เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 74

    ภาม และอลันเดินตรงมายังจุดที่เมมี่กับเด็กๆ ยืนอยู่ ดูเหมือนเมมี่จะยังมีอาการงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น จึงยังไม่ทันได้กล่าวทักทายภามกับอลันที่เพิ่งเดินมาถึง “คนแต่งตัวประหลาดนั่นใครกัน เจ้ารู้จักหรือ” อลันถามเมมี่อย่างแปลกใจ“ไม่รู้จักเจ้าค่ะ” เมมี่ตอบ“ถ้าอย่างนั้น คนรู้จักของพวกเจ้ารึ” อลันก้มลงไปถามอามิน และแอนเน่“ไม่ใช่ขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กทั้งสองตอบ พร้อมส่ายหน้าเป็นการยืนยันว่าไม่รู้จักจริงๆ“อ่าว เช่นนั้นพวกเจ้าคุยอะไรกัน” อลันยังคงถามต่อ“เรื่องมีอยู่ว่า...” ย้อนกลับไป เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า… ณ ทางเข้าจัตุรัสการค้าหลังจากที่ภามกับอลันเดินเข้าไปในจัตุรัสการค้าแล้ว เมมี่กล่าวกำชับเด็กๆ ให้เดินตามกันมาดีๆ อย่าซุกซนจนทำให้เกิดเหตุพลัดหลง จากนั้นจึงพากันเดินเข้าไปในจัตุรัสการค้า เมมี่ปล่อยให้เด็กๆ เดินเล่นไปตามทางด้านหน้า ส่วนเธอเดินตามคอยดูอยู่ด้านหลังไม่ห่าง หลังจากเดินไปเรื่อยๆ ได้ไม่นาน อามินกับแอนเน่ก็หยุดยืนอยู่หน้าร้านขายขนมหวานหลากสีสัน “ท่านแม่ๆ ข้าอยากกินอันนี้” แอนเน่หันกลับมาพูดกับเมมี่ พร้อมกับชี้ไปที่ขนมขนฟูฟ่องสีชมพูสดตรงหน้า“ได้ แล้วลูกล่ะอามิน อยากกินขนมอะไรหรือไม่” เมมี่ตอบแอนเน่ ก่อนจะหันกลับไปถามอามินที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วย“ข้าเอาอันนี้ขอรับ” อามินชี้ไปที่ขนมปังปิ้งไส้เนื้อสับราดซอส“เอาสองชิ้นนี้เจ้าค่ะ” เมมี่หยิบขนมทั้งสองชิ้นที่เด็กๆ เลือก ขึ้นมาชูให้เจ้าของร้านค้าดู“ทั้งหมด 12 เหรียญทองแดงเจ้าค่ะ” เจ้าของร้านมองขนมในมือเมมี่ แล้วจึงแจ้งราคา เมมี่ยื่นขนมให้อามินกับแอนเน่ ก่อนจะหยิบเหรียญเงินที่ภามให้เอาไว้ออกมา 1 เหรียญ ยื่นให้กับเจ้าของร้าน รอจนตรวจนับเงินทอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงกลับออกเดินบนเส้นทางต่อ “ท่านแม่ไม่ซื้ออะไรกินเลยหรือขอรับ” อามินหันกลับมาถามอย่างนึกขึ้นได้ เมื่อเห็นว่าเดินผ่านร้านขายขนม ร้านขายอาหารมาหลายร้านแล้ว แต่เมมี่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะซื้ออะไรมาทานเอง“แม่ยังอิ่มอาหารเมื่อเที่ยงอยู่เลย เจ้าไม่ต้องห่วงนะ อ้อ... ที่นี่คนเยอะ พวกเจ้าเดินกันให้ช้าหน่อย” เมมี่ตอบอามิน พร้อมกับกำชับเด็กๆ ซ้ำอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำเตือนจากผู้เป็นแม่ อามินกับแอนเน่จึงยอมผ่อนฝีเท้าเดินให้ช้าลง แต่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่ยังไม่ได้ลดลง เด็กทั้งสองจึงยังคงเดินไป เหลียวซ้ายแลขวาไป ชี้ชวนกันดูสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างตื่นเต้น อามินกับแอนเน่ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาเดินเล่นในเมืองบ่อยนัก ก่อนหน้านี้ครอบครัวเขายากจน ก็ไม่ค่อยได้เข้าเมือง หลังถูกจับตัวมาเป็นทาส กลับไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าอยู่ในเมือง ต้องเรียกว่าอยู่ในกรงขังซึ่งกรงนั้นตั้งอยู่ในเมืองมากกว่า ครั้งนี้ได้เดินเล่นอย่างอิสระ จึงแสดงความตื่นเต้นยินดีออกมาอย่างเต็มที่ เมื่อเดินพ้นจากบริเวณที่ขายอาหารการกิน ร้านถัดๆ มาเป็นร้านขายของใช้ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และของกระจุกกระจิกตัวไปทั้งสามเดินผ่านร้านขายผ้า เมมี่จึงเรียกให้เด็กๆ หยุดเดินสักครู่ เธอเห็นว่าชุดของทุกคนเก่ามากแล้ว จนบางตัวก็มีแต่รอยขาด จึงคิดจะซื้อผ้าไปตัดเย็บชุดใหม่สักหน่อย อีกทั้งเธอยังอยากจะตัดเย็บชุดให้ภามสักชุดสองชุด ถือเป็นการขอบคุณที่ดูแลครอบครัวของเธอเป็นอย่างดี เมมี่ให้เด็กๆ เลือกผ้าลายที่ชอบมาคนละผืน และเลือกผ้าที่ไม่มีลวดลาย สีที่เห็นภามใส่อยู่บ่อยครั้งมาอีกหนึ่งผืน จากนั้นก็ยื่นให้แม่ค้าในร้าน “ผ้าพวกนี้ผืนละ 80 เหรียญทองแดง แต่หากซื้อ 2 ผืน จะราคา 1 เหรียญเงิน กับ 50 เหรียญทองแดง ตอนนี้ท่านจะซื้อ 3 ผืน สนใจรับเพิ่มอีก 1 ผืนหรือไม่เจ้าคะ ประหยัดไปอีก 10 เหรียญทองแดงเลยเจ้าค่ะ” แม่ค้ารีบเสนอขาย“ได้ ท่านรอสักครู่” เมมี่ตอบ พร้อมกับเดินกลับไปเลือกผ้าอีกครั้ง เมมี่เลือกผ้าสีพื้น ไร้ลวดลายมาอีกหนึ่งผืน นำมายื่นให้กับแม่ค้าห่อรวมกับอีกสามผืนที่เหลือ จากนั้นจึงยื่นเงิน 3 เหรียญเงินให้แม่ค้า และรับห่อผ้ามาถือไว้ เมื่อจ่ายเงิน และรับของเรียบร้อยแล้ว จึงเรียกเด็กๆ ออกจากร้าน กลับไปเดินตามทางในจัตุรัสต่อ อามินกับแอนเน่เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายของเล่นร้านใหญ่ร้านหนึ่ง ภายในร้านมีเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกับอามิน และแอนเน่อยู่หลายคน ทั้งสองเดินเข้าไปในร้านหยิบของเล่นขึ้นมาดูอยู่หลายชิ้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ “...ข้าอยากได้อันนี้” อามินหยิบชุดของเล่นดาบไม้กับโล่ไม้ขึ้นมาเอ่ยขอกับเมมี่อย่างกล้าๆ กลัวๆ“ท่านแม่ ข้าก็อยากได้อันนี้” แอนเน่หยิบของเล่นขึ้นมาขอบ้าง เมมี่มองของเล่นในมือลูกๆ ด้วยสีหน้าลำบากใจ การซื้อขนมหรืออาหารนั้นราคาไม่แพง แต่การซื้อของเล่นนั้น นอกจากจะราคาสูงกว่าค่าอาหารแล้ว ยังถือเป็นของสิ้นเปลืองด้วย แม้ภามจะให้เงินเธอมาจำนวนมากถึง 30 เหรียญเงิน แต่จะให้เธอเอามาใช้ซื้อของเล่นให้ลูก เธอก็อดจะเกรงใจไม่ได้จริงๆ “พวกเจ้าตามแม่มานี่ก่อน” เมมี่กล่าว พร้อมกับเดินออกมายืนที่มุมหนึ่งของหน้าร้าน“มีอะไรหรือเจ้าคะท่านแม่” แอนเน่ถามด้วยความสงสัย“ของเล่นพวกนี้ราคาค่อนข้างแพง จะใช้เงินของท่านภามซื้อของสิ้นเปลืองพวกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดี ท่านดีกับพวกเรามาก พวกเราก็ควรช่วยท่านประหยัด จริงหรือไม่” เมมี่เริ่มอธิบายเหตุผล“...ขอรับ/เจ้าค่ะ” อามินกับแอนเน่ตอบพร้อมกัน แม้จะแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน แต่เหตุผลที่เมมี่อธิบายก็เป็นเรื่องจริง ทั้งคู่จึงได้แต่ต้องยอมรับ“เอาไว้พ่อกับแม่ทำงานไถ่ตัวพวกเจ้าได้แล้ว จากนั้นจะเก็บเงินมาซื้อของเล่นพวกนี้ให้เจ้า ดีหรือไม่” เมมี่กล่าวปลอบใจ“ขอรับ/เจ้าค่ะ” อามินกับแอนเน่ตอบเสียงอ่อย ในใจยังคงนึกเสียดายอยู่ เมื่อทุกคนพูดคุยตกลงกันเป็นที่เข้าใจตรงกันเรียบร้อยแล้ว เมมี่ก็พาเด็กๆ ออกเดินไปตามเส้นทางในจัตุรัสอีกครั้ง แต่ทั้งสามยังเดินไม่ทันพ้นเขตร้านขายของเล่น ก็ต้องสะดุ้งตกใจ ที่อยู่ๆ ก็มีเสียงคนพูดขึ้นมาเสียงดัง “หยุดก่อน!! พวกเจ้าสามคนนั่นแหละ หยุดก่อน” เสียงหนักแน่นของผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เมมี่กับเด็กๆ ที่กำลังเดินอยู่ต้องชะงักเท้า เมมี่หันกลับไปมอง ก็ได้เห็นชายวัยกลางคน แต่งกายด้วยชุดรูปทรง และลวดลายประหลาด และที่แน่ๆ เธอมั่นใจว่าเธอไม่เคยรู้จักผู้ชายตรงหน้านี้ “พวกเจ้ารู้จักชายคนนี้หรือไม่” เมมี่ก้มลงถามอามินกับแอนเน่“ไม่รู้จักขอรับ/เจ้าค่ะ” อามินกับแอนแน่ตอบกลับมาเป็นเสียงเดียวกัน พร้อมกับส่ายหน้ายืนยันเพิ่ม“เอ่อ... ไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร มีธุระอันใดกับพวกข้าหรือเจ้าคะ” เมมี่เอ่ยถามอย่างระแวดระวัง

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน