บทที่ 74
“ไอนะภูมิใจนำเสนอพี่ชายที่แสนดี และเป็นพี่ชายตามอุดมคติของไอนะค้า... พี่ชายไอติม!” ไอนะประกาศออกมาเสียงดัง หลังจากที่โอ๊ตนั้นถูกกดดันให้ขึ้นมาบนเวที แน่นอนว่าโอ๊ตก็ไม่ได้สมัครใจที่จะขึ้นมาบนเวทีแห่งนี้ด้วยตัวเอง เหล่าโอตะ และแฟนคลับต่างโยกย้ายตัวโอ๊ตขึ้นมาบนเวทีด้วยการอุ้มยกข้ามมา แน่นอนว่าผู้จัดการมีน หรือแม้แต่โปรดิวเซอร์จิมมี่เองก็ต่างหน้าซีดกันเป็นแถว แต่พวกเขาก็ห้ามอะไรเหล่าแฟนๆของไอนะไม่ได้ พวกเขาเหล่านี้ไม่สนใจในสิ่งที่พวกเขาพูด แต่จะสนก็เพียงแต่สิ่งที่ไอนะบอก เพื่อที่พวกเขาจะได้เป็นที่จดจำจากไอนะ ส่วนโอ๊ตที่ถูกแบกขึ้นมาบนเวทีอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนักก็ได้แต่แสดงสีหน้า ‘เอิ่ม’ อย่างเงียบๆเท่านั้น ‘ฉันมาทำอะไรที่นี่..’ และมันเหมาะกับเพลงเพลงหนึ่งที่แวบเข้ามาภายในหัวสมองดังผ่านเข้ามา “ฉายานี้จะมีแต่พี่ชายคนนี้คนเดียวเท่านั้น.. พี่ชายไอติม คือคนที่เลี้ยงไอศกรีมแสนอร่อยให้กับไอนะ โดยที่ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน และพี่ชายไอติมก็ยังใจดีเลี้ยงไอศกรีมถึง 3 ชุดเซตด้วยกัน แน่นอนว่าไอนะต้องมีสิ่งตอบแทนในความดีของพี่ชายไอติม... แต่ว่าเอาเป็นอะไรดีนะ..อื้มม” ไอนะกล่าวอย่างเริงร่า ก่อนจะคิดว่าจะให้อะไรกับพี่ชายไอติมของเธอดี ท่ามกลางความลุ้นของเหล่าโอตะที่กำลังวาดฝันถึงสิ่งของชิ้นนั้น ‘เออ.. ตรูก็ไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อย ถ้าจะเอาอะไรในตอนนี้ขอเป็นเป็ดย่างสักตัวได้ไหมล่ะ’ โอ๊ตที่เหล่หางตามองไปทางไอนะพร้อมกับกล่าวคิดในใจ ส่วนไอนะก็ทำท่าทางเหมือนจะคิดออกแล้วว่าจะให้อะไรกับพี่ชายไอติมที่แสนใจดีของเธอ“ไอนะรู้แล้ว.. เอาเป็นกิ๊บติดผมของไอนะก็แล้วกัน..” เมื่อไอนะกล่าวจบ เสียงทั่วทั้งห้างก็แทบจะเงียบลงอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความสงสัยของโอ๊ตว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ‘กิ๊บติดผม’ ที่ไอนะกำลังจะให้นั้น มันเป็นของที่ ‘เอ็กซ์คลูซีฟ’ ขนาดไหน และด้วยกิ๊บตัวนั้นมันเป็นเหมือนกับตัวแทนของไอนะเลยก็ได้ ถ้าขาดกิ๊บติดผมตัวนี้ ตัวโปรดของไอนะก็ดูเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง“เหมาะมากเลยค้า..อืมๆ” ไอนะไม่รอให้มีเสียงตอบรับใดๆ เธอเป็นประเภทที่ไม่สนใจเรื่องราวดราม่าหรือเรื่องของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆอยู่แล้ว เธอเลื่อนมือที่มีกิ๊บติดผมของตัวเองเข้ามาติดที่กระเป๋าเสื้อของโอ๊ตราวกับเจ้าหญิงกำลังมอบเครื่องยศให้กับอัศวินของตัวเองอย่างไรอย่างนั้นเลย แม้ว่าเหล่าโอตะที่เป็นมากกว่าแฟนคลับนั้น พวกเขาคือเหล่าผู้คลั่งรักในตัวของไอดอลจะรู้สึกอิจฉาอย่างรุนแรง แต่มันก็เป็นมุมมองภาพหนึ่งที่พวกเขาชื่นชอบเช่นกัน ภาพของผมไอนะถูกปล่อยลงมา มันก็เป็นอะไรที่น่ารักไปอีกแบบ แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ของเอ็กซ์คลูซีฟนั้น แต่พวกเขาก็ยินดีกับไอ้ต้าวพี่ชายไอติมคนนั้นด้วยจริงๆ ถึงแม้ว่าโอตะส่วนใหญ่จะคิดเช่นนั้น แต่ก็ยังมีโอตะที่เรียกได้ว่าคลั่งไคล้เกินเหตุ แต่ก็ไม่ถูกใจกับสิ่งนี้“เออ.. คือ แค่นี้ใช่ไหมไอนะ.. ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอไปกินข้าวก่อนได้ไหม” โอ๊ตกล่าวเมื่อเห็นว่าทุกอย่างมันน่าจะไม่มีอะไรแล้ว เขาก็จะขอลงจากเวทีเพื่อที่จะไปทานข้าว และแน่นอนว่าด้วยประโยคคำพูดที่เหมือนกับว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหลุดลอยออกมาจากปากของโอ๊ต เหล่าโอตะก็ถึงกับไม่พอใจ แต่ทว่า..“โธ่! พี่ชายไอติมไปทานข้าวไม่ชวนไอนะได้ยังไง.. รอไอนะทำงานเสร็จก่อนสิ! แล้วเราค่อยไปทานด้วยกัน.. โอเคไหม” เหตุการณ์มันกลับตาลปัตรมากขึ้นเมื่อไอนะทำท่างอนพี่ชายไอติมของเธอ และบ่นเรื่องที่เขาไม่รอให้เธอทำงานจนเสร็จก่อน แล้วค่อยไปทานข้าวด้วยกันต่อ“แล้วทำไมเธอต้องไปทานกับฉันด้วยล่ะเนี่ย.. อีกอย่างฉันต้องเป็นคนจ่ายหรือเปล่า” โอ๊ตทำหน้าจืดๆก่อนจะถามออกไป แน่นอนว่าไอนะเธอก็แลบลิ้นออกมาอย่างน่ารักก่อนจะตบหัวตัวเองเบาๆ“แน่นอนสิคะว่าพี่ชายไอติมที่แสนดีของไอนะจะต้องเป็นคนเลี้ยงไอนะ... เพราะว่าไอนะไม่มีตังค์เลยสักกะบาทเดียว” ไอนะกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้“เธอนี่มันจริงๆเลยนะ แล้วเธอจะเสร็จกี่โมงล่ะ ฉันหิวมากแล้วด้วย” โอ๊ตกล่าวถาม ราวกับว่าเขาลืมไปแล้วว่าตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่บนเวทีที่มีผู้คนนับร้อยนับพันจับจ้องอยู่ ไอนะไม่คิดอะไรมากทั้งนั้น เธอพยักหน้าหนึ่งครั้งก่อนจะกล่าวออกมา“ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีกว่า.. ทุกคนคะ ขอบคุณที่มาให้กำลังใจไอนะกันมากขนาดนี้นะคะ แต่ว่าไอนะขอตัวไปทานข้าวกับพี่ชายไอติมก่อนน้า.. บุยบุยจ้าทุกคน” ไอนะกล่าวออกมาเช่นนั้น ก่อนจะจับมือจูงลากพี่ชายไอติมของเธอลงจากเวทีไปทันที เหล่าโอตะที่เห็นอย่างนั้นก็อึ้งกันเป็นแถวๆ พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น แถมทางผู้จัดงานอย่างโปรดิวเซอร์จิมมี่ กับผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่มีทีท่าว่าจะออกมาขัดขวางอะไร ด้วยเหตุการณ์ที่มันประกอบผสมโรงกันอย่างนี้ มันมีไม่กี่ความหมายที่พวกเขาสามารถตีความได้“หรือว่าในครั้งนี้จะเป็นอีเวนต์เปิดตัวละคร ‘พี่ชายไอติมที่แสนดี’ ของทางต้นสังกัดกันนะ” โอตะคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาตามที่เขาคิด และคนอื่นๆก็ต่างวิเคราะห์เห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นกัน“ตอนแรกก็อิจฉา และยินดีกับพี่ชายไอติมคนนั้นเหรอกัน.. แต่ดูเหมือนว่าเขากับนางฟ้าตัวน้อยจะรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ด้วย.. มันอาจจะเป็นอีเวนต์อย่างที่นายพูดก็เป็นไปได้” ชายโอตะสวมแว่นตาอีกคนกล่าวเสริม แน่นอนว่ามันกลายเป็น ‘Talk of the town’ ในหมู่โอตะทันที ทั้งบุคคลหน้าเวที และบนอินเทอร์เน็ต ผู้จัดงานโปรดิวเซอร์ที่เห็นว่าสถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว เขาก็ยิ้มออกมาก่อนจะเดินขึ้นเวทีทันที“สวัสดีท่านผู้มีเกียรติ และเหล่าแฟนคลับนางฟ้าตัวน้อยๆไอนะทุกท่าน.. ก่อนอื่นทางต้นสังกัดของเราขอทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนนะครับ.. ‘พี่ชายไอติมที่แสนดี’ นับว่าเป็นหนึ่งในอีเวนต์ปริศนาที่กำลังจะเกิดขึ้น..” ผู้จัดการจิมมี่กล่าวพร้อมกับเงียบลงเว้นจังหวะเล็กน้อย และด้วยเรื่องนี้มันไม่เคยผ่านที่ประชุมหรืออะไรแต่อย่างใด แต่จะให้เขาทำยังไงได้ นี่มันเป็นวิกฤตที่เป็นโอกาสซะมากกว่าในความคิดของจิมมี่“อีเวนต์ลับอย่างนั้นเหรอ.. มันคืออะไรยังไง” เหล่าโอตะ และแฟนคลับเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ“ก่อนอื่นเราต้องแจ้งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนเวทีนั้นเป็นเรื่องของการแสดงที่เราจัดเตรียมให้ทุกท่านได้อินตามไปกับความรู้สึกในกิจกรรม ‘พี่ชายไอติมที่แสนดี’ โดยชายที่มาได้รับเกียรติมาเป็นพี่ชายไอติมคนแรกนั้น เป็นแขกรับเชิญที่เป็นรุ่นพี่คนสนิทของน้องไอนะ หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจนะครับว่าทั้งหมดเป็นการแสดงเท่านั้น..” จิมมี่เองก็ต้องป้องกันชีวิตของตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่อยากจะตายก่อนวัยกำหนด ถ้าเขาไม่แก้ไขสถานการณ์นี้ให้ได้ กระสุนคงได้ลอยเข้ากระทบกับหัวของเขาอย่างแน่นอน“รู้แล้วน่าว่ามันเป็นการแสดง.. รีบแจ้งกิจกรรมมาเร็วเข้า” โอตะคนหนึ่งตะโกนขึ้นไปทางเวทีเหมือนเห็นว่าผู้จัดงานกำลังถ่วงเวลาพวกเขาอยู่ แน่นอนว่าตอนนี้ทั้งบนอินเทอร์เน็ตทั้งในกลุ่มที่เหล่าโอตะที่ไม่ได้มารับชมการถ่ายทอดสดกำลังลุ้นตามกิจกรรมอยู่“ใจเย็นๆนะครับ.. กิจกรรมอีเวนต์ ‘พี่ชายไอติมที่แสนดีของไอนะ’ เป็นกิจกรรมที่ทุกท่านไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์เป็นพี่ชายไอติมของไอนะได้ทั้งนั้น เงื่อนไขกิจกรรมคือการถ่ายรูปของตัวเองกับสินค้าในเซต ‘ไอนะ เลิฟ เลิฟ’ ลงบนโซเชียลของตัวเอง พร้อมกับแฮชแท็ก ‘พี่ชายไอติมของไอนะ’ เท่านี้ก็มีสิทธ์ร่วมกิจกรรมแล้วครับ”จิมมี่กล่าว และเขาก็คำนึกถึงผลรายได้ที่ต้นสังกัดจะได้รับ แน่นอนว่ามันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นกำไรเกินคาดก็เป็นไปได้ จากความบังเอิญที่ไอนะทำ มันอาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ได้ เขาเชื่อว่าทางต้นสังกัดเองก็น่าจะเห็นด้วยแน่นอน นอกจากจะขายของได้มาก และยังอาจจะได้สปอนเซอร์จากร้านไอศกรีมเจ้าดังอีกด้วย คิดยังไงก็มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น“โดยกิจกรรมนี้จะเริ่มจับรางวัลผู้โชคดีหนึ่งเดียวในเดือนหน้า.. และรางวัลที่ผมกำลังกล่าวถึงคือตำแหน่งพี่ชายไอติมที่แสนดีของไอนะ และได้ร่วมรับประทานไอศกรีมกับไอนะตัวต่อตัว.. ผมขออนุญาตกระซิบสักเล็กน้อย ทางเราอนุญาตให้ป้อนไอศกรีมกับไอนะได้ด้วยนะ.. อย่าพลาดกันนะครับ”จิมมี่กล่าว และแน่นอนว่าเหล่าโอตะก็ยิ่งจะยินดีเข้าไปใหญ่ พวกเขาต่างรีบสตาร์ทตัวเตรียมจะซื้อสินค้าชุดเซต ‘ไอนะ เลิฟ เลิฟ’ ทันที ส่วนโอตะที่ไม่ได้มายังสถานที่แห่งนี้ก็รีบออกจากบ้าน เพื่อที่จะไปซื้อชุดนั้นมาครอบครอง และเข้าร่วมกิจกรรมนี้ให้ได้ จนพวกเขาลืมไปแล้วว่าพี่ชายไอติมที่แสนดีคนปัจจุบันไปไหนแล้ว“ฉลาดมากเลยค่ะโปรดิวเซอร์.. ฉันแทบจะใจหายเลยตอนที่ไอนะเรียกคุณชายท่านนั้น..” ผู้จัดการมีนกล่าวชื่นชมโปรดิวเซอร์จิมมี่ที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี หลังจากที่จิมมี่เดินลงมาจากเวทีเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าเธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเช่นกัน“อย่าพูดดังมากสิ! เธอลืมไปแล้วเหรอว่าพวกทีมงานไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย..เฮ้ออ แต่ถ้าพวกเราไม่ทำอย่างนี้ พวกชายชุดดำนั้นจะทำอะไรอีกก็ไม่รู้ คิดแล้วยังสยองไม่หายเลย..” จิมมี่กล่าว มีนเองก็เข้าใจ เพราะถ้าไม่ได้โดนขู่ตรงๆอย่างนั้นก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก และตระกูลที่พวกเขากำลังพบเจอคือตระกูลยิ่งใหญ่แห่งเมืองหลวงที่มีอำนาจมากมายเกินกว่าจะมองข้ามไปได้“แล้วเราจะแจ้งกับพวกผู้บริหารยังไงดีล่ะคะ.. กิจกรรมตัวนี้ไม่ได้อยู่ในแบบแผนสักหน่อย” มีนกล่าว“ก็นั่นแหละที่กำลังเป็นกังวล.. ฉันคงจะต้องโทรไปคุยอธิบายสถานการณ์กับพวกเขาให้เข้าใจอีกที แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เชื่อว่าพวกเขาจะปล่อยผ่านไป และยิ่งรู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับตระกูล ณ สุวรรณภูมิด้วยแล้ว พวกเขาก็คงจะอนุญาต ฉันคิดว่าตอนนี้เราควรมาคิดเรื่องกิจกรรมกันจะดีกว่านะ..” จิมมี่กล่าว“ค่ะ.. ฉันก็คิดเช่นเดียวกัน ถ้าอย่างนั้นฉันจะจัดการเรื่องการลงเงื่อนไขกิจกรรมตัวนี้ทางโซเชียลเลยก็แล้วกันนะคะ แน่นอนว่าพร้อมลงทุกเวลา ถ้าผู้บริหารอนุมัติเมื่อไหร่ เราก็สามารถลงได้ทันที..” มีนกล่าว แน่นอนว่าหลังจากนี้หน้าที่ของเธอก็คงจะวุ่นวายมากขึ้นตามมาเช่นกัน“..อื้ออ... มีน เธอลงมือทำได้เลย... ผู้บริหารของเราแจ้งมาแล้วว่าให้จัดการได้เต็มรูปแบบเลย” จิมมี่ที่ได้รับแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือจากท่านประธานของบริษัทโดยตรงกล่าวออกมาอย่างแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะมองหน้ากันและกัน และคิดในใจว่า..‘อะไรมันจะตัดสินใจง่ายขนาดนั้น.. แล้วงานจะงอกอีกมากแค่ไหนกันเนี่ย’