เจียงหยุนนิ่งเงียบขณะที่มองภาพความทรงจำในวัยเด็กของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมา ทั้งภาพความสุข ความเศร้า ความเหงา ความเจ็บปวด และการสูญเสียที่เขาต้องพบเจอ
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเจียงหยุนกลับไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ เลย
[โฮสต์! ท่านจะไม่มีอารมณ์เลยรึไง?] เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเขา
เจียงหยุนตอบกลับด้วยเสียงที่เรียบเฉย
"เจ้าแน่ใจหรือว่าข้าไม่รู้สึกอะไร? ข้าแค่ไม่แสดงมันออกมาทางสีหน้าเฉยๆ เท่านั้น"
ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง [แต่......]
"เปิดแผงระบบขึ้นมา" เจียงหยุนพูดแทรกทันที ไม่รอให้ระบบถามต่อ
ระบบหยุดนิ่งไปเหมือนจะมีคำพูดอะไรบางอย่างติดอยู่ในลำคอ แต่ในที่สุดก็เลือกที่จะทำตามคำสั่งของเจียงหยุนโดยไม่มีการโต้เถียง แผงระบบเปิดขึ้นมาตรงหน้าเจียงหยุน
ชื่อ : เจียงหยุน
ตัวตน : เจ้านิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น
สังกัด : นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น
ระดับการเพาะปลูก :อมตะแห่งสวรรค์ ระดับสูงสุด
ร่างกาย : ร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งความว่างเปล่า, กระดูกจักรพรรดิอมตะแห่งความว่างเปล่า 206 ชิ้น, ร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งเวลา, ร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งสังสารวัฏ, และร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งดวงดาว, ร่างกายจักรพรรดิอมตะน้ำแข็ง, ดวงตาจักรพรรดิอมตะแห่งการสำรวจ
อาชีพพิเศษ: นักปรุงยาระดับจักรพรรดิ, ผู้จัดรูปแบบระดับอมตะ, นักหลอมอาวุธระดับจักรพรรดิ, นักวาดภาพระดับอมตะ, นักทำอาหารระดับจักรพรรดิ, นักดนตรีระดับจักรพรรดิ,
ทักษะ: (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ โคลนแห่งสังสารวัฏ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ พลังแยกสรรพสิ่งสู่ความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ หมื่นดาราล้อมพิภพ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ พลังดาราไร้สิ้นสุด) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ดาราล่มสลาย) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ นิ้วดาราทลายฟ้า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ วงแหวนแห่งสังสารวัฏ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ เขตแดนสังสารวัฏไร้สิ้นสุด) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ก้าวแห่งความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ความว่างเปล่าแห่งการทำลายล้าง) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ พายุแห่งความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ โคลนอมตะ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ แยกมิติ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ นิ้วแห่งความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ร่างมิติ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ โลกแห่งความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ วิถีแห่งความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ดาบแห่งความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ เพลิงสีเทา) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ เส้นด้ายวิญญาณ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ใจสัมผัส) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ปกปิดโชค) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ รูปแบบข้ามมิติ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ความว่างเปล่า) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ รูปแบบกาลเวลา) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ หยุดเวลา) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ย้อนเวลา) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ รูปแบบปกปิดสวรรค์) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ รูปแบบรวบรวมพลังวิญญาณ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ร่างน้ำแข็ง) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ หลอมโลก) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ การปรุงยาอมตะ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ดาบสายธารเยือกเย็นไร้รูป) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ รอยแยกกาลเวลาพลิกสวรรค์) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ กระแสเวลานิรันดร์) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ควบคุมน้ำแข็ง) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ น้ำแข็งนิรันดร์) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ รักษา) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ รูปแบบกักขัง) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ก้าวอมตะ) (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ร่างกายดวงดาว) ………………….. (วิชาระดับอมตะ 7 ดาบสังหาร)
อาวุธ: นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น (อาวุธระดับอมตะ) ,หอคอยปราบปรามโชคชะตา (อาวุธระดับอมตะ) , หอคอยแห่งการต่อสู้ (อาวุธระดับจักรพรรดิ) , เรือร่องนภา (อาวุธระดับจักรพรรดิ)
โชค: ไร้สี
แต้มวายร้าย: 7.6 พันล้าน
หลังจากตรวจสอบทุกอย่างแล้วตอนนี้ถึงแม้เขาจะมีวิชาระดับจักรพรรดิอมตะแล้วแต่ก็ไม่สามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่แต่มันก็ไม่สำคัญเนื่องจากภายใต้จักรพรรดิอมตะ เขาอยู่ยงคงกระพัน ด้วยกระดูกแห่งความว่างเปล่าของเขากึ่งจักรพรรดิไม่แม้แต่จะสามารถแตะตัวเขาได้ด้วยซ้ำหากเขาไม่ต้องการ และเจียงหยุนก้าวเดินลงมาจากชั้นบนของหอคัมภีร์ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก บรรพบุรุษทั้งสามที่เฝ้าดูจากเงามืดเหมือนอยากจะพูดบางอย่าง
แต่เจียงหยุนเดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่แม้แต่จะหยุดฟัง ราวกับว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันได้สูญสลายไปหมดแล้วตอนนี้พวกเขาเหมือนคนแปลกหน้า เหล่าบรรพบุรุษที่คุ้นเคยกับความเยือกเย็นของเจียงหยุนมาก่อนก็ยังรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกประหลาดในครั้งนี้ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งคำถาม เจียงหยุนก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ข้างนอกหอคัมภีร์ กลุ่มชายชุดดำที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ต่างประหลาดใจเมื่อเห็นเจียงหยุนเดินมาพร้อมกับเหล่าบรรพบุรุษ แต่ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว ร่างกายของพวกเขาแยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตาและเสียงร่างของชายชุดดำล้มลงกระทบกับบนพื้นพร้อมเลือดสาดกระจาย ขณะที่เจียงหยุนเดินผ่านไปด้วยท่าทีเย็นชาไม่สะทกสะท้านพร้อมดึงวิญญาณพวกมันออกมาทั้งหมด
ไม่นานนัก เขาก็โผล่มาที่บ้านพักของเหล่าคนรับใช้ในตระกูลเจียง บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความหนาวเย็นทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในฤดูหนาวแท้ๆ เมื่อเจียงหยุนลอยอยู่ท่ามกลางลานกว้าง เขาโบกมือขึ้นเล็กน้อยพร้อมร่างของคนรับใช้และคนจากตระกูลเจียงบางคนทั้ง 1,351 คนปรากฏตัวออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดหรือตั้งคำถาม ร่างกายของพวกเขาก็ถูกเส้นด้ายที่มองไม่เห็นรัดจนไม่สามารถขยับได้ และเสียงกรีดร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณและมันดังขึ้นเรื่อยๆ จนคนภายในเมืองยังต้องหันมามองที่ตระกูลเจียง พร้อมเสียงร้องขอความเมตตาหรือคำข่มขู่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ข้าคือลูกชายของผู้นำสาขาทวีปเปลวเพลิงของตระกูลเจียงนะ"
……
"ปล่อยข้าไป! ข้าคือหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลเจียง!"
"ข้าคือสมาชิกของตระกูลเจียงสาขาหลัก! อ๊าาาาา"
……
"ได้โปรด..ฆ่าข้า…อ๊าาาาาาา"
เสียงของคนเหล่านั้นตะโกนด้วยเจ็บปวดและความหวาดกลัว แต่ก็ไร้ผล เส้นด้ายยังคงเฉือนเนื้อของเขาอย่างช้า ๆ ความตายของพวกเขาค่อยๆ มาอย่างช้าๆ และมันโหดร้ายจนไม่มีใครทนได้ เสียงกรีดร้องยังคงดังต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับจะไม่มีจุดจบและพวกเขาคงไม่คิดว่านี้คือเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ทันใดนั้นเองร่างของพวกเขาก็ค่อยๆ ขยับเอง และพุ่งตรงไปยังสถานที่หลายแห่งเพื่อ ทำการสังหารคนที่สำคัญของพวกเขาทันทีหรือใครก็ตามที่พวกเขารู้จักและเคยคุยด้วยกันเล็กน้อยก็ตาม คนเหล่านั้นตกใจเมื่ออยู่ก็มีคนมาโจมตีพวกเขาและต้องตกใจไปกว่านั้นคือคนที่โจมตีพวกเขากลายเป็นคนที่พวกเขารู้จักและสนิทสนมเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พ่อ พี่น้อง ลุง สามี และอื่นๆ
“เจ้าเป็นบ้าอะไรไป….”
“เจ้าคิดจะทำอะไรนะ..หยุดนะ”
“ท่านพ่อ….ข้าเจ็บ”
“ทำไมกัน…เหตุใดเจ้าถึงต้องฆ่าๆ ด้วย”
ทั้ง 1351 จิตใจแทบจะแหลกสลายจากทั้งความเจ็บปวดทางกายจากการที่พวกเขาถูกเส้นด้ายวิญญาณค่อยๆ ตัดร่างกายของพวกเขาทีละน้อยๆ และทางจิตใจคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเจ็บปวดมากว่าคือการที่เขาต้องฆ่าคนที่ตัวเองรักหรือทรมานพวกเขาและฟังเสียงกรีดร้องของพวกเขา น้ำตาของพวกเขาไหลออกมาแต่พวกเขาก็ไม่สามารถหยุดหรือควบคุมตัวเองได้เลย
จิตใจของพวกเขาเจ็บปวดบางคนพยายามจะปลิดชีพตนเองแต่มันก็ไม่สามารถทำได้แม้แต่น้อย ร่างกายของพวกเขามันไม่ยอมฟังคำสั่งของพวกเขาแม้แต่น้อย และพวกเขาก็ได้สังหารคนที่ตนรักไปจนเกือบหมดแล้วและร่างกายของพวกเขาได้เดินตรงเข้าไปในป่าพร้อมลากศพเหล่านั้นไปด้วย ทันใดนั้นเอง ร่างของพวกเขาก็ถูกตรึงเข้ากับต้นไม้และทันใดนั้นเองศพหรือคนที่ใกล้ตายจากการที่พวกเขาถูกทำร้าย พวกเขาค่อยๆ ลูกขึ้นมาและทันใดนั้นศพก็ได้ต่อยไปที่ท้องของคนเหล่านั้นทันทีและต่อยอย่างไม่หยุดยั้ง
คนทั้ง 1351 คนกรีดร้องออกมาจากทั้งการถูกเส้นด้ายตัดร่างกายและถูกคนสำคัญของพวกเขาต่อยเข้ามาที่ท้องอย่างรุนแรงท้องพวกแสบและร้อนมันเหมือนจะระเบิดได้ตลอดเวลาเลย
“หยุด..ข้าขอร้อง”
“ได้โปรด…ปล่อยข้าไป”
“ข้าเจ็บ..”
“อ๊าา”
ทันใดนั้นชายคนหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่าและมองดูคนเหล่านั้นที่กำลังถูกทรมานอยู่แต่ 1 ในชายเหล่านั้นที่ถูกตรึงอยู่บนต้นไม้มองไปที่ชายคนนั้นและพูดขึ้น
“เจ้ามัน…ไอ้คนรับใช้ชั้นต่ำ…”
“มาช่วยข้าเร็วเข้า…ไอ้คนรับใช้ชั้นต่ำ…”
เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อยและหมัดที่รุนแรงก็ได้ชกไปที่ท้องของชายคนนั้นอีกครั้งเขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาทั้งหมด 1,351 ได้ตายอย่างทรมานและกลายเป็นศพบนต้นไม้เหล่านั้นไป
หลังจากนั้น เจียงหยุนก้าวเดินผ่านซากศพของพวกเขาไปอย่างไร้ซึ่งความรู้สึก เขามองไปที่กลุ่มคนที่เคยทุบตีเจ้าของร่างเดิม และดึงวิญญาณของพวกมันทุกคนออกมาและเคลื่อนย้ายออกจากตระกูลเจียงทันที เหล่าบรรพบุรุษทั้งสามที่ตามติดอยู่ห่าง ๆ ก็เฝ้าดูเหตุการณ์รู้สึกตึงเครียดอย่างสุดขีดพวกเขาคิดว่าเรื่องนี้ใหญ่เกินไปและพลังที่เจียงหยุนปล่อยออกมาตอนนี้มันให้ความรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถฆ่าเจียงหยุนได้อย่างแน่นอน
เจียงหยุนเดินออกมาจากความว่างเปล่าตรงหน้าหลุมศพแห่งหนึ่ง หลุมศพนั้นเป็นของบุคคลที่เจียงหยุนรู้จักดี เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยืนสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดใช้งานพลังบางอย่างที่ไม่เคยใช้มาก่อน พลังนั้นเปล่งประกายขึ้นอย่างเงียบงัน เจียงหยุนดึงวิญญาณดวงหนึ่งออกมาจากใต้ดิน วิญญาณดวงนั้นดูสับสนและมึนงงเมื่อปรากฏตัวขึ้นมา มันมองไปรอบ ๆ อย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เจียงหยุนยืนเผชิญหน้ากับวิญญาณของชายชรา วิญญาณนั้นยังคงสับสนและมึนงง เจียงหยุนค้นหาความทรงจำของชายชราทันที เขาเห็นภาพในอดีตที่ปรากฏอย่างชัดเจน ชายชราคนนี้เป็นคนที่เคยหลอกลวงให้เจียงหยุนขโมยหินวิญญาณ และเป็นคนที่หลอกขายยาพิษให้เขาอีกด้วย ความทรงจำเหล่านั้นชัดเจนราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้น เจียงหยุนยิ้มมุมปากเล็กน้อย "จำไม่ได้หรือ?" เขาถามเสียงเรียบ "ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยให้เจ้าจำได้เอง"
เขาโบกมืออย่างช้า ๆ และใช้พลังบางอย่าง ศพของชายชุดดำที่เพิ่งตายไปไม่นานปรากฏขึ้นต่อหน้า ก่อนที่เจียงหยุนจะทำการรักษาและปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของมันให้เหมือนกับชายชราคนนี้ก่อนที่เขาจะตาย ชายชราที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ตื่นตระหนก แต่ในขณะเดียวกันกลับเต็มไปด้วยความหวัง เขานึกว่ามีคนกำลังคืนชีพให้เขา และเมื่อเจียงหยุนได้ใส่วิญญาณเข้าไปในร่างนั้นชายชราดีใจมากแต่ทันทีที่เขาพยายามจะขยับร่างกาย เขาก็พบว่าร่างของเขาไม่ได้ตอบสนองต่อความคิดหรือคำสั่งใด ๆ ของเขาเอง
เจียงหยุนโยนขวดยาบางอย่างให้ชายชรา ร่างของเขาค่อย ๆ ขยับไปยังบ้านของตนเอง บ้านที่ปัจจุบันลูกชายของเขาเป็นคนอาศัยอยู่ ชายชรามองไปรอบ ๆ และเห็นว่าวันนี้เป็นวันที่ลูกชายของเขากำลังจะแต่งงาน เขารู้สึกดีใจอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นภาพนั้น และร่างของเขาเดินเข้าไปในงานแต่งงานโดยไม่สามารถควบคุมได้
ร่างของเขาเดินเข้ามาในงานแต่งอย่างไม่มีใครคาดคิด ร่างกายนั้นพูดขึ้นโดยไม่สนความต้องการของดวงวิญญาณ
"ไม่ได้เจอกันนานนะ ลูกชายของข้า "
ลูกชายของเขาหันมาและเมื่อเห็นพ่อของตน เขาตกใจมากและน้ำตาก็ไหลออกมาทันที เขารีบวิ่งเข้ามากอดชายชราอย่างดีใจมากที่ได้เจอพ่อเขาอีกครั้งเนื่องจากพ่อของเขาได้หายตัวไปก่อนหน้านี้และดวงวิญญาณของชายชราก็รู้สึกดีใจเช่นกันที่ได้พบลูกชายอีกครั้งแต่ร่างของเขาพูดขึ้นอย่างไร้การควบคุมเหมือนเดิม
"นี่คือของขวัญงานแต่งของเจ้า... ยาที่จะช่วยเพิ่มพลังการเพาะปลูกได้และข้าจะแจกให้ทุกคนที่มาร่วมงาน"
ชายหนุ่มพูดทั้งน้ำตา "ท่านพ่อ"
ชายชราพูดต่อ "หยุดร้องไห้ได้แล้ววันนี้มันวันสำคัญของเจ้า..รีบเอายาไปกินเถอะ"
ชายหนุ่มพูดทั้งน้ำตา "ขอบคุณครับท่านพ่อ"
ดวงวิญญาณของชายชรารู้สึกมีความสุขมากที่มีคนช่วยเขาให้ฟื้นคืนชีพและยังมอบยาบางอย่างให้ลูกชายเขาอีกและแขกในงานแต่งต่างยินดีและตื่นเต้นกับของขวัญที่ได้รับ พวกเขารีบรับยาและกลืนเข้าไปโดยไม่มีข้อสงสัย ทันทีที่พวกเขากินเข้าไป พลังของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างยินดีและส่งเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น แต่เพียงไม่นาน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
เลือดเริ่มพุ่งออกมาจากปากของพวกเขา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากตาและจมูก ร่างกายของพวกเขาเริ่มสั่นสะท้านจากความเจ็บปวด พวกเขากรีดร้องด้วยความทรมาน
ลูกชายของชายชราล้มลงกับพื้นพร้อมกับเจ้าสาวของเขาพร้อมหันมามองพ่อของตนด้วยความตกใจ
"ท่านพ่อ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมร้องไห้ออกมา
ดวงวิญญาณของชายชราอยู่ในอาการมึนงงพร้อมน้ำตาไหลออกจากดวงตาของวิญญาณชายชรา เขาพยายามจะเขาไปช่วยลูกชายของเขาแต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง ขณะนั้นเองที่ได้ยินเสียงบางอย่างพูดขึ้น
"เจ้าหนู เจ้าเป็นลูกผู้ชาย อย่าร้องไห้สิ"
เด็กชายคนนั้นมองเห็นเจียงหยุนที่เดินเข้ามาทันทีพร้อมพูดว่า “ได้โปรด..ช่วยข้าด้วย…ข้าเจ็บ..”
เจียงหยุนทำเป็นตรวจดูอาการและพูดขึ้น "อาการบาดเจ็บของเจ้าและคนอื่นๆ แย่เกินไป"
เด็กชายคนนั้นสิ้นหวังสุดขีดแต่เจียงหยุนก็พูดขึ้น "แต่ข้าสามารถรักษาเจ้าได้ แต่เจ้ามอบหินวิญญาณให้ข้านะ "
เด็กชายคนนั้นร้องไห้ออกมา “แต่ข้าไม่มีหินวิญญาณเลยนะ”
เจียงหยุนยิ้มและพูดขึ้น "เจ้ายังมีพ่อของเจ้าอยู่.."
เด็กชายคนนั้นร้องไห้ออกมาและมองไปที่ชายชราพร้อมพูดว่า “ท่านพ่อ..ช่วยด้วย..ข้าเจ็บ..ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน”
หัวใจของดวงวิญญาณชายชรานั้นเจ็บปวดมากเขาร้องได้ออกมาพร้อมภาพเหตุการณ์บางอย่างที่เขามาในหัวเขาเมื่อหลายปีก่อนและชายชราได้มองไปที่เจียงหยุนและร่างกายของเขาก็แข็งทื่อและหัวใจเขาหยุดเต้นไปเลยเมื่อชายตรงหน้าเขามีหน้าตาคล้ายคลึงกับเด็กคนนั้นที่เขาหลอกขายยาพิษให้เมื่อหลายปีก่อน วิญญาณของตัวเขาหยุดนิ่งแล้วพูดทั้งน้ำตา
"ข้าขอร้อง... ได้โปรด... มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขา…ข้าผิดเอง..."
"ท่านพ่อ…อย่าเอาแต่ยืนนิ่งสิ…ช่วยข้าด้วย….อ๊าาาา..ไอ้พ่อไร้ประโยชน์เอ๊ยยยยย"
วิญญาณของชายชราสั่นสะท้านเมื่อเห็นลูกชายของตนเองและแขกที่มาร่วมงานค่อย ๆ ตายอย่างทรมานจากพิษในยา เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธแค้น
"ไอ้สารเลว! เจ้ามันปีศาจ! ทำไมเจ้าไม่ตายตามเด็กผู้หญิงคนนั้นไป! ทำไมเจ้าต้องฆ่าลูกชายข้าด้วยทำไม"
เจียงหยุนยืนมองภาพนั้นด้วยดวงตาเย็นชา การล้างแค้นนี้คือสิ่งที่เขาตั้งใจและไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งได้ วิญญาณของชายชราสิ้นหวัง เมื่อทุกคนที่นั่นตายกันหมดแล้ว เจียงหยุนยิ้มบาง ๆ ก่อนเก็บวิญญาณของพวกเขาทั้งหมดและชายชราไปพร้อมหันหลังเดินจากไป ทิ้งความพินาศไว้เบื้องหลัง