แต้มตรังคะและขีดขุนเขาเดินเคียงข้างกันไปยังร้านขายอุปกรณ์ไร้ชื่อ
- กริ๊ง -
เสียงกระดิ่งใบเดิมดังขึ้นอีกครั้ง เ้าของร้านที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ ละสายตามามองด้วยท่าทางเรียบเฉยดังปกติ
"คุณเ้าของร้านครับ ผมจะมาลางานเพิ่ม เราจะไปท้าทายดันเจี้ยนกันครับ"
ขีดขุนเขาเอ่ยบอก
"ไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่ ขอบคุณสำหรับที่พักตลอดเวลาที่ผ่านมาครับ"
ดารินหรี่ตาลงเล็กน้อย
"ดันเจี้ยน? ถ้าเป็ดันเจี้ยนที่คนอ่อนแอเช่นเ้าจะไปได้ตอนนี้ก็คงจะมีแต่ทางทิศเหนือกระมัง?"
ทั้งสองคนพยักหน้ารับ
"ตัดสินใจดีแล้วเหรอ ดันเจี้ยนนั้นไม่ง่ายเลยนะ"
"ครับ"
เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"เดี๋ยวเราจะไปหาคุณดาราด้วยค่ะ คุณดารินอย่าเพิ่งเทเลพาทีไปบอกนะคะ"
"อืม.. เดี๋ยวสิ"
เธอชะงักไปเล็กน้อย
"พวกเ้า.. จำชื่อข้าได้ยังไง"
ทั้งสองคนหันหน้ามองกัน
"คุณลมวสันต์ก็จำได้นะครับ"
ขีดขุนเขาว่า
"อาจจะเพราะ.. เราเป็คนต่างเผ่าล่ะมั้งครับ?"
เขาจำได้ว่าวิธีเรียกเขาว่าคนต่างเผ่า ก็เลยยกคำพูดนั้นขึ้น
"งั้นหรือ.. อืม.. ไปเถอะ"
อีกฝ่ายแม้จะมีท่าทางสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก ทำแค่โบกมือไล่แล้วก้มลงอ่านหนังสือต่อ ไม่รู้ว่าภายใต้ท่าทางที่ยังคงรักษากิจวัตรเช่นนั้นกำลังคิดอะไรอยู่
"ป้าดาราคะ แต้มจะมาลางาน"
แต้มตรังคะเอ่ยบอกเ้าของร้านปรุงยาด้วยน้ำเสียงเครือเล็กน้อย
"ดันเจี้ยนหรือ? ไม่สิ เ้ายังจำชื่อข้าได้ยังไง"
ดาราถามขึ้นด้วยท่าทีแปลกใจที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
"ไม่แน่ใจค่ะ แต่หลังจากนี้ ทุกคนจะจำชื่อป้าดาราได้แน่ค่ะ"
อีกฝ่ายชะงักไป เปิดปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ปิดปากลง อ้า ๆ หุบ ๆ อยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ทำแค่เดินมาสวมกอดแต้มตรังคะอย่างอ่อนโยน
"โธ่เอ้ย เพิ่งจะอายุเท่าไหร่ ทำไมถึงคิดจะไปทำเื่แบบนั้น ข้าน่ะอยู่ได้อีกตั้งหลายปี ดันเจี้ยนนั่น.. สักยี่สิบปีค่อยไปท้าทายก็ได้"
"...แต้มจะไปตอนนี้ค่ะ ป้ารอแต้มนะ"
"...ได้ ตามเ้าว่า"
ดาราเดินมาส่งที่ประตูร้าน โบกมือลาอย่างอบอุ่น
"ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าฝืนนะ"
"ค่ะ..."
แต้มตรังคะหันหลัง เดินมุ่งหน้าสู่ประตูทางทิศเหนือโดยไม่หันกลับมาอีก
เธอรู้สึกว่าถ้าเธอหันกลับไป เธออาจจะร้องไห้ออกมา
ทั้งสองคนก้าวเดินมาจนถึงจุดหมาย ดันเจี้ยนทางทิศเหนือที่ถูกปิดล้อมอย่างแ่า รอบ ๆ มีรั้วไม้ถูกสร้างกั้นไว้ พร้อมกับข้อความเตือนมากมายที่สลักแน่นเอาไว้บนเนื้อไม้แต่ละแผ่น
แต้มตรังคะหายใจเข้าลึก
"ไปกัน"
"อืม.."
พวกเขาก้าวเดินเข้าไปในดันเจี้ยน ในทันทีที่ก้าวผ่านประตูนั้นไป ก็ราวกับพื้นหายไป ร่างกายดิ่งวูบ จนการมองเห็นดับไปชั่วขณะ
หัวใจราวกับตกลงไปที่เท้า พอรู้ตัวอีกที ก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว ทุกอย่างมืดสนิท มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง
"ขุน.. อยู่ไหม"
ทันใดนั้น ก็รู้สึกได้ถึงััที่คุ้นเคยตรงฝ่ามือ
"แต้ม"
"ขุนเหรอ?"
"ใช่"
"ที่นี่มืดมาก"
"อืม.."
"กลัวไหม"
"มีเธออยู่ ไม่เป็ไร"
แต้มตรังคะได้ยินก็ถอนหายใจโล่งอก
"...ขุน"
"ว่า.."
"นายกำมือแน่นมาก"
"เธอจะได้ไม่กังวล"
"อื้ม.. สมกับเป็นายเลย"
เธอหัวเราะเบา ๆ
"แต่ว่านะขุน.."
"หือ?"
"นายกลัวความมืดนะ"
แต้มตรังคะพูดเสียงนิ่ง
"กลัวมาก ๆ ถึงคนอื่นจะไม่รู้เพราะว่านายก็ทำตัวนิ่งปกติ แต่ไม่มีครั้งไหนที่บ้านไฟดับแล้วนายจะไม่มีเหงื่อออกที่ฝ่ามือเลย"
"..."
"เพราะงั้นนะ.. คุณเป็ใคร เอาขุนไปไว้ที่ไหน"
ขีดขุนเขารู้สึกตัวขึ้นในที่ที่สว่างจนแสบตา ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด ไม่มีแม้แต่เงาให้เห็น
"แต้ม.."
"อยู่นี่ เป็ยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม"
อีกฝ่ายพูดในขณะที่มองสำรวจเขาั้แ่หัวจรดเท้า
"ไม่เป็ไร แต้มล่ะ"
"เหมือนกัน"
พวกเขาสำรวจไปรอบ ๆ โดยไม่พูดอะไร
"..."
"..."
แล้วขีดขุนเขาก็ทำแค่ยืนเฉย ๆ เพื่อรอบททดสอบให้เริ่มขึ้น
แม้จะเหมือนว่าผ่านไปนานมาก แต่เมื่อขีดขุนเขาเปิดดูเวลาเกมแบบเรียลไทม์ในระบบ ก็พบว่าเพิ่งจะผ่านมาแค่ไม่กี่นาที เขาจึงรอต่อไป
"..."
"...นี่ เหมือนจะผ่านมานานมากแล้ว เราลองทำอะไรสักอย่างดีไหม?"
ขีดขุนเขาหันมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ
"...คุณเป็ใครครับ"
"???"
"แต้มอยู่ที่ไหน?"
เจตจำนงของดันเจี้ยนรู้สึกสับสนกับภาพที่เห็นตรงหน้า ฝาแฝดแปลก ๆ คู่นี้น่าประหลาดใจยิ่งกว่าผู้ท้าทายคู่ล่าสุดที่ก็เป็ฝาแฝดเช่นกันเสียอีก
ด้วยความสามารถในการสะท้อนของมัน มันสามารถสะท้อนตัวตนของอีกคนหนึ่งผ่านโลกสีขาวดำได้ อธิบายง่าย ๆ คือผู้ที่เข้ามาท้าทายจะถูกจับแยกไปยังมิติขาวดำ และเส้นแบ่งกึ่งกลางระหว่างมิติก็จะสะท้อนตัวตนของอีกฝั่งเพื่อให้ไปอยู่เคียงข้างกับคนที่ถูกขังไว้
เวลาในมิติขาวดำนั้นเทียบเท่าอนันต์ เวลาเพียงแค่นาทีเดียวก็ราวกับว่าผ่านไปนับชั่วโมง
ดันเจี้ยนจะถูกพิชิตก็ต่อเมื่อทั้งสองตระหนักได้ว่าคนที่ตนอยู่ด้วยไม่ใช่คนเดียวกับที่เข้ามาในดันเจี้ยนด้วยกัน หากเวลาผ่านไปครบ 12 ชั่วโมงแล้วยังไม่สามารถตระหนักได้ พวกเขาก็จะถูกเตะออกไปพร้อมกับคำสาปติดตัว
ก็ในเมื่ออยู่ในมิติเวลาร่วมกับคนอื่นนับเดือนก็ยังไม่สามารถตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วผู้ที่อยู่เคียงข้างไม่ใช่คนของตน เช่นนั้นก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ด้วยกันอีก
ก็มีเพียงฝาแฝดคู่นั้นที่อดทนอยู่ได้โดยที่ไม่เคยทะเลาะกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงกับรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ฝาแฝดของตน แต่เพราะพอถามอะไรก็รู้ไปเสียหมด พวกนางจึงคิดเอาว่าตนอาจจะกังวลกับสถานการณ์จนระแวงไปเอง
ดังนั้นเจตจำนงที่ชื่นชมในความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์จึงละเว้นโทษให้กับพวกนาง แต่พวกนางกลับปฏิเสธและขอต่อรองแทน
การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมเพื่อคลายคำสาปให้เหล่าคนเสแสร้งทั้งหลายกลายเป็อิสระ
แม้ว่าต้องสละอัตตาของตนไปพวกนางก็ยอมรับได้ แม้ว่าคำสาปนั้นจะคลายเพียงชั่วคราวและพวกนางไม่อาจพบเจอได้อีกต่อไป พวกนางก็ยังคงน้อมรับมันอย่างเต็มใจ
แม้ในขณะนั้น สายสัมพันธ์ที่แสนบริสุทธิ์ก็ไม่มีรอยร้าวปรากฏขึ้นแม้แต่เศษเสี้ยว
ดังนั้น เจตจำนงที่โหยหาความสัมพันธ์อันแท้จริง จึงเลือกที่จะโอบกอดอัตตาของพวกนางไว้ เพื่อให้พวกนางได้อยู่กับมันไปชั่วนิจนิรันดร์ ตราบจนกว่าดันเจี้ยนของมันจะถูกพิชิตได้
ทั้งที่เป็แบบนั้น...
แต่เพียงยี่สิบปีให้หลัง กลับมีฝาแฝดคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้น และพิชิตดันเจี้ยนนี้ได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที
» พวกเ้า... ทำได้.. อย่างไร..
เจตจำนงถามคนทั้งคู่อย่างใคร่รู้ ในเมื่อต่างก็ตระหนักได้ถึงเงาสะท้อนแล้วก็ไม่จำเป็ต้องถูกขังอยู่ในมิติขาวดำอีกต่อไป
"ขีดขุนเขากลัวความมืดนี่คะ"
» ไม่.. ในห้องจิต.. ไม่มีสิ่งนั้น..
"นั่นก็เพราะเขาสะกดจิตตัวเองน่ะค่ะ เขามักจะลืมบ่อย ๆ ว่าตัวเองกลัวความมืด จนกว่าเขาจะเข้าไปอยู่ในความมืดแล้ว อีกอย่างเขาก็เป็ประเภทที่เพราะว่ากลัวมากจึงมักจะพุ่งเข้าหามันบ่อย ๆ เพื่อฝึกตัวเอง"
เจตจำนงดันเจี้ยนไม่เข้าใจ มีคนที่สามารถหลอกตัวเองจนแม้แต่ตัวเองยังเชื่อคำลวงนั้นได้ยังไง
» แล้วเ้า.. มนุษย์.. ผู้ชาย..
"เพราะว่าเวลามันพึ่งผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ แต่คน ๆ นั้นกลับพูดว่าผ่านมานานแล้ว ก็เลยรู้ว่าไม่ใช่ครับ"
» เวลา... เ้าจะรู้.. เวลา.. ได้อย่างไร
เพราะเวลาในมิตินั้นก็ไหลไปได้ตามปกติ เหตุใดมนุษย์ผู้นี้จึงสามารถแยกแยะเวลาของโลกแห่งความจริงกับในมิตินี้ได้
"ก็เพราะว่าระบบมีฟังก์ชันการระบุเวลาน่ะครับ"
» ระบบ..?
เจตจำนงไม่รู้จักคำนี้มาก่อน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ได้พบกับสายสัมพันธ์อันแท้จริงแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ
» เช่นนั้น.. ความปรารถนาของพวกเ้าคือสิ่งใด...
"คลายคำสาปให้คุณดารินกับดาราเถอะค่ะ"
» นั่นแน่นอน.. แล้วทักษะที่เ้าปรารถนาคือสิ่งใด...
เจตจำนงไม่ได้ถามว่าเหตุใดพวกเขาจึงยังคงจำผู้ที่ไร้อัตตาได้ อย่างไรอีกไม่นานอัตตานี้ก็จะถูกส่งกลับคืนสู่เ้าของดั่งเดิมแล้ว
"ทักษะ...?"
พวกเขาหันมองหน้ากัน
"เื่นั้น..."
TBC.