ตอนที่ 12
ราวพยัคฆ์ติดปีก
“มีวิธีเช่นนี้...”ต้าฮวนเอ่ยด้วยความสงสัย หลงจิวเมิ่งกำลังสอนมันถึงวิธีการฝึกจิตควบคุมวัตถุแม้จะเป็เพียงขั้นตอนพื้นฐาน แต่สิ่งแปลกใหม่อย่างไรก็น่าตื่นตาเสมอ
“แน่นอน หากเ้าหวังจะเป็เซียนโอสถ หรือแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสูงเ้าจำเป็ต้องฝึกในแนวทางที่มากกว่าผู้อื่น แม้จะยากเย็นและเชื่องช้ากว่า แต่สุดท้ายผลลัพธ์ของมันก็คุ้มค่าที่จะลงทุน”
ต้าฮวนพยักหน้ารับรัว ๆยิ่งหลงจิวเมิ่งสอนสิ่งแปลกใหม่ต่อเขามากขึ้น ต้าฮวนยิ่งรู้สึกว่าสหายผู้นี้ ช่างลึกล้ำกว่าที่เห็นด้วยตาภายนอกมากมายนักจนเริ่มจะไม่เชื่อว่าหลงจิวเมิ่งนั้นมีอายุใกล้เคียงกับตนเอง
“แนวทางการปรุงโอสถ อย่างหยาบที่สุดนั้นเริ่มที่เพลิงไฟและเตาหลอมเช่นนั้นเพียงมีลมปราณน้อยนิดช่วยควบคุมความร้อนก็สามารถกระทำได้แล้วแต่ขั้นที่สูงขึ้นมานั้นยากเย็นกว่านับสิบนับร้อยเท่า คือการผสานเสริมลมปราณ ซึ่งเป็ขั้นตอนหลักของสำนักอาจารย์มาตรฐานต่างๆ ถ่ายทอดกัน แต่ยังมีขั้นที่สูงส่งยิ่งกว่าจนอาจจะกล่าวว่าคือขอบขั้นของเื่เล่าตำนานก็มิผิดนัก เพราะสิ่งนี้ไม่อาจอาศัยแค่พยายามแต่ต้องหนุนเสริมด้วยโชควาสนา เพราะมันคือการปรุงโอสถด้วย...เพลิงิญญาแต่การจะเสาะหา...หัวใจแห่งเพลิง มานั้นมิใช่ง่ายเพื่อฝึกฝนเพลิงิญญานั้น ล้วนขึ้นกับวาสนานำพาให้พบเจอ”
“หัวใจแห่งเพลิง”ต้าฮวนทวนคำพลางหยิบสมุดบันทึกเล่มจิ๋วขึ้นมาจดถ้อยคำสำคัญลงไป
หลงจิวเมิ่งพยักหน้ามองดูการกระทำพลางฉีกยิ้มทำตนราวกับอาจารย์มองดูศิษย์ผู้ตั้งใจจริง “แม้ไร้หัวใจแห่งเพลิงแต่การฝึกจิตที่ข้าจะถ่ายทอดให้เ้า ก็พอจะใช้ทดแทนในเบื้องต้นได้ มาเถอะข้าจะถ่ายทอดวิธีการฝึกจิตให้เ้าก่อนเมื่อเ้าฝึกจิตขั้นต้นสำเร็จแล้ว ข้าจึงจะถ่ายทอดขั้นต่อไปจนถึงเวลาที่จิตของเ้าเลื่อนไปถึงขั้น...จิตเหนือธรรมชาติ เมื่อนั้นข้าจะสอนวิธีปรุงโอสถด้วยเทคนิคจิตปราณประสานให้กับเ้าตอนนี้เพียงรับฟังขั้นตอนเบื้องต้นและแนวทางไปก่อน”
“ข้า...ข้าไม่รู้จะตอบแทนเ้ายังไงดี สิ่งที่เ้าถ่ายทอดมานี่มันมีค่าเกินกว่า...”ต้าฮวนน้ำเสียงสั่นเครือใกล้จะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ
“อย่าได้คิดเล็กคิดน้อย ในเมื่อเ้ายึดถือข้าเป็สหายแถมเ้ายังรับปากช่วยข้าหาวัตถุดิบปรุงโอสถรักษาบิดา ข้าช่วยเหลือเ้าเช่นนี้ก็สมควรอยู่แล้ว”
ต้าฮวนพยักหน้ารับ
“เสียดายวันนี้ข้ายังมีธุระอื่นต้องกระทำอีก หากเ้าอยากจะพบข้าด้วยข้อติดขัดในการฝึกฝน ก็จงไปหาข้าที่เขตบึงน้ำใส มันอยู่ถัดขึ้นไปทางเหนือจากตึกหลักของตระกูลหลงข้าพักอยู่ที่เรือนไม้หลังใหญ่ริมบึงน้ำแข็ง”
ต้าฮวนพยักหน้ารับคำอีกครั้ง
“แต่หากไม่มีเื่สำคัญเร่งด่วนเ้าก็ไม่ต้องไปพบข้าจะดีกว่าเพราะมันจะกลายเป็จุดสนใจ และอาจจะทำให้เ้าสารเลวหลงซุนติดตามเื่ราวของเ้าส่วนการพบกันครั้งต่อ ๆ ไป ข้าจะเดินทางมาหาเ้าเอง”
“ตกลงตามนั้น”
“แต่ก่อนแยกกันวันนี้ข้าจะมอบตำราฝึกฝนลมปราณที่ข้าคัดลอกมาให้กับเ้า”
“ตำราฝึกฝนลมปราณ เ้าช่างมีเื่ลึกลับให้ข้าใได้เรื่อยๆ จริง ๆ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทุกเื่แม้น่าใ แต่เ้าต้องรับปกข้าสิ่งหนึ่งว่าเื่ราวพิสดารที่เ้ารู้เกี่ยวกับข้า ขอให้เรารู้กันเพียงแค่สองคน”
“ทำไมกัน ในเมื่อเ้ารอบรู้มากมายเช่นนี้กลับไม่นำมันมาสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง”
“วันนี้สิ่งที่ข้าเอ่ย เ้าอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเ้าเติบโตขึ้นมองโลกกว้างขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นเ้าจะเข้าใจมันเอง ว่า...การเป็ยอดคนงำประกายนั้นจึงประเสริฐที่สุด ยิ่งตอนนี้ข้ายังอ่อนแอ หากฉายแสงโดดเด่นจนเกินพอดีรังแต่จะชักพาหายนะมาสู่ตัว” หลงจิวเมิ่งเอย พลางหยิบหนึ่งในม้วนกระดาษที่ตนเองใช้เวลาทั้งคืนขีดเขียนส่งมอบให้กับต้าฮวน “นี่คือเคล็ดลมปราณ...เพลิงอสนีบาตแต่ที่ข้ามอบให้ยังเป็เพียงขั้นต้น หากเ้าฝึกฝนจนสำเร็จแล้วข้าจะมอบตำราบทถัดไปให้กับเ้าเช่นเดียวกับเคล็ดฝึกจิต”
ต้าฮวนรับมาก็เร่งเปิดอ่านในทันที
“จำเอาไว้เมื่อเ้าท่องเคล็ดวิชาจนขึ้นใจแล้ว จงทำลายม้วนกระดาษนี้เสีย”ต้าฮวนพยักหน้ารับทันที “เคล็ดวิชานี้รับรองว่าไม่ด้อยกว่าสุดยอดวิชาที่สำนักต่างๆ ในนครเมฆขาวเป็แน่ เพียงแต่มันยังมิใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่หากเ้าบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้วเคล็ดวิชานี้ก็เพียงพอจะให้เ้ารองรับ...หัวใจแห่งเพลิง มาไว้ในร่างได้”
“พระเ้า วิชานี้มันเหนือล้ำยิ่งนัก เพียงแค่อ่านผ่านตาก็ทำเอาข้าขนลุกสั่นไปหมดทั้งตัว จิวเมิ่งข้าไม่รู้จะขอบคุณเ้าอย่างไรดีสิ่งที่ข้าได้รับมาจากเ้าในวันนี้ ต่อให้ชดใช้ทั้งชีวิตก็ยังมิเพียงพอ”
“อย่าได้ใส่ใจเลย ในเมื่อเ้าเป็สหายข้าวันข้างหน้าเ้ายังมีโอกาสให้ชดใช้อีกมากมายนัก” หลังเสียงหัวเราะอย่างสุขใจของทั้งสองยุติลงหลงจิวเมิ่งก็ขอตัวจากมา เพื่อดำเนินการตามแผนการที่วางเอาไว้ก่อนหน้า
.
.
แม้ว่าหลงจิวเมิ่งจะไม่สามารถฝึกฝนและใช้เทพวิชาท่าร่าง...ฤดูกาลผกผันได้ในเวลานี้ แต่ใช่ว่าหลงจิวเมิ่งจะไม่เคยฝึกฝนวิชาท่าร่างอื่นมาก่อน
ค่ำคืนนี้ไร้หิมะโปรยปรายมีเพียงความมืดมิดของราตรีกาลห่อคลุมท้องฟ้าเบื้องสูง หลงจิวเมิ่งในชุดสีดำสนิทปกปิดใบหน้าเหลือเพียงลูกตาขาวที่โผล่พ้นเด่นชัด เด็กหนุ่มเคลื่อนไหวด้วยท่าเท้าอันช่ำชองอยู่บนหลังคาวูบไหวชุดที่สวมใส่เมื่อผนวกกับท่าร่างล้วนกลมกลืนไปกับความมืดภายนอกยากสังเกต บวกกับท่าร่างที่หลงจิวเมิ่งใช้ออกหาใช่ท่าร่างสามัญพื้นฐาน แต่มันคือ...ท่าร่างอันเลื่องชื่อของโจรขโมยชั้นสูง รวมถึงโจรปล้นสุสานอันช่ำชองนิยมฝึกฝนนาม...ลับลับล่อล่อ สุดยอดวิชาตัวเบา ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ใช้เคลื่อนที่ระยะสั้นๆ ได้รวดเร็ววูบไหวยากตรวจจับ แต่เมื่อฝึกถึงขอบขั้นกลางยังสามารถหลบรอดกับดักภาคพื้นได้แทบจะทุกชนิดยิ่งไปกว่านั้นในขอบขั้นสูงสุด ยังสามารถปกปิดอำพรางตัวตนเองไปพร้อม ๆ กับการเคลื่อนที่ไวอีกด้วย
แสงไฟรอบหมู่ตึกตระกูลหลงดับลงไปหลายดวงแล้วที่ส่องสว่างอยู่ส่วนใหญ่ เป็แสงไฟจากจุดตรวจเวรยาม รวมถึงโคมไฟที่ใช้ประดับประดาทางเดินเชื่อมระหว่างตัวตึกแต่ละหลัง
หลงจิวเมิ่งหาได้สนใจตึกบริวารที่ตั้งอยู่รายล้อม มุ่งหน้าตรงไปยังตึกหลักก่อนจะเล็งปีนสูงขึ้นไปบนยอดอาคารหลังสูงที่สุด สองชั้นบนสุดของอาคารถูกจัดสร้างเป็เรือนอาศัยซึ่งทั้งสองล้วนเป็สิทธิพิเศษในการสำหรับผู้นำหมู่ตึกและแน่นอนว่าหลงซุนต้องอาศัยอยู่บนสูงสุดโดยมิต้องสืบเสาะ เพราะมันคือห้องส่วนตัวหลักของผู้นำตระกูลที่แสดงถึงอำนาจและบารมี ซึ่งก่อนหน้าทั้งสองชั้นล้วนที่พำนักของครอบครัวหลงหย่งฝูทำให้หลงจิวเมิ่งเข้านอกออกในจนทะลุปรุโปร่ง สามารถจดจำสภาพภายในได้อย่างละเอียด
แม้ท่าร่างลับลับล่อล่อที่หลงจิวเมิ่งใช้ออก จะเป็เพียงขั้นต้นด้วยเวลาจำกัดทำให้ต้องเร่งฝึกฝนแต่ก็เป็ขั้นต้นที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แม้ไม่อาจปิดบังอำพรางร่างของผู้ใช้หรือหลบรอดกับดักใด ๆ แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับแผนการในปัจจุบันของหลงจิวเมิ่งแล้วฝีเท้าเบายามัักับแผ่นกระเบื้องที่วางซ้อนกัน ไม่มีแม้เสียงเล็ดลอดยามนิ่งงันร่างในชุดสีดำก็หันหลังแนบสนิทไปกับอิฐกำแพง กลมกลืนกับราตรีกาลยากสังเกตเห็นยามเคลื่อนไหวว่องไวราวอสรพิษฉกเหยื่อ กว่าผู้คนจะรู้ตัวก็บรรลุถึงจุดหมายปลายทางซอกหลืบหลบเร้นหลงจิวเมิ่งกระทำซ้ำวนเวียน จนกระทั่งปีนป่ายถึงสุดปลาย้าของหลังคาสูง เมื่อล้มตัวลงแนบชิดไปกับหลังคากระเบื้องหลงจิวเมิ่งค่อยรวบรวมลมปราณแน่นไว้ที่สันมือ ก่อนจะลงมือแซะงัดแผ่นกระเบื้องที่ซ้อนทับกันออกมาแผ่นหนึ่งความเบาและแม่นยำของการกระทำ มิแตกต่างจากจารชนมือฉมัง ไม่มีแม้เศษอิฐหินที่ร่วงหล่นลงไปยังเบื้องล่าง
ดวงตาโตที่โผล่พ้นผ้าสีดำห่อคลุมใบหน้าแนบชิดกับช่องแสงของกระเบื้องแผ่นที่แง้มออก สมาธิเพ่งจดจ่อไปที่สองใบหูรับฟังเสียงรอบข้าง ด้วยจิตใจที่สงบเย็นกลมกลืนเป็หนึ่งเดียวกับราตรีอันมืดมิด เพียงครู่เดียวห้องที่สว่างไสวจากแสงตะเกียงิญญาเรียบหรูไร้ผู้คนพลันปรากฏเสียงดังแว่วมาตามทางเดินด้านนอก สองพ่อลูกหลงซุนและหลงลู่จินเดินคุยหัวเราะร่วนตรงมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าประตูห้อง