บทที่ 45
ในที่สุดปัญหาก็ตามมาจนได้
ผู้ประกาศข่าวหนุ่มกำลังรายงานข่าวเรื่องการจับสปายในคณะปฏิบัติภารกิจของฉัน มีทั้งภาพและวีดีโอขณะที่ฉันวิ่งไล่ตามหุ่นแม่บ้านที่กำลังหนีไปขึ้นฟาสต์ไบค์และยื้อยุดฉุดกระชากกันจนอีกฝ่ายสลัดฉันหลุดและเหมือนจะหนีไปได้ ถึงตรงนี้ผู้ประกาศข่าวหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นคนขี้เล่นได้พูดให้ผู้ชมลุ้นระทึกว่า
“ดูเหมือนแม่บ้านสปายสาวจะสลัดคุณวิกกี้ทิ้งแล้วชิ่งหนีไปได้ซะแล้ว แต่ว่า….ป้าบ!” ภาพวีดีโอตัดมาที่ไคลล์ขับรถพุ่งชนฟาสต์ไบค์ของหุ่นแม่บ้านจนลอยกระเด็น “มีคนมาช่วยสกัดดาวรุ่งไว้ได้ทันครับทุกคน…แล้วเขาคนนั้นก็คือ…”
ภาพไคลล์ถูกซูมเข้าไปจนมองเห็นหน้าตาเด่นชัดเต็มหน้าจอ “ชายหนุ่มปริศนาผู้หล่อเหลาคนนี้เป็นใครกันครับเนี่ย…” แล้วภาพก็ซูมออกเป็นมุมกว้างเหมือนเดิมเป็นตอนที่ไคลล์พุ่งเข้าไปจัดการหุ่นแม่บ้านไม่กี่กระบวนท่าก็น็อคอีกฝ่ายได้แล้วแบกเดินกลับมาด้วยท่าทางสบาย ๆ ดูเท่ห์มากจริง ๆ
“โอ้โห…นี่อย่างกับละครเลยครับท่านผู้ชม ฉากพระเอกมาช่วยนางเอกจับผู้ร้ายชัด ๆ” ผู้ประกาศข่าวหนุ่มคนนี้ช่างบิ้วท์อารมณ์คนดูได้เก่งจริง ๆ
ฉันเห็นสายตาหลายคนเริ่มหันมามองเราสองคน ตอนนี้ทุกคนต่างนั่งกระจายกันออกไป รอบตัวฉันกับไคลล์ไม่มีใครนั่งอยู่เลย ฉันมองไปที่เลน่าที่กำลังนั่งยิ้มดูข่าวที่ตัวเองเป็นคนเขียนนำเสนอ ต้องบอกว่าฝีมือถ่ายภาพและวีดีโอของเธอดีมากจริง ๆ มุมภาพสวย ภาพคมชัด วีดีโอที่ตัดออกมาก็ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังอย่างไรอย่างนั้น สมกับเป็นผู้สื่อข่าวฝีมือดีจากสำนักข่าวดังจริง ๆ
ในข่าวผู้ประกาศข่าวชายกำลังบอกชื่อ ‘ชายหนุ่มปริศนาผู้หล่อเหลา’ ที่เค้าพูดไว้ในตอนแรก พร้อมกับเล่าที่มาที่ไปของไคลล์ให้ผู้ชมฟัง คนตระกูลดังอย่างเขาปกติก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในแวดวงของคนทำธุรกิจอยู่แล้ว แต่สำหรับคนนอกวงการทั่วไปดูเหมือนเค้าจะได้เป็นที่รู้จักก็คราวนี้แหละ
“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าตอนฉันบู๊ก็ดูเท่ห์ไม่เบาเหมือนกันนี่” ไคลล์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันพูดขึ้น ทำให้ฉันอดพูดแซวเขากลับไม่ได้
“ฉันก็เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่าคุณก็หลงตัวเองเป็นเหมือนกัน” ฉันพูดยิ้ม ๆ
“ไม่หลงตัวเองแล้วจะให้ไปหลงเธอหรือยังไง…หืมม” เขาพูดยิ้มหยอกฉันแกมท้าทายนิด ๆ ฉันเลยแขวะเขากลับไป
“นี่คุณไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรบ้างเลยหรือไงคะ”
“ก็แค่กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน จะเดือดเนื้อร้อนใจให้เป็นทุกข์ไปเพื่ออะไรกันล่ะ” ไคลล์พูดเหมือนไม่ยี่หระ
“เดี๋ยวคุณคอยดู จะมีเรื่องมาให้คุณปวดหัวแน่นอนค่ะ”
“ถ้ามีมาก็หาทางจัดการไป แต่ตอนนี้ปัญหายังไม่ทันเกิด เธอจะให้ฉันรีบไปกังวลถึงมันทำไมกัน” ไคลล์บอก เขาช่างเป็นคนรู้จักจัดการอารมณ์ได้ดีจนฉันนึกอิจฉาจริง ๆ ฉันได้แต่นิ่งเงียบหันกลับไปสนใจข่าวต่อ
ผู้ประกาศข่าวคนนี้ตอนแรกก็พูดให้ผู้ชมสงสัยใคร่รู้จดจ่ออยู่กับประเด็นเรื่องสายลับ AI ผู้นี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ใครกันที่คิดจะเล่นงานเธอ แต่ต่อมาภายหลังกลับกลายไปพูดจุดประเด็นใหม่ให้ผู้ชมเกิดความสงสัยใคร่รู้ในตัวไคลล์แทนเสียนี่
“คุณพ่อของคุณไคลล์ก็คือ…วิลล์ เดอแวนเดล ซีอีโอของเอเอ็มซีกรุ๊ป หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า American Multiply Corporation Group เป็นกลุ่มเครือบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งยูเอสเอที่คนในแวดวงธุรกิจไม่มีใครไม่รู้จัก ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้ครับท่านผู้ชม…เอเอ็มซีกรุ๊ปเป็นพาร์ทเนอร์หลักที่สำคัญของบริษัทออลเวย์เกรทของตระกูลโนเรีย การที่เห็นคุณไคลล์ให้ความช่วยเหลือและดูเหมือนจะใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณวิกกี้แบบนี้…เอ๊ะ! หรือมันจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสองตระกูลนี้กำลังจะเกี่ยวดองกันรึเปล่าครับเนี่ย…”
เฮ้อ…ให้ตายสิ! ในที่สุดเรื่องที่ฉันกังวลมันก็เกิดขึ้นจนได้ เรื่องความสัมพันธ์ที่ดูลึกลับเป็นปริศนาทำนองนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต้องให้ความสนใจมากกว่าเรื่องที่ว่าใครคิดร้ายกับฉันแน่นอนอยู่แล้ว เรื่องนี้มันกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของผู้คนได้มากกว่าอีก
หลายคนเริ่มมองที่ฉันกับไคลล์ในเชิงหยอกล้อมากขึ้น ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ตอบกลับไป อธิบายอะไรไปอาจจะโดนเข้าใจไปว่าเรากำลังร้อนตัว เดี๋ยวมันจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ฉันได้แต่แอบถอนหายใจอยู่เงียบ ๆ พอหันไปมองไคลล์ที่กำลังดื่มกาแฟไปดูข่าวไป ไม่มีทีท่ารู้สึกรู้สาหรือเดือดเนื้อร้อนใจอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยสักนิด ราวกับว่าข่าวที่เขากำลังนั่งดูอยู่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“คุณว่าถ้าที่บ้านคุณเห็นข่าวนี้ พวกเขาจะคิดยังไงกันบ้างคะ” ฉันลองหยั่งเชิงเอ่ยถามเขา
“เธออยากให้ฉันตอบเธอแบบจริงจังหรือเอาแบบที่ทำให้เธอสบายใจดีล่ะ”
“เอาแบบจริงจังสิคะ” ฉันตอบเขา
ไคลล์วางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะแคมป์ปิ้งด้านข้าง เขาทำท่านึกก่อนจะยิ้มตอบว่า “ถ้าเป็นคุณย่า ท่านคงจะดีใจจนกระโดดตัวลอยเลยล่ะ”
“ดีใจเหรอคะ?” ฉันขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
“ใช่สิ ก็ท่านชอบคะยั้นคะยอให้ฉันรีบหาแฟนแต่งงานมีครอบครัวซักทีได้แล้ว แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นเธอท่านไม่มีทางขัดข้องหรอก” ไคลล์ยิ้มมองฉัน ฉันรู้สึกวางสีหน้าไม่ถูกจึงหันไปมองทางอื่นแทน
“ส่วนคุณพ่อฉัน…” ไคลล์พูดต่อเสียงนิ่ง “ถ้าฉันไม่ได้ทำเรื่องอะไรที่ทำให้เสื่อมเสียวงศ์ตระกูลหรือเป็นเรื่องที่กระทบกับธุรกิจของครอบครัว ท่านก็ไม่สนใจนักหรอกว่าฉันจะไปทำอะไรที่ไหนยังไง ในหัวท่านมีแต่เรื่องงาน เรื่องธุรกิจอย่างเดียว”
ฉันหันกลับไปมองไคลล์อีกครั้ง เขาดูมีทีท่าเฉยเมยมากเมื่อพูดถึงพ่อของตัวเอง ต่างกับท่าทีต่อคุณย่าที่เขาจะดูยิ้มแย้มมีความสุขเมื่อพูดถึง “แต่คราวนี้ท่านอาจจะสนใจก็ได้นะคะ เพราะนักข่าวพูดพาดพิงไปถึงเรื่องการเกี่ยวดองทางธุรกิจ” ฉันพูด
“อย่างมากท่านก็คงแค่ถามว่าฉันกำลังคบกับเธอจริงรึเปล่า ถ้าฉันตอบว่าเปล่า นักข่าวพวกนั้นมั่วนิ่มกันไปเอง ท่านก็คงไม่ถามอะไรต่อ” ไคลล์ตอบเสียงราบเรียบ
“หรือถ้าฉันตอบว่าคบกับเธออยู่ ท่านก็คงจะพูดเตือนฉันซักประโยคสองประโยคประมาณว่า ให้ฉันทำตัวดี ๆ หน่อยแล้วกัน ตระกูลโนเรียไม่ใช่ตระกูลธรรมดา ๆ อย่าทำอะไรให้เสื่อมเสียไปถึงตระกูลเราได้ ก็คงประมาณนี้แหละ” ฉันรู้สึกถึงการเยาะเย้ยถากถางในน้ำเสียงของเขาได้ ฉันไม่รู้จะพูดยังไงต่อดีเลยเอ่ยถามไปถึงบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่ง
“แล้วคุณแม่คุณล่ะคะ”
ไคลล์มองฉันนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปจ้องจอข่าวแล้วตอบฉันเบา ๆ ว่า “ท่านเสียไปแล้ว…ตอนคลอดแองจี้” น้ำเสียงไคลล์กลับมาราบเรียบตามเดิม แต่คราวนี้ดูเหมือนจะแฝงความเศร้าเอาไว้นิดหน่อย
“เอ่อ…ขอโทษนะคะที่ถามถึง ฉันไม่รู้เลย ฉันเสียใจด้วยนะคะ” ฉันขอโทษเขาจากใจจริง ไม่รู้ว่าเรื่องแม่ของเขามีผลกระทบต่อจิตใจเขาแค่ไหน แม้ตอนนี้ตาเขาจะอยู่ที่จอข่าว แต่ฉันรู้สึกว่าใจเค้าไม่ได้จดจ่ออยู่กับข่าวเลย ฉันไม่กล้าไปพูดแตะถึงแม่เค้าอีก แต่ลองพูดเบี่ยงไปอีกประเด็นเพื่อคลายบรรยากาศ
“แล้วถ้าเป็นคำตอบแบบที่ทำให้ฉันสบายใจล่ะคะ”
“หืม?” ไคลล์หันมามองฉัน ทำหน้างง
“ก็ตอนแรกที่ฉันถามคุณว่าที่บ้านคุณจะคิดกันยังไงถ้าพวกเขาเห็นข่าวนี้ คุณบอกว่ามีคำตอบสองแบบ คือคำตอบแบบจริงจังกับแบบที่ทำให้ฉันสบายใจไงคะ” ฉันอธิบาย ไคลล์ทำหน้าถึงบางอ้อ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะตอบฉันว่า
“คำตอบแบบที่ทำให้เธอสบายใจก็คือ…ไม่เห็นเธอต้องคิดอะไรมากเลย เป็นแฟนฉันจริง ๆ ซะก็หมดเรื่องแล้ว”
“นี่มันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจตรงไหนกันคะ” ฉันรู้สึกทั้งขำทั้งโมโหกับคำตอบของเขา ไม่น่าถามเลยจริง ๆ แต่พอเห็นไคลล์หัวเราะร่วน ฉันก็รู้สึกว่าถามไปก็ดีแล้วล่ะ…อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น
แต่ว่า…ทำไมเจอไคลล์คราวนี้เขาดูทำตัวแปลก ๆ ฉันรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังรุกฉันอยู่ยังไงก็ไม่รู้ อยู่ ๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!?
-----------------------