ภายในช่องทางเดินหินที่แคบ เหวินซานเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวเบื้องหน้า "ศิษย์พี่..." น้ำเสียงของเขาเอ่ยเรียกอย่างระแวดระวัง
ซูอวิ๋นเหอมองเขาด้วยแววตานิ่งสงบ "ว่าอย่างไร?"
มุมปากของเหวินซานค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย "หากพวกเราสู้เก้าคนไม่ได้... เช่นนั้นก็อย่าให้ทั้งเก้าคนมีโอกาสสู้กับเราพร้อมกัน"
ซูอวิ๋นเหอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองตามสายตาของเขาไปยังทางเดินหินเบื้องหน้า ช่องทางนั้นแคบอย่างยิ่ง บางช่วงกว้างพอให้คนเพียงคนเดียวเดินผ่าน หากสองคนฝืนเบียดเข้ามาพร้อมกัน ย่อมไม่อาจกวัดแกว่งอาวุธได้อย่างถนัด นางเข้าใจความคิดของเขาในทันที "เจ้าคิดจะล่อพวกมันเข้ามา?"
"ขอรับ" เหวินซานย่อตัวลง ใช้หินแหลมวาดเส้นลงบนพื้นหิน "พวกมันมีเก้าคน หากออกไปสู้ตรง ๆ พวกเราเสียเปรียบเป็นแน่" ปลายนิ้วของเขาลากผ่านเส้นแคบ ก่อนหยุดลงตรงส่วนที่คดงอของทางเดิน "แต่ตรงนี้ต่างออกไป ต่อให้พวกมันมีเก้าคน สิบคน หรือยี่สิบคน เมื่อเข้ามาถึงจุดนี้ คนที่สู้กับพวกเราได้จริงก็มีเพียงคนเดียว"
ซูอวิ๋นเหอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วจะล่อพวกมันเข้ามาอย่างไร?"
เหวินซานไม่ได้ตอบ สายตาของเขาเหลือบไปยังตำราโบราณข้างกายนาง ไม่นานนัก... ร่างของเหวินซานก็ปรากฏขึ้นบริเวณปากทาง
"ออกมาแล้ว!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากภายนอก ชายชุดดำเก้าคนที่กระจายกำลังเฝ้าอยู่รอบบริเวณหันมาพร้อมกัน หนึ่งในนั้นก้าวออกมาด้านหน้า
เหวินซานไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้น เขากวาดสายตามองคนทั้งเก้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจงใจยกตำราในมือขึ้นให้เห็นเพียงครึ่งหนึ่ง สีหน้าของชายชุดดำหลายคนเปลี่ยนไป
"ตำรา!"
เหวินซานเห็นปฏิกิริยาของพวกมัน มุมปากจึงยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในช่องหิน
"หยุดมัน!" ชายชุดดำคนหนึ่งพุ่งตามเข้าไปโดยแทบไม่คิด อีกคนที่อยู่ใกล้ที่สุดก็เร่งฝีเท้าตามหลัง
"เดี๋ยว!" หัวหน้ากลุ่มเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ช้าไปแล้ว
ชายคนแรกหายเข้าไปในช่องหินเรียบร้อย ภายในนั้นมืดกว่าด้านนอกหลายส่วน เขาไล่ตามเงาร่างของเหวินซานผ่านทางคดเคี้ยวสองช่วง ก่อนพบว่าเด็กหนุ่มหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า "ไม่หนีแล้วหรือ?" ชายชุดดำแสยะยิ้ม กระบี่ในมือถูกยกขึ้น "ส่งตำรามา ข้าอาจเหลือศพสมบูรณ์ให้เจ้า" ยังกล่าวไม่ทันจบ
ฟิ้ว! เสียงแหวกอากาศดังขึ้นจากด้านข้าง ชายชุดดำหน้าเปลี่ยนสี เขารีบหันกลับ แต่พื้นที่รอบตัวแคบเกินไป! กระบี่ยาวในมือกระแทกผนังหินจนเกิดเสียงดัง และในเสี้ยวพริบตาที่การเคลื่อนไหวของเขาชะงัก กระบี่อีกเล่มแทงออกมาจากเงามืด
ฉึก! คมกระบี่ทะลุผ่านหน้าอก ดวงตาของชายชุดดำเบิกกว้าง เขาก้มมองปลายกระบี่ที่โผล่พ้นอกตนอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ซูอวิ๋นเหอยืนอยู่ในเงามืดด้านหลัง ใบหน้าของนางยังซีดขาวดวงตากลับตรงกันข้าม "เจ้า..."
ฉัวะ!
ซูอวิ๋นเหอกระชากกระบี่กลับ เลือดสดไหลทะลักออกจากบาดแผล ชายชุดดำเซถอยไปครึ่งก้าว ก่อนที่จะดับวูบและล้มฟุบลงกับพื้น
"หนึ่ง" เหวินซานกล่าวเบา ๆ
"พี่ห้า!" ชายชุดดำคนที่สองซึ่งตามหลังมาได้ยินเสียงผิดปกติและเร่งฝีเท้าเข้ามา เพียงพ้นมุมหิน เขาก็เห็นศพของสหายนอนอยู่บนพื้น "กับดัก!" ชายชุดดำหันหลังทันที เหนือศีรษะของมัน ต้วนต้วนที่เกาะเพดานถ้ำรออยู่ก่อนแล้วทิ้งตัวลงมา "อึ๊บ!"
ชายชุดดำเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ สิ่งแรกที่เห็น... คือก้นกลม ๆ ของเจ้าหนอนอ้วน
ต้วนต้วนก้มหัวลง ร่างอ้วนกลมพองตัวเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยลมหายใจออกเต็มแรง
ฟู่!
หมอกพิษสีม่วงดำถูกพ่นเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็ม ๆ "อ๊าก!" ชายชุดดำยกแขนปิดหน้าอย่างตื่นตระหนก พลังวิญญาณทั่วร่างปะทุขึ้นเพื่อขับพิษ
ก้าวสายลม
ฟ้าว! ร่างของเขาพุ่งผ่านระยะหลายจั้งในพริบตา กระบี่ถูกแทงออกไปตรง ๆ ชายชุดดำสัมผัสได้ถึงอันตราย รีบยกกระบี่ขึ้นป้องกัน
เคร้ง! แรงปะทะทำให้แขนของเหวินซานชาวาบ
ชายชุดดำถอยหลังกรูดเพราะแรงกระบี่โดยไม่รู้ตัว เพียงก้าวเดียวเท่านั้น แต่เท้าของมันกลับเหยียบลงบนตำแหน่งที่เหวินซานกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรก
ซูอวิ๋นเหอปรากฏขึ้นจากด้านข้างราวกับเงาภูต กระบี่ในมือวาดผ่านอากาศ
ฉัวะ! เลือดสดสาดกระเซ็น ชายชุดดำแข็งค้าง ก่อนร่างจะล้มลง
"สอง" เหวินซานหอบหายใจ ซูอวิ๋นเหอกลับเซไปครึ่งก้าว มือที่ถือกระบี่สั่นเล็กน้อย เพียงลงมือสองครั้ง ใบหน้าของนางก็ซีดลงกว่าเดิมมาก เหวินซานรีบเข้าประคอง "ศิษย์พี่"
"ไม่เป็นไร" นางสูดลมหายใจลึก พยายามกดพลังที่ปั่นป่วนภายในร่างลง "ยังไหว"
ด้านนอก... ไม่มีคนที่สามตามเข้ามา เงียบผิดปกติ
เหวินซานหรี่ตาลง แผนถูกมองออกแล้ว ผ่านไปหลายลมหายใจ เสียงเย็นชาของชายผู้เป็นหัวหน้าจึงดังลอดเข้ามาจากปากทาง "คิดจะใช้ทางแคบแบ่งพวกเราทีละคนหรือ?"
เหวินซานกับซูอวิ๋นเหอสบตากัน ด้านนอกเหลือเจ็ดคน และคราวนี้พวกมันจะไม่หลงกลอีก ทันใดนั้นเสียงหัวหน้าชายชุดดำก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เฝ้าปากทางไว้! พวกมันบาดเจ็บ ไม่มีทางซ่อนอยู่ในนั้นได้ตลอดไป"
สีหน้าของซูอวิ๋นเหอมืดลง "มันไม่ได้โง่" เหวินซานไม่ได้ตอบ เขาก้มมองเส้นที่ตนวาดไว้บนพื้นก่อนหน้านี้ แผนแรกใช้ได้เพียงสองครั้ง หมากสองตัวถูกกิน แต่หมากที่เหลือไม่ยอมเดินตามทางที่เขาต้องการอีกแล้ว คำพูดของชายชราพลันผุดขึ้นในความคิด เมื่อหมากหนึ่งเม็ดขยับ ทั้งกระดานก็เปลี่ยนตาม
"กระดานเปลี่ยนแล้ว" เหวินซานพูดเรียบ ๆ "แผนเดิมก็ไม่มีประโยชน์อีก" เขาหยิบโอสถฟื้นฟูพลังวิญญาณออกมาสองเม็ด โยนเม็ดหนึ่งให้ซูอวิ๋นเหอ ส่วนอีกเม็ดกลืนลงไปเอง จากนั้นจึงหันไปมองต้วนต้วน เจ้าหนอนอ้วนกำลังเชิดหัวอย่างภาคภูมิใจกับผลงานเมื่อครู่ "อึ๊บ!"
"อย่าเพิ่งดีใจ" เหวินซานดีดหัวมันเบา ๆ "ข้างนอกยังเหลืออีกเจ็ด" ต้วนต้วนชะงัก มันหันไปมองปากถ้ำ "...อึ๊บ?"
ซูอวิ๋นเหอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ "ข้ายังใช้พลังได้ราวสามส่วน" เหวินซานพยักหน้า
ต้วนต้วนยืดตัวขึ้น "อึ๊บ!" ทั้งสองคนหันไปมองมันพร้อมกัน เหวินซานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจัง "ส่วนเจ้ามีพลัง... พ่นพิษใส่หน้าคน"
ภายในทางเดินแคบ เหวินซานไม่ได้รีบร้อนออกไปในทันที เขานั่งยองลงข้างผนังหิน ใช้หินลากเส้นบนพื้นอย่างช้า ๆ เจ็ดคน... เขตด้านนอกกว้างขึ้น หากออกไปตรง ๆ ความได้เปรียบจากช่องทางแคบจะหายไปทันที อีกทั้งซูอวิ๋นเหอยังบาดเจ็บหนัก แม้นางจะอยู่จุดประกายวิญญาณขั้นเจ็ด แต่หากถูกศัตรูหลายคนรุมพร้อมกัน การต่อสู้ยืดเยื้อย่อมไม่เป็นผลดี ดังนั้นการปะทะครั้งแรกต้องรวดเร็วที่สุด และต้องลดจำนวนของอีกฝ่ายให้มากที่สุดก่อนที่พวกมันจะตั้งตัวได้
เหวินซานหลับตาลงครู่หนึ่ง ในห้วงความคิด ตำแหน่งของชายชุดดำทั้งเจ็ดปรากฏขึ้นราวกับหมากที่วางกระจายอยู่บนกระดาน ช่วงเวลาที่อีกฝ่ายหันมาสนใจต้วนต้วน จะเป็นช่องว่างเพียงหนึ่งลมหายใจ
หนึ่งลมหายใจ... ก็เพียงพอแล้ว
เหวินซานลืมตาขึ้น "ศิษย์พี่"
ซูอวิ๋นเหอกำกระบี่เอาไว้แน่น "ว่ามา" เหวินซานชี้ไปยังตำแหน่งสามจุดบนพื้น "เมื่อออกไป ต้วนต้วนจะลงมือก่อน"
"ข้าจะจัดการคนทางซ้าย"
"ศิษย์พี่จัดการคนกลาง" ซูอวิ๋นเหอมองตำแหน่งบนพื้น ก่อนถาม "แล้วคนที่สาม?" เหวินซานหันมองต้วนต้วน เจ้าหนอนอ้วนซึ่งกำลังนอนแผ่อยู่บนไหล่พลันชูหัวขึ้น "อึ๊บ?"
"เจ้าจัดการ"
ต้วนต้วนชะงัก "อึ๊บ?!" เหวินซานตบหัวมันเบา ๆ "เอาพิษที่ดูดจากศิษย์พี่เมื่อออกมาใช้เสียบ้าง" ต้วนต้วนทำหน้าหงอย แต่สุดท้ายก็ยืดตัวขึ้นอย่างไม่เต็มใจ "อึ๊บ..."
"หลังจากสามคนนั้นล้มลง พวกมันจะตั้งตัวได้"
"ขอรับ" เหวินซานพยักหน้า "หลังจากนั้น... ค่อยว่ากันตามสถานการณ์"
ซูอวิ๋นเหอเม้มริมฝีปาก นางกำกระบี่แน่น "ออกไปแล้ว อย่าอยู่ห่างจากข้าเกินสามจั้ง"
เหวินซานไม่ได้รับคำ ซูอวิ๋นเหอหันมองเขา "ได้ยินหรือไม่?"
เหวินซานถอนหายใจ "ได้ยินแล้วขอรับ" เขาก้มลงหยิบกระบี่ของชายชุดดำที่ตายไปขึ้นมา ก่อนโยนมันออกไปทางปากถ้ำ เคร้ง! เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้น
เหวินซานสูดลมหายใจเข้าลึก ต้วนต้วนกระโดดขึ้นเกาะไหล่ ส่วนซูอวิ๋นเหอก้าวมายืนข้างหลังเขา หนึ่งคนจุดประกายวิญญาณขั้นสี่ หนึ่งคนจุดประกายวิญญาณขั้นเจ็ดที่เหลือพลังไม่ถึงครึ่ง กับเจ้าหนอนอ้วนอีกหนึ่งตัว
ด้านนอก... มีศัตรูรออยู่เจ็ดคน
เหวินซานมองแสงสลัวที่ลอดเข้ามาจากปลายทางเดิน เขาไม่ได้คิดว่าตนจะควบคุมทุกอย่างได้ กระดานหมากที่แท้จริงไม่มีวันเดินตามที่ผู้เล่นต้องการทั้งหมด สิ่งที่เขาทำได้... คือช่วงชิงความได้เปรียบให้มากที่สุดในตาของตน เหวินซานสูดลมหายใจเข้าลึก มือขวากำกระบี่ มือซ้ายลูบหัวต้วนต้วนเบา ๆ "พร้อมหรือยัง?"
"อึ๊บ!"
ซูอวิ๋นเหอยยกกระบี่ขึ้น "ไป"