กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 เยี่ยเฟิงปะทะหยางลู่ (1)

            หยางลู่แสดงผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆจากในหลายๆ นัดที่ผ่านมา การใช้ดาบนั้นทั้งคล่องแคล่วและหลากหลายทำให้สามารถเอาชนะมาได้ติดต่อกันหลายครั้ง บวกกับหน้าตาที่ทั้งงดงามนิสัยที่อ่อนโยนน่ารักทำให้นางได้รับการสนับสนุนจากผู้คนเป็นจำนวนมากภายในเวลาเพียงสองวัน

            แต่ผู้ชมเกือบทั้งหมดก็คาดการณ์ผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้เอาไว้ในใจแล้ว!

            นั่นคือเยี่ยเฟิงชนะ!

            ทว่าเหตุผลที่การประลองครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่อยากรู้ว่าเยี่ยเฟิงจะลงมือทำร้ายหยางลู่ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ผู้เป็นหญิงงามที่ทั้งน่ารักและเรียบร้อยเช่นนี้ได้อย่างไรเขาจะทำร้ายนางในทันทีเลยหรือไม่ หรือจะต่อสู้กันสักหลายดาบเป็นการให้เกียรติคู่ต่อสู้หญิงงามก่อนแล้วค่อยเอาชนะนางภายหลัง

            เซียวหลิงอวิ๋นเองก็ให้ความสนใจกับการประลองนัดนี้ด้วยเช่นกัน!

            มีเพียงเซียวหลิงอวิ๋นเท่านั้นที่รู้ว่าหลังจากที่เขาได้ชี้แนะแนวทางให้หยางลู่แล้วความสามารถของนางก็พัฒนาขึ้นอย่างมากแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถเอาชนะหยางลู่ได้ในกระบวนท่าเดียวถึงแม้ว่าวิชาดาบของเยี่ยเฟิงนั้นจะรุนแรงกว่า แต่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาชนะได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน การประลองครั้งนี้อาจทำให้คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึงก็ได้หยางลู่จะบังคับให้เยี่ยเฟิงต้องงัดไพ่ตายบางอย่างออกมาเพื่อเอาชนะ!

            ...

            การประลองครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงเซียวหลิงอวิ๋นเท่านั้นที่ให้ความสนใจแต่จ้าวหนีอิ่งและชายชราเคราแพะที่อยู่บนอัฒจันทร์เองก็รอคอยอย่างจดจ่อ!

            ทั้งสองคนอยากเห็นว่าหยางลู่ที่ได้รับการชี้แนะจากหัตถ์ทองเซียวหลิงอวิ๋นนั้นจะสร้างผลงานที่น่าทึ่งอย่างไร!

            เมื่ออาจารย์ผู้ตัดสินประกาศรายชื่อผู้เข้าประลอง!

            เยี่ยเฟิงและหยางลู่ทั้งสองคนก็ก้าวเข้าสู่สนามประลองอย่างช้าๆท่ามกลางสายตาของผู้คน

            หยางลู่มองไปที่เยี่ยเฟิงตรงหน้าเสียงที่ไพเราะเสนาะหูของนางก้องกังวานขึ้น “ศิษย์น้องเยี่ยเป็นบุตรแห่งสวรรค์หากการประลองนัดนี้จัดขึ้นในวันแรกของการประลองรอบสิบคน ข้าก็คงจะยอมแพ้ไปแล้วแต่เมื่อคืนนี้และคืนก่อนหน้านั้นเป็นสองค่ำคืนที่ข้าจะไม่มีวันลืมเพราะใครบางคนทำให้การใช้ดาบของข้าพัฒนาขึ้นอย่างมาก!ในวันนี้ข้าจึงอยากจะพิสูจน์ให้เขาคนนั้นได้เห็นว่า ข้า หยางลู่ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่น และข้าจะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวข้าเพราะตัวข้าก็จะรู้สึกทั้งมีความสุข ทั้งภูมิใจและยินดีกับความสำเร็จนี้ของเขาเช่นกัน”

            คำพูดของหยางลู่ทำให้ผู้ชมหลายพันคนในสนามประลองพากันรู้สึกตกใจ!

            รอยยิ้มที่มุมปากของเซียวหลิงอวิ๋นค่อยๆแข็งทื่อ! ในดวงตาของเขามีความเย็นชาปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง!

            “คะ...คะ...คำพูดของเทพธิดาหยางลู่ฟังดูเหมือนกำลังสารภาพรักกับใครบางคนอยู่เลย!”

            “เจ้าหมอนั่นโชคดีเป็นบ้า เทพธิดาถึงกับสารภาพรักด้วยตนเอง!และยังเป็นการสารภาพรักต่อหน้าผู้คนมากมายอีกด้วย หากเป็นข้านะข้าจะออกมายืนและยืดอกยอมรับต่อหน้าผู้คนอย่างแน่นอน!”ศิษย์ชายคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น!

            “เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าที่จับจ้องน่ะเป็นสายตา ไม่ใช่ดาบและหอกนับพัน?” คนข้างๆ พูดขึ้นอย่างประชดประชัน

            ท่ามกลางฝูงชนจ้าวหนีอิ่งก็ขยับริมฝีปากสีแดงของนางเบาๆ พูดอย่างไร้เสียง นางผู้หญิงเจ้าเล่ห์!

            พร้อมกับมองไปทางหยางลู่ด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม!

            เมื่อหนึ่งปีก่อนหยางลู่ได้เข้าหานางและฉินหรูเยียนอย่างมีจุดประสงค์จ้าวหนีอิ่งนั้นไม่ค่อยชอบหญิงสาวผู้นี้ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกดูเหนียมอายและเรียบร้อยแต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนหัวสูงและเห็นแก่ตัวน่าเสียดายที่ฉินหรูเยียนมีนิสัยเหมือนผู้ชาย ใจกว้างเป็นที่หนึ่งจึงไม่สังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้

            กระนั้นจ้าวหนีอิ่งเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น!ดังนั้นนางจึงไม่เคยพูดเรื่องนี้กับฉินหรูเยียนมาก่อนทำเพียงรักษาความสัมพันธ์กับหยางลู่เอาไว้ในระดับที่ไม่ใกล้ชิดไม่ไกลห่างด้วยเหตุนี้ ในสายตาของคนอื่น ความสัมพันธ์ระหว่างนางและฉินหรูเยียนจึงสนิทสนมกว่าหยางลู่มาก!

            ...

            ชายชราเคราแพะบนอัฒจันทร์ที่เดิมทีมีสีหน้ายิ้มแย้มหลังจากได้ยินคำสารภาพของหยางลู่ ใบหน้าของผู้อาวุโสในสำนักหลักก็มืดดำลงทันที!

            คนอื่นอาจไม่รู้ว่าคนที่หยางลู่เอ่ยถึงนั้นคือใครแต่ตัวเขารู้อย่างชัดแจ้ง!

            ตัวเขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์เมื่อวานซืนแต่เมื่อคืนนี้เขาได้เห็นด้วยตาของตัวเอง และได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่เห็นว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะมีเจตนาแอบแฝงใดๆ ต่อนางเลย

            ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองก็ยังอายุน้อยอยู่ เซียวหลิงอวิ๋นอายุเพียงสิบสี่ปีเศษเท่านั้นส่วนหยางลู่เองก็เพิ่งจะอายุครบสิบหกยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องกำหนดคู่บำเพ็ญด้วยซ้ำ!

            หรือต่อให้กำหนดเป็นคู่บำเพ็ญด้วยกันจริงๆแต่ด้วยพรสวรรค์และตัวตนอันลึกลับที่ยังไม่รู้แน่ชัดของเซียวหลิงอวิ๋นในฐานะคู่บำเพ็ญ ผู้อาวุโสกลับไม่คิดว่าหยางลู่จะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยแม้แต่น้อย!ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าอัจฉริยะที่แท้จริงจากอาณาจักรอื่น แม้แต่ในอาณาจักรซินโยวหรือแม้แต่ในสำนักวิญญาณเมฆา หรืออาจจะแม้แต่ในสำนักแห่งนี้ หากพูดถึงพรสวรรค์รูปลักษณ์ และชาติตระกูลแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไหนก็ตามกล่าวตามตรงเลยว่าหยางลู่ไม่สามารถเข้าถึงสิบอันดับแรกได้ด้วยซ้ำ!

            นางไปเอาความมั่นใจมากมายนี้มาจากไหนถึงกล้าประกาศต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้! การประกาศออกไปเช่นนี้ก็เหมือนเป็นการบีบบังคับเซียวหลิงอวิ๋นอย่างกลายๆ มิใช่หรือ?

            ในเวลานี้ความประทับใจที่มีต่อศิษย์สาวที่ดูเรียบร้อยของชายชราก็ลดลงอย่างมาก!

            เดิมทีหยางลู่ต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อยึดตำแหน่งคนรักของเซียวหลิงอวิ๋นอย่างรวดเร็วทว่าหญิงสาวเจ้าเล่ห์คนนี้คงไม่คิดฝันว่า ความฉลาดของนางจะกลับกลายเป็นความโง่เขลาการประกาศออกไปเช่นนี้ได้ทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีเอาไว้ในใจของเซียวหลิงอวิ๋นจ้าวหนีอิ่ง และผู้อาวุโสของสำนักหลักซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทั้งสามเรียบร้อยแล้วความประทับใจที่ไม่ดีนี้ แน่นอนว่าไม่สามารถแก้ไขได้จนถึงท้ายที่สุด!

            ...

            “ถ้าอย่างนั้นก็ดีขอเยี่ยเฟิงคนนี้ได้ประเมินกระบวนดาบอันน่าทึ่งของศิษย์พี่หลังจากที่ได้รับการพัฒนาอย่างมากจากบุคคลลึกลับคนนั้นหน่อยเถอะ!”เยี่ยเฟิงดีดดาบในมือด้วยสีหน้าผ่อนคลาย แต่ก็แฝงไปด้วยความมั่นใจ!

            “ขอศิษย์น้องอย่าได้ออมมือ!” มุมปากของหยางลู่มีรอยยิ้มแฝงไปด้วยความอวดดีและความมั่นใจ!

            เดิมทีศิษย์จำนวนมากยังคงคาดเดากันอย่างดุเดือดว่าบุคคลที่หยางลู่พูดถึงคนนั้นคือใครกระทั่งเห็นทั้งสองคนเผชิญหน้ากันแล้วต่างก็พากันหยุดคุยและหันหน้าไปที่กลางเวทีแทน

            แม้ว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะสามารถทำให้จ้าวหมิงเจี้ยนพิการได้ในสามกระบวนดาบแต่ในใจของศิษย์ระดับกลางส่วนใหญ่ที่มาชมการประลอง เมื่อพูดถึงวิชาดาบแล้วผู้ที่เก่งกาจที่สุดก็ยังคงเป็นดาบโลหิตเยี่ยเฟิงกระบวนดาบที่ฝึกฝนจากการฆ่าฟันนั้นทำให้เต็มไปด้วยความอำมหิต เรียบง่าย รุนแรงแต่ใช้งานได้จริง หากความแข็งแกร่งด้อยกว่าแม้เพียงเล็กน้อยก็ยากที่จะต้านทานดาบของเขาได้มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่าเทียมกันหรือเหนือกว่าเขาเล็กน้อยเท่านั้นถึงจะสามารถต่อกรกับเขาได้

            ส่วนหยางลู่ที่บอกกับเยี่ยเฟิงว่าอย่าได้ออมมือและใช้พลังทั้งหมดจากสีหน้าที่มั่นใจของนาง ทำให้รู้ได้ว่าหญิงสาวที่ดูเรียบร้อยคนนี้พูดจริงไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ชมจำนวนมากคาดหวังกับการประลองครั้งนี้เท่านั้น!

            ไม่แน่ว่าเทพธิดาหยางลู่อาจจะพลิกโฉมทำให้เยี่ยเฟิงพ่ายแพ้ได้จริงๆนั่นจะสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งสำนักอย่างแน่นอน!

            บนเวทีในสนามประลอง

            เยี่ยเฟิงสวมชุดดำสายตาเย็นยะเยือก สีหน้าเฉยเมยลำตัวตรงแน่วราวกับดาบอันล้ำค่าที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเวที

            ฝั่งตรงข้ามอยู่ห่างออกไปสิบห้าเมตรเทพธิดาหยางลู่ก็มีสีหน้าและท่าทางที่สงบนิ่ง แฝงไปด้วยความสง่างาม

            “ศิษย์พี่ หวังว่าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” เยี่ยเฟิงจับฝักดาบด้วยมือซ้ายยื่นมือขวาออกไปจับด้ามดาบแล้วพลังปราณที่หนาแน่นก็เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ดาบอย่างต่อเนื่องพร้อมที่จะปลดปล่อยการโจมตีที่ร้ายแรงตลอดเวลา

            “เชิญศิษย์น้องแสดงฝีมือได้เลย!” หยางลู่หัวเราะเบาๆ!ออร่าของนางดูสงบนิ่งราวกับสายลมและก้อนเมฆ!

            “ฟิ่ว!”

            เยี่ยเฟิงเริ่มเคลื่อนไหวตัวของเขาราวกับดาบที่ถูกชักออกจากฝักพุ่งเข้าหาหยางลู่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูง

            ภายในชั่วพริบตาระยะห่างระหว่างทั้งสองก็ลดลงจนเหลือเพียงห้าเมตร

            “แกร๊ง!”

            เยี่ยเฟิงยกมือขวาขึ้นมาพร้อมกับดาบยาวที่ชักออกจากฝัก แสงดาบสีแดงเข้มเหมือนจะดูช้าแต่แท้จริงแล้วเร็วมากปรากฏจากบนลงล่าง ราวกับฝันร้ายที่ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างทำให้ผู้คนไม่สามารถมองออกได้ว่าเขาคิดจะโจมตีจุดไหนกันแน่

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】 ที่คุณอ่าน