ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 52 ปุริมกุฑรากับฤษิวิศรุต 2

            ฤษิวิศรุตค่อยหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ

            “การยังชีวิตให้เป็นอมตะ แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของทุกคนรวมทั้งปุริมกุฑราที่เป็นพยาน ทำให้ข้ากลายเป็นผู้นอกรีต”
    ท่านได้ลืมตาขึ้นพร้อมกับกล่าว“เจ้าทั้งสองดูที่เศษซากกองดินจากจอมปลวกนั่น”

            ร่างเสมือนกายแสงของเทวินและร่างทิพย์ของพญาเสือดำหันมองไปที่ซากกองดินปลวกค่อยเห็นว่ามีเศษผ้าซากก้อนมวยผม
    แล้วยังมีนางพญาและราชาปลวกออกจากกระเปาะค่อยไต่ขึ้นมาให้เห็น

            “นางพญาและราชาปลวกเป็นสิ่งที่ข้าใช้เป็นสื่อกลางสำหรับการกลับมาจากความตาย”

            “อ๊ะ!!..นี่มัน ท่านใช้พวกนี้เป็นสื่อกลาง”

            “ใช่ตัวนางพญาและราชาปลวกที่ข้าใช้นี้มันมีอายุร่วม 20-30 ปี”

            “ก่อนมันหมดอายุยังได้กำหนดคู่ต่อไปไว้ได้นี่เป็นวัฎจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุดจนกว่าโลกจะแตกดับ”

            “โอ้!!...” เทวินร้องอุทานส่วนพญาเสือดำแยกเขี้ยวคำรามเบาๆ

            “ข้าค้นพบวิธีใช้อำนาจจิตผ่านสื่อกลางชนิดนี้แต่ตอนนี้ข้าได้เปลี่ยนใจแล้ว การกำหนดโดยอำนาจจิตของข้า ใช่ว่าจะควบคุม
    ทุกสิ่งทุกอย่างได้เสมอไป ข้าพบว่าเป็นเช่นนั้นจึงปล่อยชีวิตอมตะนี้ไป”

            “วิชานี้เกิดขึ้นในยุคสมัยที่พวกผมอยู่!?”เทวินถามและนึกไปถึงการกลับมาจากความตายของมังค์งิง

            “ใช่ แต่ไม่เป็นไปโดยตรงผู้ที่กลับมาจากความตายคนนั้นเขาจะยังไม่มีอำนาจจิตพอ มันยังต้องรออีกช่วงระยะเวลา”
    ฤษิวิศรุตค่อยหลับตาลงอีกครั้ง

            “สิ่งที่ข้าควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นจากกาลนี้ไปราวๆ 3,700 ปี ข้างหน้า ยุคที่พวกเจ้าอาศัยอยู่ เหตุนี้พวกเจ้าจึงต้องมาที่นี้ด้วยกายแสง”
    ท่านจึงค่อยลืมตาขึ้นอีกครั้ง

            “ข้ากำหนดไว้เองข้าใกล้สิ้นสุดลมหายใจ ได้กำหนดดูและรู้ได้ว่าอีก 3,700 ปีข้างหน้าข้ากลับมามีชีวิตได้อีก จากความตายตรงนี้
    ข้าก็เพียงแค่หลับไปตื่นหนึ่งเท่านั้น”

            “หรือว่า!!..ท่านจะกลับมาในร่างของคนที่กลับมาจากความตายคนนั้น?”

            “อืม...ถูกเพียงครึ่งหนึ่งหลังจากข้าสิ้นลมตรงนี้ อำนาจพลังจิตของข้าจะไปอยู่ในร่างนั้นกระทั้งคนผู้นั้นตายลงอีกครั้ง
    วิญญาณของคนที่พญาปลวกเลือกจะเป็นของข้าในที่สุดและข้าจะกลับมามีลมหายใจอีกครั้งที่ตรงนี้”

            “แต่ 3,700 ปีข้างหน้านั้นข้ากลับกำหนดนางพญาและราชาปลวกไม่ได้ มันกลับพากันเลือกร่างเองทำให้ข้าต้องไม่ละทิ้งลมหายใจ
    ในตอนนี้ อยู่รอพวกเจ้ามาที่นี่”

            “เอ๊ะ!!...ท่านรู้ว่าพวกเราจะมาที่นี้?”เทวินเอ่ยถาม

            “ข้ารู้ว่าเกิดสิ่งที่ผิดพลาดข้าเคยผิดพลาดต่อปุริมกุฑรากับภริยาของเขาที่เป็นคนดีแต่ครั้งนี้ข้าจะผิดบาปไปมากยิ่งกว่า
    ถ้าอำนาจพลังจิตของข้าไปอยู่ในร่างโจรผู้ร้าย”

            “ข้ายังไม่ทิ้งลมหายใจรวบรวมอำนาจพลังใจที่ยังพอมีอธิฐานให้ข้าไม่ก่อบาปกรรมนี้ โชคดีที่แรงอธิฐานของข้าเป็นผล
    แรงอธิฐานสุดท้ายของข้ากลับส่งอิทธิพลต่อร่างทิพย์ของพญาเสือดำที่อยู่กับเจ้า”

            เพราะเหตุนี้ร่างทิพย์ของพญาเสือดำจึงพาร่างเสมือนกายแสงของเทวินมาที่นี่

            “อ๋อ...ครับ” เขาตอบรับและเข้าใจสิ่งที่กำลังได้รับฟังอยู่

            “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไม ทุวากะคู่นั้นที่เดิมได้เลือกอยู่เป็นคู่บุญคู่บารมีกับปุริมกุฑราผู้เป็นเจ้ากษัตริย์แห่งลุ่มน้ำสินธุ
    ทำไมจึงได้มาหาข้าและตกลงจะพาข้าไปสถานที่อื่น”

            “..........”

            “ที่พวกมันมาไม่ใช่เพราะตัวข้าแต่เป็นเพราะวิญญาณปุริมกุฑรากับภริยาของเขา ที่ข้าได้กลืนกินไปด้วยความโกรธของข้าในตอนนั้น”

            “เออ...นี่ท่านกลับมาครั้งหนึ่งแล้ว?”

            “อืม..ก่อนหน้านี้ข้าตายไปแล้วครั้งหนึ่งแต่อาศัยนางพญาและราชาปลวกคู่ตอนช่วงพลัดเปลี่ยนตัวรับสืบทอดที่กลายเป็นสัตว์ปีก
    ค่อยๆ กลืนกินปุริมกุฑราสองสามีภริยา กระทั้งกลับมาเป็นพญาปลวก”

            “พวกมันจะค่อยกินไปอย่างช้าๆไม่กี่ปีพวกเขาก็ได้ตกตายและวิญญาณที่ถูกกินไปนั้นท้ายสุดเป็นของข้า กระทั้งข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง”

            “หลังวิญญาณปุริมกุฑราเป็นของข้าทุวากะ คู่นั้นจึงไม่ผสมพันธุ์ ทำให้พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้เพียงคู่สุดท้ายที่จะมีอยู่บนโลกนี้”

            “โอ้!!...นี่คือยูนิคอนคู่สุดท้ายของโลก…..”

            “มันเป็นบาปกรรมที่ข้าได้ทำลงไปด้วยโทสะที่ถูกการไม่ยอมรับจากผู้อื่น กระทั่งกลายเป็นคนนอกรีด” ฤษิวิศรุตค่อยหลับตาลงครู่หนึ่ง

            ทุวากะ หรือที่เทวินเรียกว่ายูนิคอนทั้งสองตัวได้กลับมายังใต้ต้นอัสสัตถะนี้อีกครั้ง

            “พวกเจ้ามีร่างเสมือนกายแสงจึงสามารถเดินทางผ่านกาลเวลามาได้ไกล3,700 ปี นี่ไม่ใช้บุคคลทั่วไปจะมีได้ ให้พวกเจ้า
    ใช้ร่างเสมือนกายแสงตามข้าไปป่าต้นทับทิม”

            “ข้าจะสิ้นลมหายใจที่นั่นโดยไม่กลับมาในชีวิตอมตะจากวิญญาณผู้อื่นอีกหลังข้าสิ้นลมพวกเจ้าจะได้วิธีจัดการนางพญาและราชาปลวก
    ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น”

            “แม้ตอนนี้ข้าควบคุมพวกมันไม่ได้แต่ข้าก็ทำลายวิชาอาถรรพ์พวกมันได้เช่นกันแต่ต้องอาศัยพวกเจ้า ไม่เช่นนั้นอำนาจพลังจิต
    ก่อนตายจะไปอยู่กับคนผู้นั้นทั้งหมด”

            “ได้ครับพวกเราจะตามท่านไปยังป่าต้นทับทิม”

            ฤษิวิศรุตค่อยลุกขึ้นเดินไปขึ้นบนหลังยูนิคอนตัวหนึ่ง ยูนิคอนทั้งสองตัวก็ได้ทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างเสมือนกายแสง
    ของเทวินและพญาเสือดำก็พุ่งทะยานตามไป

            ยูนิคอนวิ่งด้วยความรวดเร็วมากจากการวิ่งเรียบริมธารสักระยะก็วิ่งผ่านป่าตามแนวเขา ใช้เวลาช่วงหนึ่งทั้งหมดพากันเลี้ยวไป
    ตามทางร่องหุบเขาที่มีหน้าผาเป็นหินสีขาวสวยงามและมีธารน้ำสายเล็กๆ เรียบธารน้ำไปถึงป่าไม้มะเดื่อแล้ววิ่งเลี้ยวขึ้นเนินเขาแห่งหนึ่ง
    นี่เป็นป่าต้นทับทิม

            ถึงเนินเขาป่าต้นทับทิมสองยูนิคอนก็ได้หยุดวิ่งแล้ว ฤษิวิศรุตลงจากหลังยูนิคอน หาที่นั่งได้เหมาะแล้วจึงได้นั่งขัดสมาธิ
    ร่างเสมือนกายแสงของเทวินและพญาเสือดำก็ได้นั่งลงในที่ใกล้กัน

            ป่าต้นทับทิมนี้เป็นป่าโปร่งมีหญ้าและต้นไม้ขึ้นไม่มาก แต่ได้มีต้นทับทิมจำนวนหลายร้อยต้นหลายต้นได้ออกผลทับทิมลูกใหญ่น่ากิน

            “อืม..หลังจากข้าหลับตาลงแล้วพวกเจ้าไม่ต้องเรียกข้า เพราะว่าข้าจะไม่กลับมาอีกเจ้าคอยดูและตามทุวากะคู่นี้ไปที่เนินคนตาย”

            “เนินคนตาย!?”

            “อืม...เนินคนตายตอนนี้จะยังไม่มีใครอยู่ที่นั่น”

            “ทุวากะจะไปที่นั่นหลังข้าสิ้นลมพวกเจ้าจงตามไปและให้รอคอยอยู่ที่เนินคนตายถึงก่อนรุ่งอรุณ แล้วจะได้ยินเสียงไก่จำนวนหลายตัว
    ร้องขันมาตามสายลม”

            “รอจนกว่าเสียงไก่ร้องขันนั้นหายเงียบหายไปพญาไก่ฟ้าจะมาปรากฏตัวช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากพญาไก่นั้นไปแล้วก็ให้พวกเจ้า
    กลับไปสู่ยุคเวลาของเจ้าได้”

            “ในยุคกาลเวลาสมัยของพวกเจ้าพญาไก่ฟ้าจะไปช่วยให้พวกเจ้าสามารถกำจัดอาถรรพ์พญาปลวก เมื่อใดที่เจ้าได้ยินเสียงร้องขันก้อง
    มาตามสายลมพวกเจ้าจะรู้ได้เอง”

            ถึงตอนนี้ฤษิวิศรุตก็ได้ค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆร่างกายที่ซูบผอมมีหนังหุ้มกระดูก ผิวกายสีดำไร้ซึ่งผ้านุ่งอาภรณ์ ไร้เกศาและ
    เส้นขน ได้หลับตาลงและนิ่งสนิทอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ

            ในยามที่สายลมโชยพัดผ่านมาวูบหนึ่ง เห็นเป็นเงาร่างคนลางๆค่อยลอยออกจากร่างกายที่นิ่งสนิทในท่านั่งขัดสมาธิของฤษิวิศรุฒ

            “HH..H..H..ๆๆ”

            “HH..H..H..ๆๆ”

            ยูนิคอนทั้งสองตอนนี้ยกขาคู่หน้าทั้งสองขึ้นส่งเสียงร้องขึ้นพร้อมกัน แสดงออกถึงความยินดียิ่ง เงาร่างคนลางๆ สองสายลอยขึ้นไป
    อยู่บนหลังยูนิคอน

            ยูนิคอนคู่เดินเป็นวงกลมสามรอบก่อนวิ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยดวงวิญญาณของปุริมกุฑราสองสามีภริยา
    กษัตริย์และราชินีแห่งลุ่มแม่น้ำสินธุ

            “ไปที่เนินคนตาย” เทวินและร่างทิพย์ของพญาเสือดำมองไปที่ร่างของฤษิวิศรุฒ “ผมเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านมากครับ”
    ร่างทิพย์ของพญาเสือดำส่งเสียงคำรามก่อนกระโจนตามยูนิคอนคู่ไปและร่างเสมือนกายแสงของเทวินก็ทะยานตามไปแล้วเช่นกัน

            ฤษิวิศรุฒท่านได้ปล่อยวางแล้วต่อความเป็นอมตะนั้น ตอนนี้ดับนิ่งไปในท่านั่งขัดสมาธิในป่าต้นทับทิม

            ‘ดับไป...โดยที่จะไม่กลับมาอีก’