกพกเจ้าดาวตกน้อยนี่เป็นช่วงๆล่ะนะ คงจะพกพามันไปตลอดเวลาไม่ได้จริงๆเฮ้อ…..”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “..........!!”เจ้าดาวตกน้อย

         ช่างเป็นคำพูดที่บาดใจอีกแล้ว เจ้านายพูดแบบนี้ได้อย่างไรกันก็มันเป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเจ้านาย มันย่อมจะต้องตัวติดกับเจ้านายของมันเป็นเรื่องปรกติทั่วไปที่สัตว์อสูรในพันธะสัญญาจะต้องทำการติดตาม

         “ต้องเอาเจ้าดาวตกน้อยไปทิ้งบ้างเป็นครั้งคราวนะเจ้าคะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “ ..........!!”เจ้าดาวตกน้อย นั่นเอาเข้าไปยิ่งพูดยาวยิ่งดูเหมือนมันจะแย่หนักไปกว่าเดิมเสียอีก จากที่ว่าพกพามันไปไม่ได้ตลอดเวลา นี่ยังโดนจะเอาไปทิ้งเสียอีก ครอบครัวมนุษย์ตัวจ้อยพวกนี้ช่างน่าหวาดกลัวเสียจริงๆเลย !!!   

         “พี่ใหญ่ขาวผ่อง พี่รองเด้งดึ๋ง ครอบครัวของพวกมนุษย์เด็กตัวจ้อยเหล่านี้ เป็นเหมือนกันหมดหรือไม่กัน??หรือว่าเป็นเฉพาะครอบครัวของเจ้านายที่เป็นแบบนี้??”เจ้าดาวตกน้อย อดไม่ได้ที่จะต้องส่งเสียงพูดคุยและปรึกษาปัญหาจากสองรุ่นพี่ที่ได้ทำพันธะสัญญาก่อนมัน

         “ใช่เจ้าคิดถูกต้องแล้ว…มีแต่ครอบครัวตระกูลหวังของเจ้านายนี่แหละสุดๆที่สุดของที่สุดแล้ว”เจ้าขาวผ่อง

         “เฮ้อ………”สามสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเหนี่ยวเหนี่ยว ได้แต่พากันทอดถอนหายใจออกมาอย่างยาวๆ ด้วยอาการที่เหมือนจะยอมรับได้ และปลงตก??ในตัวตนอันแท้จริงของเจ้านายและครอบครัวเจ้านาย

         “ข้าช่างเป็นดาวตกอับจริงๆ..สินะ!!”เจ้าดาวตกน้อย

         พวกมันทั้งสามตนได้แต่พากันมองหน้าไปทางเจ้านายของพวกมันอีกครั้งและพากันส่ายหน้าไปมา

    ************

     

         ช่างน่าสงสารเจ้าดาวตกน้อยเสียจริงๆเลย ตามประวัติที่บันทึกมาจากตำนาน ช่างเป็นดวงดาวแห่งชีวิตที่มีเกียรติ์และเก่งกาจมากมายนัก เป็นดวงดาวแห่งชีวิตที่ผู้คนต่างวาดฝันอยากจะทำพันธะสัญญาด้วย 

         แต่ว่าดูเหมือนมันจะได้เจ้านายที่ออกจะไม่ค่อยจะสนใจความเก่งกาจของมันเสียเท่าไหร่ มีแต่คิดที่จะทิ้งขว้างมันออกไปเสียมากกว่า

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน