ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่828 ฝ่าเข้าไปใจกลางดินแดนจักรพรรดิ

       ก่อนเสียง ฝึบ!!จะดังออกมาจากด้านหลังอี้เฉิน พร้อมร่างจักรพรรดิเต่าชรา กับองค์หญิงอิงฮวา สืบฝีเท้าเข้ามาพูดคุยกับอี้เฉิน ราวกับพวกเขาทั้งสอง เป็นผู้ติดตามของอี้เฉินก็มิปาน ก่อนเสียงไต่ถามชายหนุ่ม ว่าจะเอาเยี่ยงไรกันต่อดี ด้วยสีหน้าจริงจังปรากฏขึ้นมา
 


       เยว่ชิงเซียน ที่เตรียมจะสืบฝีเท้า จากไปพร้อมกับอี้หลิน นางหันขวับกลับมาจ้องมองอี้เฉิน กับ องค์หญิงอิงฮวา สตรีผมสีฟ้าใบหน้างดงาม พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง ด้วยสายตาคมกล้า ทำให้เยว่ชิงเซียนใบหน้างอ ลอบเบ้ปาก แค่นเสียง ชิ! ดังเล็ดลอดไรฟันขึ้นมาทันที

 


        ทว่าความขุ่นเคืองใจของเยว่ชิงเซียน ไม่อาจรอดพ้นสายตา ของอี้หลิน กุมฝ่ามืออยู่ข้างๆ ผู้เป็นอาจารย์ของนางได้ ทำให้นางมองสายตาดุ ไปหาอี้เฉินที่กล่าวพูดคุยกับสตรีผมสีฟ้า อย่างเป็นกันเอง “ท่านพ่อนะ ท่านพ่อ!”

 


        อี้เฉินที่คิดจะปัดเรื่องราวยุ่งยาก ไปให้จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง เขาพลันต้องยิ้มหน้าเจื่อนออกมาทันที เมื่อเห็นสายตาเล็กแคบ จนแหลมคมของเยว่ชิงเซียน หดหรี่ดวงตามาจ้องมองที่ตัวเขา อย่างไม่วางตา ด้วยสายตาเอาเรื่อง

 


        อี้เฉินรีบกระแอมไอออกมาน้อยๆ “พวกเจ้ามีเรื่องอะไร ไปพูดคุยกับจักรพรรดิ มนุษย์เกอซูหยางก่อนแล้วกัน เรายังเหลือจัดการกับจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิงอีกตน” หมู่ชนพวกเขาได้ยิน ต่างก็คาดเดาได้ไม่ยากเย็นนัก ทำให้บรรยากาศกลับมาหนักอึ้ง เต็มไปด้วยแรงกดดันอีกครั้ง

 


        แม้แต่จักรพรรดิ มนุษย์เกอซูหยาง เขาที่ยืนอยู่บนท้องฟ้า ยังส่ายหัว กล่าวพูดออกมา “การสูญเสียผู้ยิ่งใหญ่ไปเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือเรื่องร้ายกับดินแดนจักรพรรดิกันแน่”

 


        จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่ จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิงเองก็พยักหน้า พร้อมกับหันปรายตาไปมอง สภาพดินแดนจักรพรรดิ ที่เริ่มพังเสียหาย “ไม่รู้มหาอำนาจใหญ่ ภายในดินแดนจักรพรรดิ จะเปลี่ยนพลัน ยุ่งวุ่นวาย อลหม่าน มากเพียงใด เมื่อจบศึกการต่อสู้ครานี้”

 


        พร้อมเสียงถอนหายใจ เฮ้อ! พวกเขาจะดังออกมายาว ครั้นคิดเรื่องต่อจากนี้ไป ดินแดนจักรพรรดิ จะเต็มไปด้วยเรื่องยุ่งวุ่นวาย อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 


        ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักอึ้ง บุรุษหนุ่มใจกล้าห่อฟ้าผู้หนึ่ง เดินแหวกฝูงชนเข้ามาตัดฉับ บรรยากาศที่หนักอึ้งทันที เมื่อเห็นเป็นอี้เฉิน “พี่ใหญ่หากข้าจะสมัครเป็นลูกเขยของท่าน จะได้หรือไม่?” พร้อมรอยยิ้มกว้าง เหยียนอู๋คลี่ยิ้ม ทอประกายมาให้อี้หลิน

 


        “เจ้า! เจ้า! ไอ้เวรเหยียนอู๋ เหมือนว่าเจ้าอยากจะเจอข้าอัด ให้ปากกระอักเลือดมากใช่ไหม” อี้หลินกล่าว หมุนควงหมัด สายตาดุ เอาเรื่องขึ้นมาทันควัน

 


อี้เฉินเขาแค่ยิ้มให้เหยียนอู๋ ทักทายเขาออกมาเท่านั้น ครั้นเห็นท่าทีขี้เล่นของชายหนุ่ม อยากจะตัดบรรยากาศ ที่หนักอึ้งของหมู่ชนออกไป

 


เหยียนอู๋ เขายิ้มหน้าเจื่อนมาให้อี้เฉินเล็กๆ พร้อมกับโค้งศีรษะลงเล็กน้อย ทักทายมาให้อี้เฉิน

 


         จักรพรรดิเต่าชรา เขาพลันห่างคิ้วสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ ครั้นเห็นเหยียนอู๋กล้ามายืนต่อหน้าเขา “เจ้า ไอ้เด็กเวรเหยียนอู๋ เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก กล้าถ่มน้ำลายใส่ผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงข้า แล้วเจ้ายังมีหน้ามายืน ต่อหน้าข้าอีกเช่นนั้นหรือ?”

 


         ก่อนอายโทสะความเดือดดาล บ้าคลั่ง จักรพรรดิเต่าชราจะแพร่กระจายออกมา เข้ากดดันร่างเหยียนอู๋ แม้แต่อี้หลินที่เห็นนางยังคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อเห็นไอ้เหยียนอู๋ กำลังจะเจอดีเข้าให้เสียแล้ว ผู้คนที่อยู่รอบๆ เอง พวกเขายังกลืนน้ำลายลงคอ ดังออกไปอึกใหญ่ มองว่าเหยียนอู๋เขา บัดนี้ ไม่มีเงาหัวอยู่อีกต่อไป

 


        เหยียนอู๋ ที่เจอแรงกดดันอย่างหนักหน่วง เขาผืนคลี่ยิ้มหน้าเจื่อน ออกมาหาชายหนุ่มผมขาวทันที ราวกับว่ามันเป็นเรื่องผิดของอี้เฉิน แม้แต่สีหน้าผู้คนยังหน้าตาเลิ่กลั่ก หันไปมองใบหน้าเหยียนอู๋ ตัดสลับกลับไปกลับมากับอี้เฉินอย่างทันควัน ครั้นรับรู้นิสัยอี้เฉินเองก็มีความคล้ายกับเหยียนอู๋ไม่น้อยเช่นกัน

 


         อี้เฉินไอ แค่กๆ ออกมาทันที ครั้นเห็นสายตามิตรสหาย กลอกกลิ้งไปมา จ้องมองมาที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ก่อนเขาจะโบกฝ่ามือขึ้นมาห้ามปราม “จักรพรรดิเต่าชรา ท่านอย่าได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเลยน่า”

 


         ก่อนอี้เฉินจะเปลี่ยนเรื่องไปพูดคุย ทักทายกับเหล่ามิตรสหายของเขา ไม่ว่าจะเป็นโม่กวาง ซีเผิง มารพุทธ ทงอี้ ไม่คิดว่าเวลา400ปี ซีเผิง ซีเยว่ เยว่ชิงเซียน พวกเขาจะกลายเป็นครึ่งก้าวจักรพรรดิ เฉกเช่นเดียวกับตัวของอี้เฉินแล้ว

 


         “เจ้าอย่ามองพวกข้าด้วยสายตาเช่นนั้นอี้เฉิน” เยว่ชิงเซียน ที่รู้อี้เฉินคิดอะไรอยู่ นางกล่าวพูดขึ้นมาทันที แม้พวกเขาจะอยู่ในขั้นพลังเดียวกับอี้เฉิน ทว่าไม่มีศักยภาพ ที่จะคุกคามจักรพรรดิที่แท้จริงได้

 


         ก่อนจักรพรรดิเต่าชรา จะเอ่ยพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา แม้แต่พวกอี้เฉินยังส่ายหัวออกมา ครั้นเห็นชายแก่ โกรธแค้นไม่เลิกรา ทำให้คนตระกูลเหยียน ขนลุกซู่ ชูชัน “เกรงว่าจบเรื่องคราวนี้ ข้าคงต้องไปเยือนตระกูล เจ้าเสียหน่อยแล้ว เจ้าเด็กโอหัง เหยียนอู๋”

 


         เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเหยียน ที่อยู่ที่นี่ พวกเขาต่างก็ใบหน้าเขียวคล้ำ จนไม่น่ามอง ไม่เว้นแม้แต่เหยียนอู๋เองก็ตาม บางคนถึงกับส่ายหัวไว้อาลัย ให้คนตระกูลเหยียน หากกลายเป็นที่สนใจของผู้ยิ่งใหญ่เมื่อใด ตระกูลได้อยู่ในสถานการณ์ ที่ยากลำบากอย่างไม่ต้องสงสัยแน่

 


         จักรพรรดิเต่าชรา เห็นใบหน้าของไอ้เวรเด็กโอหัง เหยียนอู๋ ใบหน้าถอดสี ซีดขาวราวกับกระดาษ ชายแก่ถึงกับลอบคลี่ยิ้ม ภายในใจออกมากว้าง พร้อมสายตาเอาเรื่อง จ้องมองไปที่เด็กหนุ่มอย่างไม่วางตา แต่ก็ต้องยอมรับว่า ศักยภาพของไอ้เด็กเวรนี่ไม่เลว

 


         ด้านอี้เฉินเวลาของเขา ที่จะพูดคุยกับมิตรสหายมีไม่มาก แต่เมื่ออี้เฉินได้รับรู้ว่า สงครามน้อย กับลูกศิษย์อีกสองคนของเขายังอยู่ดี กำลังได้รับสิ่งสืบทอด ของจักรพรรดิโบราณ จากคำพูดของโม่กวาง จึงทำให้อี้เฉินถอนลมหายใจ ออกมายาวด้วยความโล่งอก

เฮ้อ!!

 


          ก่อนอี้เฉิน จะเอ่ยพูดบอกกล่าวมิตรสหาย ที่มาพูดคุยทักทายตัวเขา “ข้าต้องไปจัดการคนที่ผูกชะตาแค้นกับข้าแล้ว เมื่อจบเรื่องเมื่อใด พวกเราน่าจะมีเวลาได้พูดคุยกันอีกครั้ง”

 


         ซีเผิงเดินเข้ามาตบไหล่อี้เฉินเบาๆ พร้อมกล่าวย้ำเตือนอี้เฉิน ออกมาอย่างหนักแน่น สายตาฉายความกังวลขึ้นมาเล็กๆ “เจ้าอย่าได้ประมาท จักรพรรดิเทพมารฟู่เฉิง เป็นอันขาดอี้เฉิน จักรพรรดิผู้นี้ไม่เหมือนกับจักรพรรดิ ตนอื่นๆ”

 


          “อืมๆ อี้เฉินเจ้าต้องระวังตัวให้มาก” มิตรสหายของอี้เฉิน คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของซีเผิง จักรพรรดิเทพมารเขามีความพิเศษ ไม่เหมือนจักรพรรดิผู้ใด



อี้เฉินพยักหน้ารับคำ กล่าวคำพูดออกมาอย่างหนักแน่น “อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว”

 


ก่อนเสียงเยว่ชิงเซียน จะเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่เป็นกังวล สั่นขึ้นมา น้อยๆ “เจ้าจะไปแล้วหรืออี้เฉิน”

 


        แม้คำพูดของนางจะกล่าวพูดออกมาไม่ดังมากนัก ทว่าเปี่ยมไปด้วยคลื่นอารมณ์ อี้เฉินพยักหน้าไปหาตัวนาง พร้อมร่างเขาที่หาย ฟึบ!! ขึ้นไปด้านบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เคลื่อนกองกำลัง ไปพร้อมกับกองทัพร่วม3000ชีวิต นำโดยสองจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ฝ่าเข้าไปใจกลางดินแดนจักรพรรดิ อย่างไม่มีหวาดเกรง

 


         เสียงถอนหายใจ เฮ้อ!! จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง ดังขึ้นมาทันที พร้อมกับฝีเท้า ฟึบ!! ของเขาที่หายจากไป อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นความบาดหมางส่วนตัวของอี้เฉิน ทว่ามันเกี่ยวพันกับหลายๆ ส่วนของมหาพิภพแห่งนี้ เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาจึงต้องจับตาดูสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด

 


          จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่ นางกล่าวพูดพึมพำออกมาทันที “หากอี้เฉินชนะการต่อสู้ เขาจะไม่กลายเป็นกลุ่มมหาอำนาจใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ เช่นนั้นหรอกหรือ?”

 


          “จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิงเขาไม่ได้อ่อนแอ เรารอดูสถานการณ์ไปก่อน จักรพรรดิอัสนีเพลิง หยางมี่” จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิง ที่กล่าวพูด เขารู้พลังของจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิงเป็นอย่างดี ไม่แน่อี้เฉินอาจเอาชีวิตไปทิ้ง ยังเขตปกครองของ จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ให้พวกเขา ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ครั้งใหญ่ก็เป็นได้

 


          “อืมๆ เช่นนั้นเราไปกันเถอะ” ก่อนเสียงฝีเท้าฝึบ!! ของพวกเขา จะตามติดจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยางไปอย่างรวดเร็ว รอดูสถานการณ์ความเป็นไปต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป



คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน