The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่99 บุกดันเจี้ยน6

              “แล้วจะพักใกล้ทะเลสาบอย่างงั้นสินะ” เรเวลถาม

              “ก็คงต้องตามนั้นแหละค่ะ..เพราะพักใกล้แหล่งน้ำ..มันสะดวกกว่านี่คะ” เซซิเลียตอบกลับไปแบบนั้น

              หลังทุกคนตกลงพร้อมใจจะพักในตำแหน่งใกล้ทะเลสาบ..แต่ละคนก็ได้หยิบสัมภาระต่างๆออกมาจากกระเป๋าเวทย์มนต์ของตัวเอง

              กระเป๋าเวทย์มนต์ขนาด 1 ฝ่ามือ แต่ภายในเป็นมิติขนาดใหญ่ที่ใส่ของได้แทบไม่จำกัด

              สัมภาระที่ใส่ในกระเป๋ามีถุงนอน โคมไฟ อุปกรณ์จุดไฟ เสบียงอาหารต่างๆ และอุปกรณ์ประกอบอาหาร....แน่นอนว่าก็มีแคปซูลห้องน้ำขนาดเท่าเมล็ดพืชซึ่งเก็บไว้กับหัวหน้าปาตี้ของแต่ละกลุ่มเช่นกัน

              นักเรียนหญิงกับนักเรียนชายได้แบ่งโซนกันนอนในตำแหน่งริมทะเลสาบ ซึ่งผู้ชายจะนอนฝั่งตรงข้ามกับผู้หญิง โดยมีทะเลสาบขนาดใหญ่กั้นอยู่ตรงกลาง

              ส่วนห้องน้ำนั้นได้โรยเมล็ดแคปซูลไว้หลังพุ่มไม้ตำแหน่งหลังทะเลสาบ

              เรเวลกับรูอันได้ปักหลักวางถุงนอนและโคมไฟ ณ ตำแหน่งหนึ่งในฝั่งผู้ชาย..พอเสร็จแล้วเรเวลได้เดินไปตรงพุ่มไม้หลังทะเลสาบ..ตัวเขาได้โรยเมล็ดแคปซูลลงบนพื้นดิน

              ‘ปุ๋มมมมม…’ เกิดควันสีชมพูลอยฟุ้งไปทั่ว

              หลังควันสีชมพูจากหายได้ปรากฎห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กขึ้น

              “จะว่าไปขนาดมันเล็กเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?” เรเวลยืนเท้าคางแล้วเอ่ยออกมา

              “นั่นสินะครับ..ขนาดมันใหญ่กว่าตู้จดหมายหน่อยเดียวเอง..” รูอันกล่าวเสริมแบบนั้น

              “เอาเถอะ..ยังไงมันก็สูงพอที่คนธรรมดาจะเดินเข้าไปได้ล่ะนะ…ถ้างั้นฉันขอเขาไปก่อนแล้วกัน”

              เรเวลเปิดประตูห้องน้ำออกแล้วเดินเข้าไป...จากนั้นจึงค่อยๆปิดประตู

              'เอี้ยดด..ปัง!'

              ตัวเขาตกใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นทันที

              “โห!!…กว้างโคตรๆๆเลยแหะ”

              ข้างในมีห้องส้วมอยู่หลายห้อง โถปัสสาวะอยู่หลายโถ อ่างล้างมืออยู่หลายอ่าง และที่สำคัญมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และฝักบัวจำนวนมากด้วย โดยทุกอย่างตกแต่งอย่างหรูหราและปูพื้นด้วยกระเบื้องอย่างดี

              ‘อย่างงี้นี่เองสินะ…ข้างในห้องน้ำนี้เป็นอีกมิติหนึ่งที่อุปกรณ์เวทย์มนต์ได้สร้างขึ้นนี่เอง…แม้ดูจากภายนอกจะมีขนาดเล็ก..แต่ที่มันพอใช้สำหรับหลายคน..เพราะข้างในมันมีมิติขนาดใหญ่ซ่อนอยู่’

              เรเวลเดินไปล้างหน้า และเริ่มทำภารกิจส่วนตัว 

              ตัวเขาถอดชุดเกราะวางเรียงกับพื้น หลังจากนั้นค่อยๆถอดเครื่องแบบนักเรียนออก

              ‘ชุดเครื่องแบบนักเรียนเสียหายหนักเลยแหะ..ดีนะที่เอาชุดสำรองมาเผื่อด้วย..’

              เรเวลหยิบชุดออกมาจากกระเป๋าเวทย์มนต์ส่วนตัวแล้ววางเรียงไว้บนราวตากผ้าในห้องน้ำ

              หลังถอดเสื้อผ้าออกหมดเขาเดินไปที่ฝักบัวกับอ่างอาบน้ำทันที

              ‘ไม่มีเวลามาแช่น้ำแหะ..เพราะรูอันรออยู่ข้างนอก..ต้องรีบอาบน้ำให้เสร็จแล้วล่ะ’

              ตัวเขาหยิบฝักบัวขึ้นมาอาบแทน

              หลังอาบเสร็จได้ภายใน5นาที

              ตัวเขารีบใส่เสื้อผ้าและสวมชุดเกราะทับด้วยเวลาอันรวดเร็ว..แล้วเปิดประตูห้องน้ำออกไป

              “ฉันเสร็จแล้วรูอัน..ขอโทษทีนะ..แต่นายเชิญต่อเลย”

              “เอ๋!!…ดะ..เดี๋ยวก่อนเรเวล..นายเพิ่งเปิดประตูเข้าไปเมื่อกี้เองไม่ใช่หรอ”

              “หืม?..ก็ใช่ไง..แต่ฉันใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำไม่น่าเกิน10นาทีนะ”

              “แต่ว่าจากที่นายเข้าไปในห้องน้ำเมื่อกี้เวลามันไม่น่าจะผ่านไปถึง1วินาทีด้วยซ้ำ”

              “หา?..หมายความว่าไง..”

              “ก็ไม่รู้เหมือนกันสิครับ..ตามมุมมองของผมคือเห็นนายเปิดประตูเข้าไป หลังปิดประตูเสร็จ..นายก็เปิดประตูออกมาทันทีเลย”

              “อย่างงี้เองสินะ..เข้าใจละ”

              “หมายความว่าไงหรอครับ?”

              “ก็หมายความว่ามิติที่ซ่อนอยู่ข้างในห้องน้ำนี้..มีกระแสเวลาที่ไหลคนละช่วงกับมิติที่อยู่ข้างนอกไงล่ะ..”

              “?” รูอันทำหน้างง

              “เอาเถอะ..ถ้านายเข้าไปก็จะรู้เอง..เอาเป็นว่ามันก็คล้ายๆเวลามันหยุดเดินนั่นแหละ…ฉะนั้นไม่ว่านายจะใช้เวลาภายในห้องน้ำนานแค่ไหน..แต่เวลาข้างนอกก็จะไม่ผ่านไปแม้แต่วินาทีเดียว..ทำนองนั้นล่ะมั้ง”

              “งี้เองสินะครับ..ผมเข้าใจละ..ถ้างั้นเดี๋ยวผมเข้าไปข้างในก่อนนะ”

              “อืม”

              เรเวลมองรูอันเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตู

              หลังจากนั้นในเวลาเสี้ยววินาทีรูอันก็เปิดประตูแล้วเดินออกมา

              “ผมเสร็จแล้วครับ..พวกเราไปกันเถอะ”

              “อืม..เห็นแบบนี้ก็ทึ่งเหมือนกันแหะ..ว่าแต่นายใช้เวลาในนั้นนานแค่ไหนหรอรูอัน?”

              “ก็ประมาณ 1 ชั่วโมงได้มั้งครับ”

              “อะ..เอ่อ..นานจังแหะ”

              “ก็เห็นนายบอกว่าใช้เวลานานแค่ไหน…เวลาข้างนอกก็จะไม่ผ่านไปแม้แต่นิดเดียว..ผมก็เลยลองดูน่ะ..ทั้งอาบน้ำ ..สระผม..แช่อ่าง..กินขนมแล้วก็อ่านหนังสือการ์ตูน”

              “โห..ชิวจังแหะ..แต่ชั่งเหอะ…เดี๋ยวคราวหน้าฉันลองทำแบบนั้นบ้างดีกว่า..ไม่น่ารีบเลย"

              เรเวลกับรูอันเดินมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งตั้งแคมป์ริมทะเลสาบ..เพื่อเตรียมรับประทานอาหารเย็น

              เมื่อมาถึงก็ได้พบเห็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายลงไปเล่นน้ำในทะเลสาบกันอย่างสบายใจ..แน่นอนว่าถอดชุดเกราะออกเหลือแต่เครื่องแบบนักเรียนอย่างเดียว

              “เครื่องแบบนี้สารพัดประโยชน์จริงๆแหะ..ช่างเถอะกินอาหารดีกว่า”

              “นั่นสินะครับ”

              เรเวลกับรูอันนั่งหยิบอาหารสำเร็จรูปในถุงย่ามเวทย์มนต์ขึ้นมากิน…

              อาหารถ้วยที่เมื่อเปิดฝาออกแล้ว..จะกลายเป็นทั้งข้าว..บะหมี่..สเต็ก..แกงกระหรี่..และเนื้อย่างร้อนๆเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ

              "อืมมม...อร่อยโคตร!!"

              เรเวลกินบะหมี่กับเนื้อย่างอย่างเอร็ดอร่อย

              "เหมือนมาปิกนิกกันเลยนะครับเนี่ย"

              รูอันจิ้มสเต็กวางบนข้าวสวยร้อนๆแล้วตักแกงกระหรี่ราดทับลงไป

              ทั้ง2คนนั่งกินมื้อเย็นข้างถุงนอนและโคมไฟกันอย่างเอร็ดอร่อยจนกระทั่งช่วงเวลาเย็นได้ผ่านไป

              #19:00น. ณ ดันเจี้ยนชั้นที่5#

              เมื่อถึงเวลาค่ำ..สภาพแวดล้อมของดันเจี้ยนได้เปลี่ยนไป

              คริสตัลที่เปล่งแสงสีขาวอยู่บนฝ้าเพดานเริ่มหยุดส่องแสงและมืดลง

              ดันเจี้ยนชั้นที่5 เริ่มเข้าสู่ความมืดมิด

              “หือ?..ดันเจี้ยนก็มีช่วงกลางคืนเหมือนกันหรอเนี่ย..”

              เหล่าสมาชิกห้องS หยิบโคมไฟขึ้นมาแล้วจุดขึ้นเพื่อมอบแสงสว่างสีส้ม..แน่นอนว่ามีบางส่วนที่รวบรวมกิ่งไม้มาใช้ก่อกองไฟเพื่อสร้างบรรยากาศ

              เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักก็มีอนุภาคแสงสีเขียวจำนวนมากปรากฎขึ้นทั่วดันเจี้ยนชั้นที่5

              “นี่มันหิ่งห้อยงั้นหรอ ?” 

              รูอันเอามือช้อนอนุภาคแสงนั้น

              “ไม่ใช่หรอก..นี่มันเศษพลังเวทย์ต่างหากล่ะ”

              เรเวลคว้าอนุภาคแสงสีเขียวนั่นไว้แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเปลวเพลิงบนฝ่ามือ

              “ชั้นนี้มันปลอดภัยแน่จริงๆงั้นหรอครับ?” รูอันถาม 

              “ถ้าหากมีตัวอันตรายโผล่มา..พวกเราคงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันแรงกล้าแล้วล่ะ...ฉะนั้นสบายใจได้” เรเวลตบบ่ารูอันเบาๆ

              “!”

              รูอันเหลือบไปเห็นเพื่อนๆในห้องกำลังตั้งวงนั่งล้อมรอบกองไฟกันจากที่ไกลๆ..จึงนึกสนใจขึ้นมา

              “เรเวลพวกเราไปตรงนั้นกันไหมครับ?”

              “อืมแล้วแต่เลย..ตอนนี้ฉันยังไม่ง่วงเท่าไหร่”

              #19:15น. ณ ดันเจี้ยนชั้นที่5#

              สมาชิกห้องS ทั้งหญิงและชายตั้งวงล้อมคุยกันอย่างสนุกสนานรอบกองไฟ

              บรรยากาศค่ำคืนริมทะเลสาบ กล่อมเกลาด้วยอนุภาคแสงสีเขียวเล็กๆจำนวนมากนั้นงดงามยิ่งกว่าสิ่งไหน

              “ว่าไงเซซิเลีย”

              เรเวลที่เพิ่งมาถึงได้นั่งลงข้างๆเซซิเลีย ส่วนรูอันก็นั่งข้างๆถัดจากเรเวล

              “ว่าไงคะ ^ ^”

              เซซิเลียยิ้มแล้วหยิบแก้วน้ำ1ใบให้เรเวลถือ

              “อยากดื่มอะไรไหมคะ?..ฉันพกน้ำผลไม้มาด้วยนะ”

              “ขอบใจนะ..แต่ฉันขอเป็นน้ำเปล่าดีกว่า”

              “งั้นหรอคะ..แปลกจังนะคะเนี่ย”

              เซซิเลียหยิบขวดน้ำเปล่าขึ้นมา..แล้วค่อยๆรินใส่แก้วให้เรเวล

              สมาชิกห้องSหลายคนมองภาพนั้นด้วยท่าทางตกใจพอสมควร

              เซซิเลียมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงของอาณาจักร..ตามหลักแล้วไม่ควรมารินแก้วให้ใครแบบนี้..ถึงแม้ว่าเธอจะคบกับเรเวลในฐานะคนรัก..แต่ถ้ามองถึงเรื่องบรรดาศักดิ์แล้วเรเวลต่างหากล่ะที่ควรรินแก้วให้เธอ

              “ขอบใจนะเซซิเลีย”

              เรเวลค่อยๆดื่มน้ำลงคอ

              “ไม่เป็นไรค่ะ”

              เซซิเลียกอดแขนเรเวลแล้วเอียงศีรษะซบลงบนบ่าของเขา

              “ค่าแรงของฉัน..แลกกับการได้พิงบ่าของคุณแบบนี้ได้ไหมคะ..”          

              “อะ..อืม..ตามสบายเลย”

              เรเวลวางแก้วน้ำลงแล้วมองไปรอบๆ

              สายตาจำนวนมากมองเขาในเชิงเสียดแทงมากกว่าจะอิจฉาเสียด้วยซ้ำ

              ‘ชิ..สายตาที่มองมาแบบนี้ฉันไม่ค่อยชอบเลยแหะ..แต่ช่างเหอะ..ไม่ว่ายังไงเป้าหมายของฉันก็มีแค่อย่างเดียวเท่านั้น..เรื่องอื่นๆฉันไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว'

              เรเวลค่อยๆเอามืออีกข้างลูบหัวเซซิเลีย

              'เป็นไงบ้างล่ะ...อิจฉาล่ะสิ...เจ้าพวกขุนนางเฮงซวย..ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีเอลิเซ่แล้ว..แต่พวกแกตอนนี้ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน...อย่าหวังว่าจะรวมหัวมาแกล้งฉันได้ง่ายๆเหมือนเมื่อก่อนเลย'

              เรเวลก่นด่าในใจ..แล้วมองคนอื่นๆด้วยแววตาไม่ค่อยเป็นมิตร

              รูอันที่เห็นบรรยากาศเงียบแปลกๆ..จึงรีบชวนเพื่อนๆในห้องคุยขึ้นมา..เพื่อเปลี่ยนบรรยายกาศ

              “คือว่าทุกคนครับ..วันนี้แต่ละคนเป็นยังไงกันบ้างครับ..อะ..เอ่อแบบว่าเหนื่อยกันไหมครับ?” 

              “ก็นะ..ถึงจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกมากเลยล่ะ”

              “ฉันก็ด้วย”

              “งั้นหรอครับ..นั่นสินะ”

              "ขอบใจที่นายคอยรักษาพวกเราหลายๆครั้งนะรูอัน" 

              "ไม่เป็นไรครับยังไงก็อยู่ห้องเดียวกันและนั่นคือหน้าที่ของผมอยู่แล้ว"   

              เพื่อนๆในห้องSผลัดกันคุยกับรูอันไปเรื่อยๆ ผ่านไปสักพักชีน่าก็เข้ามาร่วมวงคุยด้วย 

              มีแค่เซเลน่า ลูน่า และเรเวลเท่านั้นที่ไม่ได้คุยกับใคร 

              ส่วนเซซิเลียก่อนหน้านี้เธอยังถูกคนอื่นๆในห้องชวนคุยอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน..แต่พอเรเวลมา…เธอก็เลิกคุยกับใครแล้วหันมาซบบ่าเขาอย่างเดียว

              “เดี๋ยวฉันไปก่อนนะเซซิเลีย”

              เรเวลดันเซซิเลียออกแล้วลุกขึ้นยืน

              “ขอบใจนะสำหรับวันนี้..ฉันไปนอนก่อนล่ะ”

              “ให้ฉันไปส่งไหมคะ”

              “ไม่เป็นไรหรอก…ฉันอยากให้เธอสนุกกับคนอื่นๆในห้องมากกว่า..และฉันก็ง่วงนอนแล้วด้วย..คงอยู่ต่อไม่ไหว”

              เรเวลโบกมือให้แล้วเดินจากไป 

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน