พลอยกับส้มพาเจนกลับถึงบ้านแล้วมีป้ามุกกับลุงหมูนั่งอยู่เคียงข้าง “ทีหลังคุณหนูอย่าทำแบบนี้อีกนะคะคุณหนูไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น คุณหนูอยู่ที่นี่ดีแล้วนะคะ...คุณหนูรู้ไหมคะว่านายท่านเป็ห่วงคุณหนูมากขนาดไหน!!”
“หนูขอโทษที่ทำเื่ไม่ดีแบบนี้หนูไม่ทำแล้วค่ะ”
“คุณหนูต้องขอโทษนายท่านด้วยนะคะ”
“ไม่ค่ะป้ามุกหนูผิดจริงเื่ที่หนูคิดออกไปอยู่หอพักแต่หนูไม่ได้ทำอะไรผิดกับพ่อนี่คะ...พ่อต่างหากที่ผิดนัดหนู หนูไม่ขอโทษพ่อหรอกค่ะ”
“ไอ้เจนมึงนี่จริงๆ เลย นี่พ่อมึงนะ...ตอนนี้พ่อมึงก็ยุ่งๆ กับงานมึงน่าจะเข้าใจพ่อมึงบ้าง!!”
“มึงเลิกพูดเื่นี้เหอะพลอยพ่อกูเขาก็สนใจแต่งานแหละ วันๆ เคยสนใจกูที่ไหน!...กูพยายามเล่าเื่เจอผีให้เขาฟังตั้งกี่ครั้งเขาสนใจกูที่ไหน หาว่ากูคิดไปเอง แต่ช่างเถอะ!!!กูคงต้องตายด้วยไอ้ผีบ้าตัวนี้ ชดใช้กรรมที่กูเป็ลูกทรพีแหละ”
จู่ๆก็มีเสียงแทรกข่าวด่วนจากรายงานสดออกมาจากทีวี “ขณะนี้เ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุเวลาประมาณตี 4.20 น.ครับ เ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ 5 คน เป็ชายอายุประมาณ25-30 ปี ยังไม่ทราบชื่อได้ที่บริเวณหอพักนักศึกษาแห่งหนึ่ง พลเมืองดีแจ้งว่าเห็นคนร้ายทั้ง 5 คนวิ่งสะเปะสะปะออกมาจากพุ่มไม้ ทุกคนมีอาการเหมือนกันหมด ะโลั่นโวยวายแต่จับใจความไม่ได้ว่าคนร้ายพูดอะไรคล้ายๆ กับคนเสียสติหรือเมายา”
“ผมได้ยินชัดเจนว่าคนร้ายทุกคนพูดไม่เป็ภาษา พูดไม่รู้เื่และมีท่าทางหวาดกลัวมากไม่แน่ใจว่าวิ่งหนีอะไรครับ สงสัยเมายาก็เลยเกิดอาการหลอนมากกว่าครับ”
“คนร้ายบางคนะโร้องขอความช่วยเหลือด้วยนะคะหนูได้ยินตอนแรกคิดว่าคนโดนทำร้าย แต่พอมีคนะโว่า มีคนร้ายๆ หนูก็เพิ่งรู้ว่า พวกนี้เป็คนร้ายนี่น่า”
“ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ได้มีโอกาสคุยกับคนร้ายคนหนึ่งพูดเหมือนกับพลเมืองดีเลยครับว่า คนร้ายมีอาการเหมือนคนเสียสติ วกวนไปมาพูดจาไม่รู้เื่ตาเหลือก เ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในขั้นต้นว่าคนร้ายน่าจะมึนเมาจากยาเสพติดแล้วออกมาดักปล้น”
“ข่าวโจรข่าวนี้มันซอยเดียวกับที่พวกเราไปหาเจนเมื่อกี้นี่เนียพี่จำแยกนี้ได้ เราเพิ่งขับรถผ่านร้านสะดวกซื้อแล้วด้านข้างๆ ก็เป็ถนนมืดๆจำข้างถนนตรงนี้ได้อ่ะ...ใช่ป่ะส้ม?”พลอยหันไปถามส้มด้วยความสงสัย
“ใช่ๆถนนนี้แหละ ซอยเดียวกับหอพักพี่เจนเลย…มีโจรด้วยอ่ะน่ากลัวมาก”
ทุกคนมัวแต่หันไปดูข่าวในจอทีวีจนลืมสังเกตว่าเจนจิรานั่งคอตกลงจนล้มฟุบลงมานอนกองที่พื้นห้องทำให้ทุกคนใมาก
“พ่อๆๆรีบไปเอารถออกเร็วๆๆๆ...เร็วสิพ่อๆๆ พาคุณหนูส่งโรงพยาบาล เร็วๆ สิพ่อ!!!” ป้ามุกะโเสียงหลง
“ไอ้เจน!!! มึงเป็อะไรๆๆ ไอ้เจนๆๆๆ”พลอยกับส้มตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกอย่างมาก พลอยรีบใช้มือตบไปที่แก้มเจนเบาๆแต่ก็ไร้ผล ไม่มีการตอบสนองใดๆ กลับมา
“เจนตัวร้อนจี๋เลย...ส้มๆๆไปเอาผ้าชุบน้ำมา เร็วๆๆ” พลอยค่อยๆประคองหัวของเจนเข้ามาแนบที่ลำตัว “มึงต้องไม่เป็ไร...รู้ไหมมึงต้องไม่เป็อะไรๆๆๆ”
หลวงตายังคงนั่งหลับตาสวดมนต์อยู่ภายในกุฏิจู่ๆ เกิดลมพัดกะทันหันกระทบที่หน้าต่างไม้รุนแรงมากจนทำให้หลวงตาต้องหยุดสวดมนต์แล้วหันมองไป-มารอบห้องสายตาหยุดตรงที่หน้าต่างไม้กำลังสะบัดตามแรงลม
ในจังหวะนี้เองเกิดลมพัดรุนแรงขึ้นอีก 1จุดบริเวณลานวัดทำให้ต้นไม้แถวนั้นไหวเอน มีลำแสง 3จุดเคลื่อนที่รวมกันเป็จุดเดียวขนาดใหญ่กลายร่างเป็ผีสาว ลอยเข้ามาทิศทางชั้นใต้ถุนของกุฎิ
แสงไฟจากลานวัดส่องผ่านทางช่องหน้าต่างไม้ค่อยๆ สลัวลงทีละน้อยทำให้หลวงตาทราบดีว่า มีบางสิ่งลอยขึ้นมาปิดทางแสง ทั้งๆที่หลวงตาไม่ได้หันมามองหน้าต่างไม้แม้แต่น้อย
เงามืดค่อยๆลอยขึ้นมาจนถึงระดับเดียวกับหน้าต่าง กลายร่างเป็เงาหญิงสาวจ้องมองหลวงตาด้วยความพยาบาทลมหายใจค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ
“โยมติดตามโยมเจนอยู่ใช่ไหม?โยมทำสิ่งนี้ไปเพื่ออันใด? เหตุใดโยมจึงไม่หยุดสักที”
เจนลืมตาขึ้นมาด้วยอาการอ่อนเพลียอย่างมากเธอหันมองไปมาก็รู้ว่ากำลังนอนในโรงพยาบาล เห็นพลอย, ส้ม, ป้ามุกและลุงหมูนั่งเฝ้าไข้อยู่ในห้องแต่ละคนต่างนอนหลับในแต่ละมุมห้อง ในจังหวะนี้เองมีนางพยาบาลเปิดห้องเดินเข้ามาทำให้ทุกคนตื่นขึ้นมา
“หนูมาอยู่ที่นี่ได้ยังงัยคะคุณพยาบาล?”
“คุณเจนจิราไม่ได้สติหลับไป1 วันเต็มๆ แต่ไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ เป็อาการที่เกิดจากภาวะเครียดสะสมแล้วก็พักผ่อนไม่เพียงพอมีอาการความดันตกเล็กน้อยค่ะ คุณหมอแจ้งว่าขอดูอาการอีกสัก2-3 วัน ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็กลับบ้านได้นะคะ”
“ค่ะขอบคุณค่ะ”
“มีอะไรเรียกนะคะกดปุ่มสีแดงที่หัวเตียงค่ะ”
หลังจากพูดจบพยาบาลก็เดินออกจากห้องไป
“เมื่อวานนี้เพื่อนๆในห้องมาเยี่ยมแกด้วย แต่แกหลับทั้งวันอ่ะ...แล้วตอนนี้เป็งัยมั่ง?” พลอยเอ่ยปากถามด้วยความเป็ห่วง
“อืมๆดีขึ้นเยอะเลย...เพลียด้วยแหละ”
“แล้วแกจะกินอะไรป่ะเดี๋ยวลงไปซื้อให้”
“ไม่เอาๆๆอยากนอนเฉยๆ มากกว่า”
การล้มป่วยของเจนจิราสร้างความกังวลใจให้กับวรวิทย์อย่างมากในขณะเดียวกันตัวเขาเองก็ต้องประชุมต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 2 ติดต่อกันทำให้วินัยอดเป็ห่วงไม่ได้
“นายท่านครับ...ผมอยากให้นายหาเวลาพักผ่อนบ้างครับนายทำงานติดต่อกันเป็วันที่ 2 แล้ว โหมงานหนักขนาดนี้ เกรงว่า...จะ...ไม่...ไม่เป็ผลดีกับนาย”
“ไม่เป็ไรผมไม่เป็ไรวินัย...หาไฟลท์บินกลับไทยวันนี้ด่วน ผมต้องรีบกลับไปเยี่ยมลูก”
“แต่ว่า...นายครับ”
“ไม่มีแต่...ทำตามที่ผมสั่ง”
“เดี๋ยวผมจะออกไปทำธุระส่วนตัวไปเจอผมที่สนามบิน”
“ครับนายท่าน”
หลังจากที่เจนจิราพักฟื้นเกือบๆ 1 วันอาการของเธอเริ่มดีขึ้น สีหน้าที่สดใสทำให้พลอย, ส้ม,ป้ามุกและลุงหมูสบายใจขึ้นอย่างมาก “เย็นนี้ได้กลับบ้านแล้วนะมึง”
“คุณหนูคะนายท่านถึงบ้านวันนี้่เย็นๆ เหมือนกันนะคะ พอดีกับที่คุณหนูออกจากโรงพยาบาลค่ะ”
เจนไม่ได้แสดงออกตอบรับอะไรมากนักแค่พยักหน้ารับรู้เล็กน้อยทำให้พลอยรู้สึกหงุดหงิดมาก“ไอ้เจน!!มึงนี่ดื้อจริงๆดื้อมากๆ”
หลังจากที่วรวิทย์เดินทางกลับถึงไทย รีบตรงเข้ามาเยี่ยมเจนจิราภายในห้องนอนชั้นลอยทันทีเห็นเจนจิรานอนหลับสนิท สีหน้าของวรวิทย์มีแต่รอยยิ้มที่ได้เห็นหน้าลูกตัวเอง
วรวิทย์ยังคงนั่งทำงานอย่างต่อเนื่องจนเกิดอาการผิดปกติเขาต้องใช้มือมากดบริเวณอกด้านขวา เหงื่อไหลตามตัวอาการเ็ปเริ่มทวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดอาการหายใจแรงศีรษะของเขาตกลงมากระแทกกับโต๊ะทำงานวรวิทย์พยายามฝืนดันตัวเองขึ้นมาเอนหลังพิงเก้าอี้แบบทิ้งตัว
เขารีบกวาดสายตาเอื้อมมือไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วอาการหายใจแรงค่อยๆ ลดลงจนกลับสู่ภาวะปกติ วรวิทย์ยังคงนั่งนิ่งๆครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
วรวิทย์ค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลจากตู้เอกสารติดตัวมาด้วย รีบโทรหาวินัยทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก“วินัย ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?”
“ผมเพิ่งประชุมเสร็จครับนาย”
“มาหาผมที่บ้านตอนนี้เลย...ผมมีเื่ด่วนเื่นี้คุณต้องไปกับผมด้วย”
เจนจิราพักฟื้นชั่วระยะเวลาหนึ่งจนร่างกายเริ่มฟื้นตัวเธอขับรถออกจากบ้านตรงไปที่บ้านพลอยตั้งใจว่าอยากให้พลอยช่วยทบทวนเื่เรียนที่เธอไม่ได้เข้าคลาส 2 วัน
เจน :“มึงงงงกูไม่ได้เข้าคลาส 2 วัน...ทวนเนื้อหาให้กูหน่อย”
พลอย :“เอ่อๆมึงมาที่บ้านกูตอนนี้ได้อ่ะ”
ใน่เวลาเดียวกันชุติมากำลังนั่งทำงานอยู่ภายในสำนักงานตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเอกสารจำนวนมากถูกจัดเรียงอยู่ในแฟ้มเธอกำลังเช็คข้อมูลอะไรบางอย่างจากจอคอมพิวเตอร์
“คุณชุติมาครับมีสายเข้าจากคุณขจรครับ”
“โอนเข้ามาได้เลย”
“ได้ครับ”
“ชุติมาผมเองนะ…เมื่อกี้นุ่นบอกผมว่าวรวิทย์นัดประชุมด่วนพรุ่งนี้เช้านุ่นแจ้งเื่นี้หรือยัง?”
“ยังเลยค่ะพี่ขจรก็เพิ่งทราบจากพี่ขจรเนียแหละค่ะ”
“โอเคๆประชุมรอบนี้เอาให้จบ...จะได้จบๆ สักที ผมยืนยันว่าวรวิทย์ต้องถอนคำสั่งออกทั้งหมด!!!”
“หนูเห็นตรงกันกับพี่ขจรค่ะเื่นี้วรวิทย์ผิดอยู่แล้ว เขาไม่มีสิทธิ์มายุ่งโปรเจ็กต์นี้ั้แ่ต้นด้วยซ้ำหนูจะช่วยพี่ยืนยันเื่นี้ในที่ประชุมบอร์ดเองค่ะ”
“ถ้าพรุ่งนี้มันเล่นตุกติกยื้อเวลาหรืออะไรก็ตามต้องคัดค้านเด็ดขาด เื่นี้ผมไม่ยอม ต้องยกเลิกคำสั่งทั้งหมดเท่านั้นไม่มีบิดพลิ้ว”
“วรวิทย์ใช้วิธีการแบบนี้กับหนูไม่ได้หรอกค่ะพี่ขจรเื่นี้เป็ผลประโยชน์ของบริษัททั้งนั้น อยู่ๆ จะใช้อำนาจประธานไม่ได้เด็ดขาดค่ะ!!!”
“พี่ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อยเอาตามนี้!!!...ถ้างั้นเจอกันในที่ประชุมก็แล้วกัน”
“ค่ะพี่ขจร”
หลังจากที่ชุติมาวางสายจากขจรไม่นานเลขาส่วนตัวเดินเข้ามาภายในห้องทำให้ชุติมาแปลกใจมาก “มีอะไรเหรอ?”
“พอดีมีคนมาหาคุณชุติมาครับ...คือ...คือ...คือว่า...คือ...”
“ใครมาหาก็พูดมาสิ!!! อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ พูดไม่รู้เื่!!!...มาหาฉัน? มีนัดไว้เหรอ? ฉันจำได้ว่าวันนี้ไม่ได้นัดใครนี่น่าวันนี้ฉันไม่อยากเจอใคร ฉันยุ่งๆ หาเวลานัดวันหลัง วันนี้ฉันไม่ว่าง”
“เอ่อ...เอ่อ...”
“ใครมาหาเหรอ?ใคร?” ท่าทีแปลกๆ ของเลขาทำให้ชุติมาหงุดหงิดมาก“มีอะไรก็พูดมา!!!”
“ผมคิดว่าคุณชุติมาน่าจะคุยกับ 2 คนนี้ก่อนครับ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำพูดของเลขาดีนักแขกที่ไม่ได้นัดหมายทั้ง 2 คนยืนอยู่บริเวณหน้าประตูห้องทำงาน ทำให้ชุติมาใมากไม่คาดคิดมาก่อน
“คุณ...คุ...คุณ….คุณ2 คน....เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ...ยืนคุยตรงนี้ไม่น่าจะสะดวกเท่าใดนัก”