ฤดูกาลผลัดเปลี่ยน สายลมพัดผ่านตอนนี้เจียวซิ่นอายุสิบเอ็ดปีแล้ว.และด้วยการที่ตระกูลจางได้พืชปรานชนิดต่างๆทำให้ตอนนี้ไม่มีใครในแคว้นอู่และแคว้นข้างเคียงไม่รู้จักตระกูลจางและตระกูลอิ่นไม่ว่าจะเป็กลุ่มราชวงศ์หรือกลุ่มอำนาจในยุทธภพต่างรู้จักตระกูลจางในฐานะผู้พืชปรานและรู้จักตระกูลอิ่นที่เป็พันธมิตรของตระกูลตางในฐานะผู้ขายพืชปราณรายเดียวที่สามารถรับมาจากตระกูลจางเพื่อขายได้ไม่ว่าจะมีตระกูลมากหน้าหลายตามาติดต่อของนำพืชปราณเ่าั้ไปขายอย่างตระกูลอิ่นก็ต้องผิดหวังทุกรายด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองตระกูลทำให้ตระกูลอื่นไม่สามารถสอดมือมาขั้นกลางระหว่างสองตระกูลได้และด้วยการสนับสนุนจากหงเออร์ทำให้ทางบ้านจางได้มีนักปรุงโอสถเกิดขึ้นอีกคนนั้นก็คือลู่จื้อนั้นเอง ด้วยความที่ลู่จื้อนั้นไม่ชอบการออกแรงแต่ชอบการปรุงยามากกว่าทำให้เลือกสายการปรุงยาและสายนักอักขระนั้นเองส่วนพี่ใหญ่ที่มีความฝันในการเป็แม่ทัพได้เรียนการปรุงพิษและการต่อสู้จากตำราต่างๆในมิติปราณ์ด้วยวัยสิบสองปีก็สามารถผ่านด่านทดสอบของสำนักขุนเขา์เป็ศิษย์สายในได้สำเร็จทำให้ต้องจากบ้านเพื่อไปศึกษาที่สำนักแทน.ดังนั้นนอกจากที่ทุกคนจะรู้จักตระกูลจางว่าเป็ตระกูลที่พืชปราณแล้วทุกคนยังรู้จักตระกูลจางเป็ตระกูลที่สร้างอัจฉริยะวัยเยาว์อีกสามคนนั้นคือพี่คนโตจางลู่ฉีสามารถสอบผ่านเป็ศิษย์สายในของสำนักขุนเขา์ได้ด้วยวัยสิบสองปียังมีคุณหนูใหญ่และคุณชายรองจางเจียวซิ่นและจางลู่จื้อที่สามารถปรุงโอสถได้อีกด้วยเมื่อรุ่นเยาว์เก่งกาจเช่นนี้จึงไม่ต้องพูดถึงรุ่นใหญ่อย่างจางซิ่นลู่และจางลู่ชิงที่ตอนนี้ระดับขั้นปราณสูงจนตระกูลอื่นๆได้แต่แหงนมอง
ห้องโถงบ้านจาง
"เรียนนายท่านมีคนมาขอเข้าพบคุณหนูใหญ่ขอรับ"พ่อบ้านจางเข้ามาบอกกล่าวแก่นายตน
"ผู้ใดมาขอเข้าพบไม่เห็นส่งเทียบเชิญมาก่อนพ่อบ้านจางตอนนี้ซิ่นเออร์นางปรุงโอสถเลี้ยงหนอนไหมอยู่ตงอีกสักครึ่งชั่วยามนางจึงจะว่างรับแขกว่าแต่แขกที่ขอเข้าพบเป็ผู้ใดเหตุใดจึงมาั้แ่ยามเช้าเช่นนี้"นางจางถามด้วยความแปลกใจ
"เรียนฮูหยินผู้เฒ่าคนผู้นั้นเป็อาจารย์มาจากสำนักขุนเขา์ขอนับ"พ่อบ้านจางตอบแล้วยังสงสัยว่ามีเหตุเร่งด่วนอันใดทำให้อาจารย์จากสำนักของบุตรชายมาเยือนที่บ้านจาง
"เช่นนั้นเชิญอาจารย์ผู้นั้นเข้ามาเถอะไม่รู้จะมีเื่เร่งด่วนใดถึงมาที่บ้านจางของเรา"ซิ่นลู่กล่าวให้เชิญแขกเขามาอย่างเร่งรีบด้วยกลัวว่าลู่ฉีจะมีเื่เร่งด่วนหรืออันตรายใดๆจึงปรากฏอาจารย์จากสำนักขุนเขามาที่บ้านตน"ข้าอาจารย์เหรินเคารพท่านผู้นำตระกูลจางเคารพท่านผู้เฒ่าจาง"เมื่อเข้ามาในห้องโถงจึงพบว่ามีชายวัยกลางคนและหญิงสาววัยแรกรุ่นจึงสามารถคาดเดาได้ว่าคนตรงหน้าคือใครจากการบอกเล่าจากศิษย์ในจางลู่ฉี
"ตามสบายเถอะท่านอาจารย์เหรินไม่ทราบว่าที่ท่านมาในวันนี้มีเื่เร่งด่วนอันใด" ลู่ซิ่นถามด้วยความเป็ห่วงในตัวบุตรชาย
"ที่ข้ามาในที่นี้ไม่ใช่เื่เร่งด่วนอันใดขอรับเพียงแต่เป็ข้าที่ต้องมารบกวนพวกท่านนี้คือจดหมายที่ศิษย์ในจางลู่ฉีฝากมาให้พวกท่าน"เมื่อกล่าวจบจึงล้วงจดหมายในแขนเสื้อส่งให้ท่านผู้นำตระกูลจางเมื่อได้จดหมายจากบุตรชายที่้าให้ทางตระกูลดูแลอาจารย์ที่มาจากสำนักขุนเขา์ที่้าหลบซ่อนตัวซักพักเพื่อใช้เวลาในการรักษาตัวให้หายจากอาการป่วยซึ่งใช้เวลาประมาณสามเดือนเมื่ออ่านจดหมายจบซิ่นลู่จึงเอ่ยปากให้พ่อบ้านจางไปเตรียมเรือนรับแขกหลังสวนไผ่ที่สงบปลอดจากผู้คนเพื่อไม่ให้มีผู้ใดรบกวนในการรักษาตัวของอาจารย์เหรินได้
"เพื่อง่ายต่อการรักษาตัวของท่านข้าได้จัดเรือนที่ห่างจากผู้คนและปราณในบริเวณนั้นค้อนข้างมากซึ่งง่ายต่อการดำเนินการรักษาพิษที่ท่านได้รับพิษชนิดนี้ท่านต้องอาศัยสถานที่ที่ทีปราณจำนวนมากกว่าปกติในการขับพิษออกจากเส้นปราณในร่างกายของท่านหากขาดเหลือสิ่งใดท่านสามารถแจ้งแก่พ่อบ้านจางได้"ซิ่นลู่กล่าวบอกแก่อาจารย์เหริน
"ขอบคุณในน้ำใจ ข้าขอลา"เมื่อกล่าวขอบคุณเสร็จแล้วจึงเดินตามพ่อบ้านจางไปเรือนรับรอง