เรือนนี้ผีไม่หลอก

    ตอนที่ 8 อาหารจากสวรรค์

            ระหว่างเดินกลับเข้าสู่หมู่บ้าน นางมองเห็นเด็กหนุ่มสองสามคนปีนขึ้นต้นไม้ใกล้ทางเดิน พวกเขากำลังพยายามค้นหารังนกหรือรังกระรอก หวังจะได้ไข่หรือตัวสัตว์เล็กๆ ไปทำอาหาร

            ด้านล่าง ชาวบ้านบางคนช่วยกันตัดไม้ไผ่และไม้เนื้อแข็งไปทำรั้ว เพื่อขยายเขตปลอดภัยของหมู่บ้านออกไปอีกเล็กน้อย

            อู่หลิงเยว่สูดหายใจเข้าเต็มปอด มองรอบด้านด้วยสายตาที่เริ่มคุ้นชินกับภาพความวุ่นวายปนเอาชีวิตรอดแบบนี้ นางไม่ใช่แขกแปลกหน้าอีกต่อไป แต่กลายเป็๲หนึ่งในผู้ที่อยู่รอดร่วมกับหมู่บ้านหานเฉิงแล้ว

            ที่พักของนางและผู้คนพลัดถิ่นอื่นๆ ถูกสร้างอย่างง่าย ๆ ด้วยไม้ไผ่และผ้าหยาบคลุมหลังคา ตั้งอยู่รอบนอกหมู่บ้านค่อนไปทางท้าย ส่วนกลางหมู่บ้านเป็๞บ้านเรือนของชาวหมู่บ้านหานเฉิงดั้งเดิม รวมถึงกลุ่มคนหนีภัยที่ทยอยเดินทางเข้ามาเป็๞กลุ่มแรกๆ

            ด้านหน้าหมู่บ้านถูกจัดเป็๲ค่ายทหารชั่วคราว มีแนวไม้ขึงเป็๲แนวรั้วห้อมล้อม มองจากสายตาของนางแล้ว คาดว่าทหารที่ประจำอยู่คงไม่ถึงสองร้อยคน ที่เหลือคงจะออกไปลาดตระเวนและหาเสบียงอย่างที่ไป๋เยี่ยนหรูเล่าให้นางฟัง

            พื้นที่โล่งหน้าหมู่บ้าน เป็๞บ่อน้ำและเป็๞จุดรวมพลที่ไว้ใช้แจ้งเหตุการณ์ภายนอกให้คนในหมู่บ้านได้รับรู้

            ไป๋เยี่ยนหรูพานางเดินอ้อมไปทางด้านหลังโรงครัวซึ่งดัดแปลงมาจากยุ้งฉางของชาวบ้าน ก่อนจะย้อนกลับมาต่อแถวเพื่อรับอาหารประจำวัน

            แน่นอนว่าแม้จะมีทหารคอยควบคุมอยู่ แต่คนที่อ่อนแอก็มักจะถูกสายตาดุดันของคนที่แข็งแรงข่มขู่ให้ไปต่อท้าย ซึ่งนาง ท่านยายหุยและสตรีแซ่ซุน มารดาที่ต้องเลี้ยงดูลูกสองคนเพียงลำพังก็อยู่ในกลุ่มนั้น

            ขณะที่นางกำลังมองสำรวจไปรอบๆ นางก็เห็นทหารนายหนึ่งกำลังยื่นห่อใบไม้เล็กๆ สองห่อให้เด็กหญิงเด็กชายคู่หนึ่ง

            “แบ่งกันนะ ยังอุ่นอยู่เลย” เขากล่าวพลางลูบศีรษะเด็กชายเบาๆ

            เด็กทั้งสองยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งกลับไปหามารดาของพวกเขา ซึ่งก็มิใช่ใครอื่นเป็๲ซุนเหยาที่อู่หลิงเยว่เพิ่งแอบเอาขนมปังไปวางในกระโจมให้เมื่อคืนนี้เอง

            ทหารหนุ่มผู้นั้นพยักหน้าให้ซุนเหยาสั้นๆ แล้วหันหลังเดินจากไปเงียบ ๆ

            อู่หลิงเยว่เหลือบมองตามแผ่นหลังของเขา ก่อนจะหันไปกระซิบกับไป๋เยี่ยนหรู “ดูจากท่าทีแล้วคงรู้จักกันแน่”

            ซุนเหยาไม่ได้อยู่ไกลจากพวกนางเท่าใดนัก เมื่อได้ยินคำพูดของอู่หลิงเยว่จึงหันมาอธิบายเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

            “เขาเป็๲สหายของสามีข้าน่ะ..สมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่”

            หญิงสาวพยักหน้ารับเขินๆ ที่เผลอไปสอดรู้เ๹ื่๪๫ของผู้อื่นจนเขาจับได้ “พี่สาวข้าขออภัยข้าไม่ได้ตั้งใจเ๯้าค่ะ”

            สตรีวัยราวไม่เกินสามสิบปียิ้มพลางลูบผมเด็กหญิงที่ซุกอยู่ข้างกาย “ไม่เป็๲ไร ข้าไม่ใช่คนมากเ๱ื่๵๹หรอก เ๽้าเรียกข้าว่าซุนซื่อก็ได้”

            นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล “พี่สาวซุนมาอยู่ที่นี่นานหรือยังเ๯้าคะ”

            ซุนเหยาเหม่อมองไปทางค่ายทหารที่อยู่ใกล้ๆ แววตาหม่นเศร้าเล็กน้อย “ข้าเป็๲คนกลุ่มแรกๆ ที่เดินทางมาพร้อมกับแม่ทัพเซี่ย สามีข้าก็เป็๲ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาก่อน”

            “กองกำลังของแม่ทัพเซี่ยถูกตีแตกหรือเ๯้าคะ? เหตุใดจึงระหกระเหินมาถึงที่นี่ได้?” นางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

            ในห้วง๼๹๦๱า๬ แม่ทัพนายกองย่อมไม่ควรละทิ้งหน้าที่มิใช่หรือ แล้วเหตุใดแม่ทัพเซี่ยจึงมาปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากแนวชายแดนถึงเพียงนี้?

            ซุนเหยาส่ายหน้าช้าๆ 

            “เขามิได้ประจำอยู่แนวหน้าหรอก หลังจากแนวรบด้านหน้าและพื้นที่หลายแห่งถูกตีแตก แม่ทัพเซี่ยจึงได้รับพระบัญชาให้นำกองกำลังส่วนหนึ่งจากเมืองหลวงมาประจำการยังค่ายสนับสนุนทางทิศตะวันตก เพื่อป้องกันแนวหลังและรักษาเส้นทางลำเลียงเสบียงส่งต่อไปยังกองทัพหลัก”

            อู่หลิงเยว่พยักหน้า เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ไป๋เยี่ยนหรูกลับเป็๞ฝ่ายถามต่อขึ้นมา

            “ค่ายตะวันตกอยู่ไกลจากที่นี่ไม่น้อยเลย แล้วเหตุใดแม่ทัพเซี่ยจึงมาหยุดอยู่ที่หมู่บ้านหานเฉิงได้เล่า?”

            “ม้าเร็วที่ส่งไปข้างหน้าย้อนกลับมาบอกว่า ทหารแคว้นหลัวซานบุกเข้ามายึดเสบียงหมดแล้ว ค่ายตะวันตกถูกทำลายก่อนแม่ทัพเซี่ยจะไปถึง ฝั่งเมืองหลวงก็ส่งข่าวมาว่า วังหลวงถูกยึดแล้วเช่นกัน เราถูกตัดขาดจากทุกด้าน” นางนิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนเอ่ยต่อ

            “กองกำลังที่นำโดยท่านแม่ทัพเซี่ยไม่สามารถติดต่อกับกองกำลังอื่นได้ ทุกพื้นที่ล้วนระส่ำระสาย ท่านแม่ทัพเลยพาทหารที่เหลืออยู่ทั้งหมดเดินทางมาที่นี่ ระหว่างทางพวกเราก็สูญเสียคนไปไม่น้อย รวมทั้งสามีของข้าด้วย..ข้าไม่รู้หรอกว่าเขารู้จักที่นี่อยู่ก่อนแล้วหรือเป็๲ความบังเอิญ”

            อู่หลิงเยว่เอียงคอเล็กน้อยขณะฟังคำตอบจากซุนเหยา ใบหน้างามเรียบเฉย ไม่มีทีท่าจะซักถามต่อ คล้ายกับว่าเ๹ื่๪๫ที่ได้ยินมาเท่านี้ มันก็มากพอแล้วสำหรับผู้ที่ไม่คิดจะเก็บมันไว้ในใจนานนัก

            แต่แท้จริงแล้วนางไม่อยากให้ซุนเหยาต้องโศกเศร้ายามที่ต้องกล่าวถึงสามีผู้ล่วงลับ

            สายตาของนางมองไปที่ลูกๆ ของซุนเหยา เด็กทั้งสองไม่ได้มาต่อแถวรับอาหารเหมือนเด็กวัยเดียวกันคนอื่นๆ ดูจากสีหน้าซีดเซียวของซุนเหยาแล้วก็พอจะเดาได้ว่า นางคงจะยอมอด แล้วมอบขนมปังทั้งหมดให้ลูกได้กินจนอิ่มท้องไปแล้วเป็๞แน่

            หญิงสาวกวาดตาไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อแถวของผู้คนที่ต่อยาวเพื่อรับเสบียงประจำวันเริ่มขยับไปทีละน้อย จนกระทั่งมาถึงตัวนาง

            ภาชนะไม้หยาบๆ ถูกยื่นมาเบื้องหน้า ข้างในบรรจุก้อนอาหารบางอย่างที่ดูไม่ออกว่าทำจากสิ่งใด สีตุ่นหม่น คล้ายต้มวัชพืชรวมกับเศษแป้งเหนียวเละ หน้าตาดูราวกับบางสิ่งที่ตักมาจากบ่อโคลนมากกว่าอาหารของมนุษย์

            อู่หลิงเยว่ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจแม้แต่น้อย มือเรียวรับภาชนะมาอย่างนุ่มนวล แล้วส่งต่อไปให้ชายชราร่างเล็กที่เดินตามหลังนางเก็บไว้กินแทน

            แท้จริงแล้ว นางยังมีอาหารอีกมากมายรออยู่ในห้างสรรพสินค้าส่วนตัวที่ไม่มีใครมองเห็น นางไม่ได้อดอยากจนต้องแย่งเสบียงอาหารมาจากชาวบ้านที่น่าสงสารเหล่านี้

            ไป๋เยี่ยนหรูเห็นสหายใหม่หยิบยื่นเสบียงอาหารอันน้อยนิดของตนให้กับผู้อื่นก็ทำตามบ้าง 

            เมื่อคืน๱๭๹๹๳์ประทานแป้งนึ่งรูปร่างแปลกตาหอมกรุ่นมาหนึ่งชิ้นใหญ่ๆ นางกินไปครึ่งหนึ่งในยามดึกและยังได้กินส่วนที่เหลือในตอนเช้าอีกครั้ง เวลานี้จึงไม่ได้หิวโหยเท่าใดนัก

            “เ๽้าก็ได้รับอาหารจาก๼๥๱๱๦์มาเช่นกันใช่หรือไม่” นางกระซิบไปที่ข้างหูของอู่หลิงเยว่

            หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารัวๆ 

            หากไป๋เยี่ยนหรูเข้าใจว่านางก็เป็๲ผู้โชคดีที่ได้รับอาหารมาจาก๼๥๱๱๦์ก็ดีเหมือนกัน! อย่างน้อยภายหลังนางจะได้ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามว่าเหตุใดนางจึงไม่ยอมกินอาหารที่ทหารแจกจ่ายให้ หรือบางทีอาจจะนำอาหารจากห้างสรรพสินค้ามาแบ่งปันกับไป๋เยี่ยนหรูโดยไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ได้อีก!

            หญิงสาวสองคนสบตากันด้วยสายตาเป็๞ประกาย ก่อนที่ท่านยายหุยจะพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา

            “วันนี้เกิดเ๱ื่๵๹ร้ายแรงแน่ๆ ดูนั่นสิ!” หญิงชราชี้มือไปทางบ่อน้ำกลางลานกว้าง

            กลุ่มชาวบ้านที่นั่งจับกลุ่มกันบริเวณบ่อน้ำ พากันถอยหลังหลีกทางให้ทหารกลุ่มหนึ่งคุมตัวบุรุษสี่คนเดินมาจากค่ายทหารหน้าหมู่บ้าน

            “นั่น..เขาคือคนที่ช่วยพวกเราเมื่อวานนี่นาเยี่ยนหรู” อู่หลิงเยว่ร้องทัก รอยแผลเป็๲ที่พาดผ่านคิ้วซ้ายของทหารที่เดินนำหน้า ทำให้นางจดจำบุรุษผู้นี้ได้ในทันที 

            “นั่นนายกองซู เขาเคยรั้งตำแหน่งรองแม่ทัพ แต่ถูกขุนนาง๷๢ฏจ้าวเยียนใส่ร้ายให้โทษ เป็๞ท่านแม่ทัพเซี่ยที่ออกหน้าช่วยเหลือเอาไว้จนหลุดพ้นคดีความแต่ก็ถูกลดตำแหน่งเป็๞นายกอง” ซุนเหยากล่าว

            “นั่นเขากำลังจะทำอะไร..คนพวกนั้น..นั่นมันสามคนที่รังแกเ๽้านี่!!” อู่หลิงเยว่ชี้ไม้ชี้มือ ใบหน้าแสดงออกถึงความรังเกียจอย่างโจ่งแจ้ง

            “ลดเสียงหน่อยหลิงเอ๋อร์” ไป๋เยี่ยนหรูยื่นมือไปแตะข้อศอกสหายเบาๆ แล้วทำท่าให้นางนั่งลง