ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 158 โจรสลัดอากาศ

            เริ่นเสี้ยวเทียนในตอนนี้ฉีกใบหน้าออกไปแล้วเผยให้เห็นใบหน้าแท้จริงของตนเอง

            เขายังคงมีเสน่ห์อย่างน่าทึ่งตอนเขายิ้มยังเหมือนสตรีอีกด้วย อาจเป็นเพราะไม่ได้แต่งหน้าเป็นเวลานานเนื่องจากต้องปลอมตัวจึงทำให้สีสันของริมฝีปากและเปลือกตาอ่อนลง ไม่ค่อยมีสีสันเท่าที่ควร

            “เฮือก!”

            ภายในมิติเสวียนหลิงเอ่อร์คิดที่จะพักผ่อนกลับได้เห็นรูปร่างหน้าตาของเริ่นเสี้ยวเทียนหากไม่ใช่ว่าตอนนี้นางเหลือเพียงร่างจิตวิญญาณคงอาเจียนออกไปแล้ว!

            “เจ้ารู้จักใครบ้างอยู่กับคนแบบนี้มาครึ่งปีเลยเนี่ยนะ”

            เสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวกับเสิ่นเสวียนรู้สึกน่าขันอย่างปิดไม่มิด

            เสิ่นเสวียนหน้าง้ำลงไม่รู้ควรกล่าวอะไรดี

            ในตอนนี้ความทรงจำของเขาค่อนข้างลึกซึ้งมากแต่แม้ว่าอีกฝ่ายจะค่อนข้าง ‘มีเสน่ห์’กลับมีพลังแข็งแกร่งมากเช่นกันและอีกฝ่ายยังเป็นหนึ่งในสามคนที่คิดฆ่าเสิ่นเสวียนอีกด้วย

            เสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยเห็นรูปร่างหน้าตาของเริ่นเสี้ยวเทียนก็ตกตะลึงเป็นอันดับแรกจากนั้นก็ปิดปากไว้ทันทีแล้วหัวเราะออกมา

            “อะแฮ่ม!”

            เริ่นเสี้ยวเทียนสีหน้าเก้อเขินแม้ตนเองค่อนข้างเหมือนสตรีแต่เขาก็เป็นคนดี

            “ความจริงแล้วข้าแสร้งทำให้พวกเขาเห็นต่างหากพวกเจ้าก็เห็นว่าตอนนี้ข้าไม่เหมือนเดิมแล้ว”

            เริ่นเสี้ยวเทียนอธิบายให้เสิ่นเสวียนฟัง

            ไม่รู้ว่าเพราะก่อนหน้านี้เคยเห็นรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายมาก่อนหรือเปล่าตอนนี้แม้อีกฝ่ายจะแต่งตัวเป็นปกติแต่ก็ยังแปลกอยู่ดี

            “ข้าเข้าใจ! ความจริงแล้วพี่สาวน้องสาวไม่สิ พี่ชายน้องชายไม่จำเป็นต้องฝืนธรรมชาติของตนเอง การฝึกฝนคือทำตามใจตนเองพวกข้าไม่คิดมากหรอก”

            เดิมทีเสิ่นเสวียนอยากเข้าไปตบบ่าเริ่นเสี้ยวเทียนแต่กลัวว่าจะเกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้ จึงตัดสินใจแค่กล่าวออกไปเฉยๆ

            “เฮ้อแล้วแต่พวกเจ้าจะคิดก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ข้ายังไม่เปิดเผยตัวตนออกไปดีกว่า”

            แล้วเริ่นเสี้ยวเทียนก็แปะใบหน้านั้นกลับเข้าไปเหมือนเดิมกลายเป็นบุรุษหล่อเหลาเหมือนก่อนหน้านี้

            “หน้าตาแบบนี้ค่อนข้างคุ้นตากว่าแต่พี่ใหญ่เริ่น เมื่อครู่เจ้างามมากจริงๆ นะ”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยมีแววตาไม่เหมือนกับเสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนในสายตาของเสิ่นเสี่ยวเม่ย ใบหน้าเดิมของเริ่นเสี้ยวเทียนงดงามมาก ตาโต จมูกโด่งปากเล็ก ผิวขาวเนียน เรียกว่าเป็นบุรุษรูปงามได้เลยทีเดียว น่าเสียดายที่เป็นบุรุษหากเป็นสตรีต้องงามมาก งามยิ่งกว่าใครในเมือง

            “น้องสาวของข้าอย่าล้อเล่นกับพี่ใหญ่เริ่นของเจ้าแบบนี้สิ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนทำสีหน้าหดหู่รู้สึกเสียใจที่เปิดเผยตัวตนออกไป

            ความจริงแล้วเขาไม่ชอบหน้าตาของตนเองเลยโดยเฉพาะบุคลิกแบบนั้น

            แต่เขาไม่มีทางเลือก

            “เดิมทีข้าคิดว่าหากมีโอกาสจะสังหารสามคนนั้นให้ได้แต่พอได้เจอเจ้าข้ากลับล้มเลิกความคิดเหล่านั้นไปแล้ว”

            เสิ่นเสวียนยิ้มให้เริ่นเสี้ยวเทียนพลางกล่าวในน้ำเสียงดูคล้ายผ่อนคลาย แต่ในพริบตาที่เสิ่นเสวียนกล่าวคำว่าสังหารออกมาเริ่นเสี้ยวเทียนรู้สึกได้ทันทีว่าเสิ่นเสวียนต่างออกไป

            สำหรับคนอื่นแล้วคำว่าสังหารอาจกล่าวได้ทั่วไป

            แต่สำหรับเสิ่นเสวียนมันมีโอกาสเป็นจริงถึงแปดหรือเก้าส่วน

            ตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณการตัดสินใจของตนเองที่เข้ามาทำความรู้จักเสิ่นเสวียนไม่อย่างนั้นอาจสร้างความเดือดร้อนให้ตนเองได้ในภายหลัง

            “ว่ามาเจ้าเข้าใกล้ข้าเพราะอะไร อย่าบอกนะว่าต้องการผูกมิตร”

            เสิ่นเสวียนมองเริ่นเสี้ยวเทียนอยากให้อีกฝ่ายอธิบายให้ชัดเจน

            ก่อนหน้านี้ตอนที่เขามีพลังต่ำอยู่เขาเข้าไปหาของที่ปากปล่องภูเขาไฟแล้วโดนไล่ล่า หากไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้เสิ่นเสวียนคงเข้าเผชิญหน้ากับพวกเขาไปแล้ว

            “ความจริงข้าออกมาท่องเที่ยวอยู่ดีๆ ก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่ปากปล่องภูเขาไฟอาจจะมีสัตว์วิเศษปรากฏตัวขึ้นก็ได้และน่าจะมีของล้ำค่าเทียบเทียมฟ้าดินปรากฏขึ้นด้วยมีเรื่องดีเกิดขึ้นเช่นนี้และข้าอยู่ไม่ไกลจึงอยากเข้าไปเห็นกับตาหากว่าอำนาจอื่นๆ แย่งชิงไปได้คงน่าเสียดายไม่น้อย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ“เจ้าเองก็รู้ว่าของล้ำค่าเทียบเทียมฟ้าดินมีความสำคัญมากข้าคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้เจอกับสองคนนั้นด้วยแต่ในเมื่อเจอแล้วและยังไม่ได้ของมา ก็ต้องอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ได้ของไปและต้องดูต่อไปว่าจะขอส่วนแบ่งได้ไหม”

            “แล้วได้ส่วนแบ่งมาหรือเปล่า” เสิ่นเสวียนถาม

            “ไม่ได้เลยฝีมือของสหายเสิ่นยอดเยี่ยมมาก ทำให้พวกเขาถูกหลอก ใช่แล้วตอนนั้นเจ้าอยู่ตรงนั้นด้วยเหมือนกันใช่ไหม เพียงแต่พวกข้ามองไม่เห็น”

            “ใช่ข้าอยู่ตรงนั้น ในสามคนนั้น การสังเกตของเจ้ายอดเยี่ยมที่สุด”

            “ขอบคุณสำหรับคำชมแต่เจ้าเองก็ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าหาเจ้าไม่เจอเลย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนรู้สึกสนใจเสิ่นเสวียนตั้งแต่ตอนนั้นจะต้องทำความรู้จักด้วยให้ได้

            “จากนั้นล่ะ” เสิ่นเสวียนถามต่อ

            “จากนั้นข้าเห็นคนของเผ่าอนธการตายอยู่ตรงนั้นจึงไปถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจากสำนักอนธการ แต่พวกเขาก็ไม่รู้เรื่องเช่นกัน ข้าจึงล้มเลิกความคิดไปและท่องเที่ยวไปเรื่อยๆกระทั่งข้าสัมผัสได้ถึงไอพลังคุ้นเคยของเจ้าที่หมู่บ้านชิงซาน”

            “ดังนั้นเจ้าก็เลยปลอมตัวเปลี่ยนใบหน้าเพื่อเข้าหาข้า”

            “อืมหวังว่าสหายเสิ่นจะไม่ขุ่นเคืองใจ! ข้ารับรองได้ว่าไม่มีเจตนาร้ายจริงๆข้าเพียงอยากผูกมิตรกับเจ้าเท่านั้น อัจฉริยะอย่างเจ้าหากข้าไม่ผูกมิตรเอาไว้อาจทำให้ข้าเดือดร้อนได้ในภายหน้าและเรื่องนี้ก็ถูกพิสูจน์แล้วว่าการคาดเดาของข้าถูกต้อง”

            “เอาล่ะข้าจะเชื่อเจ้า”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้าค่อนข้างพอใจในคำอธิบายของเริ่นเสี้ยวเทียน ตอนที่อีกฝ่ายกำลังเล่าเรื่องเขาสังเกตคลื่นพลังจิตวิญญาณของอีกฝ่ายอยู่ตลอด แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิมแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก

            “ทุกคนออกมา!”

            เสียงดังก้องพลันดังขึ้นทำให้พวกเสิ่นเสวียนได้ยินอย่างชัดเจน

            เสียงนั้นทะลุผนังเข้ามาถึงในห้องได้ห้องพักเหล่านี้เดิมทีมีผนังกันเสียงอยู่แล้วพลังทะลุทะลวงระดับนี้แสดงให้เห็นว่าพลังของคนผู้นี้ไม่น่าต่ำกว่าขั้นราชันระดับสูง

            “คุณชายช่วยข้าด้วยช่วยข้าด้วย”

            เฝิงเป่าเป่าในตอนนี้ยืนเคาะประตูห้องของเสิ่นเสวียนอยู่ด้านนอกเบาๆเจ้าหนุ่มนี่หวาดกลัวมากจริงๆ เดิมทีเขามาที่นี่เพื่อหาซื้อของแต่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เฉียดตายอยู่หลายครั้งหากไม่ใช่ว่าเขาโชคดีคงตายไปนานแล้ว

            เริ่นเสี้ยวเทียนควันออกหัวเขากล่าวกับพวกเสิ่นเสวียน “ไม่มีทางเลือก รับงานมาแล้วก็ต้องทำให้เสร็จ”

            จากนั้นเริ่นเสี้ยวเทียนก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเปิดประตูให้เฝิงเป่าเป่าเข้ามา

            “ได้เห็นคุณชายข้าก็อุ่นใจแล้ว”

            เมื่อเห็นว่าพวกเสิ่นเสวียนอยู่ที่นี่ด้วยเฝิงเป่าเป่ารู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อยแม้เขาไม่รู้ว่าพวกเสิ่นเสวียนมีพลังยุทธ์ขั้นไหนแล้วแต่เขารู้ว่าต้องแข็งแกร่งกว่าตนเอง เขามีพลังยุทธ์ขั้นบรรพบุรุษอีกฝ่ายต้องเหนือกว่าอยู่แล้ว มีคนเหล่านี้ปกป้องอยู่ เขาต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน

            “อีกเดี๋ยวทำตามที่ข้าบอกคนที่มามีพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับสูงสุดแล้วหากไม่เชื่อฟังระวังจะไม่เหลือชีวิตให้ใช้”

            “ออกมาเร็วเข้าใครออกมาช้าจะต้องตาย!”

            เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งทั้งยังรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้ด้วย

            “ไปเถอะออกไปดูกัน”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับทุกคนพลางยิ้มเขาไม่ได้ให้เสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยเข้าไปในมิติ

            สำหรับพวกเขาแล้วแม้พลังจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยแต่ยังขาดประสบการณ์อยู่มาก

            อย่างเช่นครั้งก่อนหากไม่ใช่เพราะเสิ่นเสวียนเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงจะพึ่งพาเสิ่นเลี่ยนให้ลอบสังหารเองคนเดียวเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลย

            ส่วนโจรสลัดอากาศครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นโอกาสของพวกเขาแล้ว

            “พวกข้าก็ต้องไปด้วยหรือ”

            เฝิงเป่าเป่าที่เพิ่งฟื้นจากการลอบสังหารก่อนหน้านี้มาได้ยินว่าต้องออกไปสู้อีกแล้วก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาสำหรับเขาแล้ว หากทุกคนสามัคคีกัน เจรจากันได้ไม่ดีกว่าหรือ ทำไมต้องสู้กันด้วย!

            “ถ้าออกไปช้าอาจต้องตายนะข้าสู้พวกเขาไม่ได้หรอก”

            เริ่นเสี้ยวเทียนหัวเราะเสียงดังแล้วเดินนำออกไปก่อน

            เขารู้ว่าเสิ่นเสวียนต้องการฝึกฝนเสิ่นเลี่ยนกับเสิ่นเสี่ยวเม่ยเขาอยากเห็นเหมือนกันว่าพลังแท้จริงของเสิ่นเลี่ยนอยู่ในขั้นไหนแล้ว

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน