ตอนที่ 35 โฉมงามประหนึ่งเทพนิยาย (2)
หัวหน้าตระกูลชิงหวนที่ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความกริ้วโกรธเหล่าสามตระกูลใหญ่ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความร่ำรวยของพวกมันพ่ายแพ้ให้กับบุุคคลปริศนาคนหนึ่ง!! เป็นเรื่องธรรมดาที่คนปกติอยากจะได้โอสถประสบการณ์เพื่อการเติบโตที่รวดเร็วจำเป็นต้องพึ่งพาหลายสิ่งหลายอย่าง บรรยากาศภายในห้องโถงพลันดูน่าสลดอย่างบอกไม่ถูก ถ้าบุคคลใต้ผ้าคลุมมีเงินมากมายขนาดนั้นจริงๆ พวกเขาคงไม่ได้สิ่งของติดมือไปเลย
อู๋เหมิงที่ปรากฏหยดเหงื่อบนใบหน้าเธอเริ่มสำรวมกิริยาก่อนกล่าวดำเนินการประมูลต่อ "ต่อมาที่สินค้าชิ้นที่เก้ากันแล้วนะคะ!! นับแต่นี้ต่อไปจะเป็นโอสถสมุนไพรจนถึงชิ้นที่สิบเอ็ดเลยนะคะ งั้นเริ่มกันเลย!!"
ปรากฏเป็นใบหญ้าส่องแสงสว่างไสวทอประกายประหนึ่งดวงดารา มันมีสามแฉกจำนวนหนาเต็มกำมือปรากฏอยู่บนแท่นสินค้าประมูล กลิ่นอายของโอสถและกลิ่นหอมของสมุนไพรต่างตลบอบอวลไปหมดก่อนอู๋เหมิงจะอธิบาย "หญ้าสามแฉกแสงดารา เป็นโอสถสมุนไพรระดับแปด(ระดับสูง) เหล่าปรมาจารย์ผู้หลอมโอสถต่างต้องการมันเพื่อใช้ในการยกระดับตนเอง!! ทั้งหมดนี้ขอเปิดประมูลที่ 1เหรียญทอง!!"
ผู้ที่จะประมูลต่อไปนี้ได้พวกเขาจะต้องเป็นผู้หลอมโอสถเพียงเท่านั้น เนื่องจากหญ้าสามแฉกแสงดารามีสรรพคุณเพียงแค่นั้นจริงๆราวกับโรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์เตรียมสิ่งนี้มาเพื่อเหล่านักปรุงยาโดยเฉพาะ ทว่า นั่นเป็นเพียงหนึ่งในคุณสมบัติที่แท้จริงของมัน
"10เหรียญทอง!!!" บุรุษคนหนึ่งตะโกนออกมาจากฝูงชน เขาพุ่งทะยานราคาขึ้นถึง 10เท่าตัวไม่ต้องบอกก็รู้แล้วว่าเขาเป็นนักหลอมโอสถ
"20เหรียญทอง" บุรุษผู้สวมผ้าอาภรณ์สีขาวกล่าวขึ้นมา ชุดที่เขาสวมใส่ยิ่งบ่งบอกได้ว่าเขาเป็นนักหลอมโอสถระดับต่ำถึงแม้จะเป็นระดับต่ำ ทว่า พวกเขาต่างถูกยกย่องในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญ"
การโต้เถียงระหว่างนักหลอมโอสถยังคงดุเดือดรากเลือด "50เหรียญทอง!!"
ผู้หลอมโอสถเริ่มแสดงตนออกมาทีละคนสองคนพลางพุ่งทะยานราคาขึ้นเรื่อยๆ สำหรับหญ้าสามแฉกแสงดารานับเป็นโอสถสมุนไพรที่หายากสุดๆ อาจสามารถทำให้นักหลอมโอสถขั้นต่ำทะลวงสู่ขั้นกลางได้เลยแต่ทว่าหากจะไปถึงจุดนั้น ราคาที่ต้องจ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆเช่นกัน
ราคายังคงแน่นิ่งอยู่หลักร้อยก่อนชายคนหนึ่งจะแสดงตัวออกมา "1000เหรียญทอง!!" ทุกสายตาพลันจับจ้องไปทางต้นเสียงด้วยความประหลาดใจแค่ 500เหรียญทองก็ถือว่าแพงสุดๆ สมุนไพรโอสถชิ้นนี้จำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ?
"นั่นมันปรมาจารย์โอสถ ท่านฟู่มู่!! เขาเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ด้วยจริงๆ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่เข้าใจเรื่องโอสถเลยสักนิดหากแต่ปรมาจารย์เสนอราคาขนาดนั้น มันคงมีความสำคัญมากๆ"
"ข้าได้ยินมาว่าท่านฟู่มู่จะทะลวงสู่นักหลอมโอสถระดับสูง"
ใบหน้าของผู้คนต่างยิ้มแย้มอย่างสดใส พวกเขาต่างดูมีความสุขไปกับการประมูลจริงๆ ภายใต้สายตาที่จับจ้องปรมาจารย์โอสถใบหน้าเหล่านั้นแสดงความชื่นชมออกมาอย่างชัดเจน เขาคงเป็นที่เคารพยำเกรงของผู้อื่นไม่น้อยเลย
"ท่านพ่อค่ะ เราจะไม่ลงประมูลสมุนไพรกันบ้างหรือ" ชิงหวนปิ๋งเอ่ยถาม
"เราไม่ได้จำเป็นต้องใช้มันหรือเจ้าอยากจะเป็นนักหลอมโอสถกันละ?" ผู้นำตระกูลชิงหวนกล่าวตอบ
"ข้าจะเป็นผู้ท่องยุทธภพ!!"
สามตระกูลใหญ่ต่างปล่อยผ่านไม่สนใจ ลูกหลานของพวกเขาต่างอยากจะเป็นผู้ท่องยุทธภพทั้งนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อสมุนไพรเพื่อไปเพิ่มระดับการหลอมโอสถ อู๋เหมิงสังเกตภาพตรงหน้าอยู่พักใหญ่ราคามันแน่นิ่งที่ 1000เหรียญทองสนิทก่อนปากจะเผยอออก "หนึ่ง..."
"1เหรียญอหังการ"
!!!!!
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังต้นเสียงอีกคราและเป็นดังห้วงความคิด!! บุคคลปริศนาภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลอีกแล้ว บ้านของมันผลิตเหรียญอหังการรึไง!! ราคาหนึ่งพันเหรียญทองพุ่งทะยานเสียดฟ้า ใบหน้าของปรมาจารย์โอสถแทบจะซีดขาวดั่งไร้โลหิตการประมูลครั้งนี้จะทำให้เขาทะลวงสู่นักหลอมโอสถระดับสูง ทว่า ราคาเหล่านั้นมัน!! มันแพงเกินปัญญาที่เขาจะหาได้!!
อู๋เหมิงพลันตื่นตะลึงงันอีกคราบุคคลปริศนาอีกแล้วครานี้ทั้งห้องโถงต่างเงียบสงัดเป็นเวลากว่าสิบลมหายใจแล้วที่ไม่มีใครต่อราคาต่อ อู๋เหมิงเริ่มจะนับในทันที "หนึ่ง"
"2เหรียญอหังการ"
!!!!
น้ำเสียงครานี้แตกต่างราวกับเป็นเสียงของบุรุษทุกดวงเนตรต่างจับจ้องไปยังต้นเสียง เจ้าของเสียงนั่นอยู่บนชั้นสองมันพิงระเบียงไม้พลางเปรยมองลงมาด้านล่าง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันได้สวมใส่หน้ากากสีดำทมิฬ ไม่มีกลิ่นอายหรือจิตสังหารแม้แต่น้อยราวกับเป็นคนธรรมดา ใบหน้าของผู้คนเริ่มจะกลายเป็นหวั่นเกรงและหวาดผวาก่อนใครบางคนจะเอ่ยขึ้น
"สมตามคำกล่าวโรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์สะท้านมหาแผ่นดิน" ทุกคนต่างได้ข่าวคราวมาจากวงในว่าในเมืองนี้มีเศรษฐีปริศนาปรากฏขึ้น ทว่า ไม่มีใครรู้ตัวตนของเขาหรือเศรษฐีที่เพิ่งเข้าเมืองมาจะมีจำนวนกี่คน มีข่าวลือด้วยว่าพวกเขาจะเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้
"นายท่านจะเอาไปทำอะไรหรือเจ้าคะ" น้ำเสียงนุ่มละไมพลันดังขึ้น เดซี่ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่านายท่านจะเอาโอสถสมุนไพรไปทำไม
"อยากเข้าหาอิสตรีเจ้าต้องมีเล่ห์เหลี่ยม เชื่อข้าไหมจบการประมูลนี้เธอจะต้องมาหาข้า" กาติรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมและเยือกเย็นในขณะที่เดซี่งุนงงอย่างที่สุด เธอไม่เข้าใจที่นายท่านพูดเลยสักคำ เขากำลังหมายถึงการเกี้ยวพาราสีใช่ไหม?
"และอีกอย่างโอสถสมุนไพรเจ้าพวกนี้มันสามารถช่วยรักษาบ่อกักเก็บพลังเวทย์ได้เป็นอย่างดีถ้าถึงขั้นเสนอราคาซะสูงขนาดนั้น เธอคงอยากจะได้มันจริงๆ"
กาติรัสกล่าวไม่ทันจะจบบุคคลปริศนาใต้ผ้าคลุมพลันเสนอราคาต่อทันที "5เหรียญอหังการ"
กาติรัสไม่รอช้าเขาพลันเสนอราคาต่อ "10เหรียญอหังการ"
ยิ่งต่อราคากันมากเพียงใดยิ่งปรากฏความน่าเกรงกลัว ราคาบิทมันสูงลิ่วจนแทบจะกระอักเลือดตาย!! จินตนาการภาพไม่ได้เลยว่าพวกเขาหาเงินมาได้ขนาดนั้นได้ยังไง!! มันราวกับความฝันที่เป็นจริง อภิมหาเศรษฐีกำลังประชันหน้ากัน
"20เหรียญอหังการ" บุคคลปริศนาพลันพุ่งราคาเป็น2เท่าตัวมันไม่ใช่เหรียญทองแต่เป็นเหรีญอหังการ!!
"50เหรียญอหังการ" กาติรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ใบหน้าของเหล่าผู้เข้าชมต่างซีดเผือดราวกับภูติผีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจากพวกสามตระกูลใหญ่ พวกเขากำลังล้อกันเล่นใช่ไหม? 50เหรียญอหังการนั่นมันเงินทั้งปีของตระกูลข้า!!! พวกมันเป็นคนผลิตเงินรึไงวะ!!!
อู๋เหมิงที่แทบจะช็อคจนสิ้นสติเธอไม่เคยหาเงินเข้าโรงประมูลได้มากมายขนาดนี้ เงินขนาดนี้ควรเป็นการประมูลสินค้าอย่าง "อุปกรณ์เวทย์ปกปิดค่าสเตตัส" สิ!! แต่นี่มันอะไรพวกเขากำลังประมูลโอสถสมุนไพรระดับสูงกันเท่านั้นเอง!!!
"ทะ...เทียบกันไม่ได้เลย"
"สวรรค์!! เป็นความร่ำรวยที่ได้แต่ฝันจริงๆ"
ไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงทรัพย์สินที่พวกเขาครอบครองการบิทราคาเงียบสงัดมาสักพักแล้วก่อนอู๋เหมิงจะกล่าวนับ "หนึ่ง" "สอง" "สาม"
ปึก...!
"ของประมูลชิ้นที่เก้าได้แก่หมายเลข 8923 นะคะเชิญมารับได้หลังเวทีนะคะ" อู๋เหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพอย่างชัดเจน คนคนนี้เทียบได้กับแขกพิเศษเงินที่เขาจ่ายมาแทบจะเป็นเงินเดือนของโรงประมูลทั้งเดือน!! ก่อนอู๋เหมิงจะกล่าวดำเนินพิธีต่อ "สินค้าชิ้นที่สิบนะคะ เริ่ม!!"
ปรากฏบางสิ่งบางอย่างที่ราวกับรวงข้าวจำนวนที่มีมันกองหนาบนแท่นประมูล แสงสีทองอร่ามส่องประกายวิบวับเป็นระยะๆ ไม่มีนักหลอมโอสถคนใดไม่รู้จักมัน!! โอสถสมุนไพรระดับครึ่งก้าวสู่สูงสุด!! "รวงข้าวยอดนภา" มันมักจะไปปรากฏอยู่บนภูเขาสูงเหนือเมฆและมักจะปรากฏเพียงหนึ่งต้นต่อสิบปีเท่านั้น!! สรรพคุณไม่ต้องพูดถึง มันสามารถรักษาร่างกายที่บาดเจ็บและเสริมสร้างระดับให้กับนักหลอมโอสถในเวลาเดียวกัน
ใบหน้าของฝูงชนแปรเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มอย่างที่สุดไม่มีใครไม่รู้จัก "รวงข้าวยอดนภา" เอาไปพูดให้เด็กน้อยฟังพวกเขายังรู้จักมันเลย สรรพคุณต่างเป็นที่กล่าวขานขจรไกล พวกเขาต่างอดทนรอคำพูดของอู๋เหมิง ใบหน้าเหล่านั้นอยากจะเสนอราคาเต็มทีแล้ว
"รวงข้าวยอดนภา!! เป็นโอสถสมุนไพรครึ่งก้าวสู่ระดับสูงสุด!! ขอเปิดประมูลที่10เหรียญทองค่ะ!!!"
หนึ่งเสียงฟังดังชัดที่สุด "10เหรียญอหังการ" เจ้าของเสียงกลับเป็นบุคคลปริศนาใต้ผ้าคลุมอีกแล้วไม่รีรอให้ทุกคนได้เสนอราคาเลย มันพลันพุ่งทะยานราคาสูงกว่าหนึ่งหมื่นเท่าตัว!!!
"50เหรียญอหังการ"
!!!!!
ราวกับการเล่นของคนรวยไม่มีผิดทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังเขาอีกแล้ว... กาติรัส... เขาเสนอราคาสูงลิ่วเสียดฟ้าทิ้งห่างจากราคาเก่าถึง 5เท่าตัว!! เป็นห้าเท่าตัวที่แพงหูฉี่มากๆ
ฝูงชนในห้องโถงและอู๋เหมิงที่แทบจะแข็งค้างกลายเป็นหินกันทั้งหมด สามตระกูลใหญ่ราวกับเด็กน้อยไปเลย งบประมาณที่พวกมันมียังไม่อาจเทียบเคียงได้กับบุคคลสวมหน้ากากตรงหน้าเลย เขาเพิ่งจะจ่ายไป 50เหรียญอหังการ! และเมื่อครู่เขาเพิ่งจะเสนอมันอีก 50เหรียญอหังการ!! เขามีเงินเยอะเสียยิ่งกว่ามหาเศรษฐีของเมืองเสียอีก ขนาดสามตระกูลใหญ่ล้วนมีกิจการกันทั่วทั้งหกจักรวรรดิพวกมันยังไม่กล้าเอาเงินมาใช้แบบนี้เลย!!
"อะ...เอ่อ" ผู้ดำเนินการมืออาชีพที่ไม่ควรมีเสียง เอ่อ อ่า หากแต่ยามนี้ต่อให้เป็นเจ้าของโรงประมูลเขาก็ให้อภัยเธอ ราคาที่ปรากฏราวกับความฝันไม่มีผิด "หนึ่ง "สอง" "สาม"
ปึก...!
คราวนี้กาติรัสเริ่มจับสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารเขาเปรยมองบุุคคลใต้ผ้าคลุมจากเบื้องบนราวกับราชาใบหน้าภายใต้หน้ากากล้วนนิ่งสงบราวกับผิวน้ำนิ่งสงัด เป็นครั้งแรกที่บุคคลใต้ผ้าคลุมมองมาที่เขา ไม่อาจมองเห็นหน้าตาของกันและกัน ทว่า เสน่ห์ของพวกเขากลับเอ่อล้นทะลักออกมาแค่มองผิวเผินยังบอกได้เลยว่าใบหน้าที่ปกปิดอยู่นั่นน่าดูชมมากเพียงใด
"สินค้าชิ้นที่สิบได้แก่หมายเลข 8923 นะคะ" อู๋เหมิงที่ตื่นเต้นจนแทบจะคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ คำพูดวาจาเริ่มเรียบเรียงไม่ถูกก่อนจะกล่าวอย่างแช่มช้า "ชะ...เชิญ เชิญสินค้าชิ้นที่สิบเอ็ดเลยนะคะ"
ปรากฏเป็นดอกไม้เพียงสามต้นต่างมีสีม่วงเข้มสนิทกลิ่นฉุนของสมุนไพรพลันแผ่ซ่านทั่วทุกมุมห้อง กลิ่นอายแบบนี้ รูปร่างแบบนี้เป็น "สามดอกดวงมาร" ไม่ผิดแน่นอน!! โอสถสมุนไพรขั้นสูงสุด(ระดับ10) สรรพคุณสุดล้นหลามต่อให้บาดเจ็บภายในจะรุนแรงเพียงใดล้วนสามารถรักษาได้โดยนำมันไปปรุงนอกจากจะมีสรรพคุณทางยาแล้ว การนำไปอัพระดับขั้นของนักหลอมโอสถก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน ต่อให้เป็นนักหลอมโอสถขั้นต่ำหากได้มันไปครอบครอง ฐานะของเขาคงพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดอาจทะลวงได้ถึงขั้นสูง!!
"สินค้าโอสถสมุนไพรชิ้นสุดท้าย!! สามดอกดวงมาร โอสถสมุนไพรขั้นสูงสุด!!! ขอเปิดประมูลที่ 50เหรียญทอง"
"50เหรียญอหังการ"
!!!!!
ค่าบิทราคาพุ่งสูงลิ่วเจ้าของเสียงครานี้ไม่ใช่บุรุษ ทว่า กลับเป็นบุคคลใต้ผ้าคลุม กาติรัสเผยยิ้มเล็กๆเขาคิดว่าเธอไม่สู้ราคามาตลอดเพราะไม่มีเงินพอ ที่ไหนได้เงินก็พอเพียงอยู่ก่อนชายหนุ่มจะกล่าว "100เหรียญอหังการ"
!!!!!!!!!!!!
ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจมันด้านชาไปหมดแล้วจะมีอะไรที่น่าตื่นเต้นกว่านี้อีก การได้เป็นพระยานในศึกประชันหน้าของเหล่าอภิมหาเศรษฐีก็นับว่าเป็นบุญตนแล้ว พวกเขาไม่ได้บิทราคากันเล็กน้อยหากแต่ต่างบิทราคากันเป็นเท่าตัว
ทุกผู้คนต่างดวงตาเบิกโพลงและแข็งค้าง 100เหรียญอหังการ!!! กับไอ้โอสถสมุนไพรอย่างสามดอกดวงมารเนี่ยนะ!! สมองของมันคงกลับกันแล้วกระมังราคาขนาดนี้ซื้อเมืองทั้งเมืองยังได้เลย!!
เงียบสงัด... เสียงของราคาก็ไม่มีใครกล้ากล่าวต่อ อู๋เหมิงที่แข็งค้างไปพลันคืนสติก่อนกล่าวนับด้วยใบหน้าเบิกบานใจเห็นทีเธอคงได้เงินแถมพิเศษก็คราวนี้แหละ "หนึ่ง" "สอง" "สาม"
สิ้นเสียงจบ!!! ก่อนอู๋เหมิงจะกล่าวชิ้นต่อไปอย่างไม่รีรอ นัยน์ตาคู่นั่นจ้องมองอภิมหาเศรษฐีใต้หน้ากากทมิฬอย่างไม่ลดละ เขาเดินลงมาจากชั้นสองเพื่อไปรับของทั้งหมดที่ประมูลได้ ทำไมเขาไม่รอรับทีเดียวหลังจบการประมูลทั้งหมด? หรือเขากำลังจะไปแล้ว? เพียงการก้าวเดินลงมาของเด็กหนุ่มกลับทำให้ฝูงชนเปิดทางราวกับการมาเยือนของราชา ท่าทางของพวกมันต่างเคารพยำเกรงอย่างบอกไม่ถูกคงจะตกตะลึงยิ่งกว่านี้หากได้รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั่นเป็นเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบห้าสิบหกปีเท่านั้น
ตึก ตึก ตึก
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ฟังเสียงอู๋เหมิงกันเลยพวกเขาทุ่มสายตาไปยังอภิมหาเศรษฐีปริศนาคนนี้ ภายใต้แววตาเหล่านั้นต่างแฝงไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย อิจฉา รังเกียจ เคารพและหมั่นไส้ พวกเขาอยากจะออกไปปล้นมันให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า เป็นที่แน่ชัดว่าไม่อาจส่องดูสเตตัสของมันได้เลยนอกจากอุปกรณ์เวทมนตร์ปกปิดสเตตัสที่จะนำมาวางขายในโรงประมูลนี้ คงมีเพียงคำตอบเดียว... มันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
กาติรัสคำนวณเรื่องนี้ไว้อยู่แล้วลืมเรื่องจี้ปล้นหลังตนออกจากโรงประมูลไปได้เลย ไม่มีใครกล้ากระทำแบบนั้นหรอกในที่สุดก็เดินเข้าหลังบานประตู ไม่มีสิ่งใดอยู่เลยนอกจากสิ่งของที่ตนได้ประมูลไว้ราวกับเป็นมิติล็อคๆ เพียงโยนจำนวนเงินตามที่ประมูลไปตัวล็อคก็จะปลดให้ทันที ใครประมูลได้อะไรมันก็ปรากฏออกมาให้เห็นหากเป็นผู้ที่แข็งแกร่งกว่าผู้ควบคุมมิตินี้ มันอาจจะสามารถแทรกแซงเพื่อนนำสิ่งของที่อยู่ในมิติออกมาทั้งหมด ถึงกาติรัสจะยังไม่แข็งแกร่งนักแต่มันสามารถกระทำเรื่องแบบนั้นได้ ทว่า มันยังไม่อยากมีปัญหาในตอนนี้
กาติรัสที่รับของประมูลมาแล้วพลันเดินขึ้นสู่ชั้นสองต่อในทันที กลิ่นอายของความยิ่งใหญ่ต่างแผ่ซ่านขจรไกล หากเขาแสดงใบหน้าออกมาเป็นที่แน่นอนว่าไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามผู้คนล้วนอยากจะจดจำใบหน้าของเขาให้ขึ้นใจ สายตานับหมื่นคู่ต่างจับจ้องเขาไม่ลดละตั้งแต่เข้าไปรับของยันขึ้นสู่ชั้นสอง ทว่า สิ่งที่เด็กหนุ่มสนใจกลับมีเพียงสายตาเดียว "สายตาของบุคคลใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาล" แม้จะมีหน้ากากสีดำทมิฬแต่เขาก็ยังมองไปทางบุคคลปริศนาพลางส่งยิ้มอย่างมีเลิศนัย เพียงสามลมหายใจเด็กหนุ่มพลันหันหลังกลับและเดินออกจากโรงประมูลไป
แอ๊ดดด
ประตูถูกเปิดออกปรากฏเป็นทางยาวอีกคราเขาเดินผ่านผู้เฝ้าประตูทั้งสองอย่างไม่สนใจถึงกระนั้น พวกเขาต่างกล่าวเป็นเสียงเดียว "ขอขอบคุณที่มาเข้าร่วมขอรับ"
เด็กหนุ่มเดินออกจากโรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์สิ่งที่ตนต้องการคือชื่อเสียงของบุคคลสวมหน้ากากสีดำทมิฬซึ่งเขาทำได้สำเร็จแต่ทว่าตอนนี้เด็กหนุ่มกลับสนใจในอีกจุดประสงค์ยิ่งกว่า ความงดงามภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลนั่น ภายใต้หน้ากากทมิฬกาติรัสที่แทบจะเผยยิ้มร่าประดุจปีศาจร้ายเขาพลันหันหลังกลับไปมองหน้าประตูโรงประมูลอีกครา เป็นไปตามที่คาดไว้ เธอตามข้ามาจริงๆ
บุคคลปริศนาภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลเริ่มจะเอ่ยกล่าว "ท่านต้องการอะไร"
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,294 พลังกาย:138,859 พลังเวทย์:745,041 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ