บทที่ 119
8 โมงเช้า ณ แปลงองุ่นท่ามกลางแปลงผลไม้กว้างใหญ่ ภามได้พามีอามาดูต้นองุ่นที่เขาปลูกไว้ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่แน่ใจว่าพันธุ์องุ่นที่เขามีนี้จะสามารถนำไปทำไวน์ที่หญิงสาวต้องการได้หรือไม่ เพราะเท่าที่รู้มาองุ่นแต่ละชนิดจะมีรสชาติที่ไม่เหมือนกันบางพันธุ์เหมาะกับการรับประทานผลสด บางพันธุ์เหมาะกับการทำไวน์ ตอนที่ภามเลือกเมล็ดพันธุ์มาจากร้านค้าของพระเจ้า เขาเลือกองุ่นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับกินผลสด เพราะปกติชายหนุ่มจะขายส่งผลผลิตที่ฮาคิมแต่เพียงอย่างเดียว และอยากนำบางส่วนมาลองแปรรูปเป็นลูกเกดเท่านั้น แต่นอกจากมีอาหญิงสาวผู้เชี่ยวชาญเรื่องวิติสแล้ว ยังมีอองรีที่มีหน้าที่เป็นผู้จัดการในส่วนของแปลงปลูกผลไม้ และเมโลเอ้ที่มีพลังพิเศษสามารถสื่อสารกับพืชได้มาเป็นผู้ช่วยในครั้งนี้ เพื่อช่วยกันวางแผนการปลูกองุ่นต่อไป ที่ฟาร์มกลางหุบเขาแห่งนี้ ภามได้ปลูกองุ่นหรือที่คนในโลกเวทมนตร์แห่งนี้เรียกว่าวิติส เพียงแค่ไม่กี่แปลงเท่านั้นเพื่อการทดลอง เพราะเขายังไม่มั่นใจว่าตนจะเลี้ยงดูจนมันออกผลผลิตได้ดีเพียงใด แต่ตอนนี้เมื่อเขาร่วมหุ้นกับฮาคิมเพื่อผลิตไวน์ก็คงต้องปลูกองุ่นเพิ่มอีกมากมาย แต่จะเป็นพันธุ์ไหนดีนี่สิ?“ท่านภามเจ้าคะต้นวิติสของท่านนี้เป็นสายพันธุ์ใด ปลูกมานานรึยัง แล้วผลผลิตจะใช้เวลาเท่าไรถึงจะเก็บเกี่ยวได้เจ้าคะ?” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนกล่าวถามชายหนุ่ม เพราะเธอดูแล้วไม่เคยพบเห็นสายพันธุ์วิติสตรงหน้านี้มาก่อน แม้จะใกล้เคียงกับที่บ้านของเธอปลูกไว้ก็ตาม“พวกนี้เรียกว่าองุ่นแดง ใช้ทำไวน์แดงน่ะ ตอนนี้ปลูกมาแล้วประมาณสองสัปดาห์ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนน่าจะเก็บเกี่ยวได้” ชายหนุ่มตอบไปตามข้อมูลที่ติดไว้กับต้นกล้าตอนที่เขาซื้อมา ตอนนี้ช่อดอกสีเขียวของพวกมันออกกระจายกันเต็มต้นที่เลื้อยพาดกับโครงไม้ไผ่ที่ทำไว้รับน้ำหนักแล้ว“ 1 เดือนหรือเจ้าคะ! ทำไมมันถึงได้ออกมารวดเร็วเพียงนั้น?” มีอาประหลาดใจกับเรื่องนี้มาก“ฮ่ะๆ มีอาเจ้าคงยังไม่รู้สินะว่าพืชของที่นี่จะโตเร็วกว่าที่อื่นหลายเท่านัก” เป็นอองรีที่กล่าวเสริมขึ้นมา“คือข้าได้ยินมาว่าโตเร็ว ลูกใหญ่ และรสชาติดีแต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเก็บผลผลิตได้เร็วเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเราก็คงสามารถลดพื้นที่การปลูกลงมาได้อีกมากเลยเจ้าค่ะ ตอนแรกข้านึกว่าจะต้องล้มต้นไม้อื่นไปด้วยเพื่อปลูกวิติสเพิ่มเสียอีก” หญิงสาวรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีที่ได้รู้ถึงคุณสมบัติที่วิเศษขององุ่นเหล่านี้ ขณะที่มีอากำลังดีใจกับการเริ่มต้นเพาะปลูกที่ดีนั้น ด้านของหญิงสาวผมแดงเมโลเอ้ก็นั่งกังวลคุยกับต้นวิติสอยู่ด้านหลังเพียงคนเดียว ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนเช้าที่มีอาได้ถามถึงวานีลพี่สาวของเธอ หญิงสาวถูกกำชับจากบิดามารดาให้ตอบไปว่าพี่สาวไม่สบายไว้ให้หายป่วยก่อนค่อยพบกัน เมโลเอ้รู้สึกไม่ดีที่ต้องโกหกมีอา แต่ถ้าจะให้แม่ค้าไวน์รู้ความจริงที่ว่าพี่สาวของเธอแอบหลงรักท่านภามในตอนนี้ก็คงไม่ได้ ทุกคนรู้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นที่ชายหญิงสองคนจะชอบพอกัน แต่การที่เพื่อนชอบผู้ชายคนเดียวกันอาจส่งผลจนกลายเป็นความบาดหมางได้ หรืออย่างน้อยเมโลเอ้ก็ไม่อยากให้มีอาที่รักเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ ต้องเจ็บปวดใจเหมือนอย่างที่พี่สาวแท้ๆของเธอเป็นไปอีกคน เธอที่เป็นคนโกหกไม่เป็นต้องมานั่งกลุ้มใจที่จะต้องปิดบังเรื่องราวเหล่านี้ ก็ได้แต่พูดคุยกับต้นไม้ที่ตอบเธอกลับมาได้เพียงพลังจิตอ่อนๆ ที่ส่งความอบอุ่นคอยปลอบประโลมใจเท่านั้น ถึงแม้ว่าเรื่องที่ภามกับมีอาเป็นคนรักกันจะรู้ไปทั้งฟาร์มกลางหุบเขาแห่งนี้แล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงนั้น มีเพียงแค่หญิงสาวแห่งตระกูลวีตาเร่ที่เป็นคนแอบชอบชายหนุ่มข้างเดียว ไม่ต่างจากเพื่อนสาวตระกูลมูเน่ของเธอ และที่สำคัญชายหนุ่มตัวต้นเหตุกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิดเดียว“เมโลเอ้ เมโลเอ้ เมโลเอ้!” เจ้าของฟาร์มเรียกชื่อเด็กสาวแรกรุ่นที่นั่งคุดคู้อยู่ใต้เครือเถาเลื้อยของต้นวิติส“จ...เจ้าคะ! ท่านภามว่าอย่างไรเจ้าคะ?” เด็กสาวผมสั้นสีแดงสะดุ้งตกใจก่อนที่จะหันไปตอบรับการเรียกขานจากชายหนุ่ม“เป็นอะไรไปดูซึมๆนะ ติดไข้มาจากวานีลรึเปล่า?” ชายหนุ่มจากต่างโลกถามด้วยความเป็นห่วง“เอ่อ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้เจ้าคะ” เด็กสาวตอบกลับโดยที่ไม่กล้ามองตาของเจ้านาย“ข้าอยากรู้ว่าพวกวิติสรู้สึกอย่างไรบ้างในวันนี้ พวกมันมีความสุขดี และจะออกผลผลิตที่สมบูรณ์ให้เราได้เก็บเกี่ยวหรือเปล่า?” เจ้าของฟาร์มถามในเรื่องที่เขาอยากรู้“พวกมันมีความสุขดีเจ้าค่ะ การบำรุงดูแลของพวกเรานั้นทำให้ต้นไม้ที่ปลูกทุกต้น ไม่เพียงแค่วิติสเท่านั้นเจริญเติบโตได้ดี และเมื่อพวกมันมีความสุขก็จะออกผลผลิตที่ดีต่อไปแน่นอนเจ้าค่ะ” หญิงสาวผมสั้นรีบตอบกลับเจ้านาย เธอได้ถามพวกต้นไม้มาตลอดทางที่ขี่ม้ามาจากบ้านแล้ว“อื้ม! ถ้าอย่างนั้นก็ดีแสดงว่าพวกเรามาถูกทางแล้ว ถ้าผลผลิตรอบแรกในอีกสองสัปดาห์ของวิติสออกมาก็คงจะเลือกได้แล้วว่าควรจะทำสิ่งใดต่อไป แต่ว่าเมโลเอ้พวกต้นไม้ดูมีความสุขนาดนั้น แต่ทำไมสีหน้าของเจ้ากลับเป็นทุกข์อย่างนั้นล่ะ?” ภามรู้สึกเห็นใจเด็กสาวตรงหน้า ปกติเขาเห็นแต่ความร่าเริงสดใสของเมโลเอ้ แต่เขาก็คิดว่าลูกสาวขุนนางในเมืองต้องมาอยู่ในชนบทห่างไกลก็คงต้องเบื่อเป็นธรรมดาแต่คำถามที่แสดงความจริงใจจากเจ้านายสูงสุดของฟาร์มกลางหุบเขา กลับทำให้ผู้ฟังทั้งสามเข้าใจผิดอีกครั้ง เมโลเอ้คิดว่าภามอาจจับพิรุธเรื่องที่เธอปิดบังความจริงไว้ อองรีคิดว่าบุตรสาวคนเล็กต้องเปิดเผยเรื่องราวให้เจ้านายรู้แล้วเป็นแน่จึงทำให้ชายหนุ่มกังวลเกี่ยวกับเธอ ส่วนแม่ค้าไวน์นั้นยิ่งจินตนาการเกินไปใหญ่เธอคิดว่าชายหนุ่มมีใจให้แก่เด็กสาววัยแรกรุ่นซะอย่างนั้น ที่มีอาคิดเกินไปไกลกว่าใครๆ นั่นไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนช่างมโน แต่ในชีวิตของลูกสาวคหบดีผู้ค้าไวน์ระดับอาณาจักรนั้น มีชายสูงวัยกว่าเธอนับสิบปีมาชอบพอมากมายนั่นเอง ตลอดเวลาที่มีอารู้จักวานีลมาได้ก็เห็น และชื่นชมในความสามารถพี่ชายของตนมาโดยตลอด รวมทั้งฮาคิมก็ชอบพอเธอเป็นอย่างมากอีกด้วย จนต้องกำชับให้มีอามาดูแลเพื่อนให้ดี ทำให้หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนคิดไปว่าภามชอบเด็กวัยรุ่นอย่างเมโลเอ้ เพราะไม่เคยเห็นเขาแสดงความห่วงใยต่อใครมาก่อน แต่มีอากลับไม่รู้เลยว่าที่แท้เพื่อนสนิทของตัวเองต่างหากคือศัตรูหัวใจตัวจริง แต่เมื่อความเงียบของทุกคนทำให้เกิดบรรยากาศที่แปลกประหลาดขึ้นเหมือน Dead Air กลางรายการถ่ายทอดสด เด็กสาวผู้ถูกถามกลับตั้งสติได้ก่อนเธอจะตอบกลับเจ้านายกลับไปตามเรื่องราวที่นัดแนะกับบิดามารดาเอาไว้“คือว่าข้าเป็นห่วงพี่วานีลเจ้าค่ะ นางไม่เคยป่วยหนักแบบนี้มาก่อน” เด็กสาวผู้ใสซื่อต้องกล่าวคำโป้ปดต่อหน้าชายหนุ่มโดยที่ไม่ได้เตรียมใจมาก่อน เธอจึงก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา“นางเป็นหนักเพียงนั้นเชียวรึ? ถ้าอย่างนั้นเสร็จจากงานวันนี้ข้าคงต้องไปดูนางเสียงหน่อย ถ้าพลังธาตุธรรมชาติของข้ากับแพนดั้นรวมกันยังรักษาวานีลไม่หายก็คงต้องพาไปหาหมอแล้วล่ะ” ชายหนุ่มเมื่อเห็นท่าทางที่ตึงเครียดของเด็กสาวตรงหน้า เขาก็รู้สึกกังวลขึ้นมาตามคำบอกเล่าของเธอด้วยเช่นกัน จากคำกล่าวของภามทำให้เมโลเอ้อึ้งไปทันที เธอไม่รู้ว่าถ้าชายหนุ่มเข้าไปเจอพี่สาวของตนที่ไม่ได้ป่วยจริงๆขึ้นมาจะทำให้เรื่องราวบานปลายหรือไม่ แต่ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะแก้ตัวอีกครั้งเจ้าของฟาร์มก็ลงมือเสียก่อน“แพนดั้น! ไปดูวานีลให้หน่อย อาการเป็นยังไงก็ส่งโทรจิตมาบอกด้วยนะ” ภามกล่าวกับถุงย่ามเก่าๆที่ตนสะพายอยู่“กิกี้” เสียงตอบรับดังมาจากถุงย่าม จากนั้นมันก็กลายร่างเป็นมังกรสีเขียวตัวน้อยพร้อมกับบินออกไปตามคำสั่ง