ตอนที่ 12 ออกล่าสัตว์ในป่า
“พวกท่านใช่คนของเ้าเมืองคนใหม่หรือไม่?”
เสียงของชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มชาวบ้านได้พูดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วจ้องมองมาที่อากอร์นอย่างจริงจัง......
“ถูกต้องแล้วพวกเราเป็คนของเ้าเมืองเซนต์จูรี่คนใหม่”เจมส์วิชที่อยู่ข้างๆ อากอร์นพูดขึ้นด้วยสีหน้าอันภาคภูมิใจ.......
“แล้วพวกเ้ามาที่นี่้าอะไร?”ชายวัยกลางคนยังคงพูดถามกลับไปอีกครั้งด้วยท่าทางกังวลและยังคงระแวดระวัง.......
“ที่พวกเรามาที่นี่เพราะ้าพาทุกคนเข้าไปอยู่ในเมืองเซนต์จูรี่”คราวนี้เป็อากอร์นที่เป็คนเปิดปากพูดถึงสิ่งที่เขา้า......
“อยากให้พวกเราเข้าไปอยู่ในเมือง?หึ!! ในเมืองอันตรายกว่าที่นี่เสียอีกใครมันจะเข้าไปอยู่กันอีกอย่างพวกเราก็ไม่คิดที่จะทิ้งหมู่บ้านนี้ไปไหนด้วยต่อให้เ้าเมืองมาเองพวกเราก็ไม่ไปหรอก!!”ชายหนุ่มร่างกายแข็งแกร่งที่อยู่ข้างๆชายวัยกลางคนได้พูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ......
“ก็ตามที่ลูกชายของข้าบอกพวกเาาวบ้านแรนโดฮอล์ยินดีที่จะตายอยู่ที่นี่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามดังนั้นแล้วข้าจึงอยากขอให้พวกท่านกลับไปบอกเ้าเมืองด้วยว่าพวกเราจะไม่ไปไหน”ชายวัยกลางคนยังคงพูดด้วยท่าทางสงบแต่ก็ดูเป็กังวลซึ่งเขาไม่ได้รู้เลยว่าเ้าเมืองที่พวกเขาว่านั้นอยู่ข้างหน้าของพวกเขาแล้ว......
“พวกเ้า!!พวกเ้าไม่รู้หรือยังไงว่า......”
พรึบ!!
ในขณะที่เจมส์วิชกำลังจะพูดบอกว่าเ้าเมืองที่ว่าคนคือใครนั้นอากอร์นก็ได้ยกมือขึ้นห้ามเขาเอาไว้ก่อนจะพูดขึ้นว่า“พวกเราเข้าใจดีและพวกเราจะเอาเื่นี้ไปบอกกับท่านเ้าเมืองให้แต่ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วไม่ทราบว่าพวกเราขอตั้งค่ายพักอยู่ข้างหน้าหมู่บ้านได้ไหม?” อากอร์นพูดพร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่มุมปากของเขา......
“ย่อยได้พวกเาาวแรนโดฮอล์ไม่ใช่พวกใจคอคับแคบอยู่แล้วขอเพียงพวกท่านไม่สร้างความลำบากและก่อความวุ่นวายก็เพียงพอ”ชายวัยกลางคนตอบตกลงอย่างไม่ลังเลใจใดๆหลังจากที่ได้ยินคำขอของอากอร์นที่้าตั้งค่ายที่หน้าหมู่บ้าน.....
เพราะหากว่าอากอร์นขอเข้าไปพักข้างในเขาคงจะตอบปฏิเสธกลับไปแล้วแต่นี่มันแตกต่างจากที่เขาคิดซึ่งมันอยู่นอกแผนการของพวกเขาดังนั้นแล้วชายวัยกลางคนจึงต้องตอบรับไปก่อนและกลับไปคิดหาทางป้องกันทีหลัง......
ซึ่งลูกชายและชาวบ้านหลายคนรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ชายวัยกลางคนหรือหัวหน้าหมู่บ้านตัดสินเช่นนั้นแต่ทุกคนก็ต้องยอมรับเชื่อใจในตัวหัวหน้าหมู่บ้านของพวกเขาเพราะหัวหน้าหมู่บ้านของพวกเขาเป็ถึงนักรบระดับปฐีขั้นที่หนึ่งที่มีพลังมากกว่าคนทั่วไปถึงห้าคนเลย.....
ส่วนทางฝั่งของอากอร์นเมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วเขาก็สั่งให้ทหารของเขาจัดการตั้งค่ายที่หน้าหมู่บ้านในทันทีและบอกให้ชาวบ้านที่เขาพามาด้วยเข้าไปเยี่ยมญาติของเขาได้ซึ่งแน่นอนว่าทางหัวหน้าหมู่บ้านยอมให้ชาวบ้านคนนั้นเข้ามาเพราะพวกเขารู้จักกัน.......
เวลายังคงไหลผ่านเลยไปและในท้องฟ้ายามราตรีก็เริ่มมาแทนที่ดวงตะวัน......
ภายในกระโจมของอากอร์น......
“ท่านอากอร์นเหตุใดถึงไม่บอกพวกเขาไปว่าท่านเป็ใคร?” เจมส์วิชรู้สึกสงสัยมากที่อากอร์นไม่ยอมเปิดเผยฐานะตัวเองว่าเขาเป็เ้าเมือง......
“ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกเจมส์วิชถึงข้าบอกพวกเขาไปผลที่ออกมามันก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยบางที่อาจจะแย่กว่าเดิมก็เป็ได้”อากอร์นพูดอธิบายให้กับเจมส์วิชฟังถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจที่จะไม่บอกพวกชาวบ้านว่าเขาเป็ใครเพราะอะไร......
“แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อ?”ลอลิที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดถามขึ้นถึงแผนการต่อไป.....
“พวกเราไม่ต้องทำอะไรหรอกเพียงแค่ทำเหมือนตอนที่เราอยู่ที่เมืองก็พอ”อากอร์นตอบกลับพร้อมกับยิ้มที่มุมปากของเขา.....
เพียงแค่ทำเหมือนตอนที่เราอยู่ที่เมือง? !!
“ท่านอากอร์นหมายถึงอะไรอย่างนั้นเหรอ?”เจมส์วิชยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่อากอร์นพูดเขาเลยถามกลับอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าสงสัย.....
“ความหายของท่านอากอร์นคือท่าน้าให้พวกใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เหมือนกับตอนที่เราอยู่ที่เมืองหลวงใช่หรือไม่?ทั้งการฝึกซ่อม การกินอยู่และการออกล่าหรืออะไรก็แล้วแต่?” ลอลิเหมือนจะเข้าใจได้นางเลยพูดถามขึ้นในสิ่งที่นางคิด.....
“ถูกต้องแล้วลอลิเ้าช่างฉลาดยิ่งนักทั้งสวยทั้งลาดเลยนะ”อากอร์นหันไปยิ้มให้กับลอลิพร้อมกับพูดชื่นชมนางที่นางสามารถเข้าใจความหมายของเขาได้.....
“ขอบคุณสำหรับคำชมเ้าค่ะ!!”ลอลิกล่าวขอบคุณพร้อมกับก้มหน้าของนางลงมองที่พื้นด้วยความเขินอายเพราะถูกกล่าวชม.......
“ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง!!”ในที่สุดเจมส์วิชก็เข้าใจได้ถึงความหมายของคำพูดของอากอร์นหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของลอลิ.....
หลังจากที่พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งเจมส์วิชกับลอลิก็ออกจากกระโจมของอากอร์นไปกลับไปยังกระโจมของตัวเองเพื่อพักผ่อนรอถึงรุ่งเช้า ส่วนทหารทั้งร้อยคนนั้นพวกเขาได้ถูกจัดแบ่งเวรยามเอาไว้แล้วดังนั้นจะมีบางส่วนที่ค่อยอยู่เวรยามและส่วนที่เหลือจะพักผ่อน......
เช้ารุ่งขึ้น......
ย้า!! ย้า!!ย้า!!
“ใครมันมาเอะอะโวยวายแต่เช้าวะ!!”
หลังจากที่เวลายามค่ำคืนผ่านไปใน่รุ่งเช้าที่แสงอาทิตย์กำลังสาดส่องเสียงร้องะโอย่างพร้อมเพรียงกันก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของทหารทั้งร้อยคนที่พากันวิ่งอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยโดยที่อากอร์นและเจมส์วิชวิ่งนำพวกเขารอบๆค่ายที่พวกเขาตั้งขึ้นมา......
“นั่นพวกเขาทำอะไรกัน?”
“คงตื่นมาออกกำลังกายยามเช้าละมั้ง”
“แต่ดูหุ่นของพวกเขาสิ?กล้ามแน่นๆ เลย.......เจ๊ชอบ!!”
“พวกเขาดูแข็งแรงกันจังเลยเนอะ?”
“มันก็แน่อยู่แล้วพวกเขาเป็ทหารนิ่ต่างกับพวกเราที่เป็เพียงชาวบ้านธรรมดา”
เหล่าชาวบ้านที่พากันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวายของพวกอากอร์นได้พากันพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในยามเช้านี้ว่าเกิดจากอะไรและหลายๆคนที่มักจะตื่นเช้าอยู่แล้วพวกเขาได้เห็นั้แ่กลุ่มของอากอร์นเริ่มฝึกเลยและยังได้เห็นว่าทหารทั้งร้อยคนนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน.....
“ทุกคนหยุดได้!!”
โอ้วววว!!
ตุบ!!
“เอาละทุกคนแยกย้ายกันไปพักได้หลังจากนี้อีกหนึ่งชั่วโมงพวกเราจะออกไปล่าหาอาหารกัน”
โอ้วววว!!
เมื่อได้รับคำสั่งทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัวของตัวเองทันทีซึ่งก็คือการไปที่ลำธารที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อชำระร่างกายของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่พวกเขาจะออกไปล่าสัตว์เพื่อมาทำอาหารใน่สายนี้ซึ่งลอลิได้ตรวจดูพื้นที่ให้แล้วว่าจุดไหนบ้างที่มีสัตว์อยู่......
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป......
หลังจากที่ผ่านหนึ่งชั่วโมงไปแล้วทหารทั้งหมดก็กลับมารวมตัวกันซึ่งอากอร์นได้แบ่งทหารออกเป็สามสี่กลุ่มสองกลุ่มจะอยู่ที่ค่ายส่วนอีกหนึ่งจะคอยเดินลาดตระเวนบริเวณรอบๆค่ายและหมู่บ้านแรนโดฮอล์ ส่วนกลุ่มสุดท้ายไปกับเขาเพื่อออกล่าสัตว์.......
ภายในหมู่บ้าน ณที่ว่าการหัวหน้าหมู่บ้าน.....
“ท่านพ่อไอ้พวกทหารของเ้าเมืองพวกมันยังคงอยู่ที่หน้าหมู่บ้านของเราอยู่เลย”ชายหนุ่มลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ.......
“อือ.....ข้ารู้แล้วแต่พวกเราจะทำยังไงได้ละ ถ้าหากพวกนั้น้าที่จะอยู่แบบนั้นพวกเราก็ต้องปล่อยพวกนั้นไปขอเพียงพวกนั้นไม่เข้ามาทำให้หมู่บ้านวุ่นวายก็เพียงพอ”ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าที่คิดหนักและเป็กังวล......
เมื่อคืนเขาคิดเื่นี้ตลอดทั้งคืนเลยขนาดที่แอบออกมาจากห้องนอนของตนเองเพื่อไปดูค่ายของอากอร์นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือมีอะไรที่ผิดสังเกตบ้างแต่เขาก็ไม่พบอะไรนอกจากความเป็ระเบียบเรียบร้อยและความผ่อนคลายของทหารเท่านั้น.....
ดังนั้นแล้วชายวัยกลางคนหัวหน้าหมู่บ้านจึงต้องยอมปล่อยเื่นี้ไปก่อนอีกอย่างเขาเองก็ห่วงเื่ความปลอดภัยของชาวบ้านด้วยหากเขาทำการไล่อากอร์นให้ออกไปในตอนนี้เพราะทหารทั้งร้อยคนรวมถึงผู้นำอย่างอากอร์น เจมส์วิชและลอลิทุกคนล้วนดูแข็งแกร่งอย่างมาก......
“แต่ว่าท่านพ่อ........”
พรึบ!!
“เื่นี้ปล่อยไปก่อนยังไงพวกนั้นก็ไม่ได้คิดไม่ดีกับพวกเราเหมือนกับคนของเ้าเมืองคนก่อนอีกอย่างมีพวกเขาอยู่พวกโจรคงไม่กล้าบุกหมู่บ้านของเรา”หัวหน้าหมู่บ้านรีบห้ามลูกชายของตนเองไว้และบอกให้ทุกคนรอดูไปก่อนซึ่งทุกคนก็พอที่จะเห็นด้วยกับคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้าน.....
บ้าจริง!!
ปัง!!
แต่ชายหนุ่มไม่คิดอย่างนั้นเขาแสดงท่าทางไม่พอใจอย่างมากออกมาก่อนจะเดินออกจากที่ทำการหมู่บ้านไปและเข้าไปในป่าไปในที่ที่เขาชอบไปมากที่สุดซึ่งสถานที่แห่งนั้นเป็สถานที่แห่งความทรงจำของเขาเลยก็ว่าได้และเป็ที่ที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากที่สุดด้วย......
“เฮ้อ.......มันเป็เพราะข้าเองที่ดื้อรั้นไม่เชื่อฟังแม่ของเ้า”หัวหน้าหมู่บ้านพูดพร้อมกับถอดถอนหายใจยางออกมาอย่างเหนื่อยใจเมื่อคิดถึงเื่ราวในอดีต......
ในตอนนี้ทีมของอากอร์นได้ออกเดินทางเข้าไปในป่าแล้วโดยกลุ่มของเขามีทหารทั้งหมดยี่สิบห้าคน อากอร์นและลอลิที่คอยตรวจสอบอยู่บนต้นไม้ซึ่งสถานที่ที่เขาจะไปนั้นอยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลนักและในจุดที่ว่านั้นมันเป็ที่อยู่อาศัยของหมีดำที่ดุร้าย......
หมีดำที่ว่านั้นเป็สัตว์ร้ายระดับหนึ่งที่มีความแข็งแกร่งพอๆกับสัตว์ร้ายระดับสองเลย นอกจากนักรบระดับปฐีขั้นสองขึ้นไปแล้วคนที่อยู่ระดับต่ำกว่านี้อาจจะถูกมันฆ่าได้หากไปคนเดียวหากเป็คนธรรมดายิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนคนนั้นจะจบชีวิตเร็วขนาดไหน......
“ลอลิเ้าแน่ใจนะว่าจุดที่มีหมีดำอยู่น่าจะอยู่แถวนี้?”อากอร์นหันไปถามลอลิที่อยู่บนต้นไม้เพื่อให้แน่ใจว่านางบอกตำแหน่งถูกเพราะพวกเขาเดินมานานแล้วแต่ยังไม่พบร่องรอยใดๆ เลย......
“นี่ท่านไม่เชื่อข้าอย่างนั้นเหรอ?”ลอลิตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอากอร์นแสดงสีหน้าไม่เชื่อนาง.....
“ไม่ใช่ไม่ใช่!! ข้าไม่ได้หมายความว่า........”
โฮกกกกก!!
ตู้มมมมมม!!
ย้า!!!
แต่ในขณะนั้นเองเสียงร้องคำรามของสัตว์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของต้นไม้ที่ล้มลงกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่นและเสียงร้องของคนที่ดังตามหลังมาติด.......